• Home
  • Archive by category "ก่อนตายต้องได้ดู!"

รีวิวหนังข้างหลังภาพ (2001)

            หากพูดถึงภาพยนตร์พีเรียดอมตะในอดีตที่โด่งดังกันในประเทศไทยจนถูกนำมารีเมคหลายรอบ นอกจากคู่กรรมแล้วก็ยังมีหนังข้างหลังภาพนี่ล่ะค่ะที่ยังคงตราตรึงใจคนไทยมาจนถึงตอนนี้ เพราะเป็นภาพยนตร์รักของไทยที่มีกลิ่นอายวัฒนธรรมต่างแดน โลเกชั่นสวยงาม และจบลงด้วยพลัดพรากที่ทำให้น้ำตาไหลกันตาม ๆ ไปไม่ว่าจะถูกทำมาสักกี่เวอร์ชั่น โดยเฉพาะหนังข้างหลังภาพเวอร์ชั่น 2001 ที่ได้นักแสดงนำอย่างเคน ธีรเดช มารับบทเป็น “นพพร” และได้คาร่า พลสิทธิ์ มารับบทเป็น “คุณหญิงกีรติ” ที่ได้รับการขนานนามมาแล้วว่าคาร่าแสดงเป็นคุณหญิงกีรติได้สมบทบาทที่สุดและเวอร์ชั่นนี้ก็ดำเนินเรื่องตรงตามบทประพันธ์ของ “กุหลาบ สายประดิษฐ์” มากที่สุด จะน่าติดตามแค่ไหนเราไปดูกันดีกว่า

เรื่องย่อหนังข้างหลังภาพ (2001)

            หนังข้างหลังภาพ (2001) ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ “นพพร”นักศึกษามหาวิทยาลัยริคเคียว ประเทศญี่ปุ่นอายุ 22 ปีที่ได้ถูกขอร้องจากพระยาอธิการบดีซึ่งเป็นเพื่อนของพ่อตัวเองให้พา “คุณหญิงกีรติ”ซึ่งเป็นภรรยาอายุคราวลูกที่ตัวเองพามาฮันนีมูนด้วยไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ในญี่ปุ่นเพื่อให้คุณหญิงมีความสุขกับการมาเยือนต่างแดนที่สุด ด้วยตัวเองนั้นแก่มากแล้วจึงมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรงพอ ทำให้นพพรกับคุณหญิงกีรติได้ใกล้ชิดกันจนก่อเกิดเป็นความรักท่ามกลางบรรยากาศต่างวัฒนธรรมที่งดงามแห่งแดนอาทิตย์อุทัยในที่สุด

ความน่าสนใจของหนังข้างหลังภาพ (2001)

            หนังข้างหลังภาพ (2001) มีความน่าสนใจตรงที่ทำให้เราได้เห็นบรรยากาศธรรมชาติและสภาพบ้านเมืองวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นสมัยก่อนที่รายล้อมรอบความรักของคู่พระนางที่เกิดขึ้นจากการที่ได้เรียนรู้นิสัยใจคอกันและกันผ่านการไปเที่ยวยังสถานที่ต่าง ๆ คุณหญิงกีรติชอบนพพรที่เป็นคนอัธยาศัยดี อ่อนน้อม บริสุทธิ์ตามประสาเด็กหนุ่มผู้เพิ่งได้รู้จักกับความรักเป็นครั้งแรก ส่วนนพพรก็ชอบคุณหญิงกีรติที่ดูเป็นผู้ใหญ่ใจดี น่าเคารพ แต่ก็มีความเป็นตัวของตัวเอง แม้บุคลิกจะเป็นคนค่อนข้างเงียบ แต่ก็มีสดใสและอ่อนหวานภายในแบบที่เขาไม่เคยไม่เห็นในแบบของผู้หญิงคนไหนเช่นกัน ยิ่งฉากที่ทั้งคู่ไปเที่ยวมิตาเกะซึ่งเป็นที่มาของภาพวาดที่คุณหญิงมอบให้ก็ยิ่งน่าประทับใจ ทำให้รู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาคุณหญิงไม่เคยได้มีอิสระและทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำจริง ๆ แต่นพพรคือผู้ที่เปิดโลกให้เธอได้เห็นมัน แต่สุดท้ายความรักของทั้งคู่ก็ไม่อาจสมหวังเมื่อเธอมีสามีอยู่แล้ว และวันเวลาหลายปีก็ได้เปลี่ยนแปลงให้นพพรเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นจนมองคุณหญิงเป็นเพียงผู้ใหญ่ที่ตัวเองให้ความนับถือและเคารพรักก็เท่านั้น แต่ถึงอย่างไรคุณหญิงก็จะยังคงรักนพพรคนเดียวตลอดไปตราบสิ้นลมหายใจซึ่งจุดจบของข้างหลังภาพ ความจริงแล้วทั้งคู่นั้นรักกันด้วยหัวใจจริงอย่างที่ชายหญิงพึงมี แต่ตัวพระเอกตอนนั้นที่ยังอายุเพียง 22 ปีทำให้คิดว่าเมื่อรักแล้วก็ต้องเปิดเผยออกมาอย่างไร้เดียงสา แต่คุณหญิงนั้นเป็นผู้ใหญ่กว่าจึงรู้ว่าหากรักกับเขานั้นจะเป็นการผิดศีลธรรม เพราะเธอก็มีสามีอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อพระเอกโตขึ้นจึงเริ่มเข้าใจในจุดนี้ประจวบกับความห่างไกลทำให้ลืมความรักกันตามเวลา มีเพียงความผูกพันและฝังใจก็เท่านั้น

ข้อคิดดี ๆ จากหนังข้างหลังภาพ (2001)

            หนังข้างหลังภาพ (2001) ได้สอนให้เรารู้ว่า ความทรงจำเป็นสิ่งที่มีค่าเสียยิ่งกว่าภาพใด ๆ ที่แม้เราจะเห็นภาพได้อย่างชัดเจนด้วยเพราะเป็นรูปธรรมมากแค่ไหน แต่สิ่งที่ชัดเจนและทรงคุณค่าต่อความรู้สึกมากที่สุดก็คือ “ความทรงจำในหัวใจ” แม้จะต้องพลัดพรากจากกันแต่ก็ยังรู้สึกมีความสุขโชติช่วงทุกครั้งที่ได้หวนนึกถึงครั้งหนึ่งที่เคยได้อยู่ด้วยกันและได้พบเจอกับใครสักคนที่ทำให้ยิ้มได้แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม

รูปภาพประกอบ : https://www.imdb.com/

https://www.youtube.com/watch?v=dufGhTPIHjA เพลง กีรติ ประกอบหนัง ข้างหลังภาพ (2001)

#ข้างหลังภาพ (2001) #หนังรักในตำนาน #รีบดูก่อนตาย

รีวิวหนัง The Letter จดหมายรัก (2547)

            หากใครที่ชอบหนังรักโรแมนติกที่มีความดราม่าเคล้าน้ำตาแต่มีกลิ่นอายที่สามารถตรึงใจคนดูได้แบบลืมไม่ลง เราขอแนะนำหนัง The Letter จดหมายรัก (2547) เลยค่ะ คนไทยที่เป็นสายหนังรักคงรู้จักกันดี เพราะเป็นหนังที่โด่งดังมากจนมาถึงปัจจุบันและทำให้อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเงียบเหงาห่างไกลความเจริญในหุบเขากลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังซึ่งมีคนนิยมเดินทางมากันมากมายไม่ขาดสายเลย ต้องบอกก่อนว่าหนัง The Letter นี้ซื้อลิขสิทธิ์ต้นฉบับจากหนัง The Letter ของเกาหลีมารีเมคนะคะ จึงไม่แปลกใจเลยที่คนสมัยก่อนจะรู้สึกอิ่มเอมใจไปกับความรักรูปแบบใหม่ที่ไม่เหมือนหนังรักของไทยเรื่องอื่น ๆ หากอยากรู้ว่าหนังรักเรื่องนี้จะประทับใจแค่ไหนก็มาดูรีวิวไปพร้อม ๆ กันเลย

เรื่องย่อของหนัง The Letter จดหมายรัก (2547)

            หนัง The Letter จดหมายรัก (2547) ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ “ดิว” โปรแกรมเมอร์สาวที่ทำงานอยู่กรุงเทพซึ่งได้มีโอกาสเดินทางขึ้นมาเชียงใหม่เพื่อร่วมงานศพของยายซึ่งเป็นญาติคนเดียวที่เหลืออยู่จนได้พบกับ “ต้น” ที่ทำงานเป็นนักวิจัยอยู่ในอำเภอเล็ก ๆ แห่งนี้ พวกเขาได้ทำความรู้จักจนสนิทกันในระยะเวลาอันสั้น แม้ดิวจะกลับไปกรุงเทพแล้ว ต้นก็ยังคงแวะมาหา จนสุดท้ายโชคชะตาเล่นตลกให้ดิวได้กลับไปพักใจที่เชียงใหม่อีกครั้งจนได้มีเวลากับดิวและก่อเกิดเป็นรักแท้ของกัน ระหว่างนั้นต้นได้ไปเจอจดหมายเก่าของยายดิวซึ่งคนรักของยายได้เขียนให้ท่าน เขาจึงตั้งมั่นว่าสักวันตัวเองจะได้มีโอกาสเขียนให้ดิวบ้าง แต่จะทำอย่างไรเมื่อเขากำลังจะตายด้วยเนื้องอกในสมอง เช่นนี้แล้วจดหมายที่ต้นคิดจะเขียนให้ดิว…ดิวจะได้รับมันหรือไม่

ความน่าสนใจของหนัง The Letter จดหมายรัก (2547)

            หนัง The Letter จดหมายรัก (2547) มีความน่าสนใจตรงที่ตัวหนังได้บอกเล่าถึงชีวิตของนางเอกที่ต้องสูญเสียทั้งยายเล็กซึ่งเป็นญาติเพียงคนเดียวและสูญเสียเพื่อนสนิทที่สุดอย่าง “เกด” ไปเพราะผู้ชายที่คบด้วยทางอินเตอร์เน็ตฆ่า แต่ก็ยังดีที่นางเอกมีพระเอกคอยอยู่เคียงข้าง ได้พาเธอไปเห็นโลกใหม่แห่งธรรมชาติและขุนเขาในอำเภอเล็ก ๆ อันเงียบสงบของจังหวัดเชียงใหม่และสานความสัมพันธ์กันจนเป็นคนรัก พระเอกเป็นคนอ่อนโยนและแสดงความรักที่ทำเอาคนโสดอย่างเราอิจฉาหลายต่อหลายครั้งไม่ว่าจะเป็นการบอกรัก การดูแลกันยามเจ็บป่วย และคอยเคียงข้างเมื่อมีปัญหากัน แม้สุดท้ายตัวเองจะเสียชีวิตด้วยเนื้องอกในสมองก็ยังมีจดหมายมากมายส่งมาให้นางเอกตลอดเวลาเพื่อเป็นตัวแทนให้นางเอกรู้สึกไม่เหงาและยังมีเขาคอยอยู่เคียงข้างตลอดเวลา ในจดหมายก็มีการบอกรัก มีวิธีดูแลตัวเอง ดูแลบ้าน การทำเมนูอาหารซึ่งปกติพระเอกจะเป็นคนทำให้นางเอก แต่เมื่อเขาไม่สามารถอยู่ทำหน้าที่นั้นได้แล้วก็ยังอยากให้นางเอกได้รับประทานอาหารอร่อยฝีมือตัวเองอยู่จึงบอกสูตรมาในจดหมาย รวมถึงบอกในสิ่งที่เขาอยากรักษาไว้นั่นก็คือ ธรรมชาติและต้นไม้บนดอย สุดท้ายนางเอกก็สามารถยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่กลัวความสูญเสียใด ๆ อีก เพราะมีจดหมายของพระเอกที่ทำให้เธอเข้มแข็งได้ด้วยตัวเองอีกครั้ง และยังมีลูกที่พระเอกได้มอบเป็นของขวัญซึ่งเธอให้ชื่อว่า “ตั้ม” ด้วย ฉากสุดท้ายที่นางเอกบอกให้ลูกวิ่งไปกอดพ่อซึ่งก็คือต้นบ๊วยที่นางเอกเคยนำเถ้ากระดูกพระเอกไปฝังดินนั่นทำเอาเราน้ำตาไหลและขนลุกจนอดปรบมือไม่ได้เลย เป็นหนังรักที่ควรค่าแก่การดูจริง ๆ

ข้อคิดดี ๆ จากหนัง The Letter จดหมายรัก (2547)

            หนัง The Letter จดหมายรัก (2547) ได้สอนให้เรารู้ว่าถึงแม้คนที่เรารักจะไม่อยู่ด้วยกัน แต่เราก็ยังสามารถสัมผัสถึงความรักอันสูงส่งที่เขามีต่อเราได้ตลอดเวลา ในความรักนั้นเต็มไปด้วยความหวังดี ความห่วงใย และหัวใจของเขาที่ยังคงเต้นอยู่ในตัวคุณเมื่อคุณนึกถึงเขา จดหมายทุกฉบับคือสิ่งที่ยืนยันว่าความรักที่เขามอบให้คุณมีเอกลักษณ์เฉพาะที่ไม่มีใครแทนใครได้และจะอยู่ในความทรงจำจนชั่วชีวิต

รูปภาพประกอบ : https://www.imdb.com/

#รีบดูก่อนตาย #หนังรักไทยในตำนาน #หนังดราม่าต้องดู

ย้อนระลึกถึงอดีตกับ 8 ภาพยนตร์​ GTH ที่คุณควรกลับไปย้อนดูอีกครั้ง

ถ้าหากกล่าวถึงบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายภาพยนตร์ไทยที่มีชื่อเสียง หนึ่งในชื่อที่ใครหลายคนนึกถึงคงไม่พ้น GTH หรือ จีเอ็มเอ็ม ไท หับที่เกิดจากการรวมตัวบริษัทจีเอ็มเอ็ม พิคเจอร์, ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์ และหับโห้หิ้น ฟิล์ม​ และแม้ว่าจีเอ็มเอ็ม ไท หับได้ยุติการดำเนินเรียบร้อยแล้ว ภาพยนตร์​ที่ได้ดำเนินสร้างมาก็ยังคงอยู่ในความทรงจำดี ๆ ของใครหลายคน ไหน ๆ นี่ก็เป็นช่วงปีใหม่แล้ว มาระลึกถึงความทรงจำดี ๆ ไปด้วยกันนะคะ

แฟนฉัน (2003)

ภาพยนตร์​ที่จะดึงผู้ชมไปยังความทรงจำและความรักในสมัยเด็ก เป็นเรื่องราวของเจี๊ยบ ชายหนุ่มที่ได้ย้ายบ้านเป็นเวลานาน ได้กลับมายังบ้านเกิดของตนอีกครั้งเพื่อร่วมงานแต่งงานของน้อยหน่า ผู้เป็นรักแรกและเพื่อนในสมัยเด็ก และได้รื้อฟื้นความทรงจำเก่า ๆ ที่เกิดขึ้นในอดีตที่ยังคงแจ่มชัดราวกับพึ่งผ่านมาเมื่อวาน

ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (2004)​ 

เปลี่ยนบรรยากาศ​มาเป็นขนหัวลุก ไปกับภาพยนตร์สยองขวัญ​ เมื่อธรรม์ ช่างภาพ​และเจน แฟนสาวของเขาได้ขับรถชนผู้หญิง​อย่างรุนแรง พวกเขาจึงตัดสินใจขับรถหนีจากที่เกิดเหตุ ต่อมาเหตุการณ์​ประหลาด​ก็ได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อเงาประหลาดคล้ายหญิงสาว​ได้ปรากฏตัว​ขึ้น​ในภาพถ่ายของธรรม์ เมื่อพวกเขาพยายามตามหาว่าหญิงสาวในภาพนั้นเป็นใคร ก็ได้ภพกับความมืดดำในอดีตที่รออยู่

4bia สี่แพร่ง (2008)

เรื่องราวความสยองขวัญ 4 เรื่องสั้น โดยมี “SMS” เมื่อปิ่น สาวเหงาได้รับข้อความจากคนแปลกหน้า “ยันต์​สั่งตาย” เหล่าอันธพาล​ที่ได้รับการแก้แค้นจากลูกหมอผี “คนกลาง” การล่องแก่งของหนุ่มทั้ง 4 กับความสยองขวัญเกี่ยวกับการนอนเป็นคนตรงกลาง และ “เที่ยวบิน224” การพบเจอบนเที่ยวบินระหว่างเจ้าหญิงโซเฟีย และ พิม แอร์​โฮสเตสสาว ที่สวมใส่แหวนแบบเดียวกัน

Phobia 2 ห้าแพร่ง (2009)

หนึ่งปีผ่านไปกับความสยองใหม่ที่ในชื่อห้าแพร่งที่มีเรื่องสยองขวัญ​ถึง 5 เรื่อง โดยมี “หลาวชะโอน” ที่เป้ต้องชดใช้กรรมที่ก่อไว้ที่ผ้าเหลืองก็ไม่อาจช่วยให้รอดพ้น, “Backpackers” คู่รักญี่ปุ่นที่เที่ยวแบ็กแพ็กที่ไทย กับความสยองขวัญ​ที่อยู่ท้ายรถพ่วงที่จอดรับพวกเขา , “รถมือสอง” กับประวัติสยองที่อาจทำเจ้าของไปสู่ความตาย , “คนกอง” เรื่องราวของผีนักแสดงสาวที่กลับมาเพื่อทำการแสดงต่อกับ The Show Must Go On และ “ห้องเตียงรวม” จะทำบังไงถ้าคุณได้รักษาเตียงข้างชายชราที่มีอาการโคม่าที่ทำให้เขาฝันร้ายทุกค่ำคืน

กวน มึน โฮ (2012) Hello Stranger

ความรักที่ถักทอขึ้นระหว่างคนแปลกหน้าทั้งสองคนในประเทศ​เกาหลี โดยมีชายหนุ่มที่เมามายจนตกรถทัวร์​ กับหญิงสาวที่มาลุยเดี่ยวตามโลเคชั่นในซีรีส์เกาหลีสุดฮิตอยู่ในสมการความรักนี้ ด้วยความคึกคะนองของทั้งาองทำให้พวกเขาตัดสินใจเที่ยวด้วยกันในฐานะคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักชื่อของกันและกัน

ลัดดาแลนด์​ (2011)

ด้วยความที่ต้องเช่าอพาร์ทเม้นท์​เป็นที่อยู่ ทำให้สิ่งนี้กลายเป็นแรงกดดันให้กับธีร์ พนักงานออฟฟิศธรรม​ดา ๆ ที่ไม่สามารถซื้อบ้านให้กับครอบครัว​ของเขาได้อยู่อาศัย และโอกาสได้มาถึงเมื่อเขาได้รับข้อเสนอ​ให้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยการตลาดในบริษัท​แห่งหนึ่งในเชียงใหม่ เงินเดือนที่มากขึ้ยและที่ดินที่ถูกลงทำให้เขาได้ครอบครอง​บ้านในฝันอย่างน่าชื่นชม แต่ในวันแรกที่ย้ายบ้านมาที่ควรจะเปี่ยมด้วยความสุข ไม่มีใครรู้เลยว่ามะขิ่น เด็กรับใช้ชาวพม่าถูกฆาตกรรม​อย่างทารุณ และนี่เป็นเพียงการเริ่มต้นความสยองขวัญ​ในหมู่บ้านลัดดาแลนด์​

ATM เออรัก เออเร่อ (2012)

ทุกอย่างเริ่มต้นที่ธนาคารเจเอ็นบีซี สัญชาติญี่ปุ่นที่เปิดสาขาในประเทศไทย​ มีกฎเหล็ก​ว่าห้ามพนักงานเป็นคนรักกัน เนื่องจากความเสี่ยงต่อร่วมมือกันทำการทุจริต ซึ่งถ้าหากจับได้คือ ไม่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ต้องลาออก นั่นทำให้จิ๊บ หัวหน้าแผนกเอทีเอ็มที่คบกับเสือ พนักงานในแผนกอย่างลับ ๆ ลำบากใจอยู่ไม่น้อย แต่พวกเขาต่างฝ่ายต่างก็ไม่ยอมลาออก เมื่อมีเรื่องของตู้เอทีเอ็มที่พึ่งลงโปรแกรมใหม่คืนเงินมาเป็น 2 เท่าของจำนวนที่กด พวกเขาจึงทำการท้าทายว่าใครจะเป็นผู้แพ้ชนะในการตามหาคนกดเงินเกิน และฝ่านที่แพ้ต้องเป็นฝ่ายทีาลาออกเพื่อที่พวกเขา​จะได้แต่งงานกัน

พี่มาก..พระโขนง (2013)

ภาพยนตร์​ที่ทำรายได้สูงถึง 1000 ล้านทั่วประเทศ โดยพี่มากในเรื่องนี้ไม่ได้มาในรูปแบบที่สยองขวัญล้วน ๆ ตามที่เราคุ้นเคย​ แต่ออกแนวโรแมนติก-สยองขวัญ-ตลก​แทน ก็จะไม่ให้ตลกได้ยังไงในเมื่อมีเต๋อ เผือก ชิน และ เอ ในฐานะเพื่อนสนิทพี่มากมาในเรื่องด้วย

เรียกได้ว่าเป็น 8 เรื่องราวภาพยนตร์​ที่สะท้อนความทรงจำ ความสนุก และการเล่าเรื่องของภาพยนตร์​ในแบบก่อน ๆ ไม่มากก็น้อย ขอให้ทุกคนมีความสุขกับปีใหม่​ที่จะถึงนี้นะคะ

#ภาพยนตร์​ GTH #หนังGTH ที่ต้องดู #รวมที่สุดหนัง GTH

7 ภาพยนตร์​สยองขวัญ​จากวรรณกรรม​ของสตีเฟ่น คิงที่คุณไม่ควรพลาด!!!!!

สำหรับคอหนังสยองขวัญแล้ว หากให้ลิสต์​นักเขียนในดวงใจ หนึ่งในชื่อที่ติดท็อปคงไม่พ้น สตีเฟ่น คิง ด้วยการเล่าเรื่องที่เป็นเอกลัษณ์​และน่าสนใจทำให้ผลงานวรรณกรรม​ของเขาเป็นที่โดดเด่น​ไม่ใช่เฉพาะนักอ่านชาวอเมริกัน​เท่านั้น แต่เป็นนักอ่านทั่วโลก แม้สตีเฟ่นคิงจะมีผลงานที่โดดเด่น​มากมายหลายเรื่อง แต่บทความนี้จะนำเสนอภาพยนตร์สยองขวัญ​ที่บอกเล่างานเขียนของสตีเฟ่น คิง ได้อย่างดีเยี่ยมจนคุณไม่ควรพลาด

Carrie (1979) สาวสยอง

เรื่องราว​ของแครี่ เด็กสาวผู้มีพลังจิตที่ใช้ชีวิตอยู่กับแม่ที่เป็นคนคลั่งศาสนา แถมตอนอยู่โรงเรียนก็ยังโดนรุมแกล้งอยู่เสมอ ๆ แต่เหมือนเรื่องย่ายินดีจะเกิดขึ้นเมื่อมีหนุ่มหล่อดาว้ด่นของโรงเรียนชวนเธอไปงานพรอม ทว่านั่นเป็นเพียงน้ำผึ้งอาบยาพิษ เมื่อพวกเขาแค่ต้องการรุมกลั่นแกล้งเธอให้อายต่อหน้าสาธารณชน​ และเมื่อเธอขึ้นไปรับรางวัลในงานพรอม ถังเลือดหมูในงานพรอมได้สาดลงมา แครี่โกรธจัดและได้ใช้พลังของเธอในการสังหารทุกคน และไม่มีใครรอดแม้แต่คนเดียว!

The Dead Zone (1983) มิติมรณะ​

เมื่อจอห์นนี​ สมิธได้ฟื้นตัวจากอาการโคม่าหลังจากที่ถูกรถชนเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เขาก็ได้รับพลังวิเศษ​ในการอ่านใจคนและเห็นอนาคตล่วงหน้า แน่นอนว่าไม่มีใครเชื่อในสิ่งที่เขาเห็นแม้แต่คนเดียว และเมื่อไม่มีใครเชื่อ จอห์นนี​ก็ต้องหยุดอนาคตอันเลวร้ายด้วยสองมือของเขาเอง

It (2017) โผล่จากนรก

เรื่องราวของ “แก๊งค์​ขี้แพ้” ในเมืองเดอรี่ อันประกอบไปด้วยเหล่าเด็ก ๆ ทั้ง 7 คนที่มักถูกกลั่นแกล้งอยู่เสมอ พวกเขาต้องเผชิญหน้า​กับ​ “เพนนี่​ ไวซ์” ปีศาจที่มักจะโผล่ออกมาจากทรอระบายน้ำทุก ๆ 27 ปี เพื่อเล่นงานเหยื่อที่เป็นเด็กด้วยความหวาดกลัวก่อนจะกินอย่างโอชะ

It Chapter Two (2019) โผล่จากนรก 2

27 ปีถัดมา “แก๊งค์​ขี้​แพ้” ที่ได้แยกย้ายกันไปเติบโตเป็นผู้ใหญ่ พวกเขาได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งที่เมืองเดอรี่ เพื่อจัดการกับ”เพนนี่ ไวซ์”ที่ออกมาหลอกหลอน​อีกครั้ง

The Shining (1980) โรงแรมผีนรก

เรื่องราว​ของ​ครอบครัว​ทอร์​เ​รนซ์​ที่ประกอบไปด้วย แจ็ก นักเขียนติดเหล้าที่เคยมีประวัติ​ทำร้ายลูก เวนดี้ ภรรยาผู้อ่อนโยน และแดนนี่ เด็กชายที่มีสัมผัสที่หก เพราะต้องการจะกระชับความสัมพันธ์​ แจ็กจึงตัดสินใจดูแลโรงแรมโอเวอร์​ลุคที่จะปิดในฤดูหนาว เพื่อเป็นการทำงานและใช้เวลากับครอบครัวไปด้วยกัน ทว่าด้วยพลังวิเศษของแดนนี่ที่ดึงดูดวิญญาณ​และเหตุการณ์​สยองขวัญเข้าหาพวกเขา นั่นทำให้แจ็กเริ่มคุ้มคลั่ง และไม่มีทางเลือดอื่นใด นอกจากให้สองแม่ลูกหาทางออกจากโรงแรม​แห่งนี้

1408 (2007) ห้องสุสานแตก

ไมค์ นักเขียนเรื่องราวสยองขวัญ​ผู้ไม่เชืาอในสิ่งลี้ลับจนกว่าจะได้เห็นกับตา ได้ลองของยังห้องพัก 1408 ที่มีข่าวลือว่าคนที่เข้าไปแล้วจะตายอย่าสยอง ไม่มีชีวิตรอดออกมาแม้แต่คนเดียว และไมค์​เองก็ต้องเผชิญหน้า​กับจุดจบนั้น ถ้าหากเขาหนีออกมาไม่ได้

Doctor Sleep (2019) ลางนรก

ภาพยนตร์​เรื่องนี้เป็นเรื่องราว 40 ปีถัดมาจาก The Shining (1980) แดนที่เผชิญกับเรื่องราวสยองขวัญ​ที่โรงแรม​โอเวอร์​ลุค แต่แล้วเขาก็ได้เผชิญหน้ากับความสยองขวัญ​ครั้งใหม่ที่ไม่ได้พบเจอมานาน เมื่อแอบราได้ขอความร่วมมือกับเขาเพื่อจะต่อสู้กับโรส เดอะ แฮท กับ เดอะ.ทรู น็อต ผู้เป็นลูกสมุนที่คร่าชีวิตเด็ก ๆ เพื่อความเป็นอมตะของเธอเอง

ถ้าหากว่ายังมีภาพยนตร์​ที่มาจากงานเขียนของสตีเฟ่น คิงเรื่องไหนที่คุณคิดว่าโดดเด่นหรือชอบมากเป็นพิเศษ​ มาแลกเปลี่ยนกันได้นะคะ

#หนังจากงานเขียน สตีเฟ่น คิง #สตีเฟ่น คิง #ภาพยนตร์​สยองขวัญ

รีวิวหนัง Netflix : Mank เจ้าของบทภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Citizen Kane

สำหรับ หนังดี หนังแนะนำ ในช่วงนี้คงหนีไม่พ้น หนังชีวประวัติ คนเขียนบทภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Mank ที่เขาได้เขียนเรื่อง Citizen Kane ขึ้นมา ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็ได้สร้างชื่อเสียง รวมไปถึงแฉวงการฮอลลีว็ดในยุคดังกล่าว สำหรับใครที่เป็นแฟนวงการฮอลลีวู้ด นี่จะเป็น หนังเน็ตฟลิกซ์ อีกเรื่องที่คุณพาดไม่ได้ เป็นหนึ่งใน หนังขาวดำ หนังย้อนยุค ที่ขนทัพนักแสดงเทพๆมาหลายคนเลยทีเดียว

เรื่องย่อ หนังชีวประวัติ Mank (Netflix)

หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของ เฮอร์มัน แมงคลีวิทซ์ แต่ผู้คนมักจะเรียกเขาว่า แมงค์ เขาคนนี้คือผู้ที่เขียนบทร่วมกับภาพยนตร์ดังอย่าง Citizen Kane ซึ่งก็เคยคว้ารางวัลออสก้ามาแล้ว โดยในหนังเรื่องนี้จะเป็นช่วงเวลาที่เขาเจียนบทหนังนี้ แรงบันดาลใจ

ปมความขัดแย้งต่างๆ รวมไปถึงเรื่องราวเบื้องหลังของวงการฮอลลีวู้ดอีกด้วย นอกจากบทภาพยนตร์สุดหินที่เขาจะต้องเขียนให้ได้ภายในเวลาที่กำจัด ประกอบกับปัญหาติดสุราของเขา ทำให้เรื่องราวต่างๆมันไม่ได้ดูง่ายอย่างที่ใครคิด

แกรี โอลด์แมน กับ บทบาทของแมงค์ที่น่าชื่นชม

ขอบอกเลยว่าสิ่งที่น่าประทับใจของเรื่องนี้คงหนีไม่พ้น นักแสดงนำอย่าง แกรี โอลด์แมน ที่สามารถถ่ายทอดความเป็นแมงค์ ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม จนหลายๆคนคิดว่าเขาน่าจะได้รางวัลจากการแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างแน่นอน รวมไปถึงนักแสดงสาวอย่าง อแมนด้า และ ลิลลี่

ที่ก็ขอบอกเลยว่าได้มาสร้างเสน่ห์ให้กับหนังเรื่องนี้เพิ่มมากขึ้นไปอีก นอกจากนี้หนังเรื่องนี้ยังเป็นเหมือนการสร้างมาเพื่อทำการระลึกถึงหนังเรื่อง Citizen Kane ที่ทั้งทำออกมาในรูปแบบของหนังขาวดำ และการเล่าเรื่องแบบแฟลชแบ็ค ที่เป็นเทคนิคการเล่าเรื่องแบบเดียวกับ Citizen Kane อีกด้วย

หนังชีวประวัติ ที่เผยเรื่องราวของฮอลลีวู้ดในยุคทอง

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หนังเรื่องนี้ทำให้เราได้รู้ถึงเบื้องหลังของอะไรหลายๆอย่าง จริงๆแล้วหนังดังอย่าง Citizen Kane ก็แทบจะเรียกได้ว่าเป็นหนังที่บันทึกเรื่องราวของวงการนี้ไว้ แต่สำหรับเรื่องนี้ที่มาเผยให้เห็นเบื้องหลังการเขียนเรื่อง Citizen Kane อีก ก็ทำให้มันน่าสนใจไปกันใหญ่ เพราะในสมัยนั้น ภาพยนตร์ ก็ได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง มีการพัวพันไปถึงการรักษาอำนาจต่างๆ มีเรื่องชู้สาว เรื่องฉาวๆอีกมากมาย ซึ่งขอบอกเลยว่าค่อนข้างเปิดโลกมากๆ หลังจากที่ได้ดู หนังแนะนำ เรื่องนี้ เป็นอีกเรื่องที่หลายคนไม่ควรพลาด หากคุณหลงใหลในเรื่องราวของวงการฮอลลีวู้ด

#หนังย้อนยุค #หนังชีวประวัติ แนะนำ #หนังวงการฮอลลีวู้ด Mank (Netflix)

“The Phantom Of The Opera” ภาพยนตร์เพลงแนวลึกลับแสนโรแมนติก

ที่มาของภาพยนตร์ The Phantom Of The Opera”

            ภาพยนตร์ The Phantom Of The Opera” หรือ ปีศาจแห่งโรงอุปรากร ถูกสร้างมาจากบทประพันธ์ของกัสตง เลอรูซึ่งเป็นกวีชาวฝรั่งเศสซึ่งเขาได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในโรงละครการ์นิเย่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีโคมไฟระย้าตกลงมากะทันหันทั้งที่โคมไฟก็ไม่ได้มีความเก่าเลย และนอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ลึกลับที่คนในโรงละครพากันเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุหลากหลายรูปแบบในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกันโดยไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไรทำให้กัสตง เลอรูจินตนาการว่ามีปีศาจหรือผีซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของโรงละครคอยทำร้ายผู้คนจนเกิดเป็นจินตนาการในการประพันธ์วรรณกรรมเรื่อง “The Phantom Of The Opera” ขึ้นมา

เรื่องย่อของของภาพยนตร์ “The Phantom Of The Opera”

            ภาพยนตร์ “The Phantom Of The Opera” เป็นภาพยนตร์เพลงหรือมิวสิคัลที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรักสามเส้าของ “อีริค” ชายผู้รูปหน้าอัปลักษณ์ซึ่งถูกปกปิดไว้ด้วยหน้ากากครึ่งซีก เขาซ่อนตัวอยู่ในห้องลับใต้ดินของโรงละครอุปรากรอันมีชื่อเสียงของเมืองหนึ่งในประเทศฝรั่งเศสอย่างสงบสุขมานาน ทว่าวันหนึ่งเมื่อเขาได้ยินน้ำเสียงร้องโอเปร่าแสนไพเราะของ “คริสทีน”ดังกังวานบนเวทีโรงละครก็รู้สึกหลงรัก แม้จะรู้ว่าคริสทีนมีแฟนหนุ่มคือ “ราอูล”อยู่แล้ว เขาก็อยากจะครอบครองหญิงสาวให้เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียวจึงได้พาเธอมายังห้องลับใต้ดิน คอยสอนร้องโอเปร่าและคอยช่วยเหลือเธอ แต่คริสทีนกลับเลือกราอูลจนเกิดเป็นความรักสามเส้า

ความน่าสนใจของภาพยนตร์ “The Phantom Of The Opera”

            ภาพยนตร์ “The Phantom Of The Opera” มีความน่าสนใจในเนื้อหาที่ชวนลึกลับทว่าแฝงด้วยความโรแมนติกของชายหญิงไม่ว่าคริสทีนจะเป็นฉากที่อีริคหรือแฟนธ่อมพาคริสทีนมาที่ถ้ำห้องลับใต้โรงละคร คอยอยู่ใกล้ชิดห่วงใยไม่ยอมห่างเหิน และฉากที่คริสทีนจูบกับราอูลท่ามกลางหิมะซึ่งทำให้ผู้ชมต่างไม่รู้จะอยู่ทีมพระเอกคนไหนดีกันเลยทีเดียว นอกจากนี้โลเกชั่นในเรื่องยังเป็นโรงละครเวที มีการสร้างแบบทุ่มทุนในหลายฉากโดยเฉพาะห้องลับของอีริคที่พอเรือเคลื่อนตัวมาถึงประตูก็จะเปิดเองพร้อมกับเทียนที่หรูหราและยิ่งเป็นการพูดสลับกับร้องเพลงป๊อปผสมโอเปร่าในทุกฉากก็ยิ่งทำให้ขนลุกมาก ทุกฉากในภาพยนตร์เรื่อง “The Phantom Of The Opera” เรียกได้ว่าจัดออกมาแบบไร้ที่ติ ทั้งบทเพลงที่แต่งทุกเพลง การแสดงสีหน้าท่าทางของนักแสดงทุกคน และมุมกล้องทำให้ดูแล้วอดที่ละมุนจนฟินจิกหมอนไม่ได้ ขนาดเป็นบรรยายภาษาไทยนะเนี่ย ต้องคัดนักแสดงมาดีขนาดไหนถึงสามารถทำให้เราอยากปรบมือชื่นชมทุกฉากได้ขนาดนี้ เล่นหนังก็เข้าถึงบทบาท พอร้องเพลงก็น้ำเสียงดี สูงแบบสุดยอด

            สุดท้ายนี้ต้องบอกเลยว่าหากพลาดเรื่อง “The Phantom Of The Opera” แล้วคุณจะเสียใจ มันเป็นภาพยนตร์ที่เลอค่าราวกับได้นั่งดูละครเวทีอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์จริง ๆ นะคะ ยิ่งถ้าหาลำโพงดี ๆ มาต่อสายเข้าไปรับรองได้ฟีลดูละครเวทีเลย

เครดิตภาพ : https://www.imdb.com/

#The Phantom Of The Opera #รีวิวหนัง #หนังดีในตำนาน

3 ภาพยนตร์ชุดแห่งการปฏิวัติของคนรุ่นใหม่

1. The Hunger Games 

ภาพยนตร์ชุดที่ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างมาจากวรรณกรรมชื่อ The Hunger Games ของ Suzanne Collins ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นวรรณกรรมชิ้นเอกแห่งยุค เทียบเท่ากับ Harry Potter และ Twilight Saga 

โดยภาพยนตร์ชุด The Hunger Games มีทั้งหมด 3 ภาคด้วยกัน ได้แก่ ภาคแรก The Hunger Games (เกมล่าเกม) กำกับโดย แกรี รอสส์ ภาคที่ 2 The Hunger Games : Catching Fire (เกมล่าเกม 2 แคชชิ่งไฟเออร์) และภาคที่ 3 แบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ The Hunger Games : Mockingjay Part 1&2 กำกับโดย ฟรานซิส ลอว์เรนซ์

            The Hunger Games เป็นเรื่องราวภายใน พาเน็ม ประเทศประเทศหนึ่งที่แบ่งการปกครองออกเป็น 13 เขต และมีเมืองหลวงชื่อว่า แคปปิตอล ระบบการปกครองของพาเน็มนั้นกดขี่ และเอาเปรียบประชาชนในทุก ๆ เขต จนทำให้เกิดการกบฏของเขต 13

และนั่นก็ทำให้เขต 13 ถูกทำลายทิ้งจนกลายเป็นเมืองร้าง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาแคปปิตอลจึงได้จัดการแข่งขัน เกมล่าเกม หรือ The Hunger Games ขึ้นมา เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจประชาชนทุกคนในพาเน็มถึงอำนาจในการควบคุมของแคปปิตอล ที่ควบคุมได้แม้กระทั่งความเป็นความตายของทุกคนในพาเน็ม

และเพื่อย้ำเตือนถึงการทำลายเขต 13 ที่ก่อกบฏ ซึ่งใน The Hunger Gamesทั้ง 12 เขต ต้องส่งบรรณาการชายหญิงอายุ 12-18 ปี ไปเข้าร่วมโดยการจับสลาก หรือในบางเขตที่มีการอาสาสมัคร และทั้ง 24 คน จาก 12 เขต ต้องฆ่ากันเองจนกว่าจะเหลือผู้รอดชีวิตคนสุดท้าย ซึ่งถือว่าเป็นผู้ชนะในแต่ละปี
            

ภาคแรกเริ่มต้นด้วย The Hunger Games ปีที่ 74 พริมโรส เอฟเวอร์ดีน น้องสาวของนางเอกของเรื่อง แคตนิส เอฟเวอร์ดีน ถูกเรียกชื่อให้เป็นบรรณาการของเขต 12 แคตนิสจึงอาสาเป็นบรรณาการแทนน้องสาวของเธอ พร้อมกับพีต้า เมลลาร์ก บรรณาการฝ่ายชาย

ลักษณะนิสัยของแคตนิส ที่กล้าคิดกล้าทำ คิดนอกกรอบ อีกทั้งในหลายฉากที่สะเทือนใจประชาชนในพาเน็มเป็นอย่างมาก ถือเป็นการจุดชนวนการปฏิวัติภายในพาเน็มอีกครั้ง เรียกได้ว่า ภาพยนตร์ชุดเรื่องนี้สามารถสร้างแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนสังคมของคนยุคใหม่

การชูสามนิ้ว ที่ได้เห็นในภาพยนตร์ก็ถูกนำมาใช้มากมายในการเรียกร้องความเท่าเทียมในหลากหลายสังคม แม้ว่าบริบทของการชูสามนิ้วในภาพยนตร์ จะมีความหมายว่า ขอบคุณ, สรรเสริญ และลาก่อน ก็ตาม

            ตัวละครแคตนิส จะนำพาเราไปพบกับการเปลี่ยนแปลงสังคมที่ยิ่งใหญ่ ความรัก และมิตรภาพที่เกิดขึ้นระหว่างการต่อสู้กับอำนาจอยุติธรรม The Hunger Games นำแสดงโดย เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์, จอช ฮัทเชอร์สัน, เลียม เฮมส์เวิร์ท, วู้ดดี้ ฮาร์เรลสัน และ เอลิซาเบธ แบงส์

2. The Maze Runner 

ภาพยนตร์ชุดที่สร้างจากนวนิยายในชื่อเดียวกันของ เจมส์ แดชเนอร์ กำกับการแสดงโดย เวส บอล นำแสดงโดย ดีแลน โอ’ไบรอัน, คายา สโคเดลาริโอ, โทมัส แซงสเตอร์, คี ฮง ลี, และ วิลล์ พัลเตอร์ โดย The Maze Runner มีทั้งหมด 3 ภาคด้วยกัน ได้แก่ ภาคแรก The Maze Runner : วงกตมฤตยู ภาคที่ 2 The Maze Runner: สมรภูมิมอดไหม้ และภาคสุดท้าย The Maze Runner : ไข้มรณะ

            WCKD เป็นองค์กรลับของรัฐในขณะนั้น หลังจากจับตัวเหล่าเด็ก ๆ และวัยรุ่นมา โดยอ้างว่าจะดูแลให้ปลอดจากไข้มรณะ ก็ได้สังหารประชาชนที่เป็นผู้ใหญ่ ขับไล่ประชาชนออกไปนอกเมือง เพื่อที่ตน และพรรคพวกจะได้ใชวัคซีนเพียงกลุ่มเดียว

แต่ประชาชนที่รอดมาจากการถูกสังหารก็ได้ร่วมมือกับกลุ่มวัยรุ่นที่ถูกช่วยเหลือให้หนีรอดมาจาก WCKD ในการปฏิวัติเมืองนี้ เพื่อที่ประชาชนทุกคนจะได้รับการรักษาอย่างเท่าเทียม และทั่วถึง และไม่มีการลักพาตัวเด็ก หรือวัยรุ่นคนใดในสังคมอีก

ภาพยนตร์ชุด The Maze Runner เล่าถึงเรื่องราวของกลุ่มวัยรุ่นที่ถูก WCKD องค์กรลับจับตัวมา ลบความทรงจำ และให้วัรุ่นกลุ่มในใช้ชีวิตอยู่ในทุ่งหญ้าที่ล้อมรอบด้วยเขาวงกตคอนกรีตขนาดใหญ่ เพื่อทดสอบศักยภาพทางการ

และภูมิคุ้มกันในตัวของวัยรุ่นกลุ่มนี้ เพื่อนำไขกระดูกของพวกเขาไปผลิตวัคซีนต้านไข้มรณะ ในภาคสุดท้าย โดยเรื่องราวต่าง ๆ จะเล่าผ่านตัวละคร โทมัส ที่รับบทโดย ดีแลน โอ’ไบรอัน และเพื่อน ๆ ของเขา

3. The Divergent Series 

ภาพยนตร์ชุดที่สร้างจากหนังสือขายดีอันดับ 1 ของอเมริกาที่เขียนโดย เวโรนิก้า รอธ ภาพยนตร์ชุดนี้แบ่งออกเป็น 3 ภาค ได้แก่ Divergent คนแยกโลก กำกับโดย เนล เบอร์เกอร์ Insurgent คนกบฏโลก และ Allegiant ปฏิวัติสองโลก กำกับโดย โรเบิร์ต ชเวทเก้ นำแสดงโดย เชลีน วูดลีย์ และทีโอ เจมส์

            The Divergent Series เป็นเรื่องราวของชิคาโก้ หลังจากที่โลกเกิดสงคราม ภายในเมืองนั้นแบ่งกลุ่มคนไว้ทั้งหมด 5 กลุ่ม ได้แก่ Abnegation กลุ่มผู้เสียสละ Amity กลุ่มผู้รักสันติ Candor กลุ่มผู้คุมกฎ Dauntless กลุ่มผู้กล้า และ Erudite กลุ่มผู้มีปัญญา

โดยภาพยนตร์ชุดจะเล่าเรื่องราวผ่านชีวิตของ เบียทริส หรือ ทริส หญิงสาวที่โตมาในกลุ่มผู้เสียสละที่ในขณะนั้น ถือเป็นกลุ่มที่ปกครองเมือง เมื่อถึงเวลาที่ต้องเข้ารับการทดสอบว่าแต่ละคนนั้น เหมาะจะใช้ชีวิตในคนกลุ่มไหนของสังคม

โดยทั่วไปแต่ละคนจะมีผลการทดสอบที่ชัดเจนเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น แต่ทริสนั้นมีทักษะที่สามารถเข้าได้กับ 3 กลุ่ม ทั้งกลุ่มผู้กล้า กลุ่มผู้เสียสละ และกลุ่มผู้มีปัญญา ซึ่งนั้นทำให้ เจนีน ผู้นำกลุ่มมีปัญญา ที่เชื่อว่าแต่ละคนควรมีทักษะที่เหมาะสมเพียงกลุ่มเดียว ตามล่าทริส และคนที่เป็นแบบทริส ที่เรียกกันว่า ไดเวอร์เจนท์

รวมไปถึงการวางแผนยึดอำนาจจากทุกกลุ่มมาไว้ที่ตนเอง แต่ ทริส และโฟร์ พระเอกของเรื่อง ที่เป็นไดเวรอ์เจนท์เหมือนกัน ก็ช่วยกันปกป้องทุกคนจากแผนการเจนีน และนั่นก็เป็นการจุดประกายในการปฏวัติของทุกกลุ่มคนที่ว่า คนเราสามารถมีทักษะที่หลากหลายได้ และข้อจำกัดอีกมากมายที่ประชาชนในสังคมถูกกดขี่ไว้ด้วยระบบของทั้ง 5 กลุ่มนี้ ทำให้พวกเขาร่วมมือกันเปลี่ยนแปลงสังคมนี้ใหม่

ขอบคุณรูปภาพ
รูปที่ 1 (https://www.imdb.com/title/tt1392170/)
รูปที่ 2 (https://www.lcdtvthailand.com/review/439/รีวิหนัง-:-The-Maze-Runner–ฝ่าวงกตมฤตยู.html)
รูปที่ 3 (https://en.wikipedia.org/wiki/Divergent_(film))

#หนังปฏิวัติ #หนังปฏิติคนรุ่นใหม่ #หนังการเมือง

รีวิวหนัง “The Conjuring คนเรียกผี” ความสยองที่อยู่ใกล้ตัวคุณ

            หากใครที่เป็นคอหนังผีสยองขวัญแนวสั่นประสาทก็คงจะรู้จักหนังเรื่อง “The Conjuring คนเรียกผี” กันแน่นอน เพราะเป็นหนังที่มีฉากตุ้งแช่ค่อนข้างเยอะ อีกทั้งยังมีกลิ่นอายของปมปริศนาที่รอให้ผู้ชมได้ค้นพบและร่วมกันไขมากมายซึ่งนาน ๆ ทีเราจะเจอหนังผีที่สนุกแบบนี้ วันนี้เราจึงจะมีรีวิวหนัง “The Conjuring คนเรียกผี” กันค่ะ

ที่มาของหนัง “The Conjuring คนเรียกผี

            หนัง “The Conjuring คนเรียกผี” เป็นภาพยนตร์แนวสยองขวัญปนลึกลับปริศนาซึ่งได้ผู้กำกับหนังผีและหนังแนวเหนือธรรมชาติฝีมือดีระดับเทพอย่างเจมส์ วานมาทำให้ตัวหนังมีการดำเนินเรื่องและมุมมองที่ชวนให้ติดตามทุกฉาก ยิ่งหนัง “The Conjuring คนเรียกผี” สร้างมาจากเหตุการณ์จริงของบ้านแต่ละหลังที่มีวิญญาณสิงสถิตที่คู่สามีภรรยาเอ็ดและลอร์เรน วอร์เรนซึ่งเป็นนักสืบสวนเรื่องเหนือธรรมชาติไปพบเจอมา ยิ่งทำให้น่าติดตามและอยากรู้เรื่องราวเหนือธรรมชาติที่เคยเกิดขึ้นมากกว่าเดิม

เรื่องย่อของหนัง “The Conjuring คนเรียกผี

            หนัง “The Conjuring คนเรียกผี” เป็นหนังที่มีหลายภาคซึ่งสร้างอิงมาจากเรื่องจริงของภารกิจช่วยเหลือผู้คนที่บ้านของพวกเขาถูกวิญญาณและสิ่งชั่วร้ายครอบงำโดยในแต่ละภาคของหนัง “The Conjuring คนเรียกผี” จะนำภารกิจเด่น ๆ ที่เอ็ดและลอร์เรน วอร์เรนได้เผชิญกับความน่ากลัวและยากที่สุดตั้งแต่ที่เคยเจอออกมาสร้างฉายผ่านภาพยนตร์ให้ผู้ชมได้อารมณ์ของความสยองขวัญ สั่นประสาท และปริศนาจากโลกของวิญญาณ ซาตานต่าง ๆ ที่หน้าของคัมภีร์ไบเบิลไม่เคยกล่าวเอาไว้

ความน่าสนใจของหนัง “The Conjuring คนเรียกผี

            หนัง “The Conjuring คนเรียกผี” เป็นหนังที่ทำให้เราได้เข้าใจถึงความเชื่อด้านวิญญาณและปีศาจซาตานของศาสนาคริสต์มากขึ้น อีกทั้งยังทำให้เราได้เห็นถึงความชั่วร้ายที่ซ่อนอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในบ้านหรือตามศาสนสถานคริสต์ที่หากเป็นปีศาจที่มีพลังอำนาจมากแม้แต่ความศักดิ์สิทธิ์ของโบสถ์และสิ่งของต่าง ๆ ก็ย่อมยากที่จะต่อกรได้ซึ่งมีความโหดกว่าผีไทยที่ทำได้เพียงแค่หลอกให้คนหวาดกลัวและประสาทเสียจนเป็นอันตรายไปเองเท่านั้น นับเป็นหนังผีอีกเรื่องที่เปิดมิติใหม่ให้เราเห็นถึงสาเหตุ แรงกรรม และบ่วงที่ทำให้วิญญาณยังคงสิงสถิตอยู่ในที่นั้น ๆ มันยังสามารถหลอกให้คุณหลงกลและพลาดพลั้งเสียท่าได้ง่ายหากประมาท ทำให้เราต้องลุ้นว่าคุณเอ็ดและลอร์เรน วอร์เรนจะรอดจากภารกิจที่แสนอันตรายและระทึกขวัญเหล่านี้ไปได้หรือไม่ เป็นหนังผีที่เราแนะนำให้ดูเป็นอันดับแรก ๆ เลยค่ะ แล้วก็ขอย้ำเตือนว่าคนที่เป็นโรคหัวใจไม่ควรเสี่ยงเพราะมีฉากตุ้งแช่บ่อยแน่นอน

เครดิตภาพประกอบ : https://www.imdb.com/

#The Conjuring #รีวิวหนังน่าดู #หนังสยองขวัญ

รวม 4 หนังบู๊ สายแก้แค้น หนังทวงความแค้น เอาคืนให้สาสม

แค้นนี้ต้องชำระ เอาใจคอหนังสายบู๊กันเสียหน่อยกับ หนังต่อสู้ หนังแก้แค้น ด้วยฉากเท่ๆ ฉลาดๆ การกลับมาเอาคืนด้วยสกิลที่เพิ่มขึ้นแบบบ้าระห่ำ บทความนี้จะมาแนะนำ หนังแก้แค้น ที่จะมาทวงคืนความยุติธรรมจน รับรองว่ามันส์ ถึงใจคอหนังสายบู๊แน่นอน จะมีเรื่องอะไรกันบ้างไปดูเลย

1. หนังแก้แค้น – JOHN WICK

ถ้าพูดถึงหนังแก้แค้นแล้วคงไม่พูดถึงหนังระดับมหากาฬ บู๊ล้างผลาญ อย่างเรื่องนี้คงไม่ได้แน่นอน เพราะว่าตลอดการบู๊นี้นั้นเป็นเรื่องของการแก้แค้นเอาคืนล้วนๆ เรียกได้ว่าสะใจคนดูมากจริงๆ เพราะทั้งเรื่องพระเอกของเราก็เรียกได้ว่าโชว์เทพ แบบคนดูต้องอ้าปากค้าง คนอะไรจะเก่งขนาดนี้ แต่เรื่องคิวบู๊ ความอลังการ ความครีเอท ก็ต้องยกให้กับเรื่องนี้เลยทีเดียว เรียกได้ว่าหมาข้าใครอย่าแตะ

2. หนังแก้แค้น – Shooter

หนังเรื่องนี้ก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตำนานการแก้แค้น เมื่อลงทุนลงแรงทำเพื่อชาติ แต่กลับถูกตลบหลังเข้าเสียได้ งานนี้จะโยนความผิดให้กับเขาคงไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นการดูถูกสไนเปอร์ฝีมือดีที่ไม่ควรลองดีด้วยจริงๆ หนังเรื่องนี้เป็นหนังบู๊มีความคอมเมดี้ซ่อนอยู่หน่อยๆ แต่ในเรื่องของชั้นเชิง ของฉากที่เอาคืนขอบอกเลยว่าเหนือชั้นสุดๆ เป็นอีกหนึ่งหนังแก้แค้นที่ทำออกมาได้น่าสะใจสมกับเป็นหนังในตำนานจริงๆ

3. หนังแก้แค้น – 47 Ronin

มาถึงเรื่องนี้ที่เราจะเห็นกันบ่อยๆตามช่องโมโน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหนังเขาดีจริงๆ เส้นทางการแก้แค้นเพื่อเจ้านาย เอาเดิมพันเป็นชีวิต เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เล่าออกมาได้อย่างดงาม แฝงไปด้วยความซื่อสัตย์ จงรักภักดี ที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลก เป็นหนังดี หนังแก้แค้นอีกหนึ่งเรื่อง ที่คุณจะได้เรียนรู้คำว่าศักดิ์ศรี แล้วเรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในหนังที่ถูกกล่าวขานมากที่สุดอีกด้วย

4. หนังแก้แค้น – Taken

เป็นหนังในตำนานอีกเรื่องที่คุณไม่ควรพลาด มาในแนวลูกสาวฆ่าใครอย่าแตะ เป็นหนึ่งเรื่องที่บู๊ล้างผลาญ จนคนดูไม่มีเวลาได้หายใจหายคอกันเลย เป็นหนังที่มีการแก้แค้นกันไปมา แต่รับรองว่าดุเดือด คุณจะได้เห็นฉากบู๊แบบเทพๆจากเรื่องนี้อย่างแน่นอน แล้วก็จะไม่ผิดหวังด้วย เพราะนักแสดงนำของเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นนักแสดงนำระดับมืออาชีพที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เรื่องนี้ทำให้เขากลายเป็นมีมที่ได้รับความนิยมมาจนถึงทุกวันนี้เลยทีเดียว สำหรับ หนังแก้แค้น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คอสายบู๊ห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด

#หนังต่อสู้ #หนังแก้แค้น #หนังบู๊

ไททานิคภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์การเกิดโศกนาฏกรรมเรือล่มที่เกิดขึ้นจริง

http://gotomanager.com/content/100-ปี-“ไททานิค”-มากกว่าเรื่องเรือล่ม/

            ไททานิคเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่ออกฉายครั้งแรกเมื่อปี 1997 หลังจากเริ่มงานสร้างตั้งแต่ปี 1995 เป็นระยะเวลา 2 ปีที่ผู้กำกับมากความสามารถอย่างเจมส์คาเมรอนได้รังสรรค์ฉากต่างๆ รวมถึงเรือไททานิคที่มีขนาดใหญ่ยักษ์ในประวัติศาสตร์ให้เกิดขึ้นจริง จนทุนสร้างของภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถสร้างเรือไททานิคจริงได้หลายลำ แม้ว่าจะเป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดความรักแบบโรแมนติกภายใต้โศกนาฏกรรมเรือล่ม แต่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้แสดงภาพความเป็นอยู่และผู้คนภายในปี 1912 ออกมาได้อย่างสมจริงอีกด้วย ดังนั้นมันจึงเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในขณะนั้นจนฉายเป็นเวลายาวนานนับปีและเคยเป็นภาพยนตร์ที่สามารถทำรายได้สูงสุดในโลกอีกด้วย

เกร็ดความรู้ที่มาจากภาพยนตร์เรื่องไททานิคที่เราอาจไม่เคยสังเกตมาก่อน

สิ่งแรกที่เราจะเห็นนั่นก็คือวิธีการที่สังคมปฏิบัติต่อสตรีในสังคมชั้นสูง ภาพยนตร์ได้แสดงถึงวิธีการที่ผู้คนปฏิบัติต่อสตรีโดยเฉพาะในสังคมชั้นสูง รวมไปถึงความคาดหวังว่าพวกเธอนั้นจะต้องสมบูรณ์แบบในทุกๆ ด้านจนทำให้นางเอกอย่างโรสรู้สึกกดดันจนเกิดความคิดที่จะฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้แล้วในสังคมปัจจุบัน เช่นเดียวกับวิธีการที่คนชั้นสูงปฏิบัติกับคนชั้นต่ำลงมา การแบ่งแยกชนชั้นที่เห็นได้ชัดจากการให้ความช่วยเหลือขณะที่เรือกำลังจม เจ้าหน้าที่ได้ให้ความช่วยเหลือสังคมชั้นสูงที่อาศัยอยู่บนเรือชั้น 1 ก่อน แม้ว่าตัวละครเอกอย่างแจ็คกับโรสจะเป็นตัวละครสมมติ แต่ภาพยนตร์ไททานิคก็ได้มีการนำบุคคลที่มีชีวิตจริงอยู่ในประวัติศาสตร์มาโลดแล่นบนจอด้วยอย่างเช่น กัปตันเรือเอ็ดวาร์ด ผู้ที่สั่งเดินเรือเต็มกำลังเพื่อทำเวลาให้ไปถึงจุดหมายก่อนกำหนดการจนไม่ได้ใส่ใจเรื่องภูเขาน้ำแข็งที่ได้รับการเตือนมาหลายรอบ เฮนรี่ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บนเรือที่ช่วยให้ผู้โดยสารลงเรือชูชีพได้อย่างปลอดภัยจนตัวเองไม่รอดชีวิต วงดนตรีบนเรือที่บรรเลงเพลงจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต อิสเมย์ ประธานบริษัทเดินเรือผู้เป็นเจ้าของเรือลำนี้ผู้เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นสาเหตุให้เรือล่มและยังรอดชีวิตกลับมาได้ โทมัส วิศวกรที่ออกแบบและควบคุมการผลิตเรือและได้สละชีวิตจมลงไปกับเรือที่ตนเองออกแบบ

เหตุใดไททานิคจึงกลายเป็นภาพยนตร์ในตำนานที่นอกจากจะสร้างรายได้สูงแล้วยังได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมาก

            สิ่งแรกที่ทำให้ภาพยนตร์ไททานิคได้รับความชื่นชมเป็นอย่างมากคงจะหนีไม่พ้นบทที่สามารถรังสรรค์ออกมาได้เป็นอย่างดี เล่าและตีแผ่เรื่องราวได้ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของความสัมพันธ์เชิงชู้สาว ความสัมพันธ์ภายในครอบครัว และความสัมพันธ์ภายในสังคมของชนชั้นต่างๆ ฉากและเครื่องแต่งกายนักแสดงที่สามารถทำออกมาได้อย่างสมจริงและสวยงาม อย่างเช่นฉากที่ได้รับคำชมมากที่สุดคือฉากที่เรือกำลังล่มและทุกอย่างภายในเรือกำลังจมลงสู่ใต้น้ำ และเพลงประกอบที่กลายเป็นเพลงในตำนานมาจนถึงปัจจุบันอย่าง My Heart Will Go On ที่มีความไพเราะและบีบคั้นอารมณ์ส่งให้ภาพยนตร์มีความสนุกและเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้สามารถเคลมได้ว่าเป็นฝีมือของผู้กำกับอย่างเจมส์ คาเมรอนที่ไม่ปล่อยผ่านแม้แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จนทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ที่สมบูรณ์แบบและกลายเป็นภาพยนตร์ขึ้นหิ้งในที่สุด

#ไททานิค #รีวิวหนังดัง #ภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์