รีวิวหนัง Love And Monsters หนังสัตว์ประหลาดที่มีความรักเป็นตัวจุดประกาย

ในที่สุดหลังจากการรอคอยหนังที่จะสามารถทำให้เราใจเต้นได้บ้างจาก Netflix ก็ได้อยู่ในระบบสตรีมเป็นที่เรียบร้อย ครั้งนี้เป็น หนังสัตว์ประหลาด Love And Monsters ที่มีความเป็น หนังรัก หนังเอาตัวรอด ผสมผสานกันอย่างลงตัว ซึ่งพระเอกก็คุ้นหน้าคุ้นตากัน ไม่ใช่ใครที่ไหน ดีแลน โอ ไบรอัน บอกเลยว่าหลังจากที่หนังเรื่องนี้เข้าเน็ตฟลิกซ์ได้ไม่นาน ก็ขึ้นเป็นเทรนด์ หนังมาแรง ในทันที

เรื่องย่อ หนังเน็ตฟลิกซ์ Love And Monsters

เป็นเรื่องราวหลังจากที่โลกจะต้องเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ทำให้หลังจากเหตุการณ์นั้น 7 ปี จำนวนประชากรที่เหลือดรอดมีเพียง 5% เท่านั้น ซึ่งแต่ละคนก็จะอยู่ในที่พักอาศัยที่เป็นเหมือนบังเกอร์ของตนเอง โจเอล เองก็ได้อาศัยอยู่ใต้ดิน แต่เขากลับรู้สึกเคว้งคว้าง เพราะทุกคนเองต่างก็มีคู่และคนรักกันหมด เลยทำให้เขาตัดสินใจที่จะเดินทางไปหาเอมี แฟนสาวของเขาที่ต้องแยกกันหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว แต่เรื่องราวมันไม่ได้ง่าย เพราะเธออยู่ออกไปไกลพอสมควร และระหว่างทางก็เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาด กับฝีมือการเอาตัวรอดที่ไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไรของโจเอล

ตัวอย่างหนัง

หนังสัตว์ประหลาด Love And Monsters กับซีจีสุดเทพ

สิ่งแรกที่ต้องขอชื่นชมในหนังเรื่องนี้เลยก็คือ ซีจีสัตว์ประหลาดในเรื่องดีมากๆ แล้วก็มีความสมจริงเลยทีเดียว ต้องขอคารวะในจุดนี้เลย แต่ที่น่าเสียดายสำหรับฉากพวกนี้ก็คือ ไม่ค่อยได้เห็นพระเอกของเรานั้นแสดงฝีมือมากเท่าไรนัก ด้วยความที่เรื่องมันเดินเร็วด้วย ฉากต่างๆก็ยังไม่ทันจะได้ซึมซับก็เปลี่ยนไปฉากอื่นแล้ว ส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้ยังสามารถทำยาวเป็นซีรีส์ได้ด้วยซ้ำ เพราะทำออกมาได้สนุกมากๆ ถึงแม้จะเดินเรื่องเร็วไปหน่อยก็ตาม

Love And Monsters  หนังสัตว์ประหลาดกับความรักหลายรูปแบบ

สิ่งที่น่าประทับใจไม่แพ้เรื่องสัตว์ประหลาดเลยก็คือ เรื่องราวของความรักภายในเรื่อง ซึ่งเราจะเห็นได้เยอะมากๆ และอบอุ่นหัวใจเลยแหละ ตั้งแต่ซีนของน้องหมาที่หวงชุดของเจ้าของเก่า การเดินทางไปหานางเอกของพระเอก หรือความห่วงใยของคนที่พระเอกเคยอาศัยอยู่ด้วย หรือแม้แต่กระทั่งเพื่อนใหม่สุดเฟี้ยวที่ได้พบระหว่างทาง ซึ่งบอกเลยว่า สองตัวละครที่พบระหว่างทางมีสีสันและทำให้หนังเรื่องนี้น่าดูเพิ่มขึ้นไปอีกหลายเท่า แต่อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าน่าเสียดายที่เรื่องดำเนินเร็ว เพราะไม่อย่างนั้นเชื่อว่าเราน่าจะยังได้เห็นซีนเด็ดๆ ของสองตัวละครดังกล่าวด้วย แต่ถึงอย่างไรก็ตามตอนจบหนังได้เปิดประเด็นที่สามารถสร้างภาคต่อได้อย่างน่าประทับใจเลยทีเดียวสำหรับ หนังใหม่ Netflix เรื่อง Love And Monsters 

#หนังแนะนำ #หนังใหม่ Netflix #หนังฮิต 2021

รีวิวหนัง Netflix : Homunculus หนังทริลเลอร์ญี่ปุ่น ที่สร้างมาจากมังงะ

สำหรับเรื่องนี้ยังถือว่าเป็นหนังที่ใหม่มากๆ เพราะเพิ่งจะฉายโรงไป แล้วเน็ตฟลิกซ์ก็เอามาลงเลย ยังไม่ถึงเดือนดีด้วยซ้ำ แต่กระแสเรื่องนี้ค่อนข้างจะมาวินหน่อย เพราะว่า Homunculus เป็นหนังที่ทำมาจากมังงะ เพราะฉะนั้นฐานแฟนคลับมีอยู่บ้างพอสมควร แต่สำหรับคนที่ไม่เคยอ่านมังงะ ก็ต้องชื่นชอบอยู่แล้ว เพราะเป็นหนังทริลเลอร์ ที่ค่อนข้างแปลกดี แต่ความแปลกที่ว่านี้ก็เป็นส่วนผสมที่ลงตัวสุดๆในเรื่อง

เรื่องย่อ หนัง Netflix Homunculus

เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มซึ่งเขาจำเรื่องราวของตัวเองไม่ได้ แต่อยู่มาวันหนึ่งเขาก็ได้ถูกยื่นข้อเสนอจากแพทย์ฝึกหัดว่าจะทำการทดลองทางแพทย์แล้วจ่ายเงินให้กับเขา โดยการทดลองนี้จะเปิดสัมผัสที่หกของเขา ทีแรกเขาปฏิเสธ แต่ด้วยความที่เขาอยากจะได้ความทรงจำของตัวเองกลับคืนมา เขาเลยตกลงทำการทอลอง ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็มองเห็นสิ่งประหลาดที่เรียกว่า ฮามังคิวลัส ซึ่งเป็นสัตว์ประหลาดที่เชื่อมโยงกับปมทางจิตใจของมุนษย์ เขาจึงทำการช่วยเหลือคนเหล่านั้นไปพร้อมๆกับตามหาความทรงจำที่หายไปของตัวเอง

ตัวอย่างหนัง

หนังคัลจ์ Homunculus หนังญี่ปุ่นสุดแปลก

ต้องบอกก่อนว่าหนังเรื่องนี้อาจจะต้องอาศัยการตีความสักหน่อย แต่ว่าคนที่ไม่อยากคิดเยอะก็สามารถดูแล้วเข้าใจได้ แถมยังสนุกอีกด้วย แต่มันค่อนข้างเป็นหนังที่เฉพาะทางพอสมควร ซึ่งมังงะของเขาก็เฉพาะตัวอยู่แล้ว และก็ต้องขอชื่นชมว่าการนำมังงะมาทำในรูปแบบหนังที่ย่อยมาแล้ว ก็ทำออกมาได้ดีเข้าใจไม่ได้ยากมาก แต่ตอนจบอาจจะไม่เหมือนกัน แอบจะเคลียร์ๆใจมากกว่าด้วย แอบมีฉากที่ทำให้เสียวๆอยู่บ้าง อย่างฉากเจาะกะโหลก แต่โดยรวมแล้วการดูหนังเรื่องนี้ก็เปรียบเสมือนการชมศิลปะงานหนึ่งเลย

Homunculus ภาพหลอนหรือเกิดขึ้นจริง

ดูหนังไปหลายคนก็อาจจะเอ๊ะไป ว่าสรุปแล้วมันเป็นภาพหลอนหรือมันมีจริงหรือมันอะไรยังไง แล้วจุดประสงค์ของแพทย์ฝึกหัดคนนั้นคืออะไร ต้องการทำไปเพื่ออะไร จุดนี้เลยกลายเป็นอีกหนึ่งเส้นเรื่องที่น่าประทับใจ ไม่แพ้กับการที่พระเอกคอยช่วยผู้อื่นในเรื่องของ ปัญหาทางใจจากสัตว์ประหลาดที่เขาเห็น ซึ่งตอนจบก็ทำให้เราทราบในสิ่งที่สงสัย เป็นหนังที่กลมกล่อมใช้ได้เลยทีเดียว สำหรับใครที่อาจจะเบื่อหนังสูตรสำเร็จของบน Netflix แล้ว ขอแนะนำ หนังญี่ปุ่น เรื่องนี้เลย เพราะว่าจะให้อรรถรสในการดูหนังที่แปลกใหม่อย่างน่าประทับใจเลยทีเดียว ถึงจะแปลก แต่แปลกอย่างมีเสน่ห์ลงตัวมากๆ

#Homunculus #หนังใหม่ #หนังโรง #หนังแนะนำ #ญี่ปุ่น

ภาพยนตร์ Call me by your name

เป็นหนังรักโรแมนติก รักร่วมเพศระหว่างชายหนุ่มสองคน คนหนึ่งเป็นชาวอเมริกัน ส่วนอีกคนเป็นชาวอิตาเลี่ยน ทั้งสองได้พบเจอกัน เนื่องจากชายหนุ่มชาวอเมริกัน ชื่อ โอลิเวอร์ เดินทางมาที่ประเทศอิตาลี เพื่อเรียนรู้เรื่องโบราณคดี และมาช่วยเหลือพ่อของ เอลิโอ เด็กหนุ่มชาวอิตาลี ในเรื่องของงานเอกสาร โดยทั้งสองค่อนข้างจะมีความแตกต่างในเรื่องวัฒนธรรมและการใช้ชีวิตประมาณหนึ่ง โดยตัวของเอลิโอในวัย 17 ปีนั้น ชอบที่จะออกไปเที่ยว ขี่จักรยาน เล่นวอลเล่ย์บอลริมชายหาด ว่ายน้ำ เล่นเปียโน แต่งเพลงในหน้าร้อน ตามภาษาของชาวอิตาลี ซึ่งโอลิเวอร์ ในวัย 24 ปีนั้น ก็พยายามปรับตัว ซึ่งในช่วงแรกนั้นก็ได้เอลิโอช่วยในการใช้ชีวิตเป็นอย่างมาก ทั้งคู่ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น จึงเป็นจุดเริ่มต้นในความสัมพันธ์ดีๆ ที่ตามมา

เครดิตภาพปกจาก : https://bingepost.com/call-me-by-your-name-sequel-will-see-timothee-chalamet-armie-hammer-return/86553/

โดยประโยค Call me by your name นั้น ได้สื่อไปถึงความสัมพันธ์ที่ชายหนุ่มสองคนมีความผูกพันซึ่งกันและกัน อยากเป็นของกันและกัน และด้วยการเรียกชื่อของตนแทนอีกฝ่ายนั้น สื่อถึงความอยากเป็นเจ้าของกันและกัน โดยการยกชื่อของตนเองให้คนที่ตนรักได้ใช้ นับเป็นประโยคที่สวยงามและทรงพลังมากเลยทีเดียว

แนวคิดการใช้ชีวิตจาก Call me by your name

เครดิตภาพจาก : https://www.bostonglobe.com/opinion/2018/01/25/call-your-name-dishonest-dangerous-film/I7urrCBxwZYrfPTT7eycdM/story.html

                  Call me by your name เป็นเหมือนบทกวีที่หลุดอออกมาจากในหนังสือ ทั้งบทสนทนา และภาพที่สวยราวกับเทพนิยายนั้น ทำให้ผู้ชมภาพยนตร์นั้น รู้สึกราวกับว่าอ่านหนังสือวรรณกรรมที่ดีที่สุดเล่มหนึ่งอยู่ และไม่เพียงแค่ภาพที่สวยงามเท่านั้น ความหมายและข้อคิด รวมไปถึงแนวทางในการใช้ชีวิตก็มีอยู่มากเช่นกัน

1. คำพูดเป็นเพียงแค่ลมปาก

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หรือได้ยินสิ่งใดมา การใช้วิจารณญาณและ

2. ประวัติศาสตร์ เป็นสิ่งที่ทำให้เราได้เรียนรู้ เพื่อเติบโต

เมืองทางเหนือของอิตาลี ซึ่งเป็นเมืองที่ได้มีการสร้างอนุสรณ์สถานไว้หลายแห่ง ซึ่งสถานที่เหล่านี้ ทำให้มนุษย์ได้ตระหนักว่า สิ่งที่เกิดนั้นได้ส่งผลอะไรบ้าง หากผิด ก็เป็นสิ่งเตือนสติให้เราไม่ทำสิ่งที่ไม่ดีซ้ำสอง

3. บทกวีเป็นสิ่งสวยงาม

แม้ชีวิตจะเป็นเช่นไร บทกวีก็สามารถเยียวยาสิ่งที่ติดค้างอยู่ในจิตใจของเราได้เสมอ บทกวีถ่ายทอดได้ถึงอารมณ์ และความรู้สึก ณ ขณะนั้น ทำให้เรารู้และเข้าใจซึ้งถึงการมีอยู่ของชีวิต

4. พ่อและแม่เป็นบุคคลที่จะคอยอยู่เคียงข้างเราตลอดไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

ไม่ว่าจะทุกข์หรือจะสุข พ่อและแม่จะเป็นบุคคลที่คอยอยู่เคียงข้างเราเสมอ ดังนั้นอย่าละเลยในการปรนนิบัติดูแลท่านยามที่ยังมีโอกาส

5. ไม่มีสิ่งใดจีรังยั่งยืน ความรักก็เช่นกัน

รักในวัยรุ่นเป็นรักที่ไม่ควรให้ความคาดหวังมากเกินไป เพราะต่างคนต่างมีทัศนคติที่แตกต่างกัน ต้องอาศัยประสบการณ์และการปรับตัวเข้าหากันเป็นจุดตัดสินใจในการครองรักคู่กัน หรือแม้กระทั่งในวัยผู้ใหญ่ก็ตาม

6. ความรักไม่มีผิดมีถูก อยู่ที่ว่าถูกคนและถูกเวลาหรือไม่

ไม่ว่าจะเป็นรักข้ามเพศหรือรักในสถานะอะไรก็ตาม หากถูกที่ถูกเวลา จะไม่มีเหตุผลอะไรมาหยุดความรักนั้นได้เลย

 เครดิตภาพ : https://www.kqed.org/arts/13817260/call-me-by-your-name-luca-guadagnino

Call me by your name เป็นภาพยนตร์ที่ได้รางวัลออสการ์มากมาย ทั้งด้านการเขียนบท และภาพ ซึ่งได้รับการวิจารณ์ว่าเป็นภาพยนตร์ที่มีความสวยงามและทุกอย่างลงตัว ราวกับบทกวีที่ดีหนึ่งเล่มเลยทีเดียว

วิดีโอตัวอย่างหนัง :

Call Me By Your Name | Official Trailer HD (2017)

#Call me by your name #ภาพยนตร์ออสการ์ #หนังรางวัล

Hereditary ภาพยนตร์สยองขวัญที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

ภาพยนตร์สยองขวัญนั้นมีให้รับชมเป็นจำนวนมากและออกมาถี่ เพราะมันเป็นแนวภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยม มีผู้รับชมหลายคนที่ชื่นชอบภาพยนตร์แนวสยองขวัญเนื่องจากมันทำให้เลือดลมสูบฉีดและมีแต่ความลุ้นระทึกน่าตื่นเต้นตลอดเวลาที่ได้รับชม ดังนั้นไม่ใช่ภาพยนตร์สยองขวัญทุกเรื่องที่จะประสบความสำเร็จ Hereditary เป็นหนึ่งในภาพยนตร์สยองขวัญที่สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและประสบความสำเร็จอย่างงดงาม จนมันได้รับการขนานนามว่าเป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่สร้างความน่ากลัวได้มากที่สุดในปี 2018  ด้วยความสยองขวัญแบบจัดเต็มและเนื้อเรื่องที่เต็มไปด้วยความสลับซับซ้อนน่าติดตาม ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่คนรักภาพยนตร์สยองขวัญไม่ควรพลาด

ภาพปกจาก : pbs.twimg.com/media/EcCHzIPUwAQX0bO.jpg

เรื่องราวในภาพยนตร์เรื่อง Hereditary

https://m.media-amazon.com/images/M/MV5BNjYwZjkzZWEtYmFjNC00YzA5LTg2NzAtYWQyZmQxZTliNmRlXkEyXkFqcGdeQW1yb3NzZXI@._V1_CR106,0,1705,959_AL_UY268_CR29,0,477,268_AL_.jpg

            Hereditary ได้บอกเล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตระกูลเกรแฮม เมื่อผู้เป็นยายเสียชีวิตไปทุกคนนั้นได้จัดงานศพให้กับเธอเพื่อระลึกถึง ลูกสาวอย่างแอนนี่นั้นได้รับหน้าที่ในการกล่าวคำไว้อาลัยและงานก็ได้ผ่านไปได้ช่วยดี ทุกคนต่างกลับไปใช้ชีวิตกันตามปกติและพยายามที่จะก้าวผ่านความเศร้าไปให้ได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปแอนนี่ก็ได้รู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะกับคนในครอบครัว พวกเขานั้นพบเจอเรื่องราวประหลาดมากมายอย่างเช่นการเกิดอุบัติเหตุกับลูกสาวคนเล็กจนทำให้เธอนั้นเสียชีวิตยังไม่มีใครได้ทันตั้งตัว ที่สำคัญคือคนขับรถกลับเป็นพี่ชายของเธอที่ประมาทจนทำให้เกิดการสูญเสียครั้งใหญ่ในครอบครัวและเสียชีวิตไปอย่างสยดสยอง การจากไปของสมาชิกครอบครัวนั้นทำให้พวกเขาพูดกันน้อยลงและแต่ละคนนั้นก็ต่างมีเรื่องภายในใจที่ต่างก็ซุกซ่อนเอาไว้และไม่ได้เล่าให้ใครฟัง ผู้เป็นพี่ชายนั้นได้แต่เก็บตัวด้วยความรู้สึกผิด แอนนี่เองก็ผิดหวังในตัวลูกชายที่ไม่แม้แต่จะอื่นคำว่าขอโทษ เหตุการณ์ยิ่งเลวร้ายมากยิ่งขึ้นเมื่อพวกเขานั้นมีบางสิ่งบางอย่างที่ดูเหมือนว่าจะได้รับการถ่ายทอดมาจากคุณยายผู้ล่วงลับและมันได้ส่งผลกระทบต่อพวกเขาอย่างช้าๆ จนทำให้ส่งผลถึงพฤติกรรมและอารมณ์ของพวกเขา

Hereditary ภาพยนตร์ที่สยองขวัญที่สุดในปี 2018

https://dazedimg-dazedgroup.netdna-ssl.com/900/azure/dazed-prod/1230/8/1238244.jpg

Hereditary เป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามจากความสยองขวัญแบบไม่ปราณีผู้รับชม ไม่ว่าจะด้วยการนำเสนอภาพที่เต็มไปด้วยความน่ากลัวหรือแม้แต่เรื่องราวที่เต็มไปด้วยความสลับซับซ้อนชวนสับสนแต่ก็น่าติดตาม เป็นภาพยนตร์ที่ไม่ได้ทำให้น่ากลัวอย่างเดียวแต่ผู้รับชมนั้นจะต้องคอยคิดและตีความตามไปด้วย เป็นภาพยนตร์ที่ไม่ได้สร้างความน่ากลัวเฉพาะเวลารับชมเท่านั้น แต่หลังจากรับชมเสร็จแล้วความรู้สึกระหว่างรับชมจะยังคงตามติดผู้รับชมไปเรื่อยๆ อีกหลายวัน 

Link :

#Hereditary #หนังสยองขวัญ #หนังสยองขวัญแนะนำ

Misumisou ลำนำดอกโศก ภาพยนตร์ไลฟ์แอ็คชั่นที่ดัดแปลงมาจากการ์ตูน

            ปกติแล้วภาพยนตร์ไลฟ์แอ็คชั่นนั้นมักจะดัดแปลงมาจากการ์ตูนญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยม และส่วนใหญ่ที่จะได้หยิบยกนำมาดัดแปลงนั้นมักจะเป็นการ์ตูนโชเน็นหรือการ์ตูนสำหรับเด็กผู้ชาย อย่างเช่นดราก้อนบอลหรือ Bleach เทพมรณะ น้อยครั้งที่จะมีการหยิบยกนำเอาการ์ตูนแนวแปลกๆ มาดัดแปลงที่เราอาจจะเคยได้เห็นและมีชื่อเสียงโด่งดังนั่นก็คือเรื่อง Battle Royal หากใครกำลังคิดถึงกลิ่นอายภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่ดัดแปลงมาจากการ์ตูนแนวระทึกขวัญแล้วล่ะก็ขอแนะนำภาพยนตร์เรื่อง Misumisou ลำนำดอกโศก ที่มีกลิ่นอายคล้ายคลึงกับภาพยนตร์เรื่อง Battle Royal ในด้านของความรุนแรงและความสะเทือนใจ

เรื่องราวภายในภาพยนตร์เรื่อง Misumisou ลำนำดอกโศก

https://www.sanook.com/moshimoshi/3115/gallery/9427/

            Misumisou ลำนำดอกโศก  จะเล่าถึงเด็กสาวชั้นมัธยมปลายที่มีชื่อว่าฮารุกะ เธอนั้นจำเป็นที่จะต้องย้ายโรงเรียนมาอยู่แถวชนบทร่วมกับครอบครัวถึงแม้ว่าภายในอีก 2 เดือนเธอจะจบการศึกษาแล้วก็ตาม การย้ายมาใหม่ของเธอนั้นทำให้เธอไม่มีเพื่อนและกลายเป็นเหยื่อที่ถูกกลั่นแกล้งจากกลุ่มนักเรียนที่เกเร แต่เธอก็อดทนและไม่ยอมบอกครอบครัวเพราะกลัวว่าที่บ้านจะเป็นห่วงแต่สุดท้ายแล้วเธอก็ถูกกลั่นแกล้งจนได้รับบาดเจ็บและครอบครัวของเธอก็ทราบเรื่องในที่สุด พ่อของเธอพยายามเข้าไปติดต่อพูดคุยกับครูแต่ก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือเท่าที่ควรทำให้เขาตัดสินใจที่จะให้ลูกสาวหยุดเรียนจนกว่าจะถึงวันจบการศึกษา การตัดสินใจนั้นทำให้เด็กสาวอีกหนึ่งคนที่ดูไม่หือไม่อือกลายเป็นเหยื่อแทน เธอเด็กสาวคนนั้นมีชื่อว่ารูมิ แม้ว่าเธอจะเป็นเหยื่อแต่เธอนั้นก็ชื่นชอบหัวหน้าแก๊งที่กลั่นแกล้งเธอเป็นอย่างมาก ด้วยความเครียดแค้น haruka ที่ไม่ยอมกลับมาเรียนจนทำให้เธอกลายเป็นเหยื่อแทนและความต้องการที่จะเข้าพวกกับคนที่เธอชื่นชอบทำให้เธอนั้นกลายเป็นอีกหนึ่งคนที่กลั่นแกล้งฮารุกะ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ยอมไปเรียนก็ตามจนทำให้เกิดเหตุโศกนาฏกรรมและมีผู้เสียชีวิตตามมามากมาย จนสุดท้ายฮารุกะก็กลายเป็นคนอีกคนที่กลับมาแก้แค้นทุกคนอีกครั้ง

Misumisou ลำนำดอกโศก ภาพยนตร์ที่สะท้อนการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียนออกมาได้เป็นอย่างดี

https://www.sanook.com/moshimoshi/3115/gallery/9415/

ดังที่เราเห็นว่าตัวละครเอกในภาพยนตร์เรื่อง Misumisou ลำนำดอกโศก เป็นเหยื่อของการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียน เพียงเพราะเธอนั้นเพิ่งย้ายมาใหม่กลางเทอมทำให้เธอไม่มีเพื่อนและกลายเป็นเหยื่อของเด็กนักเรียนที่เกเร ในช่วงแรกนั้นการกลั่นแกล้งกันก็ยังไม่รุนแรงมากเท่าไหร่นัก อาจส่งผลกระทบถึงจิตใจเพียงอย่างเดียว แต่พอเหยื่อไม่ตอบโต้ก็ทำให้คนที่รังแกรู้สึกมีอำนาจและเริ่มที่จะรังแกเลยเถิดมากขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงขั้นทำให้บาดเจ็บทางร่างกายไปจนถึงการเสียชีวิต มันจึงเป็นปัญหาที่รุนแรงและเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็วและเหมาะสม 

วิดีโอตัวอย่างหนัง :

Misumisou Live Action Movie Official Trailer 2018 HD

#Misumisou #ภาพยนตร์สะท้อนสังคม #ภาพยนตร์ญี่ปุ่น

Murder on the Orient Express หนังที่ดัดแปลงมาจากนิยายดังของ อากาธา คริสตี้

            ในช่วงยุคก่อนนั้นนวนิยายแนวสืบสวนสอบสวนได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนมีนักเขียนมากมายที่สามารถสร้างชื่อได้ด้วยการเขียนนวนิยายแนวนี้ มันเต็มไปด้วยปริศนาลึกลับและความเข้มข้น น่าติดตามและลุ้นระทึก จนทำให้ผู้อ่านนั้นแทบจะวางหนังสือไม่ลง หนึ่งในนักเขียนนวนิยายแนวสืบสวนสอบสวนชื่อดังนั้นก็คืออากาธา คริสตี้ พี่สร้างผลงานเอาไว้มากมายและผลงานของเธอนั้นก็ได้แปลหลายภาษาไปทั่วทั้งโลกด้วยความนิยมแบบฉุดไม่อยู่ทำให้นิยายของเธอหลายเรื่องนั้นได้รับการหยิบยกมาสร้างเป็นภาพยนตร์อยู่เสมอ หนึ่งในนั้นก็คือภาพยนตร์เรื่อง Murder on the Orient Express พี่เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2017 ด้วยทุนสร้างเพียง 55 ล้านดอลลาร์สหรัฐแต่มันสามารถทำรายได้ทั่วโลกไปถึง 352.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว

ภาพปกจาก : www.flickreel.com/murder-on-the-orient-express-already-has-a-sequel-in-the-works

เรื่องราวภายในภาพยนตร์เรื่อง Murder on the Orient Express

https://reeldialogue.com/murder-on-the-orient-express/

            Murder on the Orient Express จะพาเราย้อนไปในช่วงปี 1934 ในฤดูหนาวที่ทั่วทุกแห่งปกคลุมไปด้วยหิมะ นักสืบแอร์กูล ปัวโรชาวเบลเยี่ยมที่ตั้งใจจะเดินทางไปพักผ่อนยังอิสตัลบลูหลังจากที่เขานั้นเพิ่งทำการไขคดีโจรกรรมในเยรูซาเล็มสำเร็จ แต่แล้วเขากลับได้รับข่าวเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้นในลอนดอนทำให้เขานั้นต้องเปลี่ยนแผนและเดินทางกลับอย่างรวดเร็วที่สุดโดยการโดยสารรถด่วนโอเรียนท์เอกซ์เพรส ทำให้เขานั้นได้ทำความรู้จักกับชายหนุ่มนักธุรกิจชาวอเมริกันคนหนึ่งที่เข้าใจว่าตนเองนั้นกำลังจะถูกลอบสังหาร เขาขอให้ปัวโรทำหน้าที่ปกป้องเป็นบอดี้การ์ดเขาแต่โปรก็ได้ปฏิเสธ ในคืนนั้นตัวเราได้ยินเสียงแปลกๆและมีเหตุการณ์อุบัติเหตุหิมะถล่มจนเป็นเหตุให้ให้รถไฟตกราง ทำให้ทุกคนบนรถไฟนั้นเหมือนถูกขังอยู่ในรถไฟ และเช้าวันต่อมาเขาก็พบว่านักธุรกิจหนุ่มคนนั้นถูกสังหารโดยวิธีการใช้มีดแทงจนมีบาดแผลถึง 12 จุด ทำให้ปัวโรนั้นต้องพยายามแก้คดีปริศนาในสถานที่ปิดตายนี้ให้สำเร็จก่อนที่จะมีคนเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น แต่มันก็ไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะฆาตกรสามารถทำได้อย่างแนบเนียนจนทำให้การสืบสวนเป็นไปอย่างยากลำบาก และในที่สุดก็เริ่มมีคนตายเพิ่มมากขึ้นจนทุกคนบนรถไฟฟ้าหวาดกลัวและแทบจะเสียสติ

โอกาสการกลับมาของภาพยนตร์ภาคต่อของ Murder on the Orient Express

www.youtube.com/watch?v=TFEgG2j00kE

วิดีโอตัวอย่างหนัง :

            ด้วยความที่ภาพยนตร์เรื่อง Murder on the Orient Express ประสบความสำเร็จอย่างงดงามทั้งด้านคำวิจารณ์และรายได้ ดังนั้นมันจึงเป็นโอกาสอันดีสำหรับทางทีมผู้สร้างที่ต้องการจะทำภาพยนตร์ภาคต่อออกมา หลังจากเวลาผ่านไปยาวนานถึง 3 ปี เมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2020 ที่ผ่านมาก็ได้มีการประกาศจากผู้สร้างอย่าง Twenty century Fox ว่าจะเปิดฉายภาพยนตร์เรื่อง Death on the Nile ซึ่งเป็นภาคต่อในเดือนตุลาคมปี 2020 แต่ก็เป็นภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่องที่โดนพิษการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 เล่นงานเพราะสุดท้ายแล้วในเดือนพฤศจิกายนทางค่ายก็ได้ออกมาประกาศเลื่อนกำหนดฉายออกไปอย่างไม่มีกำหนด

#Murder on the Orient Express #หนังสืบสวนสอบสวน #หนังเก่าห้ามพลาด

The Call จะเป็นอย่างไรหากโทรศัพท์ในบ้านคุณนั้นสามารถโทรหาคนในอดีตได้

ในยุคสมัยที่โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนยังไม่ได้รับความนิยมเท่าปัจจุบันนั้น สิ่งที่แทบทุกบ้านจะต้องมีนั่นก็คือโทรศัพท์บ้าน ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสารมากยิ่งขึ้น แต่จะเป็นอย่างไรหาโทรศัพท์ภายในบ้านของเรานั้นสามารถโทรกลับไปหาเจ้าของบ้านเดิมในอดีตเป็นเวลากว่า 20 ปีได้ และจะเป็นอย่างไรหากสิ่งที่เราได้ทราบนั้นไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องราวในอดีตเท่านั้นแต่มันยังนำทางเรื่องราวน่าประหลาดใจมาสู่เรามากมาย The Call เป็นภาพยนตร์สัญชาติเกาหลีที่จะนำเสนอเรื่องราวที่เรากล่าวมาทั้งหมดนี้ แต่แฝงไปด้วยความโหดร้ายและทารุณรวมไปถึงปริศนามากมาย

ภาพปกจาก : www.heavenofhorror.com/reviews/the-call-netflix-korean-horror/

เรื่องราวภายในภาพยนตร์เรื่อง The Call

www.monstersandcritics.com/movies/the-call-korean-movies-ending-explained/

            The Call จะเล่าถึงเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่มีชื่อว่าซอยอน เธอนั้นได้พบว่าโทรศัพท์บ้านของเธอสามารถโทรกลับไปในอดีตกว่า 20 ปีได้ ทำให้เธอนั้นได้คุยกับผู้อยู่อาศัยในบ้านหลังนี้ในอดีตเป็นหญิงสาวซึ่งเป็นลูกสาวของเจ้าของบ้านที่มีชื่อว่ายองซุก เธอนั้นเป็นเด็กสาวที่ดูอ่อนแอและน่าสงสาร ทำให้ซอฮยอนตัดสินใจที่จะช่วยเหลือเธอในการแก้ไขอดีต แต่ยิ่งเธอโพสต์พันกับเรื่องราวเหล่านี้มากขึ้นเท่าไหร่เธอก็กลับพบว่ายองซุกนั้นผิดปกติ และอาจจะไม่ได้น่าสงสารและอ่อนแออย่างที่เธอคิด ด้วยความที่ถลำลึกจนยากที่จะถอนตัวทำให้เธอนั้นต้องจมลงไปกับปริศนาและเรื่องราวน่าประหลาดใจมากมายที่จะเกิดขึ้นกับเธอหลังจากนี้

ความน่าสนใจในภาพยนตร์เรื่อง The Call

https://www.patsonic.com/movie/review-the-call-netflix/

The Call | Official Trailer | Netflix [ENG SUB]

            The Call เป็นภาพยนตร์ที่ได้นางเอกชื่อดังอย่างปาร์คชินฮเยมารับบทนำ ไม่เพียงแต่ความสามารถในการแสดงของเธอเท่านั้นที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้น่าสนใจ แต่ยังรวมไปถึงบทบาทตัวละครเอกของเธออีกด้วย เพราะปกติแล้วภาพยนตร์แนวทริลเลอร์นั้นจะเต็มไปด้วยความไม่สมเหตุสมผลเน้นไปในเรื่องของความสยองขวัญและความโหดร้าย แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เป็นอย่างนั้น บทบาทของเธอนั้นมีมิติและเข้มแข็ง ไม่ใช่เหยื่อที่สามารถรอดมาได้เพราะโชคช่วย แต่ก็ไม่ได้เก่งกาจเกินไปกว่ามนุษย์ทั่วไป เป็นตัวละครที่น่าเอาใจช่วยเป็นอย่างมาก ส่วนคนที่มารับบทเป็นยองซุกนั้นก็คือจอนจงซอ แม้ว่าจะหายไปจากวงการอยู่พักหนึ่งแต่การกลับมาในครั้งนี้ก็เป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ เพราะบทบาทที่เธอได้รับนั้นเป็นบทบาทที่ค่อนข้างยาก เนื่องจากตัวละครยองซุกนั้นมีความผิดปกติทางจิตที่ทำให้เธอนั้นดูน่ากลัว แต่ก็อ่อนแอและเปราะบางราวกับแก้ว เป็นความขัดแย้งกันที่จะต้องใช้ฝีมือในการนำเสนอเพื่อให้สามารถแสดงบทบาทออกมาได้อย่างสมจริงมากที่สุด

#The Call #หนัง Netflix แนะนำ #รีวิวหนัง Netflix

ภาพยนตร์ยอดแย่ที่ได้แค่ 0% บนเว็บไซต์มะเขือเน่า

            คนไทยนั้นเรียกเว็บไซต์ Rotten Tomatoes ว่าเว็บไซต์มะเขือเน่ากันจนชินปากโดยที่บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าชื่อจริงๆ ของเว็บไซต์ดังกล่าวนี้ชื่ออะไรกันแน่ เว็บไซต์นี้เป็นเว็บไซต์ที่จะรวบรวมคะแนนเสียงของทั้งนักวิจารณ์และผู้รับชมทั่วไปที่มีให้กับภาพยนตร์ ดังนั้นหากคุณกำลังลังเลว่าจะรับชมภาพยนตร์เรื่องไหนและยังตัดสินใจไม่ได้ สามารถเข้าไปดูคะแนนบนเว็บไซต์มะเขือเน่าเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้ ซึ่งเป็นคะแนนที่ค่อนข้างน่าเชื่อถือและรวบรวมมาจากผู้รับชมภาพยนตร์ทั่วทั้งโลก ภาพยนตร์บางเรื่องนั้นทำออกมาได้ดีจนได้คะแนน 100% ซึ่งหาได้ยากมาก แต่บางเรื่องที่เป็นภาพยนตร์ยอดแย่สามารถทำได้มากกว่านั้นด้วยการคว้าคะแนนไปทั้งสิ้น 0% 

ภาพปกจาก : bloody-disgusting.com/reviews/3379827/review-2016s-cabin-fever-lacks-the-soul-of-the-original/

 รวมภาพยนตร์ยอดแย่ที่ได้คะแนน 0% บนเว็บไซต์มะเขือเน่า

https://www.pinterest.com/pin/765893480374037249/
  1. CABIN FEVER ภาพยนตร์แนวสยองขวัญที่ได้ผู้กำกับชื่อดังมารีเมคแต่กลับออกมาห่วยแตกอย่างน่าเหลือเชื่อ โดยจะบอกเล่าถึงเรื่องราวของเชื้อไวรัสที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะกัดกินผู้คนจากภายใน เป็นภาพยนตร์ยอดแย่แนวสยองขวัญอเมริกาวัยรุ่นที่สามารถเดาได้ทั้งเรื่อง ตั้งแต่การรวมกลุ่มกันเข้าไปในป่า พบเจอเรื่องราวประหลาด และทยอยตายกันทีละคน 
  2. PRECIOUS CARGO แม้ว่าจะได้นักแสดงชื่อดังอย่างบรูซ วิลลิสมารับบทนำ แต่ภาพยนตร์ก็ออกมาเจ๊งไม่เป็นท่า เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการปล้นรถขนส่งเพชร ที่พยายามจะหักมุมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตัวละครนั้นก็หักหลังกันไปมา เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นเกรดบีที่ไม่มีอะไรเลย
  3. THE RIDICULOUS 6 แม้ว่าจะสามารถทำออกมาได้ถึง 6 ภาคแล้วแต่สุดท้ายก็เจ๊งอยู่ดีกับภาพยนตร์ตลกล้อเลียนเรื่องนี้ แม้จะหยิบเอาพล็อตยอดนิยมอย่างคาวบอยมานำเสนอ แต่สุดท้ายแล้วทั้งเรื่องและบทนั้นก็ตกม้าตายแบบที่จะขำก็ขำไม่สุด
  4. A THOUSAND WORDS แม้ว่าจะเป็นภาพยนตร์ที่สอดแทรกเอาปรัชญาความสำคัญเกี่ยวกับคำพูดมาสอดแทรกเต็มทั้งเรื่อง แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ถูกใจเหล่านักวิจารณ์ภาพยนตร์เท่าไหร่นัก อาจเป็นเพราะว่าภาพยนตร์นั้นไปไม่สุดสักทางว่าจะขายขำหรือขายปรัชญากันแน่ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนายหน้าที่มักจะพูดจาไม่ดีอยู่เสมอแต่แล้ววันหนึ่งเขาก็พบว่าตนเองนั้นสามารถพูดได้อีกแค่เพียง 1,000 คำเท่านั้นก่อนที่จะต้องเสียชีวิตลง

0% บนเว็บไซต์มะเขือเน่าไม่ได้แปลว่าเป็นภาพยนตร์ยอดแย่เสมอไป

https://www.netflix.com/th-en/title/80039517

            ส่วนใหญ่แล้วภาพยนตร์ยอดแย่ที่ได้คะแนน 0% บนเว็บไซต์มะเขือเน่านั้นเกิดจากการที่ภาพยนตร์เรื่องนั้นไม่เป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักวิจารณ์ แต่ในมุมของผู้รับชมแล้วคะแนนก็จะแตกต่างกันออกไป ทำให้ภาพยนตร์บางเรื่องนั้นได้คะแนน 0 เปอร์เซ็นต์จากนักวิจารณ์แต่ได้คะแนนเกิน 50% สำหรับผู้รับชม หากใครที่จะใช้คะแนนในเว็บไซต์นี้เป็นข้อมูลอ้างอิงว่าภาพยนตร์เรื่องนั้นดีหรือไม่อาจจะต้องพิจารณาข้อมูลในหลายๆ ด้าน

#ภาพยนตร์ยอดแย่ #หนัง 0% มะเขือเน่า #รวมหนังมะเขือเน่า

She Dies Tomorrow ภาพยนตร์ที่รับชมแล้วไม่ปลงก็จิตตกมากกว่าเดิม

            ในปัจจุบันนั้นแนวภาพยนตร์มีค่อนข้างหลากหลายเป็นอย่างมาก เราจึงจะได้เห็นการนำเสนอเรื่องราวที่มีความแตกต่างออกไปมากมาย จากเมื่อก่อนที่เคยมีเพียงแค่ภาพยนตร์แนวโรแมนติก สงคราม Comedy หรือดราม่า แต่ภาพยนตร์ที่เราจะมาแนะนำในวันนี้มีการนำเสนอที่แตกต่างออกไป โดยจะเล่าถึงการฆ่าตัวตายหรือความต้องการที่จะอยากตาย มันจึงเป็นภาพยนตร์ที่ถ้ารับชมแล้วไม่ปลงก็จะรู้สึกจิตตกมากกว่าเดิม นั่นก็คือภาพยนตร์เรื่อง She Dies Tomorrow เป็นการพยายามของทางผู้กำกับที่จะต้องการสะท้อนถึงผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่ปัจจุบันนี้มีคนป่วยเป็นโรคดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้ผู้ป่วยนั้นมีความรู้สึกว่าไม่ต้องการที่จะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป

เรื่องราวภายในภาพยนตร์เรื่อง She Dies Tomorrow

SXSW 2020 Review: Despair Goes Viral in Amy Seimetz’s Killer “She Dies Tomorrow”

            She Dies Tomorrow จะเล่าถึงหญิงสาวที่มีชื่อว่าเอมี่ เธอมีความคิดวนเวียนอยู่ในหัวแทบจะตลอดเวลาว่าตัวเธอนั้นกำลังจะต้องตายในวันพรุ่งนี้อย่างแน่นอน ทำให้เธอนั้นตัดสินใจที่จะโทรศัพท์หาเพื่อนสนิทเพื่อขอให้เธอมาเจอกันเป็นครั้งสุดท้าย โดยเพื่อนที่เธอเลือกโทรศัพท์หานั้นก็คือเพื่อนสาวที่มีชื่อว่าเจนซึ่งทำงานเป็นนักพฤกษศาสตร์ หลังจากที่ทั้งสองคุยกันจนจบก็เหมือนว่าความคิดเรื่องการตายในวันพรุ่งนี้จะเข้ามาวนเวียนในสมองของเธอเช่นเดียวกันทำให้เธอเอาแต่คิดเรื่องดังกล่าวไม่หยุด จนเธอนั้นได้ไปคุยกับน้องชายของเธอที่มีชื่อว่าเจสันท้องกับน้องสะใภ้ที่มีชื่อว่าซูซานจนทั้งสองคนนั้นติดความคิดเรื่องการตายในวันพรุ่งนี้เช่นเดียวกันกับเธอ แต่การแพร่ระบาดความคิดเรื่องการตายในวันพรุ่งนี้นั้นไม่ได้หยุดแค่เพียงเท่านั้นแต่ยังลามไปถึงคู่รักที่เข้ามาร่วมงานกับเจนนั่นก็คือทิลลี่และไบรอันอีกด้วย ทำให้เกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดของความตายที่แทบจะไม่ได้มีความแตกต่างอะไรกับไวรัสร้ายที่คร่าชีวิตผู้คนได้เช่นเดียวกัน

ภาพยนตร์เรื่อง She Dies Tomorrow กับการสะท้อนโรคซึมเศร้า

https://www.vulture.com/article/movie-review-she-dies-tomorrow-directed-by-amy-seimetz.html

ตัวอย่างหนัง :

            เราต่างก็ทราบกันดีว่าในปัจจุบันนั้นมีผู้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งโรคดังกล่าวนี้เป็นโรคเกี่ยวกับสารเคมีในสมองที่จะส่งผลให้ผู้คนนั้นรู้สึกเศร้าอย่างควบคุมไม่ได้และมีความรู้สึกต้องการที่จะตาย หากวิเคราะห์ดูแล้วจะพบว่าในภาพยนตร์เรื่อง She Dies Tomorrow เปรียบเสมือนกับการส่งสารของผู้กำกับเกี่ยวกับเรื่องของโรคซึมเศร้าที่สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ แต่มีการนำเสนอออกมาในรูปแบบที่เป็นปริศนาและไม่มีที่มาที่ไปอย่างชัดเจน เพื่อให้ความรู้สึกเป็นภาพยนตร์แนวลี้ลับสยองขวัญมากยิ่งขึ้น ดังนั้นผู้รับชมจึงจะได้ตั้งคำถามมากมายว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวละคร และเพราะเหตุใดพวกเขาจึงได้ตัดสินใจทำพฤติกรรมต่างๆ อย่างที่เราได้เห็นกัน

#She Dies Tomorrow #รีวิวหนัง #หนังสะท้อนโรคซึมเศร้า

Malevolent ภาพยนตร์แนวสยองขวัญที่ไม่สยองขวัญเท่าที่ควร

            ปกติแล้วเมื่อรับชมภาพยนตร์แนวสยองขวัญ สิ่งที่ผู้รับชมคาดหวังก็คือความสยองแบบจัดเต็มที่จะทำให้ผู้รับชมนะนั่งไม่ติดเก้าอี้ เพราะหามันไม่สยองขวัญก็ไม่ควรที่จะเรียกตัวเองว่าเป็นภาพยนตร์สยองขวัญ แต่สุดท้ายในวงการภาพยนตร์นั้นเราก็ยังคงได้เห็นภาพยนตร์สยองขวัญที่ไม่สยองขวัญเท่าที่ควรออกมาเรื่อยๆ อาจเป็นเพราะว่าภาพยนตร์แนวนี้มีการสร้างเป็นประจำบางครั้งก็อาจจะหมดมุขหรือผู้รับชมรู้ทันอยู่แล้วจนทำให้ความสยองขวัญนั้นลดน้อยถอยลงไป อย่างภาพยนตร์เรื่อง Malevolent ซึ่งมีแนวทางชัดเจนว่าตนเองเป็นภาพยนตร์สยองขวัญ แต่กลับไม่สามารถสร้างความรู้สึกกลัวและลุ้นระทึกได้ในระดับมาตรฐาน แม้ว่าจะได้นางเอกมากฝีมือผู้เคยได้รับบทนำในภาพยนตร์อย่าง Midsommar มารับบทก็ตาม ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าเดิมทีภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่ฉายบน netflix แต่ในประเทศไทยนั้นได้ซื้อลิขสิทธิ์มาฉายในโรงภาพยนตร์แทน

ภาพปกจาก : netflix.com/fr-en/title/80242081

เรื่องราวภายในภาพยนตร์เรื่อง Malevolent

            Malevolent จะเล่าถึงเรื่องราวของกลุ่มต้มตุ๋นที่ดันเข้าไปเจอดีจนแทบเอาชีวิตไม่รอด โดยเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นในช่วงปี 1986 ในประเทศสก็อตแลนด์ สองพี่น้องประกอบไปด้วยแองเจล่าและแจ็กสันพร้อมกับเพื่อนชายและหญิงอีก 1 คู่รวมกันทั้งสิ้นเป็น 4 คน ได้รวมกลุ่มกันเพื่อรับจ้างขับไล่วิญญาณที่คอยหลอกหลอนผู้คนออกจากบ้านหรือสถานที่ต่างๆ คล้ายกับคู่สามีภรรยาวอเรนท์ แต่พวกเขานั้นไม่ได้มีความสามารถในการทำเช่นนั้นจริงๆ เป็นเพียงแค่การแสดงเท่านั้น เนื่องจากในอดีตนั้นแม่ของทั้งสองพี่น้องเป็นคนทรงเจ้าที่มีชื่อเสียงโด่งดังแต่เธอกลับฆ่าตัวตาย ดังนั้นเพื่อหารายได้ทั้งสองคนจึงเลือกทางเดินในสายอาชีพดังกล่าวนี้ ซึ่งดูเหมือนว่ากิจการของพวกเขานั้นจะเป็นไปได้ด้วยดีและยังมีชื่อเสียงอีกด้วยจนทำให้พวกเขานั้นสามารถเก็บค่าบริการได้แพงมากยิ่งขึ้น แต่แล้วแองเจล่าก็เริ่มรู้สึกว่าตนเองนั้นสามารถมองเห็นวิญญาณได้จริงๆ เธอจึงต้องการที่จะหยุดอาชีพดังกล่าวนี้แต่ก็ไม่สามารถหยุดได้เพราะพี่ชายของเธอนั้นได้กู้เงินของมาเฟียมา ทำให้เธอนั้นต้องรับงานอีกครั้งซึ่งเป็นงานใหญ่ที่ได้ค่าตอบแทนสูง โดยเป็นการเข้าไปปราบวิญญาณในบ้านเด็กกำพร้า โดยที่เธอไม่รู้เลยว่านอกจากจะได้พบปริศนาที่อยู่เบื้องหลังความสยดสยองเหล่านี้แล้วมันยังนำพามาซึ่งอันตรายต่อเธอและพวกอีกด้วย

เพราะเหตุใดภาพยนตร์เรื่อง Malevolent จึงจืดจาง

            ปกติแล้วภาพยนตร์แนวสยองขวัญนั้นจะเต็มไปด้วยเรื่องราวที่มีความเข้มข้นและลุ้นระทึก แต่ภาพยนตร์เรื่อง Malevolent กลับนำเสนอออกมาได้จืดจาง แม้ว่าจะเทียบกับหนังสือที่ดัดแปลงเนื้อหามาเป็นบทภาพยนตร์เองก็ตาม ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีความยาวไม่ถึง 100 นาทีด้วยซ้ำไปถึงแม้ว่าจะมีการรวมเครดิตท้ายเรื่องไว้แล้วก็ตาม ทำให้ระยะเวลาในการเล่าเรื่องนั้นค่อนข้างสั้นจนต้องมีการตัดรวบรัดเรื่องราวให้มีความกระชับมากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ประเด็นต่างๆ นั้นถูกลดทอนความสำคัญลงไปค่อนข้างมาก รวมไปถึงปัญหาในการดัดแปลงนวนิยายมาเป็นบทภาพยนตร์ที่อาจจะทำได้ไม่ดีมากพอจนทำให้ใจความสำคัญของเรื่องนั้นมันหายไป

Malevolent | หลอกจับผีหลอนจับตาย – Official Trailer [ซับไทย]

#Malevolent #รีวิวหนัง #หนังระทึกขวัญ