• Home
  • Author: karc1

รีวิวซีรีส์วายเรื่อง ต้นหนชลธี เรื่องราวการแอบรักพี่ชายข้างบ้าน

  พบกับซีรีส์วายจากช่องดังอย่าง GMM TV ที่ไม่เคยทำให้ผิดหวังกันอีกแล้ว เรื่องนี้ก็เข้มข้นและสนุกไม่แพ้เรื่องอื่นๆเลย นักแสดงแต่ละคนงานดีไม่ไหว เนื้อเรื่องจะเป็นแนวน่ารักๆเหมาะสำหรับดูแก้เครียด ส่วนรายละเอียดเนื้อเรื่องจะเป็นอย่างไรนั้นตามไปฟังสปอยกันสักหน่อยดีกว่า

  สำหรับซีรีส์เรื่อง ต้นหนชลธี เป็นเรื่องราวของ “ต้นหน” ที่รับบทโดย “ป๊อด ศุภกร ศรีโพธิ์ทอง” หนุ่มหล่อมาดเข้ม อาจจะดูแบดๆหน่อยแต่ใจดีสุดๆ และ “ชลธี” ที่รับบทโดย “ข้าวตัง ธนวัฒน์ รัตนกิจไพศาล” หนุ่มหน้าหวานที่ใครเห็นก็ต้องเอ็นดู ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เกิดจากที่ชลธีแอบรักพี่ชายข้างบ้าน ก็คือ “ต้นหน” นั่นเอง ทั้งสองรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ต้นหนเป็นพี่ชายที่แสนดีและอบอุ่นมาตั้งแต่เด็กๆจนทำเอาคนน้องหวั่นไหว แต่ก็มีเหตุผลที่ทำให้ต้นหนต้องย้ายบ้าน และเดินทางไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ทั้งสองเลยต้องห่างกัน แต่ชลธีก็มักจะแอบส่อง Facebook ของต้นหนอยู่บ่อยๆ จนต้นหนอัพสเตตัสว่าโสด และกลับมาพักใจที่บ้านเก่า จนได้มาเจอกับชลธี น้องชายที่เคยเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะชลธีมักจะเข้าไปทำความสะอาดที่บ้านบ่อยๆ จนกลับมาตัวติดกันอีกรอบ ชลธีเลยตั้งใจสอบเข้ามหาลัยเดียวกับพี่ต้นหน เมื่อสอบติดพี่ต้นหนก็ชวนน้องไปอยู่บ้านเช่าที่ใกล้มหาลัยและเป็นรูมเมทกันด้วย ซึ่งมีเพื่อนๆของต้นหนอยู่ด้วย นั่นก็คือ ”อัยย์” ที่รับบทโดย “ท็อปแท็ป จิรกิตติ์ คูอาริยะกุล” และ “ไน๋” ที่รับบทโดย “ไมค์ ชินรัฐ สิริพงษ์ชวลิต” ทั้งสองคนเป็นแฟนกันแต่ก็ต้องคบกันแบบเงียบๆเพราะต้นหนไม่ชอบเกย์สักเท่าไหร่ เลยปิดบังไว้เพื่อความสบายใจของต้นหน ยิ่งอยู่ใกล้กันต้นหนก็เริ่มมีใจให้คนน้องเรื่อยๆ ก็คนน้องน่ารักขนาดนี้ ใครอยู่ใกล้ก็ต้องหลงเป็นธรรมดา เรียกว่าต่างคนต่างมีใจให้กันเลยล่ะ แต่ต้นหนก็ต้องห้ามความรู้สึกตัวเอง เพราะยึดความเชื่อมาตลอดว่าผู้ชายไม่สามารถอยู่ด้วยกันและรักกันได้

ส่วนเรื่องราวของทั้งคู่จะเป็นอย่างไรอยากให้ทุกคนได้ลองไปติดตามกันนะคะ เนื้อเรื่องสนุกมากๆ เป็นซีรีส์วายขายขำอีกเรื่องเลย ดูแก้เครียด ไม่น่าเบื่อ นักแสดงทุกคนเล่นเป็นธรรมชาติมาก เป็นเรื่องราวในรั้วมหาลัย บอกเลยว่าฟินจิกหมอนไม่ไหววว ใครกำลังมองหาซีรีส์วายสุดฟินดูแก้เครียดขอแนะนำเรื่องนี้เลยค่ะ รับรองว่าไม่ผิดหวัง

ภาพจาก : เรื่องย่อละคร

#รีวิวซีรีส์วาย #ละครดัง GMM TV #ซีรีส์วายห้ามพลาด

รีวิวภาพยนตร์ใน Disney+ Hotstar เรื่อง Alita Battle Angel (2019)

ภาพยนตร์เรื่องAlita Battle Angel (2019) อลิตา แบทเทิล แองเจิล เป็นภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์ไซไฟ แอคชั่น แฟนตาซี ผลงานการกำกับของ โรเบิร์ต รอดริเกซ โดยภาพยนตร์เรื่องนี้มีนักแสดงมากความสามารถมาร่วมแสดงมากมายไม่ว่าจะเป็นโรซา ซาลาซาร์ ที่มารับบทเป็น อลิตาหุ่นยนต์สวยที่ฟื้นคืนชีพมาด้วยอาการความจำเสื่อมเธอไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครและมีจุดมุ่งหมายอะไร คนต่อมาคือคริสตอฟ วอลซ์ มารับบทเป็น ดร. ไดสัน ไอโด นักวิทยาศาสตร์ไซบอร์กที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับ โดยเขาเป็นนักล่าเงินรางวัลและยังเป็นพ่อของอลิตาอีกด้วย คนต่อมาคือเจนนิเฟอร์ คอนเนลลี มารับบทเป็น ดร.ชิเรน อดีตภรรยาของไอโด เป็นวิศวกรไซบอร์กหญิงที่มีความเก่งกาจ คนต่อมาคือแจ็กกี้ เอิร์ล เฮลีย์ มารับบทเป็น กรีวิชก้า  เป็นอาชญากรไซบอร์กที่ทำงานให้กับโนวา โดยเธอเป็นทั้งนักฆ่าและเป็นทั้งผู้บังคับคดีในเวลาเดียวกัน และคนสุดท้ายที่จะมาแนะนำในวันนี้คือฮอร์เก้ เลนเดบอร์ก จูเนียร์ มารับบทเป็น ทันจิ เพื่อนของฮิวโก้ และเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในคดีอาชญากรรม ภาพยนตร์Alita Battle Angel (2019) อลิตา แบทเทิล แองเจิล เป็นภาพยนตร์เมื่อปี 2019

เนื้อเรื่องย่อของภาพยนตร์เรื่อง Alita Battle Angel (2019) อลิตา แบทเทิล แองเจิล

ภาพยนตร์เรื่อง Alita Battle Angel (2019) อลิตา แบทเทิล แองเจิล เปิดเรื่องราวมาที่ศตวรรษที่ 26 ไซบอร์กสาวนามว่า อลิตา ที่ได้ถูกดร.ไดสัน อิโดะ นักวิทยาศาสตร์ไซบอร์กเก็บมาจากข้างถนนพร้อมทั้งช่วยซ่อมแซมร่างที่กำลังจะพังของเธอ โดยหลังจากที่เธอฟื้นเธอก็ไม่สามารถจำจดอะไรได้เลย นอกจากทักษะการต่อสู้ซึ่งเป็นรูปแบบการต่อสู่ของดาวอังคารที่หายสาบสูญไป จนเธอก็กลายมาเป็นทั้งนักล่าและนักรบ ที่มีหน้าที่ในการกำจัดเหล่าอาชญากร พร้อมทั้งออกเดินทางค้นหาตัวตน จนได้พบกับความรัก แล้วเรื่องราวของไซบอร์กสาวจะเป็นอย่างไรต่อไป ต้องติดตามชมทาง Disney+ Hotstar กับภาพยนตร์เรื่องAlita Battle Angel (2019) อลิตา แบทเทิล แองเจิล

ความประทับใจหลังดูภาพยนตร์เรื่อง Alita Battle Angel (2019) อลิตา แบทเทิล แองเจิล

ถือเป็นภาพยนตร์แอคชันไซไฟแห่งปีที่ทำออกมาได้ดีงาม ทั้ง CG แสง สี เสียง ภาพก็ตื่นตาตื่นใจ หรือแม้แต่คาแรกเตอร์ตัวละครก็ทำออกมาได้ดี ฉากแอคชันคือดีมันส์มาก แต่ติดนิดหน่อยตรงที่เนื้อเรื่องไม่ค่อยเล่าถึงปมตัวละครให้เราเข้าใจและอินตามได้มากนัก สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Alita Battle Angel (2019) อลิตา แบทเทิล แองเจิล

คะแนนของเรื่องนี้ 8.5/10

อ้างอิงภาพจาก www.hodderscape.co.uk

#Disney+ Hotstar #รีวิวหนัง Disney+ #Alita Battle Angel (2019)

รีวิวซีรีส์วายเรื่อง Dark Blue Kiss จูบสุดท้ายเพื่อนายคนเดียว

  สำหรับซีรีส์สุดฟินที่เรานำมาแนะนำกันในวันนี้ เป็นซีรีส์วายจากค่ายดังอย่าง GMM TV ช่องนี้ไม่เคยทำให้เหล่าสาววายหรือคนดูผิดหวังกันอยู่แล้ว ซีรีส์แต่ละเรื่องบอกเลยว่าครบรส ครบทุกอารมณ์ นำเสนอแต่ซีรีส์ที่มีคุณภาพ ส่วนวันนี้เราจะมาแนะนำเรื่อง Dark Blue Kiss จูบสุดท้ายเพื่อนายคนเดียว เนื้อเรื่องจะเป็นอย่างไรบ้างนั้นเราตามไปฟังกันเลย

  ซีรีส์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวระหว่าง “พีท” ที่รับบทโดย “เต ตะวัน วิหครัตน์” หนุ่มหล่อที่มาพร้อมความเอาแต่ใจ มีนิสัยเหวี่ยงๆ พูดจาไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ และ “เก้า” ที่รับบทโดย “นิว ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ” หนุ่มหน้าหวานสุดเนี๊ยบ มาพร้อมความหล่อและความฉลาด ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มจากเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน จนพัฒนามาเป็นคนรู้ใจหรือที่เรียกว่าแฟนนั่นเอง แต่การคบกันของทั้งคู่ไม่ได้เป็นการคบกันแบบเปิดเผย ต้องคบแบบหลบๆซ่อนๆ อาจเพราะด้วยทั้งคู่เป็นผู้ชาย และเก้าเองกลัวจะทำให้ครอบครัวผิดหวัง อีกอย่างต้องแคร์คนรอบข้างด้วย แต่ก็ใช่ว่าความสัมพันธ์จะไม่ถูกสงสัย แถมยังมีคนที่ทำให้ความรักครั้งนี้มีปัญหาตามมามากมาย เพราะเก้าต้องสอนพิเศษให้กับ “นนท์” ที่รับบทโดย “เอเจ ชยพล จุฑามาศ” ลูกผอ.โรงเรียนที่แม่เก้าทำงานอยู่ เก้าจึงไม่สามารถปฏิเสธได้ ซึ่งแน่นอนว่างานนี้ทำเอาพีทหึงจนถึงขั้นสั่งให้เก้าเลิกสอนพิเศษให้นนท์ แต่ความจริงเก้าไม่สามารถเลิกสอนได้ จึงต้องสอนแบบหลบๆซ่อนๆ จนสุดท้ายเมื่อพีทรู้ ทั้งสองก็มีปัญหากัน และแน่นอนว่าการที่นนท์เข้ามาทำให้พีทและเก้าเข้าใจผิดกัน จนถึงขั้นว่าเกือบเลิกกันไปเลย และไม่ได้มีแค่คู่หลักเท่านั้นนะ เพราะยังมีคู่รองให้ได้ฟินกันอีก เป็นคู่ของ “หมอก” ที่รับบทโดย “ฟลุ๊ค กวิน แคสกี้” และ “ซ้น” ที่รับบทโดย “ป๊อด ศุภกร ศรีโพธิ์ทอง” บอกเลยว่าคู่นี้ก็ไม่ธรรมดาจริงๆ ยิ่งได้ใกล้ชิดกันก็ยิ่งทำให้ความรู้สึกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จากคนที่ไม่ชอบหน้ากัน เจอกันเมื่อไหร่คือมีเรื่องกันตลอด เมื่อใกล้ชิดกันมากขึ้นก็ทำให้ทั้งสองเริ่มสับสน จนเริ่มมีใจให้กันนั่นเอง ส่วนเรื่องราวระหว่างสองคู่นี้จะลงเอยอย่างไร ต้องไปติดตามดูที่ช่อง YouTube : GMM TV รับรองว่าสนุกครบรสแน่นอน

  นอกจากเนื้อเรื่องจะสนุกแล้ว ซีรีส์เรื่องนี้ยังสอดแทรกข้อคิดดีๆหลายอย่างเลย โดยเฉพาะเรื่องการพูดโกหก แน่นอนว่ามันมีผลตามมา การพูดความจริงจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ส่วนตัวขอให้คะแนนเรื่องนี้ 10/10 เลย เนื้อเรื่องเข้มข้น ไม่น่าเบื่อ นักแสดงทุกคนแสดงดีและเต็มที่มากๆ เชื่อว่าจะเป็นซีรีส์อีกเรื่องที่ได้ดูแล้วเพื่อนๆต้องประทับใจค่ะ

ภาพจาก : เรื่องย่อละคร

#Dark Blue Kiss #จูบสุดท้ายเพื่อนายคนเดียว #ซีรี่ส์วายน่าดู

รีวิวภาพยนตร์ Disney+ Hotstar เรื่อง Beauty and the Beast (2017)

ภาพยนตร์เรื่อง Beauty and the Beast (2017) โฉมงามกับเจ้าชายอสูร เป็นภาพยนตร์แนวโรแมกติก แฟนตาซี ดนตรี ผลงานการกำกับของ บิล คอนดอน และผลงานการเขียนบทของ สตีเฟน ชาบอสกี และอีแวน สปิลลิโอโทปูลอส โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้นักแสดงมาร่วมแสดงมากมายไม่ว่าจะเป็นเอ็มมา วอตสัน ที่มารับบทเป็น เบลล์ สาวสวยที่มีความแปลกเฉพาะตัวในหมู่บ้านวีย์เนิฟ โดยเธอเป็นหญิงสาวที่ไม่สนใจความรักและสนใจเพียงแต่การอ่านหนังสือเท่านั่น ซึ่งเธอเป็นคนที่มองเห็นความเป็นมนุษย์ในตัวของอสูร คนต่อมาคือแดน สตีเวน มารับบทเป็น เจ้าชายอสูร เจ้าชายรูปงามที่ถูกสาปให้กลายเป็นอสูร โดยการจะถอนคำสาปได้นั่นเขาต้องเรียนรู้ที่จะรักและต้องมีคนที่รักเขาอย่างจริงใจจึงจะถอนคำสาปได้ คนต่อมาคือลุค อีแวนส์ มารับบทเป็น แกสตอง นายพรานผู้ทรงเสน่ห์ในหมู่บ้านโดยเขาได้ตกหลุมรักเบลและพยายามตามจีบเพื่อหวังได้เบลมาเป็นภรรยา คนต่อมาคือเควิน ไคลน์ มารับบทเป็น มอริส จิตรกรและนักประดิษฐ์ผู้เป็นพ่อของเบล และคนสุดท้ายที่จะมาแนะนำในวันนี้คือจอช แกด มารับบทเป็น เลอฟู เพื่อนที่เปรียบเสมือนลูกน้องคอยรับใช้แกสตองอยู่เสมอ ภาพยนตร์Beauty and the Beast (2017) โฉมงามกับเจ้าชายอสูร เป็นภาพยนตร์เมื่อปี 2017

เนื้อเรื่องย่อของภาพยนตร์เรื่อง Beauty and the Beast (2017) โฉมงามกับเจ้าชายอสูร

ภาพยนตร์เรื่อง Beauty and the Beast (2017) โฉมงามกับเจ้าชายอสูร เปิดเรื่องราวมาที่ เบลล์ หญิงสาวทั้งที่แสนสวย อ่อนโยน และกล้าหาญ โดยเธอต้องถูกกักขังอยู่ในปราสาทของ อสูร เพราะพ่อของเธอดันไปเก็บดอกกุหลาบในสวนดอกไม้ของอสูร แต่ความเด็ดเดี่ยวและกล้าหาญของเธอก็ทำให้เธอสามารถเข้าใจและมองข้ามรูปลักษณ์ของอสูรเพื่อเห็นถึงความอ่อนโยนที่แท้จริงภายในได้ จนก่อเกิดเป็นความรักที่อันบริสุทธิ์แล้วเรื่องราวความรักครั้งนี้จะมีบทสรุปอย่างไร ต้องติดตามชมทาง Disney+ Hotstar กับภาพยนตร์เรื่องBeauty and the Beast (2017) โฉมงามกับเจ้าชายอสูร

ความประทับใจหลังดูภาพยนตร์เรื่อง Beauty and the Beast (2017) โฉมงามกับเจ้าชายอสูร

ภาพยนตร์มิวสิคัลเรื่องนี้ถึงเราจะสามารถเดาเรื่องราวได้เพราะดัดแปลงมาจากนวนิยายชื่อดัง แต่ก็สนุกมาก ความมิวสิคัลคือดีงาม นักแสดงทุกคนเล่นดี ดนตรีไพเราะ เนื้อเรื่องมีความสวยงามและโรแมนติกจากความรักระหว่างมนุษย์และอสูร ใครเป็นคอหนังแฟนตาซีต้องห้ามพลาดเลย สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Beauty and the Beast (2017) โฉมงามกับเจ้าชายอสูร

คะแนนของเรื่องนี้ 8.5/10

อ้างอิงภาพจาก www.primevideo.com

#รีวิวหนัง Disney+ #Beauty and the Beast (2017) #หนัง Disney+

รีวิวภาพยนตร์ใน Disney+ Hotstar เรื่อง The Lion King (2019)

ภาพยนตร์เรื่องThe Lion King (2019) เป็นภาพยนตร์แนวแอนิเมชั่น ผจญภัย ดนตรี ดราม่า กำกับโดยจอน แฟฟโรว์ ผลงานการเขียนบทของ เจฟฟ์ นาธานสัน และผลิตโดยวอลต์ดิสนีย์พิกเชอส์  โดยภาพยนตร์เรื่องนี้มีตัวละครที่น่าสนใจมากมายไม่ว่าจะเป็นซิมบ้า สิงโตน้อยแสนน่ารักลูกชายเพียงคนเดียวของมูฟาซาและซาราบี ซึ่งนับเป็นผู้ที่จะได้ขึ้นเป็นราชาแห่งแดนทรนง โจเซฟ วิลเลียมส์ ตัวละครต่อมาคือนาลา เป็นสิงโตสาวเพื่อนสนิทของซิมบ้า ที่คอยอยู่เคียงข้างซิมบ้ามาตั้งแต่เล็กจนโต ตัวละครต่อมาคือมูฟาซา เป็นราชาแห่งสิงโตพ่อของซิมบ้า เป็นสิงโตผู้เด็ดเดี๋ยว และรักครอบครัวมากถึงขนาดย้อนเสียสละชีวิตให้ได้ ตัวละครต่อมาคือสการ์ เป็นอาของซิมบ้าและน้องชายของมูฟาซา โดยเขาเป็นสิงโตที่มีเล่ห์เหลี่ยมและต้องการแย่งชิงบัลลังก์ราชาสิงโตมาจากซิมบ้า ตัวละครต่อมาคือทีโมน เป็นตัวเมียร์แคต ที่ทั้งแสนจะภักดีและเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทที่อยู่เคียงข้างซิมบ้า ตัวละครต่อมาคือพุมบ้า เป็นหมูป่าตัวอ้วนเพื่อนสนิทของทีโมน และยังเป็นหนึ่งในแก็งเพื่อนสนิทของซิมบ้าอีกด้วย และคนสุดท้ายที่จะมาแนะนำในวันนี้คือราฟิกิ เป็นลิงบาบูนแก่ ที่ทำหน้าที่เป็นผู้นำเสนอลูกสิงโตแรกเกิดของราชาและราชินีให้กับบรรดาสัตว์ป่าในแดนทรนงได้รับรู้ ภาพยนตร์The Lion King (2019) เป็นภาพยนตร์เมื่อปี 2019

เนื้อเรื่องย่อของภาพยนตร์เรื่อง The Lion King (2019)

ภาพยนตร์เรื่องThe Lion King (2019) เปิดเรื่องราวมาที่ทุ่งหญ้าสะวันนาและการกำเนิดของ ซิมบ้า ลูกชายของราชามูฟาซา โดยในขณะที่เหล่าสัตว์กำลังฉลองกับการกำเนิดของลูกสิงห์โตตัวใหม่ สการ์ สิงโตน้องชายของมูฟาซา ซึ่งเป็นว่าที่ผู้สืบบังลังก์คนก่อน ก็ได้เริ่มแผนการชิงบังลังภายใต้เหตุการณ์โศกนาฏกรรม ทำให้ซิมบ้าถูกส่งตัวเนรเทศออกไป แต่ด้วยความช่วยเหลือจากบรรดาสัตว์เพื่อนรัก ก็ทำให้ซิมบ้าได้เติบโตเป็นสิงโตผู้ใหญ่และกลับมาทวงคืนบังลังและความเป็นธรรมของเขาเอง ติดตามชมทาง Disney+ Hotstar กับภาพยนตร์เรื่องThe Lion King (2019)

ความประทับใจหลังดูภาพยนตร์เรื่อง The Lion King (2019)

ต้องขอชมเลยว่าเรื่องนี้ CG เนียนมากๆ รายละเอียดทุกจุดคือเก็บดีมาก ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวของสัตว์ป่า ธรรมชาติ การไหลของน้ำตก มีความสมจริงทั้งหมด แต่แล้วความสมจริงมากนี้เองที่กลับส่งผลให้เราไม่ค่อยรับรู้ได้ถึงอารมณ์ของตัวละครในเรื่องเท่าไหร่ ถึงอย่างนั่นรวมๆก็ถือว่าประทับใจมากเลยค่ะ สำหรับภาพยนตร์เรื่อง The Lion King (2019)

คะแนนของเรื่องนี้ 7.5/10

อ้างอิงภาพจาก www.hdqwalls.com

#The Lion King (2019) #หนังเด่น Disney+ #รีวิวหนัง Disney+

แนะนำซีรี่ย์เด็ดซีรี่ย์ดังจาก Disney+

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสตรีมมิ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับ Disney+ หลังจากเปิดตัวออกมาก็ได้เสียงตอบรับอย่างดีจากคอหนังคอซีรี่ย์และคอการ์ตูน ที่ขนขนภาพยนตร์ดังกว่า 700 เรื่อง และซีรีส์เด็ดอีก 14,000 ตอน เรียกได้ว่าเอาใจแฟนๆแบบสุดๆ ต้องบอกเลยว่ามีเรื่องที่น่าสนใจเพียบ! แต่หากใครที่ยังเลือกไม่ได้เราขอแนะนำซีรี่ย์จาก Disney+ ที่คุณต้องห้ามมาฝากกันค่ะ

1.Loki

หากจะพูดถึงซีรี่ย์จาก Disney+ แล้วไม่พูดถึง ซีรี่ย์เรื่อง Loki คงเป็นไปไม่ได้ เพราะเป็นซีรีส์จากทาง Marvel Studios ที่หลายคนชื่นชอบ สำหรับซีรี่ย์เรื่องนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับโลกิให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น พร้อมให้คุณสัมผัสแง่มุมที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อนจากตัวละครนี้ โดยเนื้อเรื่องจะเป็นช่วงเส้นเวลาที่ผิดเพี้ยนหลังจากที่โลกิขโมยเทซเซอร์แร็ค และหนีไปในเหตุการณ์บุกนิวยอร์ค ในหนังเรื่อง Avengers: Endgame

ภาพจาก : The MATTER

2.WandaVision

เป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่หลายคนอยากดู พอออกมาก็มีกระแสตอบรับดีมาก แม้จะมาจากตระกูลมาร์เวล แต่เนื้อเรื่องกลับมีความสนุกสนาน เป็นการพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Scarlett Witch กับ Vision หลังจากจบเหตุการณ์ Avenger: Endgame ที่พวกเขาต้องมาใช้ชีวิตรักร่วมกัน

ภาพจาก : Review.com.th

3.The Mandalorian

บอกเลยว่าสาวก Star Wars ต้องห้อมพลาด เพราะนับว่าเป็นซีรี่ย์ที่ได้รับเสียงวิจารณ์ว่า ดีงามมาก อีกเรื่องหนึ่งของ Disney+ คุณจะได้รับชมอีกมิติหนึ่งของภาพยนตร์ดังตลอดกาล ผ่านนักล่าค่าหัว Boba Fett ที่ต้องมาทำภารกิจสุดโหด ที่จะพาให้เขาไปเจอภารกิจเสี่ยงตายมากมาย โดยซีรีส์มี 2 ซีซั่น รวมทั้งหมด 16 ตอน

ภาพจาก : Sanook

4.The Mighty Ducks: Game Changers

มาพูดถึงซีรี่ย์ตลกผ่อนคลายความเครียดกันบ้าง กับซีรี่ย์แนวกีฬาที่ผสมความตลก เมื่อทีมฮ็อกกี้ Mighty Ducks ดาวรุ่งต้องมีการคัดคนออก นั่นทำให้ Evan Morrow ลูกของ Lauren Morrow ต้องโดนตัดออก แต่ด้วยความเป็นแม่จึงได้ผลักดันให้ลูกชายตั้งทีมใหม่ขึ้นมาเองพร้อมกับขอความช่วยเหลือจาก Gordon Bombay ซึ่งเป็นโค้ชคนเก่าของทีม Ducks ความสนุกและการเป็นผู้ท้าชิงเพื่อหวังแสดงให้เห็นถึงความสามารถจึงเกิดขึ้น

ภาพจาก : IMDb

5.The Mysterious Benedict Society

เป็นซีรี่ย์แนวสืบสวน ลึกลับ แต่ไม่เครียดเพราะเป็นเรื่องราวของเด็กกำพร้า 4 คน ซึ่งจะมีทักษะเฉพาะตัวต่างกันไป ได้รับการเรียกตัวไปยังโรงเรียนประจำแห่งหนึ่ง ความต้องการของผู้อุปถัมภ์ซึ่งรับเลี้ยงพวกเขาในครั้งนี้คือ อยากให้ใช้ทักษะและความสามารถที่ตนเองมีหยุดแผนการอันชั่วร้ายก่อนที่โลกต้องล่มสลาย

ภาพจาก : IMDb

#ซีรี่ย์เด็ด Disney+ #ซีรี่ย์เด็ดซีรี่ย์ดัง #รีวิวซีรี่ส์ Disney+

รีวิวซีรี่ย์เรื่อง Vincenzo ทนายมาเฟีย

ซีรี่ย์เรื่องนี้บอกได้เลยว่าเป็นซีรี่ย์ที่มีกระแสแรงมากในประเทศเกาหลีใต้และต่างประเทศ ซึ่งเรื่องนี้เริ่มรับชมได้ตั้งปี2021แต่ในปัจจุบันตอนนี้ยังมีการพูดถึงซีรี่ย์เรื่องนี้กันอยู่ โดยซีรี่ย์เรื่องนี้ภายนอกอาจจะดูว่าเป็นแนวบู้ทั้งเรื่องแต่ความเป็นจริงแล้วนั้นซีรี่ย์เรื่องนี้ออกแนวคอมเมดี้ซะมากกว่า เนื้อเรื่องก็จะเกี่ยวกับว่าทนายมาเฟียในอิตาลีมีนามว่า

วินเชนโซ่ กาซาโน รับบทโดย ซงจุงกิ ที่โดยเดิมนั้นเป็นคนสัญชาติเกาหลีใต้แต่แค่ไปอยู่อาศัยจนเติบโตที่อิตาลีต้องมาพัวพันอำนาจมืดของบริษัทนึงในประเทศเกาหลีใต้ แต่ก่อนที่จะมาพัวพันนั้นเจ้าตัวต้องการแค่เดินทางมาจัดการกับทองที่ซ่อนอยู่ใต้ตักคึมกาพลาซ่า แต่ก็ในระหว่างที่รอจัดการกับเรื่องนี้ วินเชนโซ่ก็ได้พบเจอกับทนายฮงยูชานโดยมีคดีที่ตอนนั้นต้องยื่นฟ้องร้องของบริษัทบาเบล เลยทำให้เขาต้องตกลงร่วมมือกับทนายฮงชายองลูกสาวของทนายฮงยูชานโดยที่ให้มาเป็นพาร์เนอร์กันเพื่อต้องการที่จะจัดการกับความอยุติธรรม และที่สำคัญซีรี่ย์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้อนรับการกลับมาของนักแสดงอย่างซง จุงกิ ที่หลายๆคนอาจจะเคยรู้จักคุ้นเคยเขาในนาม กัปตันยู ชีจิน และแน่นอนว่าถ้าเป็นซีรี่ย์ที่ซง จุงกิเล่นนั้นจะน่าดูและน่าติดตามมาก ส่วนเนื้อเรื่องเองก็มีปมปัญหามากมายให้ลุ้นตามด้วยเช่นกัน หลายๆคนยังพูดอีกว่าแทบจะไม่ใช่ซีรี่ย์แนวดาร์กบู้โหดๆแล้ว แทบจะเป็นซีรี่ย์แนวคอมเมดี้เต็มทั้งเรื่องอยู่แล้ว เพราะว่า บทบาทของสมาชิกในคึมกาพลาซ่ามีทั้งกวนประสาทและหาความปกติไม่ค่อยจะได้รวมไปถึงพระเอกของเราอย่างวินเชนโซ่ด้วย แต่นอกจากพระเอกของเราจะเป็นคนแปลกๆแล้วนั้นเขาก็ยังมีความเก่งกล้าสามารถได้ทุกเรื่องแถมยังฉลาดด้วย คนอื่นจะเก่งมาจากไหนก็เอาเขาคนนี้ไม่ลงแน่นอน แต่ต่อให้เป็นที่เก่งขนาดไหนก็ยังมีอยู่คนเดียวที่สู้จนสุดใจยังไงเขาก็เหมือนจะไม่มีทางสู้ได้เลยนั้นก็คือประธานบริษัทบาเบลตัวจริง ดูเป็นคู่ต่อสู้ที่ไม่ค่อยจะสูสีกับพระเอกเท่าไหร่ และในอีกมุมนึงของพระนางเรื่องนี้จะไม่เชิงว่าออกแนวโรแมนติกหวานๆ แต่ก็จะมีความโรแมนติกไปอีกแบบ คือทั้งคู่ก็ไม่ได้ว่าจะแสดงออกมาซึ่งๆหน้าแต่แค่ว่ามองตาก็รู้ใจ โดยการบอกรักของทั้งคู่ก็ยังคงเป็นการบอกแบบอ้อมๆและมีความลึกซึ้งค่อนข้างมาก ถึงแม้ว่าทั้งคู่อาจจะดูเข้ากันได้ดีในทุกๆด้านรวมไปถึงคอยช่วยเหลือ ดูแล สนับสนุนกันมาตลอด แต่สุดท้ายแล้วนั้นคำว่าการได้อยู่ด้วยกัน ก็ไม่ได้อยู่กับพวกเขาไปโดยตลอดอยู่ดี เพราะเป็นการรักกันในรูปแบบระยะไกลจากอิตาลีมาเกาหลีใต้แต่ก็ถือได้ว่าความรักของทั้งคู่ก็สมหวังไม่มีใครทิ้งใครให้อยู่คนเดียว สุดท้ายนี้บอกได้ว่าเรื่องนี้สนุกมากถึงแม้จะมีจุดที่ขัดใจไปบ้างแต่ภาพโดยรวมก็คือไม่ได้แย่จนเกินไป อีกอย่างนักแสดงเรื่องนี้ทุกคนตั้งใจทำมันออกมาได้ดีมากและภูมิใจกับบทของตัวเองด้วย นี่คงจะเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเรื่องนี้คนที่ดูแล้วถึงพูดกันเป็นเสียงเดียวว่าสนุกมากไม่ตลกไม่บู้จนน่าเบื่อเกินไป หลายๆคนคงทราบแล้วว่าเรื่องนี้จบไปได้สักพักแล้วแต่ตอนนี้ยังมีคนที่ดูอยู่อีกส่วนใครที่เคยดูแล้วบางคนก็กลับไปดูซ้ำอีกรอบจนตอนนี้ยังไม่ลงจากท็อป10ในNetflix เลย ส่วนใครที่ยังไม่เคยดูสามารถไปรับชมย้อนหลังได้ทางแอพพลิเคชั่นNetflix ช่องทางเดียวเลย เพราะเรื่องนี้เป็นผลงานของNetflix รับรองว่าถ้าได้ดูแล้วคงจะไม่ได้ดูแค่รอบเดียวเตรียมใจไว้ได้เลย

ภาพจาก ; koreancelebgossip                                                       

ภาพจาก ;  kdramastars

#ซีรี่ส์ดัง Netflix #Vincenzo #รีวิวซีรี่ส์เกาหลี

รีวิวซีรี่ย์เกาหลีเรื่อง Bulsagul:The Immortal

มาที่ซีรี่ย์แนวแฟนตาซีกันบ้าง ซึ่งคิดว่าคอซีรี่ย์หลายๆคนอาจจะชื่นชอบซีรี่ย์แนวนี้กันเป็นส่วนมากเพราะมีทั้งความแปลกใหม่และรู้สึกตื่นเต้นไปกับเนื้อเรื่อง และในเรื่องBulsagulนี้ก็จะเป็นซีรี่ย์แนวแฟนตาซีที่มีความเหนือธรรมชาติ พร้อมกับมีดราม่าและความหลอนอีกมากมาย แต่ความหลอนที่ว่าไม่ได้เชิงไปทางของผีแต่เป็นความหลอนของสัตว์ประหลาดภายในเรื่องนั่นเอง

บอกก่อนว่าช่วงต้นการเปิดเรื่องของเรื่องนี้นั้นอาจจะดูน่าเบื่อๆไปบ้างเพราะเป็นการเล่ามาตั้งแต่ยุคสมัยโครยอตอนที่เริ่มมีการพูดถึงสัตว์ประหลาดตนนึง และซีรี่ย์เรื่องนี้ก็เป็นการเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวกับ ฮวัล ที่ในยุคสมัยโครยอนเขาเป็นเด็กหนุ่มคนนึงที่ต้องคำสาปของ บุลกาซัล สัตว์ประหลาดที่ว่า โดยที่สัตว์ประหลาดชนิดนี้จะเป็นสัตว์ประหลาดที่มีชีวิตเป็นอมตะ ซึ่งเด็กคนนี้ต้องกลายเป็นบุลกาซัลเมื่อคนในหมู่บ้านรู้เข้าต่างหาวิธีกำจัดเด็กคนนี้ทิ้งเสียเพื่อที่จะไม่ได้เป็นภัยอันตรายต่อใคร แต่แล้วเหมือนโชคชะตาก็เข้าข้างจู่ๆก็มีคนมาช่วยเหลือเขาและเลี้ยงดูเขาให้เป็นหนึ่งในครอบครัวของเขานั่นเอง เมื่อเขาเติบใหญ่ก็ทำให้เขาต้องสูญเสียทั้งพ่อ ภรรยา และลูกของเขาเพียงเพราะหญิงสาวคนนึงที่เขาคิดว่านั่นคือบุลกาซัลผู้ที่ฆ่าครอบครัวของเขา ฮวัลเลยต้องการที่จะแก้แค้นหญิงสาวคนนี้ โดยเขาใช้เวลาในการรอและตามหาหญิงสาวคนนี้เป็นเวลาทั้งหมด600ปี จนเมื่อเวลาผ่านไปก็ทำให้เขารู้สึกได้ว่าหญิงสาวที่เขาตามหานั้นได้กลับชาติมาเกิดใหม่เป็นมนุษย์แล้ว ซึ่งก็กลับชาติมาเกิดแล้วจริงๆแต่ก็ดันมาเกิดเป็นฝาแฝดระหว่าง มินซังอุน และ มินซังยอน แต่คาแรคเตอร์ของทั้งสองพี่น้องคู่นี้มีความแตกต่างกันอยู่มากโดยที่แฝดพี่มินซังยอนนั้นดูมีความลึกลับไม่เปิดเผยตัวตนอยู่แบบหลบๆซ่อนและก็พยายามทุกวิถีทางที่จะช่วยเหลือน้องของตัวเองให้รอดพ้นจากบุลกาซัล ต่างจากแฝดคนน้องมินซังอุน เธอแค่ต้องการใช้ชีวิตอย่างปกติเหมือนเด็กธรรมดาทั่วไปแต่ติดตรงที่พี่สาวของเธอพยายามให้หนีและหลบซ่อนตัวอยู่ตลอดเวลาจนถึงขั้นพาเธอหนีออกจากบ้านมาอยู่กับป้าคนนึงเธอมีความผูกพันกันมาตั้งแต่ชาติก่อน แต่ต่อให้เธอหนียังไงสุดท้ายแล้วนั้นบุลกาซัลก็หาตัวเธอจนพบ เพราะมินซังอุนไม่เข้าใจในสิ่งที่พี่สาวตนเองกำลังจะทำเลยหนีกลับบ้านมาเจอแม่ตัวเอง แต่กลับมายังไม่ทันจะข้ามวันเธอก็ต้องเจอเข้ากับพี่สาวของเธอและบุลกาซัล พี่สาวของเธอพยายามช่วยให้น้องสาวของตัวเองปลอดภัยและบอกให้หาวิธีที่จะมาสู้กับบุลกาซัลตนนี้ให้ได้ เพราะในตอนนั้นเธอปกป้องแม่ของเธอไว้ไม่ได้แล้วจนในที่สุดเขาก็ถูกบุลกาซัลฆ่าตายตามแม่ของเธอไป นั่นเลยทำให้เธอรู้ว่าทำไมพี่สาวของเธอถึงใช้ชีวิตหลบๆซ่อนๆมาโดยตลอด จนโตขึ้นมินซังอุนเองก็ต้องใช้ชีวิตแบบหลบซ่อนต่อไปพร้อมกับดูแลน้องสาวอีกคนนึงของเธอด้วย

ใครที่อยากจะรับชมย้อนหลังสามารถรับชมได้ทางแอพพลิเคชั่นNetflix ช่องทางเดียวเลย เพราะเรื่องนี้เป็นผลงานการสร้างของNetflix นั่นเอง ไปดูกันว่าสุดท้ายแล้วนั้นเธอจะสามารถทำลายบุลกาซัลได้หรือเปล่า

ภาพจาก ; asianwiki                            

ภาพจาก ; ahjummamshies

ภาพจาก ; news.yahoo

#ซีรี่ส์ Netflix #ซีรี่ส์เกาหลีน่าดู #รีวิว ซีรี่ส์เกาหลี

รีวิวซีรี่ย์เกาหลีเรื่อง Move to heaven

ถ้าถามว่าซีรี่ย์เรื่องไหนที่ทำให้เสียน้ำตาบ่อยที่สุดขณะดูและสามารถซึมได้ทั้งวันหลังที่ดูจบแล้วนั้น ก็คงจะเลี่ยงตอบว่าเป็นเรื่องMove to heaven ไปไม่ได้อยู่แล้ว เป็นซีรี่ย์เกาหลีที่ดีมากๆเลยพล็อตเรื่องสอนอะไรหลายๆอย่างได้อีกด้วย เห็นผ่านๆอาจจะคิดว่าเป็นซีรี่ย์ออริจินัลธรรมดาแต่จริงๆแล้วนั้นการเล่าเรื่องแต่ละซีนนั้นมีความหมายมากสามารถสร้างความรู้ความประทับใจให้กับคนที่รับชมได้มากอีกเช่นกัน ทุกการจากไปล้วนทิ้งร่องรอย

ของทุกสิ่งที่หลงเหลือไว้ล้วนเป็นตัวบอกเล่าความในใจของคนที่จากไปสู่คนข้างหลังที่ยังต้องอยู่ ชีวิตคนเราไม่มีคำว่าตลอดไป นี่คือพล็อตของเรื่องที่เล่าเรื่องออกมาให้กับคนดูได้รับชมกันนั้นเอง ซีรี่ย์เรื่องนี้สร้างจากชีวิตจริงๆที่มีการตีพิมพ์ลงในหนังสือซึ่งก็จะเกี่ยวกับการทำความสะอาดสถานที่ในแต่ละที่ที่มีเหตุการณ์การเสียชีวิตเกิดขึ้น โดยจะใช้ตัวละครที่มีนามว่า ฮันกือรู ในการเล่าเรื่องอายุของเขาเพียงแค่20ปีเท่านั้นโดยที่เด็กหนุ่มคนนี้ก็จะอาศัยอยู่กับพ่อของตัวเองเพียงสองคน และเขาก็ยังมีอาการแอสเพอร์เกอร์อีกด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นเด็กคนนี้หัวไวแถมฉลาดมากด้วยเป็นเด็กที่ช่วงคิดช่างพูด ซึ่งพ่อของเขานั้นก็เป็นคนที่มีหน้าที่เก็บกวาดสถานที่เกิดเหตุที่มีการเสียชีวิตให้เหมือนใหม่จนแทบไม่เหลือร่องรอยของความสูญเสียที่ได้เกิดขึ้นและก็ยังสามารถรับฟังปัญหาเรื่องราวต่างๆของผู้ที่ได้ล่วงลับไปแล้วผ่านสิ่งของใช้ที่ยังคงหลงเหลืออยู่และก็จัดเก็บไว้ให้เป็นที่เป็นทาง ซึ่งที่ทำทั้งหมดนี้ก็ทำอยู่ภายใต้ชื่อของบริษัทMove to heaven นั้นเอง ซึ่งฮันกือรูก็จะเป็นคนที่คอยช่วยเหลือพ่อทุกครั้งที่มีคนโทรมาที่บริษัทและให้ไปเก็บกวาดสถานที่ เขาไม่เคยรังเกียจอาชีพนี้เลยแถมทำมันด้วยใจรักล้วนๆ ถ้าพ่อเขาบอกว่าดีเขาก็ว่าดี เขาจะเป็นคนที่เชื่อฟังพ่อมากกว่าใครคนอื่นและก็รักพ่อมากๆด้วย จนถึงคราวที่ฮันกือรูต้องเสียพ่อไปก็เลยทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยวและไม่กล้าที่จะยอมรับความจริงได้ว่าพ่อของเขาไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว ในขณะที่เวลาคนอื่นเสียชีวิตเขาสามารถบอกกับคนใกล้ตัวผู้เสียชีวิตให้ยอมรับความจริงและเดินหน้าต่อแต่เขาเองกลับทำไม่ได้ไม่กล้าแม้แต่จะเก็บกวาดข้าวของของพ่อตัวเองเพราะยังคิดอยู่เสมอว่าพ่อยังอยู่กับเขา และหลังจากที่พ่อเขาเสียคนที่คอยดูแลและเลี้ยงดูเขาต่อนั้นก็คืออาของเขา โจซังกู นั้นเอง ซึ่งอาของเขาก็พึ่งจะพ้นโทษออกมาไม่ทันจะข้ามวันก็กลายมาเป็นผู้ปกครองของฮันกือรูทันที และก็ต้องมาช่วยฮันกือรูทำหน้าที่เก็บกวาดที่เกิดเหตุโดยสานต่อจากพ่อของเขาเลย

และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ และที่บอกว่าเสียน้ำตาบ่อยที่สุดส่วนใหญ่ก็จะเป็นฉากที่ฮันกือรูรับฟังเรื่องราวต่างๆผ่านสิ่งของที่ยังคงหลงเหลืออยู่และในบางครั้งที่เขาไม่สามารถรับความจริงเรื่องของพ่อตัวเองได้ ใครที่อยากจะรับชมย้อนหลังสามารถรับชมผ่านทางแอพพลิเคชั่นNetflix ช่องทางเดียวเลย เพราะเป็นผลงานการสร้างของNetflix โดยเฉพาะ

ภาพจาก ; drama.kapook                                 

ภาพจาก ; Netflix

ภาพจาก ; pantip     

#รีวิวซีรี่ย์เกาหลี #ซีรี่ส์เด็ด Netflix #ซีรี่ส์เกาหลีน่าดู

รีวิวหนัง Crawl คลานขย้ำ หนังเข้โครตลุ้น เล่นเอาคอแห้งทั้งเรื่องแม๊!!

     Crawl คลานขย้ำ ถือว่าเป็นหนังเข้เรื่องล่าสุด ในรอบหลายปีที่ทำได้โครตดี เมื่อนางเอกที่เป็นนักกีฬาว่ายน้ำ ดันต้องมาแข่งว่ายกับไอ้เข้ เพื่อเอาชีวิตรอด ท่ามกลางพายุฝนที่ถล่มเข้าอย่างหนัก ทำให้ฟาร์มน้องเข้ที่อยู่ข้างบ้านแตก กับคุณพ่อที่ขาหักเพราะฝีมือคมเขี้ยวน้องเข้ เมื่อน้ำเอ่อท้วมชั้นใต้ถุนบ้าน ที่พวกเขาต้องถูกขังอยู่กับเหล่าน้องเข้ สกิลนักกีฬาว่ายน้ำ จึงต้องดึงมาใช้แบบเต็มขั้น เพื่อช่วยพ่อและน้องหมา ให้รอดพ้นจากวิกฤติโครตความซวยครั้งนี้ให้จงได้!!

     Crawl คลานขย้ำ เป็นหนังแนวระทึกขวัญ, เอาตัวรอด ผสมภัยธรรมชาติ ที่ออกฉายเมื่อปี 2019 โดยฝีมือผู้กำกับโดย อาแล็กซ็องดร์ เอจา หากใครที่ติดตามหนังสไตล์เอาตัวรอดจากความระทึกขวัญ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ยักษ์ หรือภัยพิบัติ ย่อมรู้ดีว่าหนังเหล่านั้น ย่อมสามารถทำให้เลือดของคนชมพุ่งพล่านได้มากน้อยแค่ไหน ดังนั้น เราลองไปเช็คกับพล็อตเรื่องย่อของหนังไอเข้เรื่องนี้กันก่อนเลยดีกว่า

เรื่องย่อ Crawl คลานขย้ำ

     Crawl คลานขย้ำ เป็นเรื่องราวที่เล่าเริ่มต้นจาก เฮลีย์ หญิงสาวดีกรีนักกีฬาว่ายน้ำ ฝีมือดี ที่จำต้องกลับมายังบ้านเกิดของตนเอง ที่พ่อนั้นอาศัยอยู่กับหมาตัวหนึ่ง ด้วยพายุเฮอร์ริเคนที่ค่อยๆ พัดถล่มแถบชายแดน ฟลอริดา ทางการได้ออกมาเตือนประชาชนให้ขนย้ายข้าวของ และอพยพไปยังที่ปลอดภัย และบังเอิญว่าบ้านที่พ่อเธออยู่นั้น ก็อยู่ในโซนที่พายุกำลังจะเข้ามาพอดี ด้วยความที่เธอไม่สามารถโทรติดต่อหาพ่อเธอได้ เธอจึงตัดสินใจขับรถไปหาพ่อที่บ้าน ท่ามกลางกระแสพายุ และน้ำในบึงข้างบ้าน ที่ค่อยๆ เอ่อล้นมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อเธอมาถึง กลับไม่พบร่องรอยของพ่อเธอ แล้วเธอก็ได้ตัดสินใจลงไปชั้นใต้ถุนบ้าน

     ทันใดนั้น เธอก็พบว่าพ่อของเธอกำลังนอนบาดเจ็บอยู่ ด้วยความตกใจ และอยากช่วยพ่อสุดขีด บวกกับพายุที่โหมกระหน่ำ เธอกำลังจะขึ้นจากใต้ถุนบ้าน เพื่อขึ้นไปขอความช่วยเหลือ แต่แล้วจู่ๆ เธอก็ต้องพบว่าใต้ถุนบ้าน ไม่ได้มีแต่พวกเธอเท่านั้น แต่ยังมีจระเข้ตัวใหญ่ ที่กำลังหิวโหย ออกมาตามล่าพวกเธอ โดยไม่มีใครรู้ว่าพวกมันมาจากไหน และบันไดใต้ถุนบ้าน ก็พังไปเรียบร้อยแล้ว และแล้วการเอาตัวรอดจากห้องใต้ถุนปิดตาย กับจระเข้ยักษ์ ก็ได้เริ่มขึ้น

     เรียกได้ว่า Crawl คลานขย้ำ.เป็นหนังระทึกขวัญ สไตล์เอาตัวรอดที่ทำให้คนชมรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเกือบตลอดทั้งเรื่อง แต่ก็อาจมีจุดบอดตรงที่ความสัมพันธ์ครอบครัวสุดน้ำเน่า แต่ก็ยังแอบสอนเรื่องของการดำเนินชีวิตให้กลับไปคบคิดเยอะมาก ไม่ว่าจะด้วยเรื่องปัญหาการหย่าร้าง, ความเข้าใจ ในครอบครัว, การเอาชนะภัยตัวเอง และการไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งใดง่ายๆ รวมถึงหนังยังสะท้อนให้เห็นถึงอุปสรรคของเหล่าตัวละครที่ต้องพบเจอในแต่ล่ะด่าน ตั้งแต่ใต้ถุนบ้าน ที่ต้องทนสู้ฝ่าฟันปัญหาไปเรื่อยๆ จนถึงจุดสูงสุด

     Crawl คลานขย้ำ.ยังมีฉากให้แอบลุ้นเล็กๆ กับมุมกล้องที่ดูจงใจ ถึงแม้จระเข้ตัวนี้ อาจไม่ได้ตัวใหญ่มาก แต่หากต้องเผชิญหน้ากับมันตัวต่อตัวในขนาดปกติ แล้วถ้าไม่มีสกิลนักกีฬาว่ายน้ำเหมือนนางเอกแล้วล่ะก็ แค่คิดก็คงน่ากลัวแล้วล่ะ อีกทั้งหนังเรื่องนี้ ยังพาลทำให้นึกถึงหนังระทึกขวัญแนวเอาตัวรอดจากน้องเข้อีกเรื่อง ดังเรื่อง Black Water (2007) อีกด้วย สรุปหนังเรื่องนี้ เต็ม 10 ให้ 7.5 ไปเลย ลุ้นสุดๆ

#รีวิวหนัง Crawl #หนังเข้โครตลุ้น #หนังระทึกขวัญ