Boogie-nights(1997)

Boogie nights(1997)

หลายๆคนมีรสนิยมในการสะสมของต่างๆ นั้นต่างกัน บางคนชอบงานศิลปะจับต้องได้ หุ่นยนต์ โมเดลต่างๆ บางคนชอบเก็นความรู้หนังสือสมุดรวมรูปภาพ อุปกรณ์กีฬา ของที่ระลึกจากทีมกีฬาที่ตัวเองรัก จนถึงคนมีเงินระดับนึงก็เป็นนาฬิกามีราคา รวมไปถึงไบค์เหอร์สวยๆรถยนต์สปอร์ตคันงามๆ ล้านแต่เป็นความชอบของแต่ละคน แต่รู้มั้ยครับมีคนอยู่กลุ่มนึง ชอบสะสมภาพยนตร์ที่ประทับใจจากการดูผ่านโรงภาพยนตร์มาประดับไว้ในชั้นเก็บส่วนตัว ในห้องส่วนตัวและภาพยนตร์เล่านั้นอาจจะเป็นสิ่งไว้กระตุ้นอารมณ์ เพื่อความกระชุ่มกระชวยเวลาชวนใครมาดูในที่ส่วนตัวกันสองต่อสอง ผมกำลังชวนคุณเข้ามาสัมผัสกับสิ่งนี้ครับ Build Up Movies หนังสยิวดีๆควารมีไว้ปลุกอารมณ์

เรื่องแรกประเดิมของผมก็ต้องเล่าถึงอุตสาหกรรมหนังผู้ใหญ่ที่เฟื่องฟูในยุคนึงเลยในอเมริกา หนังผู้ใหญ่เกิดมาควบคู่กับอุตสาหกรรมวีดีโอและภาพยนตร์ตั้งแต่เริ่มต้น  ผมเลยนึกถีงภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ Boogie nights(1997)  ภาพยนตร์ที่หยิบเรื่องราวของการผลิต หนังผู้ใหญ่ ที่เฟื่องฟูมากในยุค 80″ ยุคที่ยังไม่มีอินเตอร์เน็ต และโรงหนังเป็นที่นิยมกันมากในช่วงนั่น โดยเฉพาะโรงหนังที่ฉาย หนังผู้ใหญ่

Boogie nights (1997) เป็นเรื่องราวของ Eddie Adam ที่แสดงโดยMark Wahlberg เป็นหนุ่มน้อยวัยคะนองที่มีความฝันอยากเป็นซุปเปอร์สตาร์ โดยที่ผู้กำกับหนังโป๊ชื่อดังอย่าง Jack Homer ที่รับบทโดยนักแสดงมากฝีมืออย่าง Burt Reynolds ที่เห็นแววเขาว่าจะต้องรุ่งแน่นอนในด้านนี้ (อาจจะเห็นความยิ่งใหญ่ที่ซ่อนอยู่ภายใน” กางเกง” ของเขา)
ซึ่งในตอนแรก Eddieยังลังเลใจที่จะรับข้อเสนอนี้ แต่การแตกหักกับที่บ้านก็กลายเป็นสิ่งที่เขาจำเป็นที่จะต้องรีบฉวยเอาโอกาสนี้มาให้ได้ และทำให้เกิดชุปเปอร์สตาร์ในวงการหนังผู้ใหญ่ นามว่า Dirk Diggler ขึ้นในวงการ

ภาพยนตร์เรืองนี้มีฉากหวาบหวิวตาม ธีมหลักของเรื่องเป็นระยะ ฉากที่เรียกว่าเป็น Debut ของ Dirk Diggler กับดาวจรัสฟ้าวงการ หนังผู้ใหญ่ อย่างAmber Waves ที่แสดงโดย Julianne Moore ที่ทำให้กองถ่ายตกตะลึงในความมหึมาของเขา ฉากที่น่าตราตรึงใจอีกฉากคือการจัดเต็มเล่นเริงรักกับ แม่สาว Rollergirl ที่รับบทขโมยซีนด้วยความน่ารักสดใสโดยHeather Grahamมาเป็นระยะ  
แต่ถ้าภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอแต่เรื่องความสำเร็จ ความฝันที่ไขว้ขว้าได้ คงไม่ทำให้ชื่อของ ผู้กำกับและเขียนบทอย่าง Paul Thomas Anderson(There Will be Blood, Punch Drunk Love และThe Master)  ที่ได้เข้าชิงถึง 3 รางวัลออสการ์ คือ นักแสดงชายสมทบ ชายและหญิง รวมถึงบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปีนั้น

เมื่อความสำเร็จมันหอมหวาน ทุกสิ่งก็ประดังเข้ามา ทั้งปาร์ตี้แสงสีความมีชื่อเสียงเงินทอง ซึ่งแน่นอนครับอบายมุขและยาเสพย์ติด เมื่อถึงจุดสูงสุดก็ย่อมหมดกำลังตกลงมายังที่ต่ำสุดได้ อย่างที่ภาพยนตร์หลายๆเรื่องรวมถึงละครในบ้านเรายังเอามาเล่นได้อย่างไม่มีเบื่อ คือผลของการกระทำครับ ผลกรรมที่ตามทัน
จากพฤติกรรมที่ย่ำแย่ Dirk Diggler ผลจากการทำงานหนักไม่เท่ากับการชีวิตที่สิ้นเปลือง สิ้นคิดไปกับยาเสพย์ติด เจ้าของดีของเด็ด มหึมาที่เคยผงาดง้ำค้ำโลก กลับป้อแป้ ไรการควบคุมได้เช่นก่อน ซุปเปอร์สตาร์ที่ปึ๋งปั๋ง กลายเป็นเพียงที่งกนื้อเหลวๆใช้งานไม่ได้ แล้วฉายาพลังม้า พลังช้างสารของ Dirk Diggler คงต้องเป็นแค่อดีตไป
เมื่อมีคลื่นลูกใหม่เข้ามาแทน แม้จะเดาได้ไม่ยากแต่ก็ยังเป็นพล็อตขั้นดีของหนังที่ที่ผู้กำกับมือทองอย่าง Paul Thomas Anderson อยากถ่ายทอดให้ผู้ชมได้รับรู้ จุดไคลแม็คของภาพยนตร์เรื่องนี้ คือการพยายามกลับมาของ  Dirk Diggler พร้อมกับการลดความนิยมของโรงหนังผู้ใหญ่ ที่ถูก Disturb  โดยวีดีโอเทปที่เข้ามาแทนที่ ภาพยนตร์เรื่องนี้แม้เต็มไปด้วย ภาที่หยาบคาย ภาพการมีเซ็กซ์ที่เร่าร้อน
การใช้ยาเสพย์ติด ความรุนแรง แต่ยังมีคำคมสอนใจดีๆให้เป็นระยะรวมถึง เพลงประกอบที่ให้อารมณ์ของยุคดิสโก้ได้เป็นอย่างดี ต้องชื่นชมความพิถีพิถัน ของผู้กำกับและเขียนบทอย่าง Paul Thomas Anderson ที่ละเอียดละเมียดทำภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมา ให้คุณได้ประทับใจและเสียน้ำ(ตา) กันในบางฉาก เรื่องนี้ผมแนะนำครับ Boogie nights (1997)