[รีวิวหนัง] LIFE มฤตยูมรณะบนห้วงอวกาศ

เมื่อพูดถึงหนังแนวไซไฟ คงเป็นแนวหนังที่ฉันแทบจะเอาไว้ท้ายสุดของลิสต์หนังเรื่องโปรดเลยก็ว่าได้ สำหรับฉันที่เป็นคอหนังแนว Horror แทบจะมีประสีประสากับการดูหนังแนววิทยาศาสตร์เท่าไหร่ แต่สำหรับเรื่อง LIFE ถือเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่ทำให้ฉันต้องหัยมาเปิดใจให้กับภาพยนตร์แนวไซไฟบ้างแล้ว

เรื่องราวของภาพยนตร์เรื่อง LIFE

LIFE เป็นภาพยนตร์แนวไซไฟวิทยาศาสตร์ที่ผสมความเป็นหนัง Thriller เข้าไปในตัว เป็นเรื่องราวของคณะสำรวจอวกาศคณะหนึ่ง ซึ่งมีลูกเรือ 6 คน ทั้งหมดถูกส่งไปสำรวจและวิจัยเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตบนอวกาศ และพวกเขาก็ได้พบกับสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งบนดาวอังคาร ซึ่งสิ่งมีชีวิตชนิดนั้นไม่รู้ว่ามันคือตัวอะไรกันแน่ แต่พวกเขาก็เลือกที่จะเก็บมันมาที่สถานีวิจัยเพื่อทำการทดลอง แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่า การตัดสินใจของะวกเขาครั้งนั้น ถือเป็นเรื่องที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง เพราะสิ่งมีชีวิตนั้นได้มีพัฒนาการที่น่ากลัว และได้ฆ่าพวกเขาทุกคน

LIFE หนังไซไฟ แต่ได้กลิ่นอายความเป็น Thriller

เมื่อพูดอย่างนี้คงไม่มีใครเชื่อ ว่าหนังไซไฟกับทริลเลอร์จะมาอยู่ในเรื่องเดียวกันได้อย่างไร แต่สำหรับเรื่องมันเป็นการผสมผสานระหว่าง 2 แนวหนังได้อย่างลงตัว ด้วยแกนหลักคือเรื่องของวิทยาศาสตร์ แต่การดำเนินเรื่องที่ต้องลุ้นแทบจะทุกตอนของเรื่อง แล้วไอเจ้าตัวประหลาดที่เรียกกันว่า Life นั้น ก็ช่างน่ากลัว สยดสยองเสียจริง เวลาดูต้องนั่งเกร็งว่ามันจะตามตัวเจอมั้ย เพราะด้วยความฉลาดของมันที่มนุษย์ก็คาดไม่ถึงว่ามันจะสามารถทำได้

จริง ๆ ต้นตอของเรื่องนี้มันเกิดจาก “การแหกกฎ” เพราะถ้าว่ากันตามหลักสากลในเรื่องของการสำรวจอวกาศ เขาก็ได้บอกไว้อยู่แล้วว่าห้ามเก็บสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวเข้ามา แต่กลุ่มของนักสำรวจในเรื่องก็แหกกฎ ทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โต หนังเรื่องนี้ถูกสร้างขึ้นโดยทาง Netflix เมื่อปี 2017 ด้วยความที่เป็นหนังวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ทำให้การกำกับ ตัดต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากอวกาศดูสมจริง รวมถึงการกำกับที่ทำให้คนดูลุ้นได้ทุกขณะ แล้วยิ่งตอนจบ หือ เรียกได้ว่าเป็นตอบจบแบบปลายเปิดที่ทำเอาคนดูถึงกับอ้าปากหวอเลยทีเดียว เพราะนอกจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่จับเจ้าสิ่งมีชีวิตนี้เข้ามาก็ถือว่าใหญ่หลวงแล้ว แต่การตัดสินใจของพระเอกในตอนจบนี่เรียกว่า พลาดมหาศาลเลยทีเดียว นี่ก็เป็นบทหักมุมของหนังแนวนี้ที่แตกต่างจากเรื่อง ที่ส่วนใหญ่พระเอกจะตัดสินใจแบบถูกต้อง แต่เรื่องนี้ไม่ใช่แบบนั้น การตัดสินใจของพระเอกก็เปรียบเสมือนมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่อาจจะออกหัวหรือก้อยก็ได้

วิดีโอตัวอย่างหนัง :

คะแนนรีวิว : 9.5/10

เครดิตภาพปกโดย whatsnewonnetflix

#รีวิว LIFE #หนังไซไฟทริลเลอร์ #หนังวิทยาศาสตร์

[รีวิวหนัง] His house บ้านของใคร หนังสยองขวัญที่จะทำให้คุณขนหัวลุกก่อนนอน

His house หรือในชื่อภาษาไทยว่า บ้านของใคร เป็นภาพยนตร์แนวสยองขวัญที่สร้างขึ้นโดย Netflix เป็นเรื่องราวของครอบครัวชาวผิวสีที่หนีสงครามมาอยู่ในที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งทางการเป็นคนจัดบ้านให้อาศัยอยู่ ซึ่งก่อนหน้าที่ทั้งคู่จะย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ ทั้งคู่เคยมีลูกสาว 1 คน แต่ก็ต้องสูญเสียลูกสาวไประหว่างการเดินทาง

ทั้งคู่ได้เข้ามาอยู่ในบ้านที่ทางรัฐจัดสรรให้สำหรับผู้ลี้ภัย โดยมีข้อแม้ว่าต้องอยู่ที่นี่ตลอด ด้วยความที่ไม่มีทางเลือกจึงจำเป็นต้องอยู่ หลังจากที่เข้ามาอยู่ ทั้งคู่ก็เริ่มรู้สึกแปลก ๆ กับบ้านหลังนี้ พวกเขาได้ยินเสียงฝีเท้าคน เสียงประหลาดจากอะไรก็ไม่รู้ได้ จนนำมาสู่เหตุการณ์สยองขวัญที่ตามมา

สิ่งที่น่าสนใจในเรื่อง His house

ถึงแม้ว่าว่าเรื่อง His house อาจจะไม่ค่อนได้รับความนิยมมากเท่าไหร่ แม้แต่คะแนนใน IMDB ก็ได้ไปเพียง 6.4 เท่านั้น แต่เราต้องบอกเลยว่า เรื่องนี้เป็นหนังที่หลอนใช้ได้เลย อย่างในเรื่องของบรรยากาศที่มีให้ความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะมุมหนึ่งของโลกกำลังร้อนเป็นไฟจากสงคราม ส่วนอีกมุมนึงก็สงบสุขราวกับเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุด อย่างตัวละครเอกของเรื่องอย่างรีอัลกับโบล ที่ย้ายเข้ามาอยู่ที่อังกฤษก็คิดว่ามันเป็นสถานที่ที่ปลอดภัย แต่ว่าต้องมาเจอเรื่องที่ดูเหมือนจะร้ายแรงพอ ๆ กับสงคราม มันคือเรื่องของสิ่งที่มองไม่เห็น ฉะนั้น มันเลยเป็นความอึดอัดใจของตัวละครเอกที่ต้องเลือกระหว่าง 2 สิ่ง คือทนอยู่ในบ้านหลังนี้แต่ต้องเจอกับเรื่องประหลาดหรือกลับไปประเทศตัวเองแต่ต้องผจญกับสงคราม เป็นทางเลือกที่เรียกได้ว่า ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย เพราะไม่สามารถไปทางอื่นได้แล้ว

พูดถึงสิ่งที่ประทับใจไปแล้ว มาถึงสิ่งที่ไม่ค่อยประทับใจบ้างดีกว่า สิ่งที่ไม่ค่อยชอบสำหรับหนังเรื่อง คือ การกำกับและใส่ซาวด์ อย่างเรื่องของการกำกับ มันจะมีหลายฉากที่ผู้กำกับจงใจทำให้ตกใจตามสไตล์หนังสยองขวัญ แต่สำหรับเราคิดว่ามันไม่ค่อยถูกจังหวะ บวกกับการใส่ซาวด์ที่ยัดเหยียดใส่มาให้ดูหลอน แต่จังหวะการใส่มันผิดจังหวะกับเหตุการณ์ จนทำให้ดูตลกและไม่เกิดความรู้สึกน่ากลัวเลยสักนิด แต่มันกลับดูแล้วน่ารำคาญมากกว่า

ถ้าถามความรู้สึกของฉันต่อหนังเรื่อง His house ต้องขอบอกเลยว่า ดูได้ไม่เสียหาย เนื้อเรื่องน่าสนใจใช้ได้ แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่จะเป็นหนังดีขึ้นหิ้งขนาดนั้น

ตัวอย่างหนัง :

คะแนนรีวิว : 6/10

เครดิตภาพปกโดย playinone

#รีวิว His house #รีวิวหนัง Netflix #หนัง Netflix

[รีวิว] Holidate ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดีที่ควรค่าแก่การดูในวันหยุด

ถ้าคุณเป็นคนนึงที่ชื่นชอบในหนังรักโรแมนติกคอมเมดี ถ้าคุณเป็นนึงที่เกลียดวันหยุด ถ้าคุณเป็นคนนึงที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตโสดอย่างอิสระ Holidate เป็นหนังที่เหมาะแก่การรับชมที่สุด

สำหรับหนังเรื่องนี้ เป็นหนังแนวโรแมนติกคอมเมดีที่สร้างโดย Netflix โดยผู้กำกับมากฝีมืออย่าง จอห์น ไวท์เซลส์ ที่ได้รับสรรค์ชิ้นงานนี้ขึ้นมาอย่างดี คำว่า Holidate เป็นการผสมคำกันระหว่างคำว่า Holiday ซึ่งหมายถึงวันหยุด ส่วนคำว่า Date แปลในที่นี้จะให้ความหมายว่า การออกเดท เพราะฉะนั้น แค่ชื่อก็สามารถตีความหมายได้แล้วว่า เรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องเดี่ยวกับการออกเดทในวันหยุด

เรื่องย่อ Holidate

Holidate เป็นเรื่องราวของสาวโสดคนหนึ่งชื่อว่า สโลน เธอเป็นสาวโสดที่เกลียดวันหยุดมาก เพราะเวลาที่เธอหยุดงาน แม่ของเธอมักจะจับเธอไปพบเจอกับผู้ชายคนนู้นทีคนนี้ที เพราะคงกลัวเธอขึ้นคาน ทำให้เธอไม่อยากมีวันหยุด จนวันหนึ่งสโลนได้ไปพบกับชายคนหนึ่งที่ไม่ชอบวันหยุดเหมือนกัน ทั้งคู่จึงตกลงเป็นแฟนกันชั่วคราว คือ ไม่ได้เป็นแฟนกันจริง ๆ แต่มีข้อตกลงกันว่าจะต้องมาออกเดทด้วยกันทุก ๆ วันหยุด

Holidate หนังรักที่คุณภาพคับจอ

จะว่าไป เส้นเรื่องนี้ก็ค่อนข้างแหวกแนวอยู่ไม่ใช่น้อย อย่างตัวละครเอกทั้งพระนางที่เกลียดวันหยุด ในขณะที่คนส่วนใหญ่ชื่นชอบวันหยุด ก็เลยต้องหาอะไรพิเลนทำอย่างให้พระเอกมาแกล้งเป็นแฟน แล้วนัดเจอกันเฉพาะวันหยุด แต่เราจะบอกว่าเป็นหนังที่ดูแล้วอมยิ้มได้ตลอดทั้งเรื่อง ด้วยพล็อตเรื่องที่เป็นแนวคอมเมดี้ แต่ว่าตัวเราไม่ได้นั่งขำกับมุขตลกในหนังเท่าไหร่ อาจจะเพราะไม่ค่อยอินกับคาแรกเตอร์นางเอกแนวนี้ แต่เป็นหนังที่ดูแล้วผ่อนคลาย มีมุมให้รู้สึกดีอยู่เป็นระยะ ในส่วนของนักแสดงที่รับบทเป็นสโลน (นางเอกของเรื่อง) ซึ่งคนที่มารับบทนี้คือ เอ็มม่า โรเบิร์ต ที่ต้องบอกเลยว่าเธอน่ารักมาก ส่วนลุค เบรซีย์ ก็หล่อละมุนมากเช่นกัน จริง ๆ แล้วหนังเรื่องนี้จะให้อารมณ์คล้าย ๆ กับดูเรื่อง Me before you อยู่ คือดูแล้วยิ้มตาม แต่ไม่ถึงกับขำมากนัก แต่เรื่องนี้ไม่ค่อยมีดรามาจัดเท่าไหร่ เหมาะแก่การดูคลายเครียดในช่วงวันหยุด สำหรับหนังเรื่องเราจึงขอให้คะแนนโดยรวมอยู่ที่  9/10

วิดีโอตัวอย่าง :

สำหรับใครที่อยากชม สามารถหาชมได้ทาง Netflix ซึ่งได้เข้าฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา และได้ขึ้นติดท็อป 10 หนังที่มีคนดูมากที่สุดประจำสัปดาห์อีกด้วย

#Holidate #รีวิวหนัง Netflix #หนังรักคุณภาพ

I AM SAM

เรื่องราวของชายผู้มีอายุสมองเท่าดับเด็ก 7 ขวบ ที่ต้องดูแลลูกสาว ผลงานการกำกับของ เจสซี่ เนลสัน ผู้กำกับที่สร้างชื่อจากหนังสั้นดราม่าเรื่อง To the Moon,Alice ในปี 1994 จนกระทั่งในปี 2001 เจสซี่ เนลสันได้ปล่อยผลงานสุดดราม่าทางถนัดของเขา I am Sam ซึ่งได้คะแนนจาก IMDB ไป 7.7 คะแนน และได้คะแนนฝั่งนักวิจารย์ 35% ฝั่งคนดูธรรมดา 87% จาก Rotten Tomatoes ดดยภาพยนตร์เรื่อง I am Sam มีทุนสร้างที่ 22 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำรายได้ทั่วโลกไป 97 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

เรื่องย่อ I am Sam

เป็นภาพยนตร์ดราม่าเข้มข้นมากถึงมากที่สุดที่สามารถทำให้ทุกคนเสียน้ำตาได้อย่างไม่ยากเย็น โดยผ่านการเเสดงของ ณอน เพนน์ มิเชล ไฟเฟอร์ ดาโกตา แฟนนิ่ง ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองดีดีมาก ฌอน เพนน์ในบทบาทของ Sam ชายผู้มีอายุสมองเท่ากับเด็ก 7 ขวบที่ดูแลลูกสาวของเขา Lucy in the sky with diamond ชื่อที่ได้แรงบันดาลใจมีจากเพลงของ The beatles ที่ Sam ชื่นชอบ Sam ต้องดูแล Lucy พร้อมกับทำงานที่ร้านขายอาหาร เนื่องจาก Sam มีอายุสมองเท่ากับเด็ก 7 ขวบ เขาไม่สามารถคิดอะไรที่ซับซ้อนได้ Sam จะมีกิจวัตรประจำวันที่ทำอย่างสม่ำเสมอคล้ายกับโปรแกรมของหุ่นยนต์ เมื่อเด็กน้อย Lucy เติบโตขึ้น กับการที่มีพ่อเป็นคนไม่ปกติ คนรอบข้างล้วนมีคำถามกับความสามารถในการเป็นพ่อของ Sam จนกระทั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพรากสิทธิ์การเลี้ยงดูเด็กน้อย Lucy ไปจาก Sam ชายผู้ที่มีปํญญาเท่าเด็ก 7 ขวบ จำเป็นต้องสู้กับศาลเพื่อเเย่งสิทธิ์ในการดูแล Lucy คืนมา

I am Sam ภาพยนตร์ Coming of age ที่จะพาเติบโตไปพร้อมตัวละคร

ในส่วนของเนื้อเรื่องเราจะได้เห็นการเติบโตของ Sam และ Lucy ไปพร้อมๆกัน ตัวภาพยนตร์มีความเป็นดราม่า ผสมการก้าวผ่านเวลาหรือที่เรียกว่า Coming of age เนื้อเรื่องค่อยๆไล่ระดับไปเรื่อยๆสะสมพลังให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงตัวละคร Sam และ Lucy ได้อย่างไม่ยากเย็น การเล่าเรื่องไม่ได้มีความสลับซับซ้อน เป็นภาพยนตร์ที่ดูง่ายร้องไห้ไว ซึ่งเป็นแนวทางที่ง่ายจะทำแต่ยากที่จะดี ต้องชมความฉลาดของผู้กำกับที่เลือกจะเล่าเรื่องที่น่าสนใจและยังสะท้อนภาพของไม่สมบูรณ์แบบของมนุษย์ ทำให้การสะสมพลังผ่านการเล่าไปเรื่อยๆทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในด้านการแสดงเนื่องจากเป็นภาพยนตร์ดราม่าที่ใช้นักแสดงน้อยมาก การแสดงจึงแทบหาตำหนิไม่ได้นอกจากบทตัวประกอบบางบทที่ทำได้ไม่ถึงระดับของตัวเอง ไม่ใช่การแสดงของตัวประกอบคนนั้นไม่ได้มาตรฐาน แต่เพราะตัวเอกเก่งเกินไปจนทำให้การแสดงของตัวประกอบเหล่านั้นดูไม่เป็นธรรมชาติไปบ้าง ซึ่งไม่ถือเป็นสาระสำคัญ เพราะการส่งพลังของนักแสดงหลักยังคงทำหน้าที่ได้ดีมากจนสามารถมองข้ามความผิดพลาดเล็กๆน้อยของตัวละครบางตัวไปได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ

I am Sam เป็นภาพยนตร์ระดับขึ้นหิ้งเรื่องหนึ่งที่จะบอกกับคุณว่าชีวิตมันไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบคุณก็สามารถมีความสุขได้ เป็นอีกภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยประโยคที่ทรงพลัง เป็นภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยกำลังใจ เป็นภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยน้ำตา เป็นภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เป็นภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยความสุขทั้งของผู้กำกับและผู้ชม

วิดีโอตัวอย่าง :

ขอบคุณรูปภาพ

รูปแรก (https://vocal.media/geeks/i-am-sam-a-movie-review)

รูปสอง (https://www.catdumb.com/movie-for-father-day-313/)

#I AM SAM #ภาพยนตร์ขึ้นหิ้ง #หนังดีต้องดู

รีวิวหนัง Netflix : I Am All Girls การตามหาแก๊งค์ค้ามนุษย์และฆาตรกรสุดลึกลับ

หากคุฯกำลังมองหา หนัง Netflix ที่เล่นประเด็นดราม่าหนักๆสักเรื่อง แต่ก็มีธีมเข้ามาผสมโรง ไม่ได้ดราม่าน้ำตาไหลเพียงอย่างเดียว ขอแนะนำ หนังเรื่อง I Am All Girls เป็นหนังอาญชากรรม ไล่ลา ไขปริศนา ที่ลุ้นระทึกมากๆ สำหรับใครที่อยากดูหนังที่เล่นประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้นจริงในสังคม ต้องมาดูเรื่องนี้ให้ได้ เพราะเรื่องนี้เหมือนเป็นการตีแผ่ปัญหาค้ามนุษย์ที่ยังคงเป็นปัญหาหลักๆของแอฟริกาใต้อยู่

เรื่องย่อ หนัง Netflix I Am All Girls ใต้

เป็นเรื่องราวของตำรวจสาวคนหนึ่ง ที่ทำคดีตามจับแก๊งค้ามนุษย์ เธอพยายามสืบสวนตามรอยทุกวิถีทาง แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่ประสบความสำเร็จ จนทำให้เธอโดนตัดงบไป แต่ในขณะที่กำลังทำคดีเรื่องนี้ ก็มีคดีฆาตรกรรมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ว่าเหยื่อในการฆาตรกรนั้นจะมีสัญลักษณ์บางอย่างอยู่ และดูเหมือนว่าคนที่ตายไป ก็มักจะมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ เธอเลยต้องพยายามตามหาฆาตรกรรายนี้ให้ได้ว่าเป็นใคร และต้องการอะไรกันแน่

ตัวอย่างหนัง

หนังสืบสวน I Am All Girls กับประเด็นค้ามนุษย์สุดเข้มข้น

หนังเรื่องนี้จะเป็นการเน้นไปที่ประเด็นของการค้ามนุษย์เป็นหลัก ซึ่งต้องขอบอกเลยว่าตัวหนังทำออกมาได้ค่อนข้างน่าประทับใจ ทั้งฉากต่างๆดูสวยงาม ฉากแอ็คชั่นก็ดี เลยทำให้รู้ว่าหนังเรื่องนี้ก็มีการลงทุนที่สูงอยู่เหมือนกัน ซึ่งในเรื่องจะมีการเล่าประเด็นค้ามนุษย์ได้อย่างน่าสนใจ ทำออกมาให้เราได้อินกันแบบสุดๆแน่นอน บางฉากเราอาจจะรู้สึกสะท้อนสังคมเลยทีเดียว โดยวิธีการเล่าเรื่องจะเป็นการตัดสลับไปมาระหว่าง การสืบสวนของตำรวจหญิง และเรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ ซึ่งเรื่องจะค่อยๆเฉลยและมาต่อกัน

I Am All Girls หนังดีที่ไม่ควรพลาด เล่นหนักเรื่องประเด็นสังคม

สำหรับหนังเรื่องนี้ไม่อยากให้พลาด เพราะว่าองค์ประกอบต่างๆของเรื่องนี้ทำออกมาได้ดีมากๆ การเล่าเรื่อง พล็อตเรื่อง การนำเสนอประเด็นสังคมที่สามารถทัชใจคนดูได้เต็มๆ แต่หนังอาจจะมีชะงักไปในตอนท้ายที่บางคนอาจจะดูแล้วสับสน เพราะหนังดันไปรวบรักตอนสำคัญของหนังอย่าง ใครเป็นฆาตรกร สรุปตำรวจรู้แล้วตอนไหน อาจจะละเลยเรื่องจุดขายนี้ไปบ้าง กับความไม่สมเหตุสมผลอื่นๆอีกนิดหน่อย แต่สำหรับคอ หนังสืบสวนสอบสวน หนังไขปริศนา ดราม่า ปัญหาสังคม นี่เป็น หนังดี Netflix อีกเรื่องที่คุณควรจะต้องปักหมุดเอาไว้ว่ายังไงก็ต้องดู

#หนังไล่ล่า #หนังไขปริศนา #หนังอาชญากรรม #I Am All Girls