รีวิว “มู่หลาน (Mulan 2020)” หนังฟอร์มยักษ์มาแรงของดิสนีย์

            ในเวลานี้หากพูดถึงหนังในโรงภาพยนตร์ที่หลายคนต้องพากันเข้าไปดูจนจำนวนตั๋วลดลงมากที่สุดในแต่ละวันก็คงหนีไม้พ้นหนังเรื่อง “มู่หลาน (Mulan 2020)” ซึ่งเป็นหนังฟอร์มยักษ์ของดิสนีย์ในรูปแบบ Live Action จากที่เคยสร้างความประทับใจพร้อมเพลงที่ไพเราะอย่าง Reflection ในรูปแบบการ์ตูนเมื่อหลายสิบปีก่อนมาแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าพอเห็น Teaser อันน่าขนลุกและยิ่งใหญ่ออกมาสมความเลอค่าของดิสนีย์ เราจึงรีบบึ่งไปดูหนังมู่หลานที่โรงหนังทันทีและวันนี้ก็พร้อมมารีวิวให้ทุกคนได้รู้กันว่าเป็นอย่างไรบ้างสำหรับมู่หลาน (Mulan 2020)

เรื่องย่อหนัง มู่หลาน (Mulan 2020)”

            “มู่หลาน (Mulan 2020)” ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ “ฮัวมู่หลาน” เป็นบุตรสาวคนโตของตระกุลฮัวที่เกิดในหมู่บ้านชาวจีนซึ่งมีฐานะค่อนข้างร่ำรวย แต่นิสัยของมู่หลานจะแตกต่างจากสตรีอื่นที่มีความเรียบร้อยตามแบบชาวจีนโบราณที่ต้องเป็นแม่ศรีเรือนที่ดี มู่หลานชอบที่จะอยู่กับการขี่ม้าและฝึกวิทยายุทธการต่อสู้เป็นหลักในยามว่าง ทำให้ครอบครัวของมู่หลานต่างเอือมระอากับการกระทำที่ราวกับชายของมู่หลานมากแต่ก็ไม่สามารถห้ามอะไรได้ จนกระทั่งวันหนึ่งกองทัพฮั่นได้รุกรานแผ่นดินจีนเพื่อต้องการครอบครองบัลลังก์ให้เป็นของตน ฮ่องเต้จึงมีรับสั่งให้ตัวแทนชายทุกครอบครัวทั่วเมืองจีนเข้ารับการฝึกทหารเพื่อเป็นกำลังออกไปร่วมสู้รบกับชาวฮั่น ซึ่งตระกูลฮัวก็เป็นหนึ่งในนั้น พ่อของมู่หลานรับหน้าที่ออกไปช่วยชาติเองเพราะครอบครัวไม่มีลูกชาย มู่หลานที่เกรงว่าพ่อจะได้รับอันตรายจึงปลอมตัวเป็นชายออกไปอยู่ในค่ายทหารแทนพ่อ จวบจนได้สู้กับชาวฮั่น เป็นกำลังสำคัญนำเหล่าทหารออกไปรบจนได้ชัยชนะกลับมาและได้รับการยกย่องให้เป็นราชองครักษ์หญิงของฮ่องเต้แห่งเมืองจีน

ความน่าสนใจของหนัง “มู่หลาน (Mulan 2020)”

            หนัง “มู่หลาน (Mulan 2020)” มีการดัดแปลงให้แตกต่างจากการ์ตูนที่พวกเราเคยดูกันมากและมีรายละเอียดเกี่ยวกับตัวมู่หลานให้เราได้เห็นกันมากขึ้น นักแสดงคุณภาพตลอดกลายอย่างหลิวอี้เฟนสุดสวยที่รับบทมู่หลานก็เล่นได้สมบทบาทสุด ๆ ไม่มีการใช้สแตนด์อินใด ๆ มีตัวละครน่าสนใจอย่างแม่มดมาเพิ่มสีสันให้ดูไม่เหมือนหนังสงครามธรรมดา มีการใส่รายละเอียดความเป็นวัฒนธรรมจีนโบราณผ่านการแต่งหน้า ขนบธรรมเนียม ความเชื่อเกี่ยวกับนกฟีนิกซ์ที่คนจีนกล่าวว่าเป็นตัวแทนแห่งความกล้าหาญแทนที่จะใช้มูชู เพราะจากที่เคยทำเป็นการ์ตูน มีชาวจีนหลายคนไม่พอใจที่ดิสนีย์นำมังกรซึ่งเปรียบได้กับสัตว์เทพของประเทศเขามาใช้เล่นล้อเลียนต่าง ๆ  

มุมมองของหนัง “มู่หลาน (Mulan 2020)” ที่เหมือนตั้งใจจะเน้นบอกคนดูเรื่องของความสามารถในตัวสตรีที่มีความเก่งกาจและจิตใจที่เข้มแข็งแพ้ชายได้เช่นกัน จากที่ตัวละครมู่หลานกับแม่มดแสดงออกมาให้เราเห็น แอบสงสารแม่มดเหมือนกัน เนื้อแท้แม่มดไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรแถมยังมีพลังด้วย แต่เพราะคนอื่นเห็นว่าเป็นผู้หญิงจึงไม่ยอมรับและถูกขับไล่ออกมา

ข้อติสำหรับหนัง “มู่หลาน (Mulan 2020)”

แต่ในความสนุกสนานและความลุ้นของหนัง “มู่หลาน (Mulan 2020)” ก็ยังมีจุดที่น่าเสียดายหลายจุดหากเทียบกับการ์ตูน คือ ในการ์ตูนจะฉายเป็นมุมกว้างให้เราเห็นว่ามู่หลานก็เป็นคนธรรมดาที่ชอบความท้าทาย แต่ยังต้องฝึกฝนจากที่ต่อสู้แพ้คนอื่นเขาตลอดก็ทำให้เก่งขึ้นตามลำดับขั้นจนตัวตนและความสามารถที่เพิ่มขึ้นได้สร้างให้ผู้หญิงคนหนึ่งกลายเป็นนักรบขึ้นมาได้ แต่ในหนัง “มู่หลาน (Mulan 2020)” ตัวของมู่หลานกลับเป็นคนที่มีความสามารถด้านการต่อสู้มาแต่เกิดอยู่แล้วทำให้ความเรียลของหนังน้อยลงกว่าในการ์ตูนมาก ไหวพริบที่ควรจะได้เห็นเรากลับไม่เห็นเลยนอกจากความเก่งด้านการต่อสู้ ตัวหัวหน้าชาวฮั่นกับแม่มดก็ดูจะตายง่ายไปหน่อย โดยเฉพาะแม่มดที่เหมือนเอามาเพื่อเป็นตัวแทนย้ำให้เห็นถึงความเลื่อมล้ำของเพศในยุคโบราณเท่านั้น ไม่ค่อยมีบทบาทในการต่อสู้อะไรมากเหมือนที่เราคาดหวังเอาไว้ และตัวพระเอก เราก็นึกว่าจะได้เห็นความชำนาญและความเก่งกาจเท่าเทียมกับมู่หลาน แต่ดูไปดูมากลับด้อยกว่าและบทบาทก็ไม่ค่อยมีโมเม้นท์หวานอะไรเลย หากไม่รู้ว่าเป็นพระเอกมาก่อน เราก็คงนึกว่าเป็นแค่เพื่อนร่วมก๊วนทหารของนางเอกคนหนึ่งที่อยากสนิทกันนางมาก ๆ แค่นั้น บทบาทคือแทบจะไม่มีความสำคัญอะไรเลย แถมมีบางจุดที่ผิดพลาดเรื่องของประวัติศาสตร์ คือ “หมู่บ้านถู่โหลวหนานจิ้ง” ซึ่งถูกสร้างในราชวงศ์ซ่ง แต่มู่หลานตามประวัติศาสตร์กลับมีชีวิตอยู่ในช่วงสมัยราชวงศ์เว่ยเหนือทำให้มีความขัดแย้งและเห็นถึงการศึกษามาอย่างไม่ละเอียดลึกซึ้งของดิสนีย์

แต่ก็ยังขอชมดิสนีย์ที่ยังไม่ละทิ้งเพลง Reflection ที่คงคุณค่าความเป็นมู่หลานในดวงใจของใครหลายคนเมื่อหลายสิบปีก่อนไว้ดีมาก พอหนังจบหลายคนก็ยังนั่งฟังเพลงช่วง End Credit ไปพร้อมกับเรานี่แหละ กินใจและขนลุกจนน้ำตาไหลเลย

สรุปคือให้คะแนนหนัง “มู่หลาน (Mulan 2020)” 8.5 / 10

เครดิตรูปภาพ : https://www.imdb.com/

#มู่หลาน (Mulan 2020) #รีวิว มู่หลาน (Mulan 2020) #หนังดิสนีย์

SOTUS พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง ฟินกันให้สุด แล้วหยุดที่จิกหมอน

(ขอบคุณภาพ : https://shopee.co.th/  )

นิยายดังที่มีคนอ่านมากที่สุด ยอดขายดีที่สุด จนได้ทำเป็นซีรีย์ด้วย ต้องยกให้เรื่องนี้เลย   SOTUS พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง  ยอมรับเลยว่าเรื่องราวที่เกื่ยวกับในวัยมหาวิทยาลัย เป็นเรื่องที่น่าจับตามอง เพราะความฟินในรั้วมหาวิทยาลัยนี้จะมีมากเป็นพิเศษ สังเกตได้จาก

หลาย ๆ เรื่องที่ ออกอากาศมานั้น จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับในมหาวิทยาลัยเป็นส่วนใหญ่ นิยายเรื่อง SOTUS พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง สามารถหาซื้ออ่านได้ตาม Meb หรือร้านหนังสือชั้นนำทั้วไป บางร้านอาจต้องสั่งจอง หรือรองของนาน ก็แนะนำให้ไปหาอ่านแบบออนไลน์ก็ได้

(ขอบคุณภาพ : https://sites.google.com/ )

SOTUS พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง เรื่องย่อ

เนื้อเรื่อง SOTUS พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง  มีเค้าโครงเดียวกันระหว่างนิยาย กับซีรีย์ เพียงแต่ ภาพที่เห็นด้วยตา กับ ภาพในจินตนาการไม่เหมือนกันเท่านั้นเอง เรื่องเกิดตอนรับน้องคณะวิศวะ นายเอก อาทิตย์ เป็นพี่ว้าก ชื่อเล่น ไออุ่น ต้องแอ๊บโหดแต่จริง ๆ เป็นคนน่ารัก ชอบกินนมเย็น ส่วนพระเอก ก้องภพ เฟรชชี่ปี1 โคตรสุภาพบุรุษ เวลามีปัญหาโดนพี่ว้ากฉะก็คอยรับหน้าทุกครั้ง ฟาดฝีปากกับเฮดว้ากจนเค้าจำได้

แรกๆ นายเอกก็เลยหมั่นไส้ แต่นานๆ เข้าก็เห็นความดีของกันและกัน พระเอกรู้ตัวก่อนว่าชอบก็ตามดูแลเทคแคร์เค้า โคตรจะพ่อบ้าน จัดห้อง ล้างจาน รีดผ้า  สาววายดูแล้วต้องร้องดัง ๆ ว่าขอแบบนี้ด่วน ๆ 1 อัตรา นายเอกก็หวั่นไหวแต่ไม่กล้ายอมรับ จนโดนพระเอกเมินนั่นแหละถึงรู้ตัว กลายเป็นฉากจูบบนสะพานพระราม 8 ในตำนาน เรื่องนี้จะเสนอมุมบวกของระบบโซตัส ความรักกลมเกลียวของเพื่อน ๆ กับรุ่นพี่ แทบไม่มีฉากถึงเนื้อถึงตัว มากสุดแค่จูบ ไม่กี่ครั้งอีก แต่รู้สึกหวานเว่อร์ตลอดเวลา ไม่เคยคิดเลยว่านิยายที่ตัวเองแมน ๆ กันทั้งคู่จะละมุนขนาดนี้ แต่เอาจริง ๆ พอคบกันไปนาน ๆ นายเอกก็อัพเลเวล ความเป็นเมียตามไป

ด้วย

(ขอบคุณภาพ : https://www.youtube.com/watch?v=vLn_uJma-CQ  )

เรียกได้ว่า SOTUS พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง ทำออกมาได้ดี ถึงดีมาก นอกจากจะเสนอเรื่องความรักในแบบของผู้ชายแมน ๆ แล้ว ยังเสนอให้เห็นในมุมของการรับน้องในแง่ดี และเป็นประโยชน์อีกด้วย เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงสังคมปัจจุบันได้ดีเลยทีเดียว ทั้งความเป็นพี่น้อง ที่คอยช่วยเหลือดูแล ทั้งสร้างความเข้มแข็งให้น้องในการใช้ชีวิต และที่ขาดไม่ได้เลย คือความฟินของคู่เอก ที่แม้จะมีฉากจูบน้อยมาก แต่ก็ฟินได้ เรื่องนี้  10/10 ไปเลย สามารถหาดูได้ที่ Line TV ได้เลย

#SOTUS พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง #ซีรีย์สายวาย #ซีรีย์ไทย

แนะนำหนัง รวม 4 เรื่อง หนังลักพาตัว ตื่นเต้น ลุ้นระทึก หนังดังระดับตำนาน

หนังลักพาตัว หนังแนะนำ หนังอาชญากรรม

ช่วงนี้หนังลักพาตัว เริ่มมีมาให้เห็นบนแพลตฟอร์มต่างๆอีกครั้ง ซึ่งจริงๆแล้วหนังแนวนี้ก็ไม่ใช่หนังแนวใหม่อะไร จะแตกต่างกันไปก็ด้วยเนื้อเรื่องและกิมมิคการ เอาตัวรอด ในเรื่องระหว่างคนที่ถูกจับกับคนที่จับมาเสียส่วนใหญ่ บทความนี้จะมาแนะนำ หนังลักพาตัว หนังเอาตัวรอด หนังอาชญากรรม ในตำนานที่ดูแล้วคุณจะต้องลุ้นจนลืมหายใจไปเลย

1. หนังลักพาตัว – Room – ขังใจไม่ยอมไกลกัน

หนังลักพาตัวเรื่องแรก เป็นหนังที่ไม่ใช่แค่การเอาชีวิตรอด แต่มีเรื่องของความดราม่าเข้ามาเป็นกิมมิคภายในเรื่องด้วย เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องระหว่างคนที่โดนขังไว้กับคนที่จับมาเท่านั้น แต่เมื่อเหยื่อที่ถูกจับมาให้กำเนิดลูก แล้วโลกทั้งใบของเด็กน้อยก็คือห้องๆหนึ่งเพียงเท่านั้น หนังจะพาไปดูการก้าวข้าม การทำใจเปิดรับความจริง จุดเปลี่ยนเมื่อเด็กน้อยต้องรับรู้ว่าโลกจริงๆแล้วมีสิ่งที่กว้างใหญ่มากกว่าในห้องนี้

2. หนังลักพาตัว – Split – จิตหลุดโลก

หนังลักพาตัวเรื่องนี้ก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน แต่ถามว่าในที่สุดแล้วหนังเรื่องนี้ก็ไม่เชิงว่าเป็นหนังลักพาตัวแบบเพียวๆ แต่เป็นหนังจิตวิทยา รวมไปถึงหนังเหนือธรรมชาติด้วยเช่นกัน จึงทำให้เป็นจุดขายของเรื่องนี้ที่จะไม่ใช่หนังลักพาตัวแบบดาษดื่นเหมือนเรื่องอื่นๆทั่วๆไป โดยที่คนที่จับตัวเหยื่อมานั้นจะมีหลายบุคลิก ซึ่งเป็นเหตุทำให้หญิงสาวที่ถูกจับมาพยายามใช้หนึ่งในบุคลิกที่เขามีเพื่อหาทางออกจากที่นี่ไปให้ได้

3. หนังลักพาตัว – 3096 days – บอกโลก… ว่าต้องรอด

หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวที่สร้างมาจากเรื่องจริง การที่ถูกจับตัวไปนานทำให้ตัวเหยื่อเองเกิดความผูกพันธ์แปลกๆกับคนที่จับเธอไป แต่เรื่องราวภายในเรื่องจะทำให้เห็นถึงความละเลยของเจ้าหนน้าที่ตำรวจที่ไม่ตรวจดูบ้านของโจรคนนั้นตอนที่เคยมีโอกาสให้ดีเสียก่อน ทำให้ชีวิตของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งจะต้องทนทุกข์อยู่กับการโดนกักขังมานานหลายปี

4. หนังลักพาตัว – The Skin I Live In – แนบเนื้อคลั่ง

หนังเรื่องนี้เป็นหนังลักพาตัวที่ขอบอกเลยว่าตอนจบนั้นหักมุมแบบว่าคุณจะต้องอึ้งกันไปข้างเลยทีเดียว เป็นอีกหนึ่งบททดสอบทางจิตใจว่าจริงๆแล้วนั้น เขาสมควรโนแบบนี้หรือเปล่า ตัวหนังมีการลำดับเล่าเรื่องอย่างน่าสนใจ แถมการแสดงของนักแสดงนำก็ทำออกมาได้ดีมากๆ ทำให้เรื่องดีกลายเป็นหนึ่งใน หนังอาชญากรรม หนังลักพาตัว ที่คุณจะได้อรรถรสความบันเทิงอย่างเต็มเปี่ยมแน่นอน  

#หนังอาชญากรรม #หนังลักพาตัว #หนังแนะนำ

รวม 4 หนังบู๊ สายแก้แค้น หนังทวงความแค้น เอาคืนให้สาสม

แค้นนี้ต้องชำระ เอาใจคอหนังสายบู๊กันเสียหน่อยกับ หนังต่อสู้ หนังแก้แค้น ด้วยฉากเท่ๆ ฉลาดๆ การกลับมาเอาคืนด้วยสกิลที่เพิ่มขึ้นแบบบ้าระห่ำ บทความนี้จะมาแนะนำ หนังแก้แค้น ที่จะมาทวงคืนความยุติธรรมจน รับรองว่ามันส์ ถึงใจคอหนังสายบู๊แน่นอน จะมีเรื่องอะไรกันบ้างไปดูเลย

1. หนังแก้แค้น – JOHN WICK

ถ้าพูดถึงหนังแก้แค้นแล้วคงไม่พูดถึงหนังระดับมหากาฬ บู๊ล้างผลาญ อย่างเรื่องนี้คงไม่ได้แน่นอน เพราะว่าตลอดการบู๊นี้นั้นเป็นเรื่องของการแก้แค้นเอาคืนล้วนๆ เรียกได้ว่าสะใจคนดูมากจริงๆ เพราะทั้งเรื่องพระเอกของเราก็เรียกได้ว่าโชว์เทพ แบบคนดูต้องอ้าปากค้าง คนอะไรจะเก่งขนาดนี้ แต่เรื่องคิวบู๊ ความอลังการ ความครีเอท ก็ต้องยกให้กับเรื่องนี้เลยทีเดียว เรียกได้ว่าหมาข้าใครอย่าแตะ

2. หนังแก้แค้น – Shooter

หนังเรื่องนี้ก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตำนานการแก้แค้น เมื่อลงทุนลงแรงทำเพื่อชาติ แต่กลับถูกตลบหลังเข้าเสียได้ งานนี้จะโยนความผิดให้กับเขาคงไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นการดูถูกสไนเปอร์ฝีมือดีที่ไม่ควรลองดีด้วยจริงๆ หนังเรื่องนี้เป็นหนังบู๊มีความคอมเมดี้ซ่อนอยู่หน่อยๆ แต่ในเรื่องของชั้นเชิง ของฉากที่เอาคืนขอบอกเลยว่าเหนือชั้นสุดๆ เป็นอีกหนึ่งหนังแก้แค้นที่ทำออกมาได้น่าสะใจสมกับเป็นหนังในตำนานจริงๆ

3. หนังแก้แค้น – 47 Ronin

มาถึงเรื่องนี้ที่เราจะเห็นกันบ่อยๆตามช่องโมโน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหนังเขาดีจริงๆ เส้นทางการแก้แค้นเพื่อเจ้านาย เอาเดิมพันเป็นชีวิต เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เล่าออกมาได้อย่างดงาม แฝงไปด้วยความซื่อสัตย์ จงรักภักดี ที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลก เป็นหนังดี หนังแก้แค้นอีกหนึ่งเรื่อง ที่คุณจะได้เรียนรู้คำว่าศักดิ์ศรี แล้วเรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในหนังที่ถูกกล่าวขานมากที่สุดอีกด้วย

4. หนังแก้แค้น – Taken

เป็นหนังในตำนานอีกเรื่องที่คุณไม่ควรพลาด มาในแนวลูกสาวฆ่าใครอย่าแตะ เป็นหนึ่งเรื่องที่บู๊ล้างผลาญ จนคนดูไม่มีเวลาได้หายใจหายคอกันเลย เป็นหนังที่มีการแก้แค้นกันไปมา แต่รับรองว่าดุเดือด คุณจะได้เห็นฉากบู๊แบบเทพๆจากเรื่องนี้อย่างแน่นอน แล้วก็จะไม่ผิดหวังด้วย เพราะนักแสดงนำของเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นนักแสดงนำระดับมืออาชีพที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เรื่องนี้ทำให้เขากลายเป็นมีมที่ได้รับความนิยมมาจนถึงทุกวันนี้เลยทีเดียว สำหรับ หนังแก้แค้น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คอสายบู๊ห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด

#หนังต่อสู้ #หนังแก้แค้น #หนังบู๊

2Moons2 The Series ซีรีย์ที่สาววายต้องไม่พลาด

(ขอบคุณภาพ : https://ch3plus.com/original/832  )

2Moons2 The Series เรื่องนี้ ต้องขอบอกเลยว่าตอนนี้แม้ซีรีย์จะจบลงไปแล้ว แต่กระแสคู่จิ้นก็ยังคงอยู่ ที่สำคัญได้ยินมาว่าภาคต่อไปจะออกมาให้ผู้ชมได้ฟินกันฝนเร็ว ๆ นี้แล้ว 2Moons2 The Series สร้างโดยบริษัท บีอีซีไอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผนึกกำลังกับ บริษัท โมทีฟ วิลเลจ จำกัด สานต่อความฟินกับซีรีย์ สุดฮอต 2Moons2 The Series เดือนเกี้ยวเดือน 2 จากนิยายขายดีของ Chiffon_Cake สู่ซีรีย์รักแห่งปีที่แฟนๆ รอคอย ซึ่งเป็นเรื่องราวความรักสุดโรแมนติกของเหล่าเดือนมหาวิทยาลัย 3 คู่ ที่จะทำให้คุณเข้าใจนิยามของคำว่ารักมากขึ้น ผลงานการกำกับของ อาร์ม-อนุสรณ์ สร้อยสงิม พร้อมออนแอร์บน Mello แพลตฟอร์มเอ็นเตอร์เทนเมนท์ออนไลน์จากช่อง 3

เพื่อน ๆ สามารถรับชมย้อนหลังกันได้ที่แอพ CH3 Plus ได้เลย

(ขอบคุณภาพ : https://drama.kapook.com/view211771.html   )

ก่อนจะฟินในจอ มารู้เรื่องย่อ 2Moons2 The Series กันก่อน

2Moons2 The Series เดือนเกี้ยวเดือน 2” เรื่องราวต่อเนื่องจากซีซั่นแรก หลังจากที่ “มิ่ง” ได้รับตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัย ส่วน “โย” ได้ตำแหน่งรอง และเป็นเดือนคณะวิทย์ฯ เมื่อความสัมพันธ์ของ ป่า และโย ชัดเจนจนพัฒนากลายเป็นสถานะแฟน แต่ทั้งคู่กลับต้องเจออุปสรรคที่เป็นบทพิสูจน์ความรักมากมาย ไหนจะความสัมพันธ์ของคนอีกสองคู่ อย่างคู่ของมิ่งกับ คิท และคู่ของ โฟร์ท กับ บีม กับความรักที่กำลังก่อตัวขึ้น แต่ก็ต้องพบเจอกับอุปสรรคในแบบของตน คู่แรกเป็นเรื่องราวความรักของป่า (เบน-เบญจมินทร์ เบรเซียร์) กับโย (เอิร์ธ-ธีรภัทร เรืองฤทธิ์กุล) เหมือนจะจบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งและลงตัวจนเป็นที่อิจฉาของหลายๆ คู่ แต่เรื่องราวระหว่าง พริ้ง กับป่า ยังไม่จบลง ความผิดหวังและเสียหน้าของพริ้ง กลายเป็นความแค้นที่ทำให้เขาต้องการดึงป่ากลับมาให้ได้ ด้านของโยก็มี ปาร์ค เพื่อนร่วมรุ่นที่แอบชอบโยอยู่ และหาหนทางใกล้ชิดตีสนิทโดยหวังจะคบหากับโย แต่ก็ต้องรู้สึกเจ็บแค้นเมื่อถูกป่ากันท่าตลอดเวลา

(ขอบคุณภาพ https://www.weblakorn.com )

ความฟินในจอ สู่การจิ้นต่อนอกจอ ของนักแสดง 2Moons2 The Series

สาววายทั้งหลายที่ได้ดูเรื่องนี้ ต้องหลงรักตัวละครในเรื่องแน่นอน ยิ่งตัวละครหมอคิท กับมิ่งขวัญ แล้วนักสดงมีความน่ารักมาก รวมไปถึงเคมีที่แสดงคู่กันก็ต้องบอกเลยว่าเข้ากันได้ดีมาก ด้วยระยะเวลาในการในการถ่ายทำ แน่นอนว่าทำให้นักแสดงทุกคนต้องสนิทและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะจากที่ติดตามมากจะเห็นได้ว่า บางคู่ก็จะตัวติดกันตลอด เป็นเหตุให้เหล่าบรรดาแฟนคลับทั้งหลายพากันจิ้นนอกจอ พอให้ใจได้กระชุ่มกระชวย 2Moons2 The Series นี้ ให้คะแนน 8/10 เพราะในตอนท้ายมีความทิ้งเรื่องให้รอภาคต่อ ซึ่งมันจะค้างในใจคนดูไปหน่อย

#2Moons2 The Series #รีวิวซีรีย์ #เดือนเกี้ยวเดือน 2

The Shipper จิ้นนายกลายเป็นฉัน สลับร่างสลับรัก

(ภาพประกอบ : https://www.sanook.com  )

The Shipper จิ้นนายกลายเป็นฉัน เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่วัยรุ่นในความสนใจกันมาก ด้วยนักแสดงที่เป็นวัยรุ่นทั้งหมด ทำให้เข้าถึงกลุ่มคนดูได้ง่าย สามารถดูได้ที่ Line TV ถ้าใครที่ชอบความน่ารัก ใสใส ไม่เครียด เรื่อง The Shipper จิ้นนายกลายเป็นฉัน ตอบโจทย์มาก

(ภาพประกอบ : https://yflix.me  )

ความวุ่นวาย ที่น่ารัก ในเรื่อง The Shipper จิ้นนายกลายเป็นฉัน

เรื่อง The Shipper จิ้นนายกลายเป็นฉัน เรื่องนี้มีตัวละครดเนินเรื่องเป็นหลักเลย คือป่าน สาวน้อยผู้หลงรักในการแต่งนิยายวาย ชายรักชายเป็นชีวิตจิตใจ ป่าน แสดงโดย พริกขิง สุรีย์ญะเรศ และ โซดา แสดงโดย พิพลอย กัญญรัตน์ สองสาววายที่ชอบจินตนาการให้ผู้ชายได้กัน และคู่จิ้นที่ทั้งคู่ชอบจับมาแต่งฟิคก็คือ สองหนุ่มเพื่อนซี้สุดฮอตประจำโรงเรียน พี่เวย์ แสดงโดย ฟลุ๊ค ภูสิษฐ์ นักกีฬาสุดเท่ และ พี่คิม แสดงโดย เฟิร์ส คณพันธ์ นักเรียนดีเด่น  ถึงแม้ในความจริง ทั้งคู่จะรู้ว่าเรื่องทั้งหมดเป็นแค่จินตนาการเท่านั้น เพราะพี่เวย์มีแฟนตัวจริงอยู่แล้วเป็น ผิงผิง แสดงโดย วิว เบญญาภา เพื่อนร่วมชั้นตัวแสบ ทำให้ป่านและโซดาหงุดหงิดใจที่สุด ป่านบังเอิญเจอพี่คิม พี่คิมอาสาขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งป่านที่บ้าน แต่ดันเกิดอุบัติเหตุ !พอรู้สึกตัวอีกที ป่านและพี่คิมก็ได้พบกับยมทูต ยมทูตบอกว่าทั้งคู่ยังไม่ถึงฆาต เลยต้องส่งวิญญาณกลับเข้าร่าง พอตื่นขึ้นมา ป่านดันพบว่าตัวเองอยู่ในร่างพี่คิมจากความผิดพลาดของยมทูต ส่วนพี่คิมในร่างป่านก็ยังไม่ฟื้น ยมทูตสัญญาว่าจะหาทางแก้ไขให้ แต่ตอนนี้ป่านต้องอยู่ในร่างพี่คิมไปก่อน ป่านไม่มีทางเลือก เลยต้องพยายามเป็นพี่คิมให้เนียนที่สุด

ในเรื่อง The Shipper จิ้นนายกลายเป็นฉัน ความวุ่นวายอยู่ที่ ป่านกลายเป็นพี่คิมนี่ก็ไม่ง่ายเอาซะเลย ! ถึงจะได้อยู่ใกล้พี่เวย์ ได้สร้างโมเมนต์ฟิน ๆ ให้ใจสั่น เหมือนฝันของสาววายที่เป็นจริง ป่านก็ต้องคอยเก็บอาการไว้เดี๋ยวมีคนจับได้ แต่แค่พี่เวย์เข้าใกล้นิดเดียวป่านก็เลือดกำเดาพุ่งแล้ว… แถมเรื่องก็ยากขึ้นไปอีก เมื่อป่านได้รู้ว่า เขตต์ แสดงโดย โอม ภวัต เพื่อนร่วมชั้นจอมกวนที่นั่งข้าง ๆ กัน ดันเป็นน้องชายแท้ ๆ ของพี่คิม ไม่พอเขตต์ยังมาคอยจับผิดป่านในร่างพี่คิมอีก แต่พอได้อยู่ใกล้ ๆ กับเขตต์ ป่านก็เผลอใจสั่นหน่อย ๆ ความรักที่แท้จริงจะทำให้ป่านกลับร่างได้ต้องเป็นความรักแบบไหนกันแน่ เรื่องนี้สนุก น่ารักตามแบบของวัยรุ่นใสใส

(ภาพประกอบ : https://tv.line.me )

The Shipper จิ้นนายกลายเป็นฉัน เอาคะแนนไป 8 / 10 เนื้อเรื่องใสใส วัยรุ่นชอบ ไม่หวือหวาเท่าไร ถ้าใครที่ชอบดูแนวจริงจัง เรื่องนี้อาจไม่เหมาะเท่าไหร่ แต่ถ้าไม่เครียด น่ารัก ๆ ก็ตรงประเด็นเลย

#The Shipper จิ้นนายกลายเป็นฉัน #Line TV #ซีรีย์ไทย

รีวิวหนัง Netflix : Earth and Blood เลือดและปฐพี

เรื่องราวสุดโหดที่เกิดขึ้นในโรงเลื่อยไม้

หนังบู๊ แอ็คชั่น เรื่องนี้เป็น หนัง เน็ตฟลิกซ์ ฝรั่งเศส แนะนำสำหรับคอหนังที่ชอบเรื่องการ ต่อสู้ การไล่ล่า การปกป้องสิ่งที่ตัวเองรัก แถมฉากมันส์ๆก็มีให้เห็นอย่าสะใจเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นหนังเรื่องนี้จึงเป็น หนัง Netflix ดูง่ายแต่ค่อนข้างเฉพาะตัว

เรื่องย่อ

เป็นเรื่องราวของ ชายคนหนึ่งซึ่งเขาป่วยเป็นโรคมะเร็งปอด เขากำลังจะเตรียมขายกิจการโรงเลื่อยไม้ ที่เป็นสมบัติของครอบครัวเพื่อที่จะนำเงินก้อนนั้นมาแบ่งลูกสาวที่เป็นใบ้และออกไปใช้ชีวิตใหม่ที่อื่น แต่ว่าแผนของเขาก็ต้องมาสะดุดกับเหตุการณ์ที่เมื่อมีคนเอาโคโคนมาซ่อนไว้ในโรงเลื่อยไม้ของเขา และมีคนตามมาเอาของคืน ซึ่งทำให้ชายผู้นี้ต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อปกป้องพื้นที่และลูกสาวของเขาไว้

หนังเรื่องนี้เป็นหนังฟอร์มเล็ก เพราะฉะนั้นตัวบทจะไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมากและย่งด้วยความเป็นหนังฝรั่งเศสที่ไม่ค่อยจะอธิบายอะไรหรือพูดอะไรให้มากความอยู่แล้ว ทำให้เรื่องนี้เป็นหนังสื่อออกมาแบบตรงๆ ภายใต้บรรยากาศที่อึมครึมตลอดทั้งเรื่อง นักแสดงถึงแม้จะไม่เป็นที่รู้จักแต่ก็ต้องขอบอกเลยว่าแสดงออกมาได้ดี ไม่ได้ติดขัดอะไร โดยเฉพาะตัวเอกที่ก็สวมบทคุณพ่อสายบู๊ที่พร้อมจะปกป้องทุกอย่างที่เขารักไว้ได้เป็นอย่างดี

สำหรับความโหดของเรื่องนี้ ไหนๆก็มีโลเคชั่นเป็นโรงเลื่อยไม้อยู่แล้ว คงไม่ทำให้คนดูผิดหวังกับการเล่นกับเครื่องไม้เครื่องมือเหล่านั้นในการกำจัดเหล่าคนที่มารุกราน และแน่นอนว่าฉากนั้นก็โหดสมใจเลยทีเดียว ซึ่งเป็นเรื่องราวการไล่ล่าที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไม่นานมาก ค่อนข้างรวบรัดและทำออกมาได้ไม่น่าเกลียด แต่ถ้าหนังเรื่องนี้มีทุนมากกว่านี้เสียหน่อย คิดว่าน่าจะสามารถขยายเรื่องราวการไล่ล่านี้ไปได้ไกลกว่านี้อีกนิด

หนังเรื่องนี้เดินเรื่องแบบเงียบๆ ตามสไตล์หนังฝรั่งเศสที่จะไม่ได้มีดนตรีให้เราได้ระทึกอะไรมากมาย แต่เล่นกับความเงียบบวกกับเสียงธรรมชาติในที่นั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียงฝน เสียงใบไม้ใบหญ้า ซึ่งสามารถใช้เป็นความกดดันให้กับคนดูได้เป็นอย่างดี โดยสรุปแล้วหนังเรื่องนี้เหมาะกับคนที่ชื่นชอบหนังไล่ล่า ที่ไม่ต้องคิดเยอะ ไม่ซับซ้อน แต่ก็ต้องเตรียมใจรับกับตอนจบแบบฝรั่งเศสไว้ด้วย ที่ไม่ได้พลิกแพลงอะไรแต่ว่าอาจจะงุนงงๆนิดๆแค่นั้นเอง

#รีวิวหนัง Netflix #Earth and Blood #หนังบู๊ แอ็คชั่น

รีวิว Brahms The Boy 2 ตุ๊กตาซ่องผี 2 การกลับมาของตุ๊กตาสุดหลอน

ประสบความสำเร็จกันอย่างล้อหลามกับภาคแรกของหนังเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่แฟนๆ หนังผี สยองขวัญ เรื่องนี้จะตั้งตาคอยการกลับมาของ Brahms The Boy 2 ตุ๊กตาซ่อนผี 2 ที่การกลับมาของเขาในครั้งนี้จะมาสร้างความหลอนกระตุกขวัญและหักมุมได้เท่าภาคแรกหรือไม่ !?

เรื่องย่อ

เป็นเรื่องราวของครอบครัว ลิซ่า (เคที่ โฮส์มส์) และ ฌอน (โอเวน เยโอแมน) และลูกชาย จู๊ด (คริสโตเฟอร์ คอนเวอรี่) พวกเขาได้เจอกับเหตุการณ์ที่เลวร้ายสะเทือนขวัญที่ได้ส่งผลกระทบไปยังจิตใจของคนในครอบครัว และพวกเขาได้ย้ายมาอาศัยในคฤหาสน์ฮีลเชียร์ และ จู๊ด ก็ได้พบพบเข้ากับตุ๊กตาที่ถูกฝังดินเอาไว้ ซึ่งพวกเขาไม่รู้เลยว่าการนำตุ๊กตาตัวนี้เข้ามาในชีวิตของพวกเขานั้นจะทำให้พวกเขาต้องพบเจอกับเรื่องราวสุดประหลาดที่จะมาตามก่อกวนชีวิตของพวกเขา

การเล่าเรื่องในภาคนี้ถือว่าไม่ได้เป็นการเล่าเรื่องที่มีความซับซ้อนใดๆ เป็นการดำเนินเรื่องง่ายๆที่คนดูสามารถคิดตามได้ ไม่ต้องคิดหลายตลบ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่า หนังเรื่องนี้จะไร้ซึ่งความน่าสนใจ แต่ก็ยังคงมีเสน่ห์ในเรื่องของจุดหักมุมอยู่ แต่หลายๆคนที่ก็อาจจะเดาทางได้ เพราะเป็นการหักมุมที่ไม่ได้ใหม่อะไรมาสำหรับหนังแนวนี้ แต่หนังเรื่องนี้จะทำให้คุณรู้ถึงที่มาที่ไปในเรื่องของความโหดที่หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบในเรื่องของการติดตามเนื้อเรื่อง ในภาคสองนี้ก็คงไม่ได้ทำให้คุณผิดหวังแต่อย่างใด

แต่ข้อเสียในภาคนี้ซึ่งก็ถือว่าเป็นความเสี่ยงของหนังภาคต่อที่คนดูมักจะต้องมีความคาดหวังมากอยู่แล้วก็คือ ระดับความหลอนความน่ากลัวของตุ๊กตาบาล์มได้หายไปอย่างสิ้นเชิง ถึงแม้ว่าจะมีฉากให้ได้ตกใจกันบ้างแต่ก็ไม่ได้ทำให้คนดูถึงกับลุ้นและผวาอย่างเช่นในภาคแรกของหนังเรื่องนี้ แต่ว่าหนังเรื่องนี้สามารถไปได้ต่อก็ต้องขอชื่นชมในผลงานการแสดงของเหล่านักแสดงทั้งหลายที่เรียกได้ว่าเป็นจุดที่ทำให้คนดูอยากจะดูเรื่องนี้ต่อให้จบเลยทีเดียว โดยเฉพาะการแสดงของนักแสดงหนุ่มน้อยคริสโตเฟอร์ที่แสดงได้ดีมากๆ ที่แสดงออกมาถึงความน่ากลัวแต่ในขณะเดียวกันความธรรมตามวัยก็ยังคงมีให้เห็นอยู่

#หนังผี สยองขวัญ #Brahms The Boy 2 #ตุ๊กตาซ่อนผี 2

Be With You หนังรักอบอุ่นเคล้าน้ำตา

            สะเทือนต่อมน้ำตาไปกับภาพยนตร์เกาหลีแนวดราม่า Be With You ปาฏิหาริย์ สัญญารัก ฤดูฝน โดยได้มีต้นฉบับมาจากนิยายญี่ปุ่น เรื่อง Ima Ai Ni Yukimasu แปลว่า I’m Going to be with You โดยนักเขียน ทาคุจิ อิชิคาวา โดยภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย ซนเยจิน และ โซจีซบ นักแสดงมากความสามารถแนวหน้าของเกาหลี

            ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวความรักแนวครอบครัว ชายผู้สูญเสียภรรยาอันเป็นที่รัก และแม่ของลูกไป จนต้องกลายเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวให้กับลูกชายวัย 6 ขวบ แต่ภายในหัวใจของทั้งสองก็ยังคงคิดถึงหญิงสาวที่จากไปอย่างสุดซึ้ง

เรื่องย่อ Be With You ปาฏิหาริย์ สัญญารัก ฤดูฝน

            ผู้เป็นพ่อและลูกชายมีชีวิตต่อไปด้วยความหวัง ด้านลูกชายยังคงทบทวนกับนิทานเรื่องแม่เพนกวินที่แม่ของเขาคอยเล่าให้ฟังอยู่เสมอ ซึ่งนิทานตัวนี้จะเป็นตัวดำเนินเรื่องให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ และตัวนิทานเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ แม่เพนกวินที่ได้ตายจากลูกไปแบบไม่ทันตั้งแต่ ทิ้งไว้เพียงความเศร้าโศกและมองดูลูกจากเมืองเมฆบนสวรรค์ เมื่อถึงวันที่ฝนตกเคล้ากับน้ำตา เธอจะมีโอกาสนั่งรถไฟหยาดฝนลงมาอยู่กับลูกเพื่อปลอบโยนลูกน้อยได้อีกครั้ง แต่เมื่อถึงวันที่ฝนซา สายฝนผ่านพ้นไปแม่นกเพนกวินก็จะต้องเดินทางกลับเมืองเมฆอย่างเบาใจ ว่าลูกของเธอจะก้าวหน้าต่อไปเมื่อไม่มีเธอ

            ด้วยนิทานเรื่องนี้เหมือนเป็นสิ่งแทนใจให้เด็กน้อย เขาจึงเฝ้าคอยปาฏิหาริย์ให้เกิดแก่เขาเหมือนกับนิทานที่แม่ทิ้งไว้ วันหนึ่งสวรรค์เป็นใจ เขา และ พ่อ ได้ไปพบกับแม่ ที่ปลายอุโมงค์ในวันฝนตก แต่มันคงไม่สมหวังขนาดนั้น เพราะ แม่ของเขากลับมาพร้อมกับความทรงจำที่หายไป จำไม่ได้ว่าเธอเคยเป็นภรรยาอันเป็นที่รักของสามี และแม่ที่อบอุ่นให้กับลูก แต่พวกเขานั้นก็ไม่เสียใจ ขอแค่เพียงเธอกลับมาก็พอ…

            พวกเขาต่างเริ่มความทรงจำด้วยกันใหม่อีกครั้ง เรื่องราวความรักความอบอุ่นจึงเกิดขึ้น แต่ความสุขก็อยู่ไม่นาน เมื่อถึงเวลาหนึ่งที่สายฝนเริ่มซา นั่นคือสัญญาณที่พวกเขาต้องปล่อยเธอไปอีกครั้ง การจากลามักมาพร้อมกับความเศร้าเสมอ แต่สุดท้ายการจากลาก็มีไว้เพียงแค่การจากกันด้วยดี บอกคำลาที่จริงใจอีกครั้งเมื่อมีโอกาส และให้คนข้างหลังได้ก้าวหน้าต่อไปแม้ไม่มีเธออีกต่อไปแล้ว ก็คงเหมือนกับนิทานเรื่องแม่เพนกวินที่เสมือนปาฏิหาริย์ที่นำพาความหวังกลับมาอีกครั้งเพื่อเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาเข้มแข็งขึ้นต่อไป

            ภาพยนตร์เรื่องนี้มีทั้งรสชาติแห่งความสนุก ผ่อนคลายอารมณ์ แต่ขณะเดียวกันก็สอดแทรกเนื้อหาความรักที่เรียกน้ำตาเข้าไปด้วย หากใครเซนซิทีฟในเรื่องครอบครัว รับรองว่าเรื่องนี้จะเรียกน้ำตาของคุณออกมาได้เป็นแก้ว

ขอขอบคุณภาพประกอบบทความ

ภาพที่ 1 จาก Korseries (https://www.korseries.com/kormovies-be-with-you-2018/)

#Be With You #หนังรัก #Romantic

ไททานิคภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์การเกิดโศกนาฏกรรมเรือล่มที่เกิดขึ้นจริง

http://gotomanager.com/content/100-ปี-“ไททานิค”-มากกว่าเรื่องเรือล่ม/

            ไททานิคเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่ออกฉายครั้งแรกเมื่อปี 1997 หลังจากเริ่มงานสร้างตั้งแต่ปี 1995 เป็นระยะเวลา 2 ปีที่ผู้กำกับมากความสามารถอย่างเจมส์คาเมรอนได้รังสรรค์ฉากต่างๆ รวมถึงเรือไททานิคที่มีขนาดใหญ่ยักษ์ในประวัติศาสตร์ให้เกิดขึ้นจริง จนทุนสร้างของภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถสร้างเรือไททานิคจริงได้หลายลำ แม้ว่าจะเป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดความรักแบบโรแมนติกภายใต้โศกนาฏกรรมเรือล่ม แต่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้แสดงภาพความเป็นอยู่และผู้คนภายในปี 1912 ออกมาได้อย่างสมจริงอีกด้วย ดังนั้นมันจึงเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในขณะนั้นจนฉายเป็นเวลายาวนานนับปีและเคยเป็นภาพยนตร์ที่สามารถทำรายได้สูงสุดในโลกอีกด้วย

เกร็ดความรู้ที่มาจากภาพยนตร์เรื่องไททานิคที่เราอาจไม่เคยสังเกตมาก่อน

สิ่งแรกที่เราจะเห็นนั่นก็คือวิธีการที่สังคมปฏิบัติต่อสตรีในสังคมชั้นสูง ภาพยนตร์ได้แสดงถึงวิธีการที่ผู้คนปฏิบัติต่อสตรีโดยเฉพาะในสังคมชั้นสูง รวมไปถึงความคาดหวังว่าพวกเธอนั้นจะต้องสมบูรณ์แบบในทุกๆ ด้านจนทำให้นางเอกอย่างโรสรู้สึกกดดันจนเกิดความคิดที่จะฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้แล้วในสังคมปัจจุบัน เช่นเดียวกับวิธีการที่คนชั้นสูงปฏิบัติกับคนชั้นต่ำลงมา การแบ่งแยกชนชั้นที่เห็นได้ชัดจากการให้ความช่วยเหลือขณะที่เรือกำลังจม เจ้าหน้าที่ได้ให้ความช่วยเหลือสังคมชั้นสูงที่อาศัยอยู่บนเรือชั้น 1 ก่อน แม้ว่าตัวละครเอกอย่างแจ็คกับโรสจะเป็นตัวละครสมมติ แต่ภาพยนตร์ไททานิคก็ได้มีการนำบุคคลที่มีชีวิตจริงอยู่ในประวัติศาสตร์มาโลดแล่นบนจอด้วยอย่างเช่น กัปตันเรือเอ็ดวาร์ด ผู้ที่สั่งเดินเรือเต็มกำลังเพื่อทำเวลาให้ไปถึงจุดหมายก่อนกำหนดการจนไม่ได้ใส่ใจเรื่องภูเขาน้ำแข็งที่ได้รับการเตือนมาหลายรอบ เฮนรี่ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บนเรือที่ช่วยให้ผู้โดยสารลงเรือชูชีพได้อย่างปลอดภัยจนตัวเองไม่รอดชีวิต วงดนตรีบนเรือที่บรรเลงเพลงจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต อิสเมย์ ประธานบริษัทเดินเรือผู้เป็นเจ้าของเรือลำนี้ผู้เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นสาเหตุให้เรือล่มและยังรอดชีวิตกลับมาได้ โทมัส วิศวกรที่ออกแบบและควบคุมการผลิตเรือและได้สละชีวิตจมลงไปกับเรือที่ตนเองออกแบบ

เหตุใดไททานิคจึงกลายเป็นภาพยนตร์ในตำนานที่นอกจากจะสร้างรายได้สูงแล้วยังได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมาก

            สิ่งแรกที่ทำให้ภาพยนตร์ไททานิคได้รับความชื่นชมเป็นอย่างมากคงจะหนีไม่พ้นบทที่สามารถรังสรรค์ออกมาได้เป็นอย่างดี เล่าและตีแผ่เรื่องราวได้ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของความสัมพันธ์เชิงชู้สาว ความสัมพันธ์ภายในครอบครัว และความสัมพันธ์ภายในสังคมของชนชั้นต่างๆ ฉากและเครื่องแต่งกายนักแสดงที่สามารถทำออกมาได้อย่างสมจริงและสวยงาม อย่างเช่นฉากที่ได้รับคำชมมากที่สุดคือฉากที่เรือกำลังล่มและทุกอย่างภายในเรือกำลังจมลงสู่ใต้น้ำ และเพลงประกอบที่กลายเป็นเพลงในตำนานมาจนถึงปัจจุบันอย่าง My Heart Will Go On ที่มีความไพเราะและบีบคั้นอารมณ์ส่งให้ภาพยนตร์มีความสนุกและเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้สามารถเคลมได้ว่าเป็นฝีมือของผู้กำกับอย่างเจมส์ คาเมรอนที่ไม่ปล่อยผ่านแม้แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จนทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ที่สมบูรณ์แบบและกลายเป็นภาพยนตร์ขึ้นหิ้งในที่สุด

#ไททานิค #รีวิวหนังดัง #ภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์