• Home
  • Archive by category "ก่อนตายต้องได้ดู!"

Joker ภาพยนตร์ที่จะทำให้จิตของคุณดำดิ่งจนถึงขีดสุด

            Joker เป็นตัวร้ายในการ์ตูนเรื่อง Batman หลังจากที่ Batman ได้รับการดัดแปลงมาเป็นภาพยนตร์ตัวโจ๊กเกอร์เองก็ได้มาปรากฏในฉากภาพยนตร์เช่นเดียวกัน เรียกได้ว่าเป็นตัวร้ายที่ได้รับความนิยมและมีความน่าสนใจเป็นอย่างมากอีก 1 ตัว ไม่เพียงเท่านั้นยังมีเรื่องราวที่บอกเล่าต่อๆ กันมาถึงชะตากรรมของนักแสดงที่มารับบทเป็นโจ๊กเกอร์ซึ่งมักจะพบกับจุดจบที่ไม่ค่อยดีนัก  แต่ล่าสุดในปี 2019 ก็ได้มีการปล่อยภาพยนตร์ชีวประวัติของโจ๊กเกอร์ที่แยกออกมาจากโจ๊กเกอร์ที่เราเห็นกันในภาพยนตร์หรือการ์ตูนเรื่องแบทแมน และได้นักแสดงชายมากฝีมืออย่างวาคีน ฟีนิกซ์มารับบท ซึ่งเขานั้นสามารถลบภาพของโจ๊กเกอร์ในเวอร์ชั่นของฮีท เลดเจอร์ออกจากบทบาทใหม่ได้อย่างเด็ดขาด ภาพยนตร์เรื่องนี้จะไม่ได้เน้นหนักไปในเรื่องของการก่อการร้ายหรือวีรกรรมที่เขาทำ แต่จะเป็นการบอกเล่าถึงประวัติความเป็นมาที่ทำให้เขานั้นกลายมาเป็นวายร้ายที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด ดังนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้จึงจะเน้นหนักไปในเรื่องของ Drama จิตวิทยา และชีวิต

ภาพปกจาก : pantip.com/topic/39291286 

เรื่องราวภายในภาพยนตร์เรื่อง Joker

https://www.moviesrain.com/Joker-venice-film-festival-awards/

            Joker จะเล่าถึงประวัติความเป็นมาของตัวละครอย่างโจ๊กเกอร์ เขานั้นอาศัยอยู่ในเมืองก๊อตแทมในช่วงยุคปี 80  แม้ว่าเขานั้นจะต้องต่อสู้กับอาการทางจิตที่ทำให้เขาไม่สามารถควบคุมการหัวเราะหรือร้องไห้ของตนเองได้ แต่เขานั้นก็มีความฝันที่จะได้เป็นนักพูด และเขาก็รักอาชีพการเป็นตัวตลกเป็นอย่างมากเช่นเดียวกัน แต่ในขณะที่กำลังทำงานอยู่เขากลับถูกกลุ่มวัยรุ่นรังแกและทำให้อุปกรณ์นั่นก็คือป้ายของเขาพัง จากเหตุการณ์นี้ทำให้เขานั้นได้รับการตำหนิจากหัวหน้าเป็นอย่างมาก ทำให้เขาขอให้เพื่อนซื้อปืนมาให้เพื่อป้องกันตนเองจากการถูกรังแก ไม่เพียงเท่านั้นเขายังต้องดูแลแม่ที่มีอาการเจ็บป่วย แม้จะยากลำบากแต่เขานั้นก็เต็มใจที่จะดูแลแม่เป็นอย่างดี และทั้งสองนั้นชอบที่ดูรายการทอล์คโชว์ซึ่งเป็นเหมือนความฝันของเขาที่จะได้ไปออกรายการนั้น วันหนึ่งเขาต้องไปทำงานเล่นตลกในโรงพยาบาลเด็กแต่แล้วก็เกิดอุบัติเหตุทำให้ปืนของเขาหลุดออกมาเป็นเหตุทำให้เขาถูกไล่ออก ระหว่างทางกลับบ้านนั้นเขายังพบอีกว่ามีชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งกำลังทำร้ายผู้หญิง และอาการหัวเราะแบบควบคุมไม่ได้ของเขานั้นก็กำเริบ ทำให้เขานั้นกลายเป็นเป้าที่ถูกรังแกแทนสุดท้ายเขาก็เลือกที่จะฆ่าทั้งสามคนทิ้งด้วยปืนกระบอกนั้น การก่อเหตุฆาตกรรมในครั้งนั้นเปรียบเสมือนการปลุกระดมคนชั้นล่างให้ออกมาต่อต้านคนรวยเนื่องจากความไม่เท่าเทียมของทั้งสองชนชั้น และยังมีเรื่องความเข้าใจผิดในครอบครัวที่ทำให้เขานั้นกลายเป็นวัยร้ายอย่างสมบูรณ์แบบ

เจาะลึกอาการป่วยที่นำเสนอในภาพยนตร์เรื่อง Joker

www.playinone.com/tofuchan/the-Joker

            ในภาพยนตร์เรื่อง Joker นั้น มีการนำเสนอถึงอาการทางจิตที่ตัวละครเอกอย่างโจ๊กเกอร์ป่วยอยู่นั่นก็คือการที่ไม่สามารถควบคุมอาการหัวเราะหรือร้องไห้ได้ ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้จะหัวเราะหรือร้องไห้ออกมาโดยที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับความรู้สึกหรือสถานการณ์และไม่สามารถควบคุมได้อย่างสิ้นเชิง มีการสันนิษฐานว่าโรคนี้เกิดจากการที่สมองนั้นถูกกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุหรือความรุนแรง และความผิดปกติของประสาทซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากโรคทางสมอง ซึ่งในยุค 80 นั้น มีความเข้าใจในเรื่องของการเจ็บป่วยและมีอาการทางจิตค่อนข้างน้อย ดังนั้นผู้ที่มีอาการหรือเจ็บป่วยเกี่ยวกับทางจิตจึงมักจะไม่ได้รับการยอมรับและมักจะกลายเป็นเป้าที่ถูกรังแกอยู่เสมอ

JOKER – Final Trailer – Now Playing In Theaters

#Joker #หนังดีต้องดู #หนังรางวัลห้ามพลาด

Hotel Rawanda ภาพยนตร์ที่บอกเล่าเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เกิดขึ้นจริง

            Hotel Rawanda เป็นภาพยนตร์ที่สร้างมาจากเหตุการณ์จริงที่เคยเกิดขึ้นในประเทศรวันดา ประเทศที่ตั้งอยู่ในทวีปแอฟริกา ภายในประเทศนั้นมี 2 ชนเผ่าที่อยู่ร่วมกันประกอบไปด้วยชาวฮูตูและชาวทุตซี่ ครั้งหนึ่งเคยมีเหตุการณ์สุดสะเทือนใจที่ทำให้ทั้งสองชนเผ่าเกิดความขัดแย้งและลุกขึ้นมาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เพื่อนร่วมชาติด้วยกันเอง กินเวลากว่า 100 วันตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึงเดือนกรกฎาคมปี 1994 หรือเมื่อประมาณ 26 ปีที่แล้ว หลังจากเหตุการณ์นั้นจบลงเป็นเวลา 10 ปี ในปี 2004 ก็ได้มีการออกฉายภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว เป็นผลงานการกำกับโดยเทอร์รี่ จอร์ช และทำรายได้ไปอย่างถล่มทลายจากงบประมาณเพียง 17.5 ล้านดอลลาร์ ได้รายได้ไป 33.9 ล้านดอลลาร์ ส่วนหนึ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จนั่นก็เป็นเพราะว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเหตุการณ์ใหญ่ระดับโลกที่มีผู้คนสนใจมากมาย และภาพยนตร์ไม่ได้เลือกที่จะนำเสนอในเรื่องของความรุนแรง แต่เป็นการนำเสนอความหวังและการช่วยเหลือกันมากกว่า

ภาพปกจาก : www.imdb.com/title/tt0395169/mediaviewer

เรื่องราวที่สุดสะเทือนใจภายในภาพยนตร์เรื่อง Hotel Rawanda

            Hotel Rawanda จะเล่าถึงเรื่องราวภายในปี 1994 ภาพตัวละครเอกที่มีชื่อว่าพอล เขานั้นทำงานในโรงแรมที่ตั้งอยู่ในเมืองหลวงของประเทศรวันดาในตำแหน่งผู้จัดการ ดังนั้นครอบครัวเขาจึงอยู่ในฐานะของชนชั้นกลางที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสบาย ครอบครัวของเขานั้นประกอบไปด้วยภรรยาที่ชื่อทาเทียน่าพร้อมกับลูกอีก 4 คน โดยตัวเขานั้นเป็นชาวฮูตู ส่วนภรรยาเป็นชาวทุตซี่ ในขณะที่กำลังใช้ชีวิตตามปกตินั้นวันหนึ่งประธานาธิบดีก็ได้ถูกลอบสังหารซึ่งเขานั้นเป็นชาวฮูตู การลอบสังหารในครั้งนั้นเปรียบเสมือนกับฟางเส้นสุดท้ายของความขัดแย้งระหว่างสองชนเผ่า การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์จนได้เริ่มขึ้นโดยชาวฮูตูหัวรุนแรงที่ต้องการจะกำจัดชาวทุตซี่โดยใช้การลอบสังหารประธานาธิบดีเป็นข้ออ้าง ในระยะเวลาเพียง 100 วันเท่านั้น มีประชาชนถูกฆ่าตายด้วยความแตกต่างทางชนเผ่าไปมากถึง 8 แสนคนด้วยน้ำมือของคนในชาติเดียวกัน แม้จะเป็นเหตุการณ์ใหญ่แต่โลกภายนอกยังไม่ได้รับรู้ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ หลังเกิดเหตุการณ์ไม่กี่วัน พอลก็ได้ตัดสินใจเปลี่ยนโรงแรมของเขาให้กลายเป็นที่หลบภัยทั้งสำหรับชาวฮูตูและชาวทุตซี่เป็นจำนวนมากกว่า 1,200 คน และยังนำเอาสินบนไม่ว่าจะเป็นเงินหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปให้กับมือสังหารเพื่อขอไม่ให้พวกเขานั้นเข้ามายังโรงแรม ทำให้ทุกคนในโรงแรมปลอดภัยแม้ว่าข้างนอกนั้นจะเต็มไปด้วยศพ

เรื่องราวจริงในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ถ่ายทอดออกมาในภาพยนตร์เรื่อง Hotel Rawanda

https://www.kpbs.org/news/2010/apr/01/hotel-rwanda/

            ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ในภาพยนตร์เรื่อง Hotel Rawanda ความจริงแล้วในประเทศรวันดาได้มีการขัดแย้งระหว่างชนเผ่ามาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว เพียงแต่การลอบสังหารประธานาธิบดีนั้นเปรียบเสมือนฉนวนที่จุดระเบิดให้การสังหารหมู่เริ่มต้นขึ้น เกิดจากการที่ทั้งสองเผ่าพันธุ์ปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมจนเกิดความเกลียดชังและความคิดสุดโต่งจนกลายเป็นบาดแผลครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศ ประชาชนล้มตายเกือบ 1 ล้านคน พอลที่เห็นในภาพยนตร์นั้น เป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงและผู้กำกับเคยได้เดินทางไปพูดคุยกับเขาในระหว่างที่ลี้ภัยอยู่ต่างแดน เหตุการณ์นี้คลี่คลายลงได้หลังจากแนวร่วมรักชาติมาเข้าควบคุมสถานการณ์ ลงโทษผู้กระทำความผิด และเพิ่มนโยบายที่ช่วยลดความขัดแย้ง

#Hotel Rawanda #หนังตำนานห้ามพลาด #หนังดีรีบดูก่อนตาย

Dunkirk ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวสงครามโลกครั้งที่สอง

            เราคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเหตุการณ์ใหญ่ระดับโลกอย่างสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นเป็นเหตุการณ์ที่ถูกหยิบยกนำมานำเสนอในรูปแบบของภาพยนตร์มากที่สุดอีกหนึ่งเหตุการณ์เลยทีเดียว ไม่ว่าจะด้วยความยิ่งใหญ่ของสงคราม การต่อสู้ การสูญเสีย ที่เมื่อทำออกมาในรูปแบบภาพยนตร์แล้วทำให้ผู้รับชมรู้สึกเข้าถึงอารมณ์ภายในภาพยนตร์ที่มีหลากหลายได้เป็นอย่างดี และเรามักจะนึกได้ในทันทีหากมีการพูดถึงภาพยนตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 ว่ามันจะต้องเป็นภาพยนตร์ที่มีฟอร์มยักษ์อย่างแน่นอน จึงไม่น่าแปลกใจนักหากจะได้รับความสนใจเมื่อมีการเปิดตัวออกมา เช่นเดียวกับภาพยนตร์เรื่อง Dunkirk ที่ได้ผู้กำกับฝีมือดีที่มีแฟนคลับมากมายทั่วโลกอย่างคริสโตเฟอร์ โนแลนมานั่งแท่นกำกับด้วยตนเอง ขึ้นชื่อว่าเป็นงานของโนแลนทั้งทีแน่นอนว่านอกจากคุณภาพจะคับคั่งแล้วยังมีความสมจริงเป็นอย่างมากอีกด้วย เช่นเดียวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ที่ได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดีดีอย่างล้นหลาม

ภาพปกจาก : adaddictth.com/knowledge/Movie-Storytelling-Christopher-Nolan

เรื่องราวภายในภาพยนตร์เรื่อง Dunkirk 

https://www.bbc.com/news/world-europe-40803431

            Dunkirk เป็นภาพยนตร์ที่นำเสนอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุทธการยกพลขึ้นบกที่ชายหาดดันเคิร์ก โดยจะเล่า 3 มุมมองด้วยกันซึ่งประกอบไปด้วยทหารบกบนภาคพื้นดิน ทหารอากาศบนท้องฟ้า และการอพยพทางน้ำ คริสโตเฟอร์ โนแลนนั้นเลือกที่จะถ่ายทำในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์จริง ดังนั้นภาพที่เราจะได้เห็นนั้นจึงจะมีความคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะด้วยสภาพอากาศ ท้องฟ้า ทะเล โดยยุทธการนี้เป็นอีกหนึ่งยุทธการที่ได้รับการกล่าวถึงอยู่เป็นประจำ เป็นยุทธการที่ประสบความสำเร็จได้อย่างน่าเหลือเชื่อที่สามารถอพยพเหล่าทหารอังกฤษและฝรั่งเศสให้ออกจากพื้นที่สมรภูมิชายหาดในเมืองดันเคิร์กซึ่งมีจำนวนมากกว่า 338,000 นาย ในขณะที่ทหารบกบนภาคพื้นดินนั้นจำต้องถอยล่าจากการถูกกองทัพนาซีต้อนมาจนถึงชายหาด สถานการณ์เต็มไปด้วยความตึงเครียด บนน่านฟ้าเองก็ไม่แพ้กัน เหล่าทหารทั้งฝ่ายสัมพันธมิตรและฝ่ายนาซีต่างก็ห้ำหั่นกันเพื่อให้กองทัพของฝั่งตนเองนั้นได้เปรียบมากที่สุด ในขณะเดียวกันการอพยพทางน้ำก็เต็มไปด้วยความตึงเครียดจำนวนเรือมีไม่พอที่จะรองรับทหารทั้งหมดจนต้องมีการเกณฑ์เอาเรือประมงของชาวบ้านออกสั่งมารับทหาร 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในยุทธการ Dunkirk 

https://www.pinterest.com/pin/343681015314630031/

            ยุทธการ Dunkirk นั้น เกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จากการที่ทหารฝั่งนาซีได้ตีล้อมกองทัพฝั่งสัมพันธมิตรซึ่งประกอบไปด้วยทหารชาวอังกฤษและฝรั่งเศสเป็นส่วนใหญ่จนต้องถอยร่นมาถึงชายหาดดันเคิร์ก หากเพียงแต่กองทัพฝ่ายนาซีทำการบุกเข้าต่อสู้แล้วล่ะก็ไม่ว่าอย่างไรทหารฝ่ายสัมพันธมิตรก็จะต้องพบเจอกับความสูญเสียเป็นอย่างมากแน่นอน แต่ช่างน่าแปลกใจที่ฮิตเลอร์กลับตัดสินใจที่จะไม่ทำอย่างนั้น และปล่อยเวลายืดเยื้อจนเหล่าทหารฝั่งสัมพันธมิตรสามารถอพยพออกจากพื้นที่สมรภูมิได้จนหมด ถือเป็นยุทธการถอนกองกำลังที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามจนได้รับการพูดถึงเป็นอย่างมาก

Dunkirk (2017) – Opening Scene – HD

How ‘1917’ Was Filmed To Look Like One Shot | Movies Insider

#Dunkirk #หนังสงคราม #หนังคริสโตเฟอร์ โนแลน

1917 ภาพยนตร์เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ถ่ายทำแบบ Long Take

             ปกติแล้วเรามักจะพบเห็นภาพยนตร์ที่ถ่ายแบบ Long Take ในภาพยนตร์แนวอื่นๆ ที่ไม่ใช่แนวสงคราม นั่นก็เป็นเพราะว่าภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับสงครามนั้น ในหนึ่งฉากจะมีองค์ประกอบมากมายและทุกอย่างนั้นคือต้นทุน มันคงไม่คุ้มแน่หากเราจะระเบิดภูเขาเผากระท่อมหลายๆ รอบเพื่อให้การถ่ายทำแบบ Long Take ออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุด การที่ 1917 เลือกที่จะถ่ายทำหลายๆ ฉากแบบ Long Take โดยที่แทบจะไม่ใช้การตัดต่อช่วยนั้นถือเป็นความทะเยอทะยานเป็นอย่างมากของผู้กำกับฝีมือดีจากอังกฤษอย่างแซม เมนเดส ผู้ที่เคยครองรางวัลออสการ์มาแล้วหลากหลายครั้ง ในครั้งนี้นเขาเลือกที่จะหยิบยกเอาเหตุการณ์ในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งมาบอกเล่าผ่านมุมมองและการเล่าเรื่องของปู่แท้ๆ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้เข้าร่วมรบในสมรภูมิดังกล่าวนี้มาก่อน ทำให้เรื่องราวที่เราจะได้เห็นนั้นมีความค่อนข้างสมจริง และเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 1 นั้นไม่ค่อยมีคนหยิบยกมาเล่าเหมือนสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก

ขอบคุณภาพปกจาก : www.adventuredrivein.co.uk

เรื่องราวภายในภาพยนตร์เรื่อง 1917 

www.amazon.com/1917-George-MacKay

1917 – Official Trailer

            1917 นั้นจะเล่าถึงเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 1 ในสมรภูมิรบประเทศฝรั่งเศสที่เยอรมันกับอังกฤษนั้นกำลังห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด ทำให้สมรภูมิแห่งนี้เต็มไปด้วยทหารของทั้งสองฝั่งเป็นจำนวนมาก กลา ยเป็นพื้นที่อันตรายที่ใครเข้าไปก็มีโอกาสน้อยที่จะได้รอดชีวิตออกมา แต่สคฟังเพลงอฟิลด์และเบลกกลับได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจในการส่งสารที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากและข้อมูลนี้อาจจะช่วยชีวิตทหารร่วมชาตินับพันคนให้สามารถรอดพ้นจากกับดักของกองทัพเยอรมันได้ แต่พวกเขานั้นจะต้องใช้เส้นทางที่ข้ามเขตแดนของศัตรูเพื่อให้เดินทางไปส่งสารได้รวดเร็วมากที่สุด  สคอฟิลด์นั้นเดิมทีเป็นคนที่เคยได้รับเหรียญกล้าหาญมาก่อนแต่ก็ไม่ได้มองเห็นความสำคัญถึงขั้นที่นำมันไปแลกกับอาหาร เขามองว่าสิ่งที่มีค่าในชีวิตของเขาก็คือการได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขแต่มันกลับเป็นเรื่องยากเนื่องจากเขานั้นได้รับภารกิจดังกล่าว ส่วนเพื่อนทหารที่มีชื่อว่าเบลกนั้นเป็นชายหนุ่มที่อ่อนประสบการณ์ในการร่วมสงคราม เขามองว่าสิ่งที่กำลังทำนั้นเป็นเพียงวีรกรรมที่จะสามารถเอาไปคุยโม้โอ้อวดได้เมื่อมีชีวิตรอดกลับไปถึงบ้าน นั่นเป็นเพราะว่าเขาเป็นเพียงแค่ทหารที่อยู่ในแนวหลังของสนามรบเท่านั้นจึงไม่เคยรู้ว่าจุดปะทะแนวหน้าน่ากลัวแค่ไหน และมันยังทำให้เขาประเมินสถานการณ์ผิดอีกด้วย

เหตุใดผู้กำกับจึงเลือกใช้เทคนิค Long Take ในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง 1917

https://www.vulture.com/2020/01/1917-movie-ending-explained.html

‘1917’ Behind-the-scenes Extended Featurette on One Long Shot

            ตามที่ได้อธิบายไว้ข้างต้นว่าเทคนิคการถ่ายทำภาพยนตร์แบบ Long Take นั้น คือการถ่ายภาพตั้งแต่ต้นจนจบเป็นก้อนเดียวโดยไม่ใช้เทคนิคของการตัดต่อเข้ามาช่วย ซึ่งภาพยนตร์ที่ถ่ายทำด้วยเทคนิคนี้จะมีจำนวนคัตที่น้อยแล้วนำมาต่อกันจนกลายเป็นเรื่องราว ความยากของงานทำให้การถ่ายทำแบบนี้ไม่ค่อยปรากฏในภาพยนตร์สงครามเท่าไหร่นัก เพราะเป็นภาพยนตร์ที่มีองค์ประกอบของงานภาพค่อนข้างเยอะและมีรายละเอียดหลายจุดในแต่ละฉาก หากใครสักคนทำพลาดก็จะต้องเริ่มถ่ายใหม่ทั้งหมด แต่ด้วยความที่ 1917 เป็นภาพยนตร์ที่อยู่ในสงครามก็จริงแต่ตัวละครเอกนั้นเป็นคนส่งสารดังนั้นมันจึงสามารถถ่ายทางด้วยเทคนิคดังกล่าวนี้ได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งการถ่ายทำด้วยเทคนิคมีก็จะช่วยให้แต่ละฉากนั้นมีความสมจริงมากยิ่งขึ้นและนักแสดงเข้าถึงอารมณ์ในบทบาทได้มากกว่า

#1917 #หนัง Long Take #หนังสงคราม #หนังรางวัล

ตำนานภาพยนตร์มาเฟีย

ตั้งแต่ปลายคริสศตวรรษที่ 19 มีชาวอิตาเลียนอพยพมาจากเกาะซิซิลีและมาสร้างครอบครัวมาเฟียในประเทศสหรัฐอเมริกาหลายครอบครัว เด็กชายวีโต้ คอลิโอเน่เป็นหนึ่งในผู้อพยพที่หนีการตามฆ่าจากมาเฟียท้องถิ่นมา และเขาก็ได้สร้างตระกูลคอลิโอเน่หนึ่งในตำนานตระกูลมาเฟียที่ทรงอิทธิพลที่สุดในสหรัฐอเมริกา

ปี 1945 ดอนวีโต้ คอลิโอเน่ หัวหน้าครอบครัวมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลได้จัดงานแต่งงานให้คอนนี่ลูกสาวคนเล็กของเขา ในงานนี้มีซอนนี่บุตรชายคนโตและเฟรดดี้บุตรชายคนที่สองดูแลความเรียบร้อยอยู่ในงาน ไมเคิล คอลิโอเน่ บุตรชายคนที่สามซึ่งเพิ่งกลับจากการรบในสงครามโลกครั้งที่ 2 พาเคย์ อดัม แฟนของเขามาร่วมในงานนี้ด้วย ต่อมาโซลอสโซ่เจ้าพ่อยาเสพติดซึ่งร่วมมือกับบรูโน่ ตาตาเลียลูกชายของมาเฟียใหญ่หนึ่งในห้าตระกูลที่ทรงอิทธิพลมาขอเจรจากับดอนวีโต้เพื่อขอการสนับสนุนจากนักการเมืองของดอนวีโต้ เขาเสนอตัวดูแลธุรกิจยาเสพติดในนิวยอร์คให้ แต่ดอนวีโต้ปฏิเสธ วันหนึ่งขณะกำลังเดินกลับมาที่รถเขาก็ถูกยิงห้านัดโดยคนของโซลอสโช่และตาตาเลีย แต่ดอนวีโต้ยังไม่ตายและถูกส่งไปโรงพยาบาล 

ระหว่างที่พ่อรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลซอนนี่จึงขึ้นมานำครอบครัวแทน ซอนนี่ส่งคนไปฆ่าบรูโนลูกชายของตาตาเลียและเตรียมเปิดศึกมาเฟียครั้งใหญ่ ไมเคิลรับอาสาที่จะจัดการกับโซลอสโซ่ เขาเอาปืนไปซ่อนในห้องน้ำในภัตตาคารที่โซรอสโช่และแม็คคัสกี้ตำรวจคนสนิทนัดเจรจากับ  ไมเคิล ในระหว่างการเจรจาไมเคิลขอตัวไปเข้าห้องน้ำเขาออกมาพร้อมกับปืนที่ซ่อนไว้ เขานั่งลงฟังโซลอสโซพูดสักพักหนึ่ง แล้วไมเคิลก็ตัดสินใจลุกขึ้นมายิงโซรอสโซ่และแม็คคัสกี้ที่หัวคนละสองนัด พอยิงเสร็จไมเคิลก็รีบเดินออกมาจากร้านและทิ้งปืน

หลังเกิดเหตุไมเคิลหนีไปอยู่ทีซิซิลี มาเฟียทั้งห้าตระกูลเปิดศึกกันมีสมาชิกในแก๊งเสียชีวิตมากมายตำรวจเข้ามาปราบปราม ดอนวีโต้เริ่มมีอาการดีขึ้นและพร้อมที่จะกลับบ้านได้ เขาถามหา  ไมเคิลทันทีทีฟื้น ขณะที่ไมเคิลไปอยู่ที่ซิซิลีก็ได้พบกับหญิงสาวชาวซิซิลีชื่ออพอลโลเนีย ไมเคิลขอเธอแต่งงาน แต่ศัตรูก็รู้จนได้ว่าไมเคิลอยู่ที่นี่จึงส่งคนไปฆ่าไมเคิลโดยวางระเบิดที่หลังรถแต่อพอลโลเนียต้องมารับเคราะห์แทน

วันหนึ่งคาร์โลสามีของคอนนี่ซึ่งทรยศต่อครอบครัวคอลิโอเน่ทำร้ายคอนนี่ภรรยา เพื่อล่อซอนนี่ออกมาจากบ้าน ซอนนี่โมโหมากและออกจากบ้านมาเพื่อจะเล่นงานคาร์โล ขณะที่ขับรถมาที่ด่านเก็บเงินซอนนี่ก็ถูกสล่มด้วยปืนกลจนเสียชีวิต เมื่อดอนวีโต้ออกจากโรงพยาบาลเขาจึงขอนัดประชุมกับมาเฟียทั้งห้าตระกูลซึ่งขณะนี้มีดอนบาสซินี่ขึ้นมาเป็นผู้นำโดยดอนวีโต้ขอสงบศึกเพราะไม่อยากให้มีการเสียเลือดเนื้ออีกต่อไป และขอให้ลูกชายได้กลับมาบ้านโดยปลอดภัย โดยยอมให้มีการค้ายาเสพติดและจะให้ผู้พิพากษาและนักการเมืองคุ้มครองธุรกิจให้ ไมเคิลจึงได้กลับมาบ้านและพบกับเคย์ ไมเคิลขอเธอแต่งงานโดยสัญญาว่าภายใน 5 ปีธุรกิจของตระกูล    คอลิโอเน่จะสะอาดทั้งหมด

ดอนวีโต้วางมือจากธุรกิจและให้ไมเคิลขึ้นมาเป็นหัวหน้าครอบครัวมาเฟียคอลิโอเน่ เฟรดดี้ถูกส่งไปทำงานที่ลาสเวกัสกับโม กรีน ไมเคิลวางแผนที่จะย้ายครอบครัวจากนิวยอร์คไปที่เนวาด้าและเดินทางไปเจรจากับโม กรีนที่ลาสเวกัสเพื่อขอซื้อสถานคาสิโน แต่โม กรีนซึ่งหันไปอยู่ข้างเดียวกับบาสซินี่ปฏิเสธ เฟรดดี้เองก็เอนเอียงไปเข้ากับโม กรีน ทำให้ไมเคิลคาใจกับพฤติกรรมของพี่ชาย เมื่อกลับมาที่บ้านไมเคิลมาปรึกษากับพ่อ ดอนวีโต้บอกกับไมเคิลว่าอยากเห็นอนาคตของเขาเป็นวุฒิสมาชิกจะได้เป็นคนชักใยอยู่บื้องหลัง และเตือนไมเคิลว่าบาสซินีจะนัดประชุมอีกครั้งและจะสั่งฆ่าไมเคิลในที่ประชุม ในที่สุดดอนวีโต้ก็เสียชีวิตจากหัวใจวายขณะเล่นกับหลานชาย

เมื่อถึงพิธีรับศีลของหลานชาย ไมเคิลสั่งคนของเขาฆ่า เบสซินี่ ตาตาเนีย โม กรีน รวมทั้งหัวหน้าครอบครัวมาเฟียทุกตระกูล  เมื่อล้างบางศัตรูทั้งหมดแล้ว ดอนไมเคิล คอลิโอเน่ขึ้นมาเป็นหัวหน้าครอบครัวมาเฟียคอลิโอเน่อย่างเต็มตัว และเริ่มต้นสร้างตำนานบทต่อไปหลังจากหมดสมัยของดอนวีโต คอลิโอเน่พ่อของเขา

เดอะก็อดฟาเธอร์เป็นภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นในปี 1972 จากบทประพันธ์ของมาริโอ ปูโซ่ กำกับการแสดงโดยฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปล่า นำแสดงโดย มาลอน แบรนโด เป็นดอนวีโต้ คอลิโอเน่, อัล ปาชิโน เป็นไมเคิล คอลิโอเน่, เจมส์ คานน์เป็นซอนนี่ คอลิโอเน่, ไดแอน คีตันเป็นเคย์ อดัม ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมอะคาเดมี่ ปี 1972   มาลอน แบรนโด ได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเสมือนตำนานของภาพยนตร์มาเฟียและเป็นต้นแบบของภาพยนตร์แนวนี้ที่มีการสร้างออกมาอย่างต่อเนื่อง

เครดิตภาพ Lovedesigner, Mendetails

#ภาพยนตร์มาเฟีย #หนังมาเฟียในตำนาน #ก่อนตายต้องดู

รีวิวหนังข้างหลังภาพ (2001)

            หากพูดถึงภาพยนตร์พีเรียดอมตะในอดีตที่โด่งดังกันในประเทศไทยจนถูกนำมารีเมคหลายรอบ นอกจากคู่กรรมแล้วก็ยังมีหนังข้างหลังภาพนี่ล่ะค่ะที่ยังคงตราตรึงใจคนไทยมาจนถึงตอนนี้ เพราะเป็นภาพยนตร์รักของไทยที่มีกลิ่นอายวัฒนธรรมต่างแดน โลเกชั่นสวยงาม และจบลงด้วยพลัดพรากที่ทำให้น้ำตาไหลกันตาม ๆ ไปไม่ว่าจะถูกทำมาสักกี่เวอร์ชั่น โดยเฉพาะหนังข้างหลังภาพเวอร์ชั่น 2001 ที่ได้นักแสดงนำอย่างเคน ธีรเดช มารับบทเป็น “นพพร” และได้คาร่า พลสิทธิ์ มารับบทเป็น “คุณหญิงกีรติ” ที่ได้รับการขนานนามมาแล้วว่าคาร่าแสดงเป็นคุณหญิงกีรติได้สมบทบาทที่สุดและเวอร์ชั่นนี้ก็ดำเนินเรื่องตรงตามบทประพันธ์ของ “กุหลาบ สายประดิษฐ์” มากที่สุด จะน่าติดตามแค่ไหนเราไปดูกันดีกว่า

เรื่องย่อหนังข้างหลังภาพ (2001)

            หนังข้างหลังภาพ (2001) ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ “นพพร”นักศึกษามหาวิทยาลัยริคเคียว ประเทศญี่ปุ่นอายุ 22 ปีที่ได้ถูกขอร้องจากพระยาอธิการบดีซึ่งเป็นเพื่อนของพ่อตัวเองให้พา “คุณหญิงกีรติ”ซึ่งเป็นภรรยาอายุคราวลูกที่ตัวเองพามาฮันนีมูนด้วยไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ในญี่ปุ่นเพื่อให้คุณหญิงมีความสุขกับการมาเยือนต่างแดนที่สุด ด้วยตัวเองนั้นแก่มากแล้วจึงมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรงพอ ทำให้นพพรกับคุณหญิงกีรติได้ใกล้ชิดกันจนก่อเกิดเป็นความรักท่ามกลางบรรยากาศต่างวัฒนธรรมที่งดงามแห่งแดนอาทิตย์อุทัยในที่สุด

ความน่าสนใจของหนังข้างหลังภาพ (2001)

            หนังข้างหลังภาพ (2001) มีความน่าสนใจตรงที่ทำให้เราได้เห็นบรรยากาศธรรมชาติและสภาพบ้านเมืองวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นสมัยก่อนที่รายล้อมรอบความรักของคู่พระนางที่เกิดขึ้นจากการที่ได้เรียนรู้นิสัยใจคอกันและกันผ่านการไปเที่ยวยังสถานที่ต่าง ๆ คุณหญิงกีรติชอบนพพรที่เป็นคนอัธยาศัยดี อ่อนน้อม บริสุทธิ์ตามประสาเด็กหนุ่มผู้เพิ่งได้รู้จักกับความรักเป็นครั้งแรก ส่วนนพพรก็ชอบคุณหญิงกีรติที่ดูเป็นผู้ใหญ่ใจดี น่าเคารพ แต่ก็มีความเป็นตัวของตัวเอง แม้บุคลิกจะเป็นคนค่อนข้างเงียบ แต่ก็มีสดใสและอ่อนหวานภายในแบบที่เขาไม่เคยไม่เห็นในแบบของผู้หญิงคนไหนเช่นกัน ยิ่งฉากที่ทั้งคู่ไปเที่ยวมิตาเกะซึ่งเป็นที่มาของภาพวาดที่คุณหญิงมอบให้ก็ยิ่งน่าประทับใจ ทำให้รู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาคุณหญิงไม่เคยได้มีอิสระและทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำจริง ๆ แต่นพพรคือผู้ที่เปิดโลกให้เธอได้เห็นมัน แต่สุดท้ายความรักของทั้งคู่ก็ไม่อาจสมหวังเมื่อเธอมีสามีอยู่แล้ว และวันเวลาหลายปีก็ได้เปลี่ยนแปลงให้นพพรเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นจนมองคุณหญิงเป็นเพียงผู้ใหญ่ที่ตัวเองให้ความนับถือและเคารพรักก็เท่านั้น แต่ถึงอย่างไรคุณหญิงก็จะยังคงรักนพพรคนเดียวตลอดไปตราบสิ้นลมหายใจซึ่งจุดจบของข้างหลังภาพ ความจริงแล้วทั้งคู่นั้นรักกันด้วยหัวใจจริงอย่างที่ชายหญิงพึงมี แต่ตัวพระเอกตอนนั้นที่ยังอายุเพียง 22 ปีทำให้คิดว่าเมื่อรักแล้วก็ต้องเปิดเผยออกมาอย่างไร้เดียงสา แต่คุณหญิงนั้นเป็นผู้ใหญ่กว่าจึงรู้ว่าหากรักกับเขานั้นจะเป็นการผิดศีลธรรม เพราะเธอก็มีสามีอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อพระเอกโตขึ้นจึงเริ่มเข้าใจในจุดนี้ประจวบกับความห่างไกลทำให้ลืมความรักกันตามเวลา มีเพียงความผูกพันและฝังใจก็เท่านั้น

ข้อคิดดี ๆ จากหนังข้างหลังภาพ (2001)

            หนังข้างหลังภาพ (2001) ได้สอนให้เรารู้ว่า ความทรงจำเป็นสิ่งที่มีค่าเสียยิ่งกว่าภาพใด ๆ ที่แม้เราจะเห็นภาพได้อย่างชัดเจนด้วยเพราะเป็นรูปธรรมมากแค่ไหน แต่สิ่งที่ชัดเจนและทรงคุณค่าต่อความรู้สึกมากที่สุดก็คือ “ความทรงจำในหัวใจ” แม้จะต้องพลัดพรากจากกันแต่ก็ยังรู้สึกมีความสุขโชติช่วงทุกครั้งที่ได้หวนนึกถึงครั้งหนึ่งที่เคยได้อยู่ด้วยกันและได้พบเจอกับใครสักคนที่ทำให้ยิ้มได้แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม

รูปภาพประกอบ : https://www.imdb.com/

https://www.youtube.com/watch?v=dufGhTPIHjA เพลง กีรติ ประกอบหนัง ข้างหลังภาพ (2001)

#ข้างหลังภาพ (2001) #หนังรักในตำนาน #รีบดูก่อนตาย

รีวิวหนัง The Letter จดหมายรัก (2547)

            หากใครที่ชอบหนังรักโรแมนติกที่มีความดราม่าเคล้าน้ำตาแต่มีกลิ่นอายที่สามารถตรึงใจคนดูได้แบบลืมไม่ลง เราขอแนะนำหนัง The Letter จดหมายรัก (2547) เลยค่ะ คนไทยที่เป็นสายหนังรักคงรู้จักกันดี เพราะเป็นหนังที่โด่งดังมากจนมาถึงปัจจุบันและทำให้อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเงียบเหงาห่างไกลความเจริญในหุบเขากลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังซึ่งมีคนนิยมเดินทางมากันมากมายไม่ขาดสายเลย ต้องบอกก่อนว่าหนัง The Letter นี้ซื้อลิขสิทธิ์ต้นฉบับจากหนัง The Letter ของเกาหลีมารีเมคนะคะ จึงไม่แปลกใจเลยที่คนสมัยก่อนจะรู้สึกอิ่มเอมใจไปกับความรักรูปแบบใหม่ที่ไม่เหมือนหนังรักของไทยเรื่องอื่น ๆ หากอยากรู้ว่าหนังรักเรื่องนี้จะประทับใจแค่ไหนก็มาดูรีวิวไปพร้อม ๆ กันเลย

เรื่องย่อของหนัง The Letter จดหมายรัก (2547)

            หนัง The Letter จดหมายรัก (2547) ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ “ดิว” โปรแกรมเมอร์สาวที่ทำงานอยู่กรุงเทพซึ่งได้มีโอกาสเดินทางขึ้นมาเชียงใหม่เพื่อร่วมงานศพของยายซึ่งเป็นญาติคนเดียวที่เหลืออยู่จนได้พบกับ “ต้น” ที่ทำงานเป็นนักวิจัยอยู่ในอำเภอเล็ก ๆ แห่งนี้ พวกเขาได้ทำความรู้จักจนสนิทกันในระยะเวลาอันสั้น แม้ดิวจะกลับไปกรุงเทพแล้ว ต้นก็ยังคงแวะมาหา จนสุดท้ายโชคชะตาเล่นตลกให้ดิวได้กลับไปพักใจที่เชียงใหม่อีกครั้งจนได้มีเวลากับดิวและก่อเกิดเป็นรักแท้ของกัน ระหว่างนั้นต้นได้ไปเจอจดหมายเก่าของยายดิวซึ่งคนรักของยายได้เขียนให้ท่าน เขาจึงตั้งมั่นว่าสักวันตัวเองจะได้มีโอกาสเขียนให้ดิวบ้าง แต่จะทำอย่างไรเมื่อเขากำลังจะตายด้วยเนื้องอกในสมอง เช่นนี้แล้วจดหมายที่ต้นคิดจะเขียนให้ดิว…ดิวจะได้รับมันหรือไม่

ความน่าสนใจของหนัง The Letter จดหมายรัก (2547)

            หนัง The Letter จดหมายรัก (2547) มีความน่าสนใจตรงที่ตัวหนังได้บอกเล่าถึงชีวิตของนางเอกที่ต้องสูญเสียทั้งยายเล็กซึ่งเป็นญาติเพียงคนเดียวและสูญเสียเพื่อนสนิทที่สุดอย่าง “เกด” ไปเพราะผู้ชายที่คบด้วยทางอินเตอร์เน็ตฆ่า แต่ก็ยังดีที่นางเอกมีพระเอกคอยอยู่เคียงข้าง ได้พาเธอไปเห็นโลกใหม่แห่งธรรมชาติและขุนเขาในอำเภอเล็ก ๆ อันเงียบสงบของจังหวัดเชียงใหม่และสานความสัมพันธ์กันจนเป็นคนรัก พระเอกเป็นคนอ่อนโยนและแสดงความรักที่ทำเอาคนโสดอย่างเราอิจฉาหลายต่อหลายครั้งไม่ว่าจะเป็นการบอกรัก การดูแลกันยามเจ็บป่วย และคอยเคียงข้างเมื่อมีปัญหากัน แม้สุดท้ายตัวเองจะเสียชีวิตด้วยเนื้องอกในสมองก็ยังมีจดหมายมากมายส่งมาให้นางเอกตลอดเวลาเพื่อเป็นตัวแทนให้นางเอกรู้สึกไม่เหงาและยังมีเขาคอยอยู่เคียงข้างตลอดเวลา ในจดหมายก็มีการบอกรัก มีวิธีดูแลตัวเอง ดูแลบ้าน การทำเมนูอาหารซึ่งปกติพระเอกจะเป็นคนทำให้นางเอก แต่เมื่อเขาไม่สามารถอยู่ทำหน้าที่นั้นได้แล้วก็ยังอยากให้นางเอกได้รับประทานอาหารอร่อยฝีมือตัวเองอยู่จึงบอกสูตรมาในจดหมาย รวมถึงบอกในสิ่งที่เขาอยากรักษาไว้นั่นก็คือ ธรรมชาติและต้นไม้บนดอย สุดท้ายนางเอกก็สามารถยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่กลัวความสูญเสียใด ๆ อีก เพราะมีจดหมายของพระเอกที่ทำให้เธอเข้มแข็งได้ด้วยตัวเองอีกครั้ง และยังมีลูกที่พระเอกได้มอบเป็นของขวัญซึ่งเธอให้ชื่อว่า “ตั้ม” ด้วย ฉากสุดท้ายที่นางเอกบอกให้ลูกวิ่งไปกอดพ่อซึ่งก็คือต้นบ๊วยที่นางเอกเคยนำเถ้ากระดูกพระเอกไปฝังดินนั่นทำเอาเราน้ำตาไหลและขนลุกจนอดปรบมือไม่ได้เลย เป็นหนังรักที่ควรค่าแก่การดูจริง ๆ

ข้อคิดดี ๆ จากหนัง The Letter จดหมายรัก (2547)

            หนัง The Letter จดหมายรัก (2547) ได้สอนให้เรารู้ว่าถึงแม้คนที่เรารักจะไม่อยู่ด้วยกัน แต่เราก็ยังสามารถสัมผัสถึงความรักอันสูงส่งที่เขามีต่อเราได้ตลอดเวลา ในความรักนั้นเต็มไปด้วยความหวังดี ความห่วงใย และหัวใจของเขาที่ยังคงเต้นอยู่ในตัวคุณเมื่อคุณนึกถึงเขา จดหมายทุกฉบับคือสิ่งที่ยืนยันว่าความรักที่เขามอบให้คุณมีเอกลักษณ์เฉพาะที่ไม่มีใครแทนใครได้และจะอยู่ในความทรงจำจนชั่วชีวิต

รูปภาพประกอบ : https://www.imdb.com/

#รีบดูก่อนตาย #หนังรักไทยในตำนาน #หนังดราม่าต้องดู

ย้อนระลึกถึงอดีตกับ 8 ภาพยนตร์​ GTH ที่คุณควรกลับไปย้อนดูอีกครั้ง

ถ้าหากกล่าวถึงบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายภาพยนตร์ไทยที่มีชื่อเสียง หนึ่งในชื่อที่ใครหลายคนนึกถึงคงไม่พ้น GTH หรือ จีเอ็มเอ็ม ไท หับที่เกิดจากการรวมตัวบริษัทจีเอ็มเอ็ม พิคเจอร์, ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์ และหับโห้หิ้น ฟิล์ม​ และแม้ว่าจีเอ็มเอ็ม ไท หับได้ยุติการดำเนินเรียบร้อยแล้ว ภาพยนตร์​ที่ได้ดำเนินสร้างมาก็ยังคงอยู่ในความทรงจำดี ๆ ของใครหลายคน ไหน ๆ นี่ก็เป็นช่วงปีใหม่แล้ว มาระลึกถึงความทรงจำดี ๆ ไปด้วยกันนะคะ

แฟนฉัน (2003)

ภาพยนตร์​ที่จะดึงผู้ชมไปยังความทรงจำและความรักในสมัยเด็ก เป็นเรื่องราวของเจี๊ยบ ชายหนุ่มที่ได้ย้ายบ้านเป็นเวลานาน ได้กลับมายังบ้านเกิดของตนอีกครั้งเพื่อร่วมงานแต่งงานของน้อยหน่า ผู้เป็นรักแรกและเพื่อนในสมัยเด็ก และได้รื้อฟื้นความทรงจำเก่า ๆ ที่เกิดขึ้นในอดีตที่ยังคงแจ่มชัดราวกับพึ่งผ่านมาเมื่อวาน

ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (2004)​ 

เปลี่ยนบรรยากาศ​มาเป็นขนหัวลุก ไปกับภาพยนตร์สยองขวัญ​ เมื่อธรรม์ ช่างภาพ​และเจน แฟนสาวของเขาได้ขับรถชนผู้หญิง​อย่างรุนแรง พวกเขาจึงตัดสินใจขับรถหนีจากที่เกิดเหตุ ต่อมาเหตุการณ์​ประหลาด​ก็ได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อเงาประหลาดคล้ายหญิงสาว​ได้ปรากฏตัว​ขึ้น​ในภาพถ่ายของธรรม์ เมื่อพวกเขาพยายามตามหาว่าหญิงสาวในภาพนั้นเป็นใคร ก็ได้ภพกับความมืดดำในอดีตที่รออยู่

4bia สี่แพร่ง (2008)

เรื่องราวความสยองขวัญ 4 เรื่องสั้น โดยมี “SMS” เมื่อปิ่น สาวเหงาได้รับข้อความจากคนแปลกหน้า “ยันต์​สั่งตาย” เหล่าอันธพาล​ที่ได้รับการแก้แค้นจากลูกหมอผี “คนกลาง” การล่องแก่งของหนุ่มทั้ง 4 กับความสยองขวัญเกี่ยวกับการนอนเป็นคนตรงกลาง และ “เที่ยวบิน224” การพบเจอบนเที่ยวบินระหว่างเจ้าหญิงโซเฟีย และ พิม แอร์​โฮสเตสสาว ที่สวมใส่แหวนแบบเดียวกัน

Phobia 2 ห้าแพร่ง (2009)

หนึ่งปีผ่านไปกับความสยองใหม่ที่ในชื่อห้าแพร่งที่มีเรื่องสยองขวัญ​ถึง 5 เรื่อง โดยมี “หลาวชะโอน” ที่เป้ต้องชดใช้กรรมที่ก่อไว้ที่ผ้าเหลืองก็ไม่อาจช่วยให้รอดพ้น, “Backpackers” คู่รักญี่ปุ่นที่เที่ยวแบ็กแพ็กที่ไทย กับความสยองขวัญ​ที่อยู่ท้ายรถพ่วงที่จอดรับพวกเขา , “รถมือสอง” กับประวัติสยองที่อาจทำเจ้าของไปสู่ความตาย , “คนกอง” เรื่องราวของผีนักแสดงสาวที่กลับมาเพื่อทำการแสดงต่อกับ The Show Must Go On และ “ห้องเตียงรวม” จะทำบังไงถ้าคุณได้รักษาเตียงข้างชายชราที่มีอาการโคม่าที่ทำให้เขาฝันร้ายทุกค่ำคืน

กวน มึน โฮ (2012) Hello Stranger

ความรักที่ถักทอขึ้นระหว่างคนแปลกหน้าทั้งสองคนในประเทศ​เกาหลี โดยมีชายหนุ่มที่เมามายจนตกรถทัวร์​ กับหญิงสาวที่มาลุยเดี่ยวตามโลเคชั่นในซีรีส์เกาหลีสุดฮิตอยู่ในสมการความรักนี้ ด้วยความคึกคะนองของทั้งาองทำให้พวกเขาตัดสินใจเที่ยวด้วยกันในฐานะคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักชื่อของกันและกัน

ลัดดาแลนด์​ (2011)

ด้วยความที่ต้องเช่าอพาร์ทเม้นท์​เป็นที่อยู่ ทำให้สิ่งนี้กลายเป็นแรงกดดันให้กับธีร์ พนักงานออฟฟิศธรรม​ดา ๆ ที่ไม่สามารถซื้อบ้านให้กับครอบครัว​ของเขาได้อยู่อาศัย และโอกาสได้มาถึงเมื่อเขาได้รับข้อเสนอ​ให้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยการตลาดในบริษัท​แห่งหนึ่งในเชียงใหม่ เงินเดือนที่มากขึ้ยและที่ดินที่ถูกลงทำให้เขาได้ครอบครอง​บ้านในฝันอย่างน่าชื่นชม แต่ในวันแรกที่ย้ายบ้านมาที่ควรจะเปี่ยมด้วยความสุข ไม่มีใครรู้เลยว่ามะขิ่น เด็กรับใช้ชาวพม่าถูกฆาตกรรม​อย่างทารุณ และนี่เป็นเพียงการเริ่มต้นความสยองขวัญ​ในหมู่บ้านลัดดาแลนด์​

ATM เออรัก เออเร่อ (2012)

ทุกอย่างเริ่มต้นที่ธนาคารเจเอ็นบีซี สัญชาติญี่ปุ่นที่เปิดสาขาในประเทศไทย​ มีกฎเหล็ก​ว่าห้ามพนักงานเป็นคนรักกัน เนื่องจากความเสี่ยงต่อร่วมมือกันทำการทุจริต ซึ่งถ้าหากจับได้คือ ไม่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ต้องลาออก นั่นทำให้จิ๊บ หัวหน้าแผนกเอทีเอ็มที่คบกับเสือ พนักงานในแผนกอย่างลับ ๆ ลำบากใจอยู่ไม่น้อย แต่พวกเขาต่างฝ่ายต่างก็ไม่ยอมลาออก เมื่อมีเรื่องของตู้เอทีเอ็มที่พึ่งลงโปรแกรมใหม่คืนเงินมาเป็น 2 เท่าของจำนวนที่กด พวกเขาจึงทำการท้าทายว่าใครจะเป็นผู้แพ้ชนะในการตามหาคนกดเงินเกิน และฝ่านที่แพ้ต้องเป็นฝ่ายทีาลาออกเพื่อที่พวกเขา​จะได้แต่งงานกัน

พี่มาก..พระโขนง (2013)

ภาพยนตร์​ที่ทำรายได้สูงถึง 1000 ล้านทั่วประเทศ โดยพี่มากในเรื่องนี้ไม่ได้มาในรูปแบบที่สยองขวัญล้วน ๆ ตามที่เราคุ้นเคย​ แต่ออกแนวโรแมนติก-สยองขวัญ-ตลก​แทน ก็จะไม่ให้ตลกได้ยังไงในเมื่อมีเต๋อ เผือก ชิน และ เอ ในฐานะเพื่อนสนิทพี่มากมาในเรื่องด้วย

เรียกได้ว่าเป็น 8 เรื่องราวภาพยนตร์​ที่สะท้อนความทรงจำ ความสนุก และการเล่าเรื่องของภาพยนตร์​ในแบบก่อน ๆ ไม่มากก็น้อย ขอให้ทุกคนมีความสุขกับปีใหม่​ที่จะถึงนี้นะคะ

#ภาพยนตร์​ GTH #หนังGTH ที่ต้องดู #รวมที่สุดหนัง GTH

7 ภาพยนตร์​สยองขวัญ​จากวรรณกรรม​ของสตีเฟ่น คิงที่คุณไม่ควรพลาด!!!!!

สำหรับคอหนังสยองขวัญแล้ว หากให้ลิสต์​นักเขียนในดวงใจ หนึ่งในชื่อที่ติดท็อปคงไม่พ้น สตีเฟ่น คิง ด้วยการเล่าเรื่องที่เป็นเอกลัษณ์​และน่าสนใจทำให้ผลงานวรรณกรรม​ของเขาเป็นที่โดดเด่น​ไม่ใช่เฉพาะนักอ่านชาวอเมริกัน​เท่านั้น แต่เป็นนักอ่านทั่วโลก แม้สตีเฟ่นคิงจะมีผลงานที่โดดเด่น​มากมายหลายเรื่อง แต่บทความนี้จะนำเสนอภาพยนตร์สยองขวัญ​ที่บอกเล่างานเขียนของสตีเฟ่น คิง ได้อย่างดีเยี่ยมจนคุณไม่ควรพลาด

Carrie (1979) สาวสยอง

เรื่องราว​ของแครี่ เด็กสาวผู้มีพลังจิตที่ใช้ชีวิตอยู่กับแม่ที่เป็นคนคลั่งศาสนา แถมตอนอยู่โรงเรียนก็ยังโดนรุมแกล้งอยู่เสมอ ๆ แต่เหมือนเรื่องย่ายินดีจะเกิดขึ้นเมื่อมีหนุ่มหล่อดาว้ด่นของโรงเรียนชวนเธอไปงานพรอม ทว่านั่นเป็นเพียงน้ำผึ้งอาบยาพิษ เมื่อพวกเขาแค่ต้องการรุมกลั่นแกล้งเธอให้อายต่อหน้าสาธารณชน​ และเมื่อเธอขึ้นไปรับรางวัลในงานพรอม ถังเลือดหมูในงานพรอมได้สาดลงมา แครี่โกรธจัดและได้ใช้พลังของเธอในการสังหารทุกคน และไม่มีใครรอดแม้แต่คนเดียว!

The Dead Zone (1983) มิติมรณะ​

เมื่อจอห์นนี​ สมิธได้ฟื้นตัวจากอาการโคม่าหลังจากที่ถูกรถชนเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เขาก็ได้รับพลังวิเศษ​ในการอ่านใจคนและเห็นอนาคตล่วงหน้า แน่นอนว่าไม่มีใครเชื่อในสิ่งที่เขาเห็นแม้แต่คนเดียว และเมื่อไม่มีใครเชื่อ จอห์นนี​ก็ต้องหยุดอนาคตอันเลวร้ายด้วยสองมือของเขาเอง

It (2017) โผล่จากนรก

เรื่องราวของ “แก๊งค์​ขี้แพ้” ในเมืองเดอรี่ อันประกอบไปด้วยเหล่าเด็ก ๆ ทั้ง 7 คนที่มักถูกกลั่นแกล้งอยู่เสมอ พวกเขาต้องเผชิญหน้า​กับ​ “เพนนี่​ ไวซ์” ปีศาจที่มักจะโผล่ออกมาจากทรอระบายน้ำทุก ๆ 27 ปี เพื่อเล่นงานเหยื่อที่เป็นเด็กด้วยความหวาดกลัวก่อนจะกินอย่างโอชะ

It Chapter Two (2019) โผล่จากนรก 2

27 ปีถัดมา “แก๊งค์​ขี้​แพ้” ที่ได้แยกย้ายกันไปเติบโตเป็นผู้ใหญ่ พวกเขาได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งที่เมืองเดอรี่ เพื่อจัดการกับ”เพนนี่ ไวซ์”ที่ออกมาหลอกหลอน​อีกครั้ง

The Shining (1980) โรงแรมผีนรก

เรื่องราว​ของ​ครอบครัว​ทอร์​เ​รนซ์​ที่ประกอบไปด้วย แจ็ก นักเขียนติดเหล้าที่เคยมีประวัติ​ทำร้ายลูก เวนดี้ ภรรยาผู้อ่อนโยน และแดนนี่ เด็กชายที่มีสัมผัสที่หก เพราะต้องการจะกระชับความสัมพันธ์​ แจ็กจึงตัดสินใจดูแลโรงแรมโอเวอร์​ลุคที่จะปิดในฤดูหนาว เพื่อเป็นการทำงานและใช้เวลากับครอบครัวไปด้วยกัน ทว่าด้วยพลังวิเศษของแดนนี่ที่ดึงดูดวิญญาณ​และเหตุการณ์​สยองขวัญเข้าหาพวกเขา นั่นทำให้แจ็กเริ่มคุ้มคลั่ง และไม่มีทางเลือดอื่นใด นอกจากให้สองแม่ลูกหาทางออกจากโรงแรม​แห่งนี้

1408 (2007) ห้องสุสานแตก

ไมค์ นักเขียนเรื่องราวสยองขวัญ​ผู้ไม่เชืาอในสิ่งลี้ลับจนกว่าจะได้เห็นกับตา ได้ลองของยังห้องพัก 1408 ที่มีข่าวลือว่าคนที่เข้าไปแล้วจะตายอย่าสยอง ไม่มีชีวิตรอดออกมาแม้แต่คนเดียว และไมค์​เองก็ต้องเผชิญหน้า​กับจุดจบนั้น ถ้าหากเขาหนีออกมาไม่ได้

Doctor Sleep (2019) ลางนรก

ภาพยนตร์​เรื่องนี้เป็นเรื่องราว 40 ปีถัดมาจาก The Shining (1980) แดนที่เผชิญกับเรื่องราวสยองขวัญ​ที่โรงแรม​โอเวอร์​ลุค แต่แล้วเขาก็ได้เผชิญหน้ากับความสยองขวัญ​ครั้งใหม่ที่ไม่ได้พบเจอมานาน เมื่อแอบราได้ขอความร่วมมือกับเขาเพื่อจะต่อสู้กับโรส เดอะ แฮท กับ เดอะ.ทรู น็อต ผู้เป็นลูกสมุนที่คร่าชีวิตเด็ก ๆ เพื่อความเป็นอมตะของเธอเอง

ถ้าหากว่ายังมีภาพยนตร์​ที่มาจากงานเขียนของสตีเฟ่น คิงเรื่องไหนที่คุณคิดว่าโดดเด่นหรือชอบมากเป็นพิเศษ​ มาแลกเปลี่ยนกันได้นะคะ

#หนังจากงานเขียน สตีเฟ่น คิง #สตีเฟ่น คิง #ภาพยนตร์​สยองขวัญ

รีวิวหนัง Netflix : Mank เจ้าของบทภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Citizen Kane

สำหรับ หนังดี หนังแนะนำ ในช่วงนี้คงหนีไม่พ้น หนังชีวประวัติ คนเขียนบทภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Mank ที่เขาได้เขียนเรื่อง Citizen Kane ขึ้นมา ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็ได้สร้างชื่อเสียง รวมไปถึงแฉวงการฮอลลีว็ดในยุคดังกล่าว สำหรับใครที่เป็นแฟนวงการฮอลลีวู้ด นี่จะเป็น หนังเน็ตฟลิกซ์ อีกเรื่องที่คุณพาดไม่ได้ เป็นหนึ่งใน หนังขาวดำ หนังย้อนยุค ที่ขนทัพนักแสดงเทพๆมาหลายคนเลยทีเดียว

เรื่องย่อ หนังชีวประวัติ Mank (Netflix)

หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของ เฮอร์มัน แมงคลีวิทซ์ แต่ผู้คนมักจะเรียกเขาว่า แมงค์ เขาคนนี้คือผู้ที่เขียนบทร่วมกับภาพยนตร์ดังอย่าง Citizen Kane ซึ่งก็เคยคว้ารางวัลออสก้ามาแล้ว โดยในหนังเรื่องนี้จะเป็นช่วงเวลาที่เขาเจียนบทหนังนี้ แรงบันดาลใจ

ปมความขัดแย้งต่างๆ รวมไปถึงเรื่องราวเบื้องหลังของวงการฮอลลีวู้ดอีกด้วย นอกจากบทภาพยนตร์สุดหินที่เขาจะต้องเขียนให้ได้ภายในเวลาที่กำจัด ประกอบกับปัญหาติดสุราของเขา ทำให้เรื่องราวต่างๆมันไม่ได้ดูง่ายอย่างที่ใครคิด

แกรี โอลด์แมน กับ บทบาทของแมงค์ที่น่าชื่นชม

ขอบอกเลยว่าสิ่งที่น่าประทับใจของเรื่องนี้คงหนีไม่พ้น นักแสดงนำอย่าง แกรี โอลด์แมน ที่สามารถถ่ายทอดความเป็นแมงค์ ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม จนหลายๆคนคิดว่าเขาน่าจะได้รางวัลจากการแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างแน่นอน รวมไปถึงนักแสดงสาวอย่าง อแมนด้า และ ลิลลี่

ที่ก็ขอบอกเลยว่าได้มาสร้างเสน่ห์ให้กับหนังเรื่องนี้เพิ่มมากขึ้นไปอีก นอกจากนี้หนังเรื่องนี้ยังเป็นเหมือนการสร้างมาเพื่อทำการระลึกถึงหนังเรื่อง Citizen Kane ที่ทั้งทำออกมาในรูปแบบของหนังขาวดำ และการเล่าเรื่องแบบแฟลชแบ็ค ที่เป็นเทคนิคการเล่าเรื่องแบบเดียวกับ Citizen Kane อีกด้วย

หนังชีวประวัติ ที่เผยเรื่องราวของฮอลลีวู้ดในยุคทอง

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หนังเรื่องนี้ทำให้เราได้รู้ถึงเบื้องหลังของอะไรหลายๆอย่าง จริงๆแล้วหนังดังอย่าง Citizen Kane ก็แทบจะเรียกได้ว่าเป็นหนังที่บันทึกเรื่องราวของวงการนี้ไว้ แต่สำหรับเรื่องนี้ที่มาเผยให้เห็นเบื้องหลังการเขียนเรื่อง Citizen Kane อีก ก็ทำให้มันน่าสนใจไปกันใหญ่ เพราะในสมัยนั้น ภาพยนตร์ ก็ได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง มีการพัวพันไปถึงการรักษาอำนาจต่างๆ มีเรื่องชู้สาว เรื่องฉาวๆอีกมากมาย ซึ่งขอบอกเลยว่าค่อนข้างเปิดโลกมากๆ หลังจากที่ได้ดู หนังแนะนำ เรื่องนี้ เป็นอีกเรื่องที่หลายคนไม่ควรพลาด หากคุณหลงใหลในเรื่องราวของวงการฮอลลีวู้ด

#หนังย้อนยุค #หนังชีวประวัติ แนะนำ #หนังวงการฮอลลีวู้ด Mank (Netflix)