[รีวิวหนัง] LIFE มฤตยูมรณะบนห้วงอวกาศ

เมื่อพูดถึงหนังแนวไซไฟ คงเป็นแนวหนังที่ฉันแทบจะเอาไว้ท้ายสุดของลิสต์หนังเรื่องโปรดเลยก็ว่าได้ สำหรับฉันที่เป็นคอหนังแนว Horror แทบจะมีประสีประสากับการดูหนังแนววิทยาศาสตร์เท่าไหร่ แต่สำหรับเรื่อง LIFE ถือเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่ทำให้ฉันต้องหัยมาเปิดใจให้กับภาพยนตร์แนวไซไฟบ้างแล้ว

เรื่องราวของภาพยนตร์เรื่อง LIFE

LIFE เป็นภาพยนตร์แนวไซไฟวิทยาศาสตร์ที่ผสมความเป็นหนัง Thriller เข้าไปในตัว เป็นเรื่องราวของคณะสำรวจอวกาศคณะหนึ่ง ซึ่งมีลูกเรือ 6 คน ทั้งหมดถูกส่งไปสำรวจและวิจัยเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตบนอวกาศ และพวกเขาก็ได้พบกับสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งบนดาวอังคาร ซึ่งสิ่งมีชีวิตชนิดนั้นไม่รู้ว่ามันคือตัวอะไรกันแน่ แต่พวกเขาก็เลือกที่จะเก็บมันมาที่สถานีวิจัยเพื่อทำการทดลอง แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่า การตัดสินใจของะวกเขาครั้งนั้น ถือเป็นเรื่องที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง เพราะสิ่งมีชีวิตนั้นได้มีพัฒนาการที่น่ากลัว และได้ฆ่าพวกเขาทุกคน

LIFE หนังไซไฟ แต่ได้กลิ่นอายความเป็น Thriller

เมื่อพูดอย่างนี้คงไม่มีใครเชื่อ ว่าหนังไซไฟกับทริลเลอร์จะมาอยู่ในเรื่องเดียวกันได้อย่างไร แต่สำหรับเรื่องมันเป็นการผสมผสานระหว่าง 2 แนวหนังได้อย่างลงตัว ด้วยแกนหลักคือเรื่องของวิทยาศาสตร์ แต่การดำเนินเรื่องที่ต้องลุ้นแทบจะทุกตอนของเรื่อง แล้วไอเจ้าตัวประหลาดที่เรียกกันว่า Life นั้น ก็ช่างน่ากลัว สยดสยองเสียจริง เวลาดูต้องนั่งเกร็งว่ามันจะตามตัวเจอมั้ย เพราะด้วยความฉลาดของมันที่มนุษย์ก็คาดไม่ถึงว่ามันจะสามารถทำได้

จริง ๆ ต้นตอของเรื่องนี้มันเกิดจาก “การแหกกฎ” เพราะถ้าว่ากันตามหลักสากลในเรื่องของการสำรวจอวกาศ เขาก็ได้บอกไว้อยู่แล้วว่าห้ามเก็บสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวเข้ามา แต่กลุ่มของนักสำรวจในเรื่องก็แหกกฎ ทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โต หนังเรื่องนี้ถูกสร้างขึ้นโดยทาง Netflix เมื่อปี 2017 ด้วยความที่เป็นหนังวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ทำให้การกำกับ ตัดต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากอวกาศดูสมจริง รวมถึงการกำกับที่ทำให้คนดูลุ้นได้ทุกขณะ แล้วยิ่งตอนจบ หือ เรียกได้ว่าเป็นตอบจบแบบปลายเปิดที่ทำเอาคนดูถึงกับอ้าปากหวอเลยทีเดียว เพราะนอกจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่จับเจ้าสิ่งมีชีวิตนี้เข้ามาก็ถือว่าใหญ่หลวงแล้ว แต่การตัดสินใจของพระเอกในตอนจบนี่เรียกว่า พลาดมหาศาลเลยทีเดียว นี่ก็เป็นบทหักมุมของหนังแนวนี้ที่แตกต่างจากเรื่อง ที่ส่วนใหญ่พระเอกจะตัดสินใจแบบถูกต้อง แต่เรื่องนี้ไม่ใช่แบบนั้น การตัดสินใจของพระเอกก็เปรียบเสมือนมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่อาจจะออกหัวหรือก้อยก็ได้

วิดีโอตัวอย่างหนัง :

คะแนนรีวิว : 9.5/10

เครดิตภาพปกโดย whatsnewonnetflix

#รีวิว LIFE #หนังไซไฟทริลเลอร์ #หนังวิทยาศาสตร์

[รีวิวหนัง] His house บ้านของใคร หนังสยองขวัญที่จะทำให้คุณขนหัวลุกก่อนนอน

His house หรือในชื่อภาษาไทยว่า บ้านของใคร เป็นภาพยนตร์แนวสยองขวัญที่สร้างขึ้นโดย Netflix เป็นเรื่องราวของครอบครัวชาวผิวสีที่หนีสงครามมาอยู่ในที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งทางการเป็นคนจัดบ้านให้อาศัยอยู่ ซึ่งก่อนหน้าที่ทั้งคู่จะย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ ทั้งคู่เคยมีลูกสาว 1 คน แต่ก็ต้องสูญเสียลูกสาวไประหว่างการเดินทาง

ทั้งคู่ได้เข้ามาอยู่ในบ้านที่ทางรัฐจัดสรรให้สำหรับผู้ลี้ภัย โดยมีข้อแม้ว่าต้องอยู่ที่นี่ตลอด ด้วยความที่ไม่มีทางเลือกจึงจำเป็นต้องอยู่ หลังจากที่เข้ามาอยู่ ทั้งคู่ก็เริ่มรู้สึกแปลก ๆ กับบ้านหลังนี้ พวกเขาได้ยินเสียงฝีเท้าคน เสียงประหลาดจากอะไรก็ไม่รู้ได้ จนนำมาสู่เหตุการณ์สยองขวัญที่ตามมา

สิ่งที่น่าสนใจในเรื่อง His house

ถึงแม้ว่าว่าเรื่อง His house อาจจะไม่ค่อนได้รับความนิยมมากเท่าไหร่ แม้แต่คะแนนใน IMDB ก็ได้ไปเพียง 6.4 เท่านั้น แต่เราต้องบอกเลยว่า เรื่องนี้เป็นหนังที่หลอนใช้ได้เลย อย่างในเรื่องของบรรยากาศที่มีให้ความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะมุมหนึ่งของโลกกำลังร้อนเป็นไฟจากสงคราม ส่วนอีกมุมนึงก็สงบสุขราวกับเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุด อย่างตัวละครเอกของเรื่องอย่างรีอัลกับโบล ที่ย้ายเข้ามาอยู่ที่อังกฤษก็คิดว่ามันเป็นสถานที่ที่ปลอดภัย แต่ว่าต้องมาเจอเรื่องที่ดูเหมือนจะร้ายแรงพอ ๆ กับสงคราม มันคือเรื่องของสิ่งที่มองไม่เห็น ฉะนั้น มันเลยเป็นความอึดอัดใจของตัวละครเอกที่ต้องเลือกระหว่าง 2 สิ่ง คือทนอยู่ในบ้านหลังนี้แต่ต้องเจอกับเรื่องประหลาดหรือกลับไปประเทศตัวเองแต่ต้องผจญกับสงคราม เป็นทางเลือกที่เรียกได้ว่า ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย เพราะไม่สามารถไปทางอื่นได้แล้ว

พูดถึงสิ่งที่ประทับใจไปแล้ว มาถึงสิ่งที่ไม่ค่อยประทับใจบ้างดีกว่า สิ่งที่ไม่ค่อยชอบสำหรับหนังเรื่อง คือ การกำกับและใส่ซาวด์ อย่างเรื่องของการกำกับ มันจะมีหลายฉากที่ผู้กำกับจงใจทำให้ตกใจตามสไตล์หนังสยองขวัญ แต่สำหรับเราคิดว่ามันไม่ค่อยถูกจังหวะ บวกกับการใส่ซาวด์ที่ยัดเหยียดใส่มาให้ดูหลอน แต่จังหวะการใส่มันผิดจังหวะกับเหตุการณ์ จนทำให้ดูตลกและไม่เกิดความรู้สึกน่ากลัวเลยสักนิด แต่มันกลับดูแล้วน่ารำคาญมากกว่า

ถ้าถามความรู้สึกของฉันต่อหนังเรื่อง His house ต้องขอบอกเลยว่า ดูได้ไม่เสียหาย เนื้อเรื่องน่าสนใจใช้ได้ แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่จะเป็นหนังดีขึ้นหิ้งขนาดนั้น

ตัวอย่างหนัง :

คะแนนรีวิว : 6/10

เครดิตภาพปกโดย playinone

#รีวิว His house #รีวิวหนัง Netflix #หนัง Netflix

[รีวิว] Holidate ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดีที่ควรค่าแก่การดูในวันหยุด

ถ้าคุณเป็นคนนึงที่ชื่นชอบในหนังรักโรแมนติกคอมเมดี ถ้าคุณเป็นนึงที่เกลียดวันหยุด ถ้าคุณเป็นคนนึงที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตโสดอย่างอิสระ Holidate เป็นหนังที่เหมาะแก่การรับชมที่สุด

สำหรับหนังเรื่องนี้ เป็นหนังแนวโรแมนติกคอมเมดีที่สร้างโดย Netflix โดยผู้กำกับมากฝีมืออย่าง จอห์น ไวท์เซลส์ ที่ได้รับสรรค์ชิ้นงานนี้ขึ้นมาอย่างดี คำว่า Holidate เป็นการผสมคำกันระหว่างคำว่า Holiday ซึ่งหมายถึงวันหยุด ส่วนคำว่า Date แปลในที่นี้จะให้ความหมายว่า การออกเดท เพราะฉะนั้น แค่ชื่อก็สามารถตีความหมายได้แล้วว่า เรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องเดี่ยวกับการออกเดทในวันหยุด

เรื่องย่อ Holidate

Holidate เป็นเรื่องราวของสาวโสดคนหนึ่งชื่อว่า สโลน เธอเป็นสาวโสดที่เกลียดวันหยุดมาก เพราะเวลาที่เธอหยุดงาน แม่ของเธอมักจะจับเธอไปพบเจอกับผู้ชายคนนู้นทีคนนี้ที เพราะคงกลัวเธอขึ้นคาน ทำให้เธอไม่อยากมีวันหยุด จนวันหนึ่งสโลนได้ไปพบกับชายคนหนึ่งที่ไม่ชอบวันหยุดเหมือนกัน ทั้งคู่จึงตกลงเป็นแฟนกันชั่วคราว คือ ไม่ได้เป็นแฟนกันจริง ๆ แต่มีข้อตกลงกันว่าจะต้องมาออกเดทด้วยกันทุก ๆ วันหยุด

Holidate หนังรักที่คุณภาพคับจอ

จะว่าไป เส้นเรื่องนี้ก็ค่อนข้างแหวกแนวอยู่ไม่ใช่น้อย อย่างตัวละครเอกทั้งพระนางที่เกลียดวันหยุด ในขณะที่คนส่วนใหญ่ชื่นชอบวันหยุด ก็เลยต้องหาอะไรพิเลนทำอย่างให้พระเอกมาแกล้งเป็นแฟน แล้วนัดเจอกันเฉพาะวันหยุด แต่เราจะบอกว่าเป็นหนังที่ดูแล้วอมยิ้มได้ตลอดทั้งเรื่อง ด้วยพล็อตเรื่องที่เป็นแนวคอมเมดี้ แต่ว่าตัวเราไม่ได้นั่งขำกับมุขตลกในหนังเท่าไหร่ อาจจะเพราะไม่ค่อยอินกับคาแรกเตอร์นางเอกแนวนี้ แต่เป็นหนังที่ดูแล้วผ่อนคลาย มีมุมให้รู้สึกดีอยู่เป็นระยะ ในส่วนของนักแสดงที่รับบทเป็นสโลน (นางเอกของเรื่อง) ซึ่งคนที่มารับบทนี้คือ เอ็มม่า โรเบิร์ต ที่ต้องบอกเลยว่าเธอน่ารักมาก ส่วนลุค เบรซีย์ ก็หล่อละมุนมากเช่นกัน จริง ๆ แล้วหนังเรื่องนี้จะให้อารมณ์คล้าย ๆ กับดูเรื่อง Me before you อยู่ คือดูแล้วยิ้มตาม แต่ไม่ถึงกับขำมากนัก แต่เรื่องนี้ไม่ค่อยมีดรามาจัดเท่าไหร่ เหมาะแก่การดูคลายเครียดในช่วงวันหยุด สำหรับหนังเรื่องเราจึงขอให้คะแนนโดยรวมอยู่ที่  9/10

วิดีโอตัวอย่าง :

สำหรับใครที่อยากชม สามารถหาชมได้ทาง Netflix ซึ่งได้เข้าฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา และได้ขึ้นติดท็อป 10 หนังที่มีคนดูมากที่สุดประจำสัปดาห์อีกด้วย

#Holidate #รีวิวหนัง Netflix #หนังรักคุณภาพ

I AM SAM

เรื่องราวของชายผู้มีอายุสมองเท่าดับเด็ก 7 ขวบ ที่ต้องดูแลลูกสาว ผลงานการกำกับของ เจสซี่ เนลสัน ผู้กำกับที่สร้างชื่อจากหนังสั้นดราม่าเรื่อง To the Moon,Alice ในปี 1994 จนกระทั่งในปี 2001 เจสซี่ เนลสันได้ปล่อยผลงานสุดดราม่าทางถนัดของเขา I am Sam ซึ่งได้คะแนนจาก IMDB ไป 7.7 คะแนน และได้คะแนนฝั่งนักวิจารย์ 35% ฝั่งคนดูธรรมดา 87% จาก Rotten Tomatoes ดดยภาพยนตร์เรื่อง I am Sam มีทุนสร้างที่ 22 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำรายได้ทั่วโลกไป 97 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

เรื่องย่อ I am Sam

เป็นภาพยนตร์ดราม่าเข้มข้นมากถึงมากที่สุดที่สามารถทำให้ทุกคนเสียน้ำตาได้อย่างไม่ยากเย็น โดยผ่านการเเสดงของ ณอน เพนน์ มิเชล ไฟเฟอร์ ดาโกตา แฟนนิ่ง ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองดีดีมาก ฌอน เพนน์ในบทบาทของ Sam ชายผู้มีอายุสมองเท่ากับเด็ก 7 ขวบที่ดูแลลูกสาวของเขา Lucy in the sky with diamond ชื่อที่ได้แรงบันดาลใจมีจากเพลงของ The beatles ที่ Sam ชื่นชอบ Sam ต้องดูแล Lucy พร้อมกับทำงานที่ร้านขายอาหาร เนื่องจาก Sam มีอายุสมองเท่ากับเด็ก 7 ขวบ เขาไม่สามารถคิดอะไรที่ซับซ้อนได้ Sam จะมีกิจวัตรประจำวันที่ทำอย่างสม่ำเสมอคล้ายกับโปรแกรมของหุ่นยนต์ เมื่อเด็กน้อย Lucy เติบโตขึ้น กับการที่มีพ่อเป็นคนไม่ปกติ คนรอบข้างล้วนมีคำถามกับความสามารถในการเป็นพ่อของ Sam จนกระทั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพรากสิทธิ์การเลี้ยงดูเด็กน้อย Lucy ไปจาก Sam ชายผู้ที่มีปํญญาเท่าเด็ก 7 ขวบ จำเป็นต้องสู้กับศาลเพื่อเเย่งสิทธิ์ในการดูแล Lucy คืนมา

I am Sam ภาพยนตร์ Coming of age ที่จะพาเติบโตไปพร้อมตัวละคร

ในส่วนของเนื้อเรื่องเราจะได้เห็นการเติบโตของ Sam และ Lucy ไปพร้อมๆกัน ตัวภาพยนตร์มีความเป็นดราม่า ผสมการก้าวผ่านเวลาหรือที่เรียกว่า Coming of age เนื้อเรื่องค่อยๆไล่ระดับไปเรื่อยๆสะสมพลังให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงตัวละคร Sam และ Lucy ได้อย่างไม่ยากเย็น การเล่าเรื่องไม่ได้มีความสลับซับซ้อน เป็นภาพยนตร์ที่ดูง่ายร้องไห้ไว ซึ่งเป็นแนวทางที่ง่ายจะทำแต่ยากที่จะดี ต้องชมความฉลาดของผู้กำกับที่เลือกจะเล่าเรื่องที่น่าสนใจและยังสะท้อนภาพของไม่สมบูรณ์แบบของมนุษย์ ทำให้การสะสมพลังผ่านการเล่าไปเรื่อยๆทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในด้านการแสดงเนื่องจากเป็นภาพยนตร์ดราม่าที่ใช้นักแสดงน้อยมาก การแสดงจึงแทบหาตำหนิไม่ได้นอกจากบทตัวประกอบบางบทที่ทำได้ไม่ถึงระดับของตัวเอง ไม่ใช่การแสดงของตัวประกอบคนนั้นไม่ได้มาตรฐาน แต่เพราะตัวเอกเก่งเกินไปจนทำให้การแสดงของตัวประกอบเหล่านั้นดูไม่เป็นธรรมชาติไปบ้าง ซึ่งไม่ถือเป็นสาระสำคัญ เพราะการส่งพลังของนักแสดงหลักยังคงทำหน้าที่ได้ดีมากจนสามารถมองข้ามความผิดพลาดเล็กๆน้อยของตัวละครบางตัวไปได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ

I am Sam เป็นภาพยนตร์ระดับขึ้นหิ้งเรื่องหนึ่งที่จะบอกกับคุณว่าชีวิตมันไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบคุณก็สามารถมีความสุขได้ เป็นอีกภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยประโยคที่ทรงพลัง เป็นภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยกำลังใจ เป็นภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยน้ำตา เป็นภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เป็นภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยความสุขทั้งของผู้กำกับและผู้ชม

วิดีโอตัวอย่าง :

ขอบคุณรูปภาพ

รูปแรก (https://vocal.media/geeks/i-am-sam-a-movie-review)

รูปสอง (https://www.catdumb.com/movie-for-father-day-313/)

#I AM SAM #ภาพยนตร์ขึ้นหิ้ง #หนังดีต้องดู

รีวิวหนัง Netflix : I Am All Girls การตามหาแก๊งค์ค้ามนุษย์และฆาตรกรสุดลึกลับ

หากคุฯกำลังมองหา หนัง Netflix ที่เล่นประเด็นดราม่าหนักๆสักเรื่อง แต่ก็มีธีมเข้ามาผสมโรง ไม่ได้ดราม่าน้ำตาไหลเพียงอย่างเดียว ขอแนะนำ หนังเรื่อง I Am All Girls เป็นหนังอาญชากรรม ไล่ลา ไขปริศนา ที่ลุ้นระทึกมากๆ สำหรับใครที่อยากดูหนังที่เล่นประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้นจริงในสังคม ต้องมาดูเรื่องนี้ให้ได้ เพราะเรื่องนี้เหมือนเป็นการตีแผ่ปัญหาค้ามนุษย์ที่ยังคงเป็นปัญหาหลักๆของแอฟริกาใต้อยู่

เรื่องย่อ หนัง Netflix I Am All Girls ใต้

เป็นเรื่องราวของตำรวจสาวคนหนึ่ง ที่ทำคดีตามจับแก๊งค้ามนุษย์ เธอพยายามสืบสวนตามรอยทุกวิถีทาง แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่ประสบความสำเร็จ จนทำให้เธอโดนตัดงบไป แต่ในขณะที่กำลังทำคดีเรื่องนี้ ก็มีคดีฆาตรกรรมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ว่าเหยื่อในการฆาตรกรนั้นจะมีสัญลักษณ์บางอย่างอยู่ และดูเหมือนว่าคนที่ตายไป ก็มักจะมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ เธอเลยต้องพยายามตามหาฆาตรกรรายนี้ให้ได้ว่าเป็นใคร และต้องการอะไรกันแน่

ตัวอย่างหนัง

หนังสืบสวน I Am All Girls กับประเด็นค้ามนุษย์สุดเข้มข้น

หนังเรื่องนี้จะเป็นการเน้นไปที่ประเด็นของการค้ามนุษย์เป็นหลัก ซึ่งต้องขอบอกเลยว่าตัวหนังทำออกมาได้ค่อนข้างน่าประทับใจ ทั้งฉากต่างๆดูสวยงาม ฉากแอ็คชั่นก็ดี เลยทำให้รู้ว่าหนังเรื่องนี้ก็มีการลงทุนที่สูงอยู่เหมือนกัน ซึ่งในเรื่องจะมีการเล่าประเด็นค้ามนุษย์ได้อย่างน่าสนใจ ทำออกมาให้เราได้อินกันแบบสุดๆแน่นอน บางฉากเราอาจจะรู้สึกสะท้อนสังคมเลยทีเดียว โดยวิธีการเล่าเรื่องจะเป็นการตัดสลับไปมาระหว่าง การสืบสวนของตำรวจหญิง และเรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ ซึ่งเรื่องจะค่อยๆเฉลยและมาต่อกัน

I Am All Girls หนังดีที่ไม่ควรพลาด เล่นหนักเรื่องประเด็นสังคม

สำหรับหนังเรื่องนี้ไม่อยากให้พลาด เพราะว่าองค์ประกอบต่างๆของเรื่องนี้ทำออกมาได้ดีมากๆ การเล่าเรื่อง พล็อตเรื่อง การนำเสนอประเด็นสังคมที่สามารถทัชใจคนดูได้เต็มๆ แต่หนังอาจจะมีชะงักไปในตอนท้ายที่บางคนอาจจะดูแล้วสับสน เพราะหนังดันไปรวบรักตอนสำคัญของหนังอย่าง ใครเป็นฆาตรกร สรุปตำรวจรู้แล้วตอนไหน อาจจะละเลยเรื่องจุดขายนี้ไปบ้าง กับความไม่สมเหตุสมผลอื่นๆอีกนิดหน่อย แต่สำหรับคอ หนังสืบสวนสอบสวน หนังไขปริศนา ดราม่า ปัญหาสังคม นี่เป็น หนังดี Netflix อีกเรื่องที่คุณควรจะต้องปักหมุดเอาไว้ว่ายังไงก็ต้องดู

#หนังไล่ล่า #หนังไขปริศนา #หนังอาชญากรรม #I Am All Girls

Bird Box ถ้าไม่อยากตาย อย่าลืมตา ! หนังดีที่ควรดู

     Bird Box ภาพยนตร์แนว Thriller ลุ้นระทึกเรื่องราวลึกลับ จากกระแสภาพยนตร์แนวนี้ที่กำลังมาแรง ไม่ว่าจะเป็นห้ามส่งเสียง ไม่งั้นตาย ห้ามรับรู้ ห้ามได้ยิน เป็นแนวหนังที่กำลังมาแรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Silence , Quiet Place เป็นเรื่องที่ห้ามส่งเสียง เพราะจะมีปีศาจที่คอยตามคุณอยู่ แต่สำหรับเรื่อง Bird Box จะแตกต่างกันตรงเส้นเรื่องที่ห้ามมองเห็น ไม่งั้นตาย!

ขอบคุณเครดิตภาพปกจาก gamingdose

เรื่องย่อ Bird Box

     Bird Box เป็นภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นและฉายใน Netflix เป็นเรื่องราวของโลกที่มืดมน โลกที่ถูกปกคลุมไปด้วยสิ่งที่มองไม่เห็นที่พร้อมจะคร่าชีวิตทุกคนที่มองเห็นมัน จึงทำให้ไม่มีใครกล้าลืมตาดูโลกใบนี้ โดยเส้นเรื่องหลัก จะเล่าเรื่องราวผ่านตัวละครเอกอย่าง มาร์ลอรี่ ที่ได้นักแสดงสาวมากฝีมืออย่าง Sandra Bullock มารับบทคุณแม่สุดสตรองที่ต้องเอาชีวิตรอดจากโลกที่เต็มไปด้วยอันตรายรอบตัว พร้อมด้วยลูกน้อยอีก 2 คน หนึ่งคนคือลูกของเธอ ส่วนอีกคนเป็นลูกของเพื่อนเธอ เธอต้องเดินทางต่อสู้เพื่อพาตัวเองและลูกไปยังจุดที่ปลอดภัยที่สุด แต่สิ่งที่สำคัญ คือ จะลืมตาไม่ได้เด็ดขาด นั่นเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับเธอ

ขอบคุณเครดิตภาพจาก Netflix

     นอกจากความท้าทายของตัวละครแล้ว   ยังเป็นความท้าทายฝีมือของ Sandra Bullock ที่จะต้องใช้ฝีมือทางการแสดงค่อนข้างสูง เพราะเธอต้องแสดงเป็นแม่ลูกอ่อนที่ต้องผจญภัยในโลกที่เต็มไปด้วยอันตราย เดินป่า ข้ามแม่น้ำในขณะที่ไม่สามารถลืมตามองอะไรได้เลย นอกจากนี้ เรื่องนี้ยังได้ผู้กำกับสาวมากฝีมืออย่าง ซูซาน เบียร์ (Susanne Bier) ที่เคยสร้างผลงานที่น่าประทับใจมาแล้วในเรื่อง In a Better World การมากำกับเรื่องนี้ถือว่าฉีกแนวกับเรื่องที่เธอเคยกำกับมาโดยสิ้นเชิง

วิดีโอตัวอย่างหนัง :

     สิ่งที่น่าสนใจของเรื่อง Bird Box นอกจากความสนุก ความลุ้นเอาใจช่วยให้แม่ลูกเดินทางผ่านอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อไปถึงจุดหมายได้อย่างปลอดภัย เนื้อหาของหนังเรื่องนี้เป็นการเสียดสีสังคมได้เป็นอย่างดี 

อย่างชื่อเรื่อง คำว่า Bird ซึ่งแปลว่า นก ซึ่งเป็นสัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นอิสระเสรี การได้โบยบินไปในท้องฟ้าที่กว้าง ไม่มีกรอบมากั้น ส่วนคำว่า Box หมายถึง กล่อง กล่องเป็นสัญลักษณ์แห่งกรอบ กฎเกณฑ์ ความมืดมนจากการที่ต้องยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมแคบ ๆ ไม่มีอิสระเสรีในการทำอะไร เมื่อนกมาอยู่ในกล่อง

นั่นเป็นการเสียดสีสังคมในเรื่องของการแสดงออกทางความคิด ซึ่งจะคล้ายกับเรื่อง Quiet Place ที่ห้ามส่งเสียง มันเป็นการสะท้อนความเป็นจริงในสังคมที่ว่า การที่คุณอยู่ในสังคม การแสร้งทำเป็นไม่สนใจบางเรื่อง นั่นจะทำให้คุณอยู่รอดปลอดภัย แม้ว่าสิ่งนั้นจะขัดกับสิ่งที่ควรจะเป็นก็ตาม แต่เมื่อได้ที่คุณเริ่มแสดงออกในสิ่งเหล่า ควรหายนะจะมาเยือนต่อตัวคุณเอง

#Bird Box #ภาพยนตร์ Thriller #หนังระทึกขวัญ

Rampant ภาพยนตร์ซอมบี้จากประเทศเกาหลีลูกพี่ลูกน้องของ Kingdom

            ภาพยนตร์ซอมบี้นั้นเรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่สร้างปรากฏการณ์ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของประเทศเกาหลีใต้ได้อย่างยอดเยี่ยม กลายเป็นว่าปัจจุบันนี้ภาพยนตร์จากประเทศเกาหลีใต้ก็พากันออกภาพยนตร์ซอมบี้ออกมาแบบไม่หยุดหย่อน นับตั้งแต่ Train to busan ประสบความสำเร็จในแง่ของภาพยนตร์ หลังจากนั้น Kingdom ซึ่งเป็นซีรีย์บน netflix ก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงามจากการนำเอาซอมบี้มาปลูกในช่วงยุคโชซอน ทำให้เกิดภาพยนตร์เรื่อง Rampant ที่เป็นการผสมผสานระหว่างภาพยนตร์และซีรีย์ซอมบี้ยอดนิยมจากเกาหลีใต้มาไว้ด้วยกัน โดยเป็นภาพยนตร์ที่เล่าถึงเรื่องราวเกาหลียุคโชซอนที่ถูกโจมตีโดยซอมบี้ ดังนั้นหากใครที่ชื่นชอบภาพยนตร์ซอมบี้จากประเทศเกาหลีหรือยังค้างคาจากซีรีย์เรื่อง Kingdom อยู่ก็ขอให้ลองหาภาพยนตร์เรื่องนี้มารับชม

ภาพปกจาก : www.heavenofhorror.com/wp-content

เรื่องราวภายในภาพยนตร์เรื่อง Rampant

d2anahhhmp1ffz.cloudfront.net

            Rampant จะเล่าถึงเรื่องราวของเกาหลีในยุคโชซอน ในรัชสมัยของพระเจ้าอีโจเกาหลีนั้นสั่นคลอนจากการคุกคามทั้งภายนอกและภายใน ในรัชสมัยนี้เกาหลีใต้นั้นต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองของจีนในจักรวรรดิราชวงศ์ชิงเนื่องจากพระเจ้าอินโจเป็นกษัตริย์ที่ไร้ความสามารถและถูกกลุ่มเสนาบดีชักใยอยู่เบื้องหลังคอยเป่าหูให้พระองค์นั้นทำตามความต้องการของตนเองจนประเทศไร้เสถียรภาพ ประชาชนต่างก็หมดความศรัทธาและเลื่อมใส แต่ด้วยความที่เป็นกษัตริย์จึงไม่มีใครที่เข้ามาขัดขวางพระองค์จนกระทั่งองค์รัชทายาทไม่สามารถทนได้อีกต่อไปและลุกขึ้นมาทำการก่อกบฏบิดาของตนเองเพื่อล้างบางเหล่าเสนาบดีที่พยายามจะชักใยกษัตริย์อยู่เบื้องหลังให้หมด แต่น่าเสียดายที่พระองค์นั้นต้องตายจากการก่อกบฏในครั้งนี้ แต่พระองค์นั้นได้ส่งจดหมายฉบับหนึ่งไปยังต่างแดนก่อนที่จะสิ้นพระชนม์เพื่อให้น้องชายแท้ๆ มาจัดการสะสางเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้จบสิ้น ผู้เป็นน้องชายจึงได้เดินทางกลับมายังเมืองหลวงแต่ก็ต้องพบเจออุปสรรคที่ถาโถมเข้ามาเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเสนาบดีชั่วที่ต้องการจะกำจัดรัชทายาทให้หมดไป หรือแม้แต่ประชาชนที่เสียชีวิตแล้วอยู่ๆ ก็ลุกขึ้นมามีชีวิตอีกครั้ง พระองค์จึงจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาประเทศที่ตนเองรักเอาไว้

ความน่าสนใจของภาพยนตร์เรื่อง Rampant

material.asset.catchplay.com/TVN-ID-001-A1009

            Rampant เป็นภาพยนตร์ที่อ้างอิงประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริงในเกาหลียุคโชซอน โดยดัดแปลงเรื่องราวมาจากพงศาวดารของเกาหลีโดยเฉพาะ ดังนั้นซอมบี้จึงเปรียบเสมือนกับตัวที่เข้ามาสร้างสีสันและความสยดสยองให้เรื่องราวมีอะไรมากยิ่งขึ้นกว่าการแย่งชิงราชบัลลังก์ระหว่างราชวงศ์และเสนาบดี แต่ด้วยเหตุนี้ทำให้องค์รัชทายาทต้องรับศึกหนักทั้ง 2 ด้านจนเรื่องราวนั้นเข้มข้นและน่าติดตามเป็นอย่างมาก ซอมบี้สามารถออกแบบมาได้น่ากลัวและเลือดสาด โหดสมกับเป็นภาพยนตร์จากเกาหลีใต้

Link :

#Rampant #หนังซอมบี้เกาหลี #หนังซอมบี้ย้อนยุค

All the King’s Men

ภาพยนตร์เรื่อง All the King’s Men ผลิตขึ้นมาในปี 2006 เป็นผลงานที่กำกับโดย สตีเว่น เซลเลียน และสร้างจากหนังสือชื่อเดียวกับเรื่องนี้ซึ่งถูกตีพิมพ์ในปี 1946 เขียนโดย โรเบิร์ท เพนน์ วาร์เรน หลังจากนวนิยายได้เผยแพร่ถึงผู้อ่านหลายท่าน ก็ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากการบรรยายเกี่ยวกับการล่มสลายของเจตนคติที่ดีของมนุษย์ได้ตรงประเด็น รวมถึงเวลาของตาชั่งชั่วดีในจิตใจได้เอียงไปอย่างฝั่ง บ้าอำนาจ ได้อย่างลุ่มลึก และกินใจผู้อ่านเป็นวงกว้าง จนสุดท้ายได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ ในปี 1947

เรื่องย่อ All the King’s Men

เริ่มต้นจากเรื่องนี้เกี่ยวกับ วิลลี สตาร์ก ตัวละครเอกในนวนิยายคลาสสิกสู่ภาพยนตร์นักการเมืองคนหนึ่งที่หัวใจเต็มไปด้วยความปราถนาดีมีจุดประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างแน่วแน่ แต่แล้วเมื่อวันที่อำนาจอยู่ในมือของเขาก็ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง จนท้ายที่สุดแล้วความปราถนาของเขากลายเป็นการสนองต่อความโลภของตนเองและหวังบางสิ่งเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวของเขาเอง

ภาพยนตร์เรื่องนี้ประกอบไปด้วยนักแสดงดาราหนุ่มผู้มากประสบการณ์อย่าง ฌอน เพนน์ ด้วยบทนักการเมืองอื้อฉาว ตามมาด้วยนักแสดงสมทบยอดยุทธ์อย่าง จูด ลอว์, เคต วินสเลต, แอนโธนี ฮอพกินส์, มาร์ค รัฟฟาโล, เจมส์ กัลดอฟฟินี, แพทริเซีย คลาร์กสัน และเคธี่ เบทส์ ส่วนผู้กำกับนั้นก็มีฝีมือไม่แพ้กันจากผลงานเขียนบทภาพยนตร์ดังๆ เช่น Schindler’s List, Hannibal, Gangs of New York และ The Interpreter ซึ่งข้อมูลแค่นี้ก็คงทำให้ผู้อ่านอยากลองชมสักครั้งบ้างแล้วแหละ

ต้องบอกเลยว่าเกริ่นมาเยอะแบบนี้แล้ว ใครที่เป็นคอการเมืองต้องห้ามพลาดโดยเด็ดขาด เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้จะพาทุกคนได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของ วิลลี่ สตาร์ก นักการเมืองหนุ่มผู้มีไฟแรงคนนี้ ไปจนถึงการเจาะไปถึงภาพอำนาจการเมือง ขุดสันดานแท้ของมนุษย์ เพื่อยืนยันประโยคในตำนานอย่าง อำนาจเปลี่ยนคนได้ ซึ่งทั้งหมดนี้จะถูกเล่าผ่านอีกตัวละครที่ใช้ชื่อว่า แจ็ค เบอร์เดน นักข่าวหนุ่มไฟแรง ที่เป็นคนติดตามข่าววิลลีมาตั้งแต่แรก

เมื่อได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วจะพบว่าเรื่องนี้ได้ตอกย้ำถึงประโยคหนึ่งของนักปรัชญาการเมืองอังกฤษ ลอร์ด แอคตัน “อำนาจทำให้เกิดการฉ้อฉลอำนาจเหลือล้นทำให้ฉ้อฉลอย่างสุดๆ” (Power tends to corrupt, and absolute power corrupts absolutely) หรืออำนาจมีแนวโน้มทำให้คนเสียคน และอำนาจเบ็ดเสร็จทำให้คนเสียคนเด็ดขาด ซึ่งสัจธรรมทางการเมืองนี้ได้ผ่านประสบการณ์จากหลายประเทศทั่วโลกมาแล้ว ดังนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้จึงทำให้เห็นถึงการสะท้อนถึงต้นทุนที่นักการเมืองต้องจ่ายไปเพื่อก้าวขึ้นสู่อำนาจเป็นใหญ่ ที่ต้องแลกด้วยอะไรอีกมาก

วิดีโอตัวอย่างหนัง :

ขอบคุณรูปภาพ oldies-cdn.freetls.fastly.net

#All the King’s Men #หนังเก่าห้ามพลาด #หนังดีที่ต้องดู

The Meg ภาพยนตร์ที่ไม่เหมาะสำหรับคนกลัวฉลาม

            ฉลามเป็นสัตว์น้ำขนาดใหญ่ที่สามารถฆ่าคนได้ง่ายๆ ด้วยกรงเขี้ยวของมันที่เต็มไปด้วยความแหลมคม และแรงมหาศาลจากขนาดตัวที่ใหญ่กว่ามนุษย์หลายเท่า ทำให้มันกลายเป็นสัตว์ที่หลายคนหวาดกลัว และมันก็ได้กลายมาเป็นตัวร้ายยอดนิยมในภาพยนตร์ในเวลาต่อมา ตั้งแต่ในอดีตมีภาพยนตร์ที่บอกเล่าถึงความน่ากลัวของปลาฉลามเป็นจำนวนมาก แต่หลังจากนั้นก็ดูเหมือนว่าความนิยมของมันจะลดถอยลงไปทำให้เราแทบจะไม่เห็นมันบ่นภาพยนตร์อีก และในที่สุดมันก็กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ในปี 2018 ในภาพยนตร์เรื่อง The Meg ภาพยนตร์ที่จะทำให้ปลาฉลามกลายเป็นสัตว์ที่น่ากลัวอีกครั้ง

ภาพปกจาก : filmograd.net/wp-content/uploads/2020/10/the-meg-1-800×600.jpg

เรื่องราวในภาพยนตร์เรื่อง The Meg

jediyuth.files.wordpress.com/2018/06/the-meg-header1.png

            The Meg เล่าถึงปลาฉลามเมกาโลดอน ซึ่งเป็นปลาฉลามที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยพบเจอมาในประวัติศาสตร์และได้มีการจดบันทึกเอาไว้ ขนาดความยาวของมันเทียบเท่ากับรถบัส 2 คันนำเอามาต่อกันน้ำหนักตัวก็มากกว่า 100 ตัน เนื่องจากมันเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่มาตั้งแต่ในยุคดึกดำบรรพ์ทำให้มันเปรียบเสมือนกับไดโนเสาร์ที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันก็ว่าได้ และด้วยขนาดของมันทำให้มันกลายเป็นสัตว์ที่อยู่บนจุดสูงสุดในห่วงโซ่อาหารที่แม้แต่มนุษย์ก็แทบจะต่อกรไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามด้วยขนาดที่ใหญ่ของมันทำให้มันเริ่มจะสูญหายไปตามกาลเวลาและไม่ค่อยมีใครได้พบเห็นมัน แต่แล้วก็ได้มีนักสำรวจเดินทางไปสำรวจยังก้นสมุทรมาเรียนา ซึ่งเป็นสถานที่ที่ลึกที่สุดของทะเลที่มนุษย์สามารถลงไปสำรวจได้ พวกเขาได้พบเจอกับระบบนิเวศและสัตว์แปลกๆ มากมายรวมไปถึงฉลามเมกาโลดอนอีกด้วย ในครั้งหนึ่งของการสำรวจทีมสำรวจได้ต้องการให้นักกู้ภัยทางทะเลอย่างโจนัสเข้าร่วมทีมด้วย แต่เขานั้นไม่ต้องการเนื่องจากเขาเคยทำให้ลูกทีมของเขาต้องประสบเหตุการณ์ที่เลวร้ายมาก่อน แต่สุดท้ายเขาก็ตกลงและขาวก็ได้พบเจอกันที่ในอดีตมันเคยได้ทำให้เขาและลูกเรือต้องพบเจอกับความเลวร้ายมาก่อน

ความน่าสนใจของภาพยนตร์เรื่อง The Meg

i3-img.prosieben.de/pis/ezone/a915qgELB38wdEB-ZftIYFPQSp-HxjRVj8ghGONpO6WKv5UdHastOj1XBz_1nwpZFlw9aV6i6VRC1hM97lr5ci866EiHZwBISbPal4-Xfg/profile:mag-996×562

            The Meg ได้ดารานักบู๊อย่างเจสัน สเตทแธมมารับบทนำ ดังนั้นสำหรับใครที่คาดหวังว่าจะได้เห็นฉากการต่อสู้ระหว่างคนและฉลามยักษ์ในภาพยนตร์เรื่องนี้คุณจะได้เห็นฉากนั้นอย่างแน่นอน แต่ต้องบอกก่อนว่ามันเป็นภาพยนตร์ที่เน้นความน่ากลัวไปที่ฉลามและการพยายามเอาตัวรอดทำให้เนื้อเรื่องไม่ได้มีความเข้มข้นหรือสลับซับซ้อนอะไรมากมายนัก แต่สำหรับใครที่ชอบความสยองขวัญเลือดสาดขอบอกเลยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จัดเต็มสมกับเป็นภาพยนตร์ที่มีตัวร้ายเป็นฉลาม 

Link :

#The Meg #ภาพยนตร์ฉลามยักษ์ #เจสัน สเตทแธม

Netflix : The Woman In The Window เมื่อ Amy Adam แสดงเป็นคนกลัวสังคม

ถ้าพูดถึง หนังระทึกขวัญ น่าดูใน Netflix ตอนนี้ ก็น่าจะมุ่งเป้าไปที่เรื่อง The Woman In The Window เป็นหนังระทึกขวัญที่ดึงดูดคนดูจากนักแสดงมากๆ แค่นักแสดงนำอย่าง Amy Adam ก็ทำให้เรากดเข้าไปดูอย่างไม่ลังเลแล้ว แต่ยังมีนักแสดงดังคนอื่นๆอีก แถมพล็อตเรื่องก็น่าสนใจ เป็นหนังระทึกขวัญที่หักมุม หลอกเราไปมาจนคุณจะต้องอึ้งเลยล่ะ

เรื่องย่อ หนังเน็ตฟลิกซ์  The Woman In The Window

เป็นเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่มีปัญหากับการเข้าสังคม เธอจึงเก็บตัวอยู่ในบ้านตลอดเวลา เธอมักจะใช้เวลาไปกับการดื่ม ดูหนัง และสอดส่องบ้านอื่น จนเธอได้เปิดรับเพื่อนบ้านที่เพิ่งย้ายเข้ามาไม่นานนัก และได้ใช้เวลาร่วมกัน จนวันหนึ่งเธอได้เห็นว่าเพื่อนบ้านคนนั้นถูกฆาตกรรม ทำให้เธอรีบแจ้งตำรวจ แต่เรื่องราวกลับกลายเป็นว่า เหมือนว่าเธอจะเห็นภาพหลอนไปเอง แต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนว่าทุกคนมีความลับอะไรบางอย่างที่ปิดบังเธออยู่

ตัวอย่างหนัง

หนังระทึกขวัญ The Woman In The Window หนังที่หักมุมเก่ง จนเรางง

แค่ดูตัวอย่างก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าในหนังเรื่องนี้เราต้องมาชั่งใจดูกันอีกรอบว่าเรื่องไหนเรื่องจริงเรื่องไหนนางเอกเห็นภาพหลอน ซึ่งก็แอบงงอยู่เหมือนกัน อันหลอนเราเชื่อ อันจริงเราอาจจะเชื่อไม่ลงก็ได้ ก็เพราะด้วยความที่ในช่วงต้นใส่ความเป็นภาพหลอนจนทำให้เราแอบสับสนกับตอนต่อๆมาพอสมควร แต่ขอสปอยล์แบบไม่สปอยล์ว่า หักมุมพอสมควรเลย แต่ด้วยความที่พล็อตเรื่องเป็นแบบนี้เลยทำให้เราได้ลุ้นระทึกตลอดเวลา ว่าสุดท้ายแล้วจุดจบนั้นจะเป็นแบบไหนกันแน่

The Woman In The Window รวมนักแสดงดัง แต่ใช้ไม่คุ้ม

ดูจากตัวอย่างจะเห็นได้ว่าเรื่องนี้มีนักแสดงที่มีชื่อเสียงมาหลายคน แต่พอมาดูในหนังเหมือนถูกหลอกแบบเบาๆ เพราะว่านักแสดงเหล่านั้นกลับถูกใช้ไม่คุ้ม เลยไม่ได้เห็นพวกเขาเหล่านั้นปล่อยของสักเท่าไร เสียดายแทน แต่ก็ถือว่าเป็นการตลาดอย่างหนึ่งที่เรียกให้คนมาดู ซึ่งก็ทำได้จริงๆ แต่โดยรวมแล้วมาดูการแสดงของ Amy Adam อย่างเดียวก็ถือว่าคุ้มเหมือนกัน เพราะหลายๆคนอาจจะคิดถึงการแสดงของเธอ ซึ่งในบทที่ดูเป็นป้าๆที่ดื่มหนัก ดูหลอนๆ ใกล้จะบ้าเต็มที ตัวนักแสดงเองก็ทำเราไม่ผิดหวังเลยทีเดียว ต้องขอชื่นชม เลยขอสรุปว่าเรื่องนี้อาจจะเป็น หนังระทึกขวัญ Netflix ที่อาจจะไม่ได้ตื่นตาตื่นใจมาก แต่ไม่ควรพลาดนะ

#หนังโรง #The Woman In The Window Amy Adam #หนังระทึกขวัญ