• Home
  • Archive by category "รีวิวหนังใหม่"

รีวิวหนัง The Outsider

The Outsider เป็นหนังที่ผลิตและฉายทางช่วง เน็ตฟลิ๊ก นักแสดงคือ จาเลต เลโต้ สุดหล่อของขวัญใจสาวๆ ซึ่งออกฉายตั้งแต่ปี 2018 แต่หลังจากที่ผมได้ดูก็ถึงกับอุทานในใจว่า ฉันไปอยู่ไหนมา เป็นหนังที่ทำให้ได้รู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมของญ่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น เกี่ยวกับแก๊งยากูซ่า และการนำเสนอ การแสดง และภาพของหนังบอกเลยว่า ดีมากๆ แม้ว่าเนื้อเรื่องอาจจะอ่อนด้อยอยู่บ้าง แต่โดยรวมถือว่าดีและเจ๋งไปเลย หนังจะถ่ายทอดออกมารุนแรงสักหน่อยหากว่าใคร รับไม่ไหวก็ไม่แนะนำนะครับ แต่บอกเลยว่าด้วยความหม่นหมองที่ จาเลต ถ่ายทอดออกมานั้น ทำให้เราได้เข้าถึงอารมณ์ของตัวละครที่เขาเล่นเป็นอย่างมาก และรวมไปถึงความเท่ห์ในแบบญี่ปุ่น ความกล้า ความคิด จิตใจ ของยากูซา ที่ก็ต้องบอกเลยว่ายอมรับในความเป็นพวกเขามากๆ สำหรับคะแนนขอให้อยู่ที่ 7/10 ใครที่กำลังมองหาหนังดีๆ เท่ห์ดูแนะนำเลยครับสำหรับเรื่องนี้ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

ขอบคุณรูปภาพปกจาก bombmovie.com

เนื้อเรื่องของหนัง The Outsider

เหตุการณ์เกิดขึ้นในคุกที่ญี่ปุ่นในช่วงสงคราม เมื่อ นิค นำแสดงโดย จาเล็ต เลโต้ ทหารชาวเมกันที่ติดคุกที่ญ่ปุ่น ได้ทำการช่วยเหลือ คิโยชิ ยากูซ่า คนหนึ่งระหว่างที่ติดคุก และ คิโยชิ สัญญากับ นิค เอาไว้ว่า ถ้าหากเขาได้ออกจากคุก จะกลับมาช่วยนิค และเมื่อพ้นโทษ นิค ก็ได้รับการช่วยเหลือตามที่ คิโยชิ ได้ให้คำสัญญาเอาไว้ และทำให้ นิค ได้เข้าร่วมเป็น ยากูซ่า และได้ร่วมต่อสู้กับแก๊งยากูซ่ากลุ่มอื่นๆ แต่เรื่องราวก็ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิดจะเป็นอย่างไรนั้นทุกท่านต้องติดตามชมกันครับ บอกเลยว่ามันส์จริงๆ กับหนังเรื่องนี้The Outsider

สิ่งที่ได้จากหนังเรื่อง The Outsider

The Outsider ทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมญ่ปุ่น และรวมไปถึงเรื่องราวของแก๊งยากูซ่า ที่มีความน่ากลัวและน่าสนใจไปพร้อมๆกัน วัฒนธรรมที่การทำผิดพลาดคือการต้องฆ่าตัวตายหรือการทรยศหักหลัง แต่นอกเหนือไปจากนั้นก็คือ ความเป็นจริงของสังคมบนโลกใบนี้ ที่มันจะมีกลุ่มประมาณนี้อยู่ทั่วโลกนั่นแหละครับ ซึ่งอยู่ที่เราเองว่าจะไปยุ่งเกี่ยว หรือ ออกมาให้ห่างเลี่ยงให้ไกล ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่ผิด ก็จะสามารถอยู่ห่างได้แล้ว แต่หากวันใดที่เราตัดสินลงไปเล่นกับสิ่งที่ไม่ดีที่ผิด แน่นอนครับว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาก็เป็นเดียวกัน และที่สำคัญก็คือเข้าแล้วออกยากด้วย ดังนั้นข้อคิดที่ได้ก็คือ รักสงบอยู่แบบสบายๆให้ชีวิตได้ซึมซับเรื่องราวชีวิตไปเรื่อยๆดีที่สุด

ขอบคุณรูปภาพจาก youtube.com/

#รีวิวหนัง Netflix #รีวิว The Outsider #หนัง Netflix น่าสนใจ

รีวิวภาพยนตร์ใน Netflix เรื่องMe Before You

ภาพยนตร์เรื่อง Me Before You เป็นภาพยนตร์แนวโรแมนติก ดราม่า ผลงานการกำกับของ เธีย ชาร์ร็อค ภาพยนตร์เล่าเรื่องราวของความสัมพันธ์ระหว่าง หญิงสาวและมหาเศรษฐีหนุ่มพิการอย่าง ผู้ยอมแพ้ต่อชะตาชีวิต โดยความรักของเธอทำให้เขาได้รู้ว่าชีวิตยังมีคุณค่าขนาดไหน โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้นักแสดงมากความสามารถมากมายมาร่วมแสดงไม่ว่าจะเป็นแซม คลาฟลิน ที่มารับบทเป็น วิล เทรย์นอร์ เศรษฐีหนุ่ม จากตระกูลผู้ดี ที่มีอายุ 31 ปี เขานั้นเป็นคนที่รักการท่องเที่ยวและชื่นชอบการผจญภัย จนในวันหนึ่งเขาได้ประสบอุบัติเหตุ ทำให้เขาเป็นอัมพาต จากการบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง เขาไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวได้ แต่ยังสามารถพูดและแสดงสีหน้าได้ และเรื่องนี้เองที่ทำให้การมองโลกของเขาไปเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง คนต่อมาคือเอมิเลีย คลาร์ก มารับบทเป็น ลูอิซ่า คลาร์ก สาวน้อยน่ารัก ที่โลกสดใส และมองโลกในแง่ดีเสมอ โดยเธอกำลังตกงาน หลังจากเปลี่ยนงานมาหลายงานแล้ว ภาพยนตร์ Me Before You เป็นภาพยนตร์เมื่อปี 2559

เนื้อเรื่องย่อของภาพยนตร์เรื่อง Me Before You

ภาพยนตร์เรื่อง Me Before You เปิดเรื่องราวมาที่ การโคจรมาพบกันของ ลูอิซ่า คลาร์ก สาวน้อยที่ทั้งโลกของเธอมันช่างสดใส เธอมองโลกใน โดยเธออาศัยอยู่ที่แถบชานเมืองของอังกฤษ และตอนนี้เธอกำลังตกงานและกำลังมองหางานใหม่ จนได้มาพบกับ วิล เทรย์นอร์ เศรษฐีหนุ่ม วัย 31 ปี ที่ป่วยเป็นอัมพาตมา 2 ปี หลังประสบอุบัติเหตุจนกระดูกสันหลังได้รับบาดเจ็บ และเหตุการณ์ดังกล่าวนี่เองที่ทำให้โลกของเขาต่างไปจากเดิม ในแต่ละวันของเขาเป็นเพียงวันเวลาที่แสนน่าเบื่อ จนกระทั่งที่สาวน้อย คลาร์ก เข้ามารับหน้าที่ผู้ดูแลเขา เธอเข้ามาทำให้โลกใบเดิมที่แสนน่าเบื่อของเขาก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป เธอเข้ามาเติมเต็มรอยยิ้ม และทำให้ วิล เขาสามารถกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง พร้อมกับมอบความหวังที่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปให้กับเขา แล้วเรื่องราวของทั้งคู่จะเป็นอย่างไรต่อไป จะโรแมนติก ดราม่า ขนาดไหน ต้องติดตามชมทาง Netflix กับภาพยนตร์เรื่องMe Before You

ความประทับใจหลังดูภาพยนตร์เรื่อง Me Before You

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนังรักที่อยากให้ทุกคนได้ดูกันสักครั้งในชีวิต เพราะนอกจากเรื่องราวของหนังจะซึ้งกินใจแล้ว เพลงประกอบแต่ละเพลงก็ยังไพเราะมากอีกด้วย เรียกได้ว่าดูหนังเรื่องนี้จบ เราจะได้เข้าใจความหมายและการมีชีวิตอยู่เพื่อความรักเลย ขอแนะนำนะคะ ใครที่ยังไม่เคยดู ต้องดูนะคะ กับภาพยนตร์เรื่อง Me Before You

คะแนนของเรื่องนี้ 9/10

อ้างอิงภาพจาก www.movie.kapook.com

#Me Before You #รีวิวภาพยนตร์ Netflix #หนัง Netflix น่าดู

รีวิวหนัง New Of The Wold

New Of The Wold หนังใหม่คุณภาพดี ที่ออกฉายเฉพาะ ในระบบสตีมมิ่ง อย่าง Netflix ที่ได้ดาราระดับแนวหน้าของวงการ เจ้าของรางวัล 2 ออสการ์ ถึง 2 ตัว อย่าง ทอม แฮงค์ส มาแสดงนำ กำกับโดย พอล กรีนกราส ผู้กำกับที่ฝากเอาไว้มากมาย กับผลงานกับหนังที่เราคุ้นเคยก็คงจะเป็นหนังแอ็คชั่นสายลับสุดมนส์อย่าง The Bourne ในภาคที่ 2-4 ซึ่งสำหรับเรื่อง New Of The Wold นี้ก็เป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของ ทอม แฮงค์ส และ กรีนกราส โดยพวกเขาเครื่องร่วมงานกันมาแล้วจากหนังเรื่อง Captain Phillips ซึ่งเคยได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 6 ตัว อีกด้วย สำหรับเรื่องนี้ก็เป็นผลพวงที่มาจากการที่ เกิดการระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 จึงทำให้ ทอม แฮงค์ส ลงมือเขียนบทเรื่องนี้ด้วยตัวเองอีกด้วย เพราะเมื่อการทำหนังเข้าฉายในโรงเกิดผลกระทบอย่างหนัก การลงมาเล่นในตลาดสตรีมมิ่ง ที่ยังเปิดกว้างอยู่นั้นก็เป็นอะไรที่น่าท้าทายเอามาก ๆ ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องบอกว่า ทอม แฮงค์ส ไม่ทำให้ผิดหวัง การแสดงของเขายังคงตราตรึง แต่หากพูดถึงในเรื่องบทของหนังนั้น มันก็ยังดูไม่ค่อยน่าติดตาม และมันยังขาดแรงจูงใจให้เราติดตามหนังไปด้วยความบันเทิงในระดับที่ดี ซึ่งก็ออกจะน่าเบื่อไปสักหน่อยและไม่มีความน่าตื่นเต้นหักมุมอย่างที่มันควรจะมีในหนัง ซึ่งหากใครชื่นชอบการแสดงของนักแสดงรางวัลออสการ์คนนี้ ก็บอกเลยว่าสมใจอย่างแน่นอน

ขอบคุณรูปภาพปกจาก pantip.com

เนื้อเรื่องของหนัง New Of The Wold

New Of The Wold เป็นเรื่องราวในยุคสมัยที่ประเทศอเมริกายังเริ่มต้นการสร้างประเทศ ยังคงมีการล่าชนเผ่าอินเดียนแดง การเป็นทาส และการล่าอาณานิคม ดินแดนที่ยังคงเป็นแดนเถื่อนอยู่ทุกหัวระแหง และ ทอม แฮงค์ส ผู้รับบทเป็นอดีตทหารยศร้อยเอก โดยหลังปลดประจำการก็มาทำหน้าที่รับจ้างเป็นคนอ่านข่าว ตามเมืองต่าง ๆ เพื่อแลกเงินจากคนที่เข้ามาฟัง บังเญวันหนึ่งได้ไปพบกับเด็กสาวคนหนึ่งโดยบังเอิญ เขาจึงต้องรับหน้าที่ในการดูแลเพื่อนำตัวไปส่งให้กับญาติของเด็กสาวคนนั้น และ ระหว่างทางก็ต้องเจอเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายที่มันหมายถึงชีวิตเลยทีเดียว

สิ่งที่ได้จากหนังเรื่อง New Of The Wold

New Of The Wold จะทำให้เราได้เรียนรู้ว่า อเมริกา ช่วงก่อตั้งนั้น มีความดิบเถื่อนมากน้อยแค่ไหน รวมไปถึงการที่ไปรุกรานคนพื้นเมืองที่เขาอยู่มาก่อนและบอกว่าตัวเองอยู่สุงกว่าเพราะเป็นคนขาว มันช่างทำให้เรารู้สึกกับอเมริกาไปอีกรูปแบบหนึ่งเลยทีเดียว

ขอบคุณรูปภาพจาก pantip.com

#New Of The Wold #รีวิวหนัง Netflix #หนัง Netflix แนะนำ

The Defeated ซีรี่ย์ Original จาก Netflix ตีแผ่ชีวิตหลังแพ้สงครามของชาวเยอรมัน

สงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นถือเป็นมหาสงครามใหญ่บนโลกใบนี้ที่กินระยะเวลายาวนานหลายปี ในช่วงเวลาดังกล่าวเกิดเรื่องราวขึ้นมามากมายโดยเฉพาะความโหดร้ายของทหารนาซีที่เต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง พวกเขาไม่ได้เพียงแค่จับเชลยศึกที่ไปบุกตีเมืองได้เท่านั้นแต่ยังทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวไปเป็นจำนวนนับล้านคนอีกด้วย หลายคนจะมองว่าในช่วงเวลานั้นนาทีก็เปรียบเสมือนกับตัวร้ายของเยอรมัน หลังจากที่สงครามโลกครั้งที่ 2 จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของเยอรมันทำให้ประชาชนต้องอาศัยอยู่อย่างยากลำบาก แต่กลับไม่เคยมีภาพยนตร์หรือซีรีย์เรื่องไหนเลยที่ถ่ายทอดเหตุการณ์ในช่วงเวลานั้น หากคุณอยากจะลองรับชมดูเราขอแนะนำ Original Series Netflix ใหม่อย่าง The Defeated 

‘The Defeated’ Netflix Cast – Taylor Kitsch, Michael C. Hall, Logan Marshall-Green, and more!

ช่วงเวลาที่โหดร้ายของชาวเยอรมันในซีรีย์เรื่อง The Defeated

https://www.looper.com/493269/the-historical

            The Defeated จะเล่าถึงเยอรมันในช่วงที่ประเทศล่มสลายจากการพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 พวกเขานั้นไม่มีแม้กระทั่งกองกำลังเป็นของตัวเองด้วยซ้ำไป ประเทศไร้ซึ่งผู้นำและกฎระเบียบ กฎหมายไม่สามารถใช้ได้ทั้งกลางความยากลำบากของประชาชนที่ไม่มีอันจะกิน อาชีพของคนที่สามารถเอาชีวิตรอดจากสงครามได้เหลือเพียงไม่กี่อย่าง ถ้าไม่เป็นโจรก็ต้องเป็นโสเภณี กรุงเบอร์ลินซึ่งเป็นเมืองหลวงนั้นถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วนและได้รับการปกครองโดยประเทศที่ชนะสงครามประกอบไปด้วยฝรั่งเศส โซเวียต อังกฤษ และอเมริกา โดยอเมริกานั้นได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งที่มีชื่อว่าแม็กให้มาประจำการเพื่อทำการวางระบบการทำงานของตำรวจขึ้นมาใหม่ แต่บ้านเมืองที่กฎหมายไม่สามารถใช้งานได้ต่อไปและกลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนนั้นการทำงานของตำรวจผู้นี้ไม่ง่ายเลยแม้แต่น้อย แต่ภารกิจของเขาไม่ได้มีเพียงแค่นั้นเพราะเขายังต้องตามหาพี่ชายซึ่งเป็นทหารของกองทัพที่หายตัวไปหลังจากสงครามเสร็จสิ้นอย่างเป็นปริศนาอีกด้วยโดยที่ไม่รู้เลยว่าความจริงแล้วพี่ชายของเขานั้นได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความโหดร้าย ในขณะเดียวกันนักข่าวที่ทำงานร่วมกับเขาที่มีชื่อว่าเอลลี่ก็พยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะสืบสวนเรื่องราวเกี่ยวกับนายแพทย์ผู้หนึ่งที่ช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกข่มขืนและตั้งครรภ์ โดยทำแท้งให้กับพวกเธอโดยคาดหวังผลประโยชน์บางอย่าง

ความรู้สึกหลังรับชมซีรีย์เรื่อง The Defeated

https://www.netflix.com/th/title/81424068

            The Defeated เป็นภาพยนตร์ที่สามารถสะท้อนความโหดร้ายของสงครามได้เป็นอย่างดี แม้ว่าเยอรมันนั้นจะเป็นประเทศผู้ก่อสงครามแต่เราจะเห็นว่าความจริงแล้วไม่ใช่ชาวเยอรมันทุกคนที่เห็นด้วยกับการกระทำของทหารนาซี แต่พอพวกเขาต้องพ่ายแพ้กลับต้องเผชิญกับโชคชะตาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้และไม่ได้กำหนดเองเลยแม้แต่น้อย สงครามได้ทำลายชีวิตพวกเขาจนไม่เหลืออะไรเลยแถมมันยังทำให้ชีวิตที่เหลืออยู่ของพวกเขานั้นคุณภาพตกต่ำมากยิ่งขึ้นไปอีก นับเป็นซีรีย์อีกหนึ่งเรื่องที่เราอยากจะแนะนำให้ทุกคนได้รับชมกัน 

วิดีโอตัวอย่าง :

Link: https://www.netflix.com/th/title/81424068

#ซีรี่ส์ The Defeated #Original Series Netflix #หนังสงคราม Netflix

รีวิวภาพยนตร์ใน Netflix เรื่องHigh Society

ภาพยนตร์เรื่อง High Society เป็นภาพยนตร์แนวดราม่า ผลงานการกำกับของ บยอนฮยอก โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้นักแสดงมากความสามารถมากมายมาร่วมแสดงไม่ว่าจะเป็นพัคแฮอิล ที่มารับบทเป็น จางแทจุน สามีของ โอซยอน เขาเป็นศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยโซล เขามีความสามารถจนกลายเป็นที่จับตามองและเป็นที่พูดถึงมากขึ้นหลังจากได้ออกรายการทีวี เสวนาปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งเขาได้พูดถึงธนาคารพลเมือง แนวคิดที่แปลกใหม่นอกกรอบ เอื้อต่อประชาชนทุกคน และสามารถยกระดับเศรษฐกิจประเทศได้ คนต่อมาคือซูเอ รับบทเป็น โอซูยอน ภรรยาของ จางแทจุน เป็นภัณฑารักษ์ของศูนย์แสดงงานศิลป์และวัฒนธรรมแถวหน้าของประเทศ และเธอนั่งตำแหน่งรองผู้อำนวยการ ที่กำลังเตรียมการเปิดแกลลอรี่แห่งใหม่ในเครืออีกแห่ง โดยเธอหวังมากว่าแกลลอรี่นี้จะเป็นผลงานส่งให้เธอได้โปรโมตเป็นผู้อำนวยการเร็วขึ้น คนต่อมาคือคิมคังอู รับบทเป็น แพคกวังฮยอน นักธุรกิจที่ให้เป็นผู้สนับสนุนเงินทุนหาเสียงและทุนดำเนินนโยบายของธนาคารพลเมือง และคนสุดท้ายที่จะมาแนะนำในวันนี้คือคิมกยูซอน รับบทเป็น พัคอึนจี อดีตนักศึกษาในคลาส โอซยอน ที่ยอมพลีกายให้ โอซยอน อย่างเต็มใจ ภาพยนตร์ High Society เป็นภาพยนตร์เมื่อปี 2561

เนื้อเรื่องย่อของภาพยนตร์เรื่อง High Society

ภาพยนตร์เรื่อง High Society เปิดเรื่องราวมาที่ คู่สามีภรรยาที่พยายามเข้าไปสู่การเป็นคนชนชั้นบน จากต้นทุนดั้งเดิมของทั้งคู่ที่ก็ไม่ได้ด้อยอะไรมากนัก โดยภรรยาเป็นภัณฑารักษ์และรองผู้อำนวยการของแกลเลอรีศิลปะชื่อดังของกลุ่มธุรกิจที่ร่ำรวย ส่วนฝ่ายสามีก็เป็นศาสตราจารย์ที่มีชื่อเสียงในมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศ หลังทั้งคู่ค้นพบว่าหนทางสู่การเป็น ไฮโซ ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด สามีภรรยาคู่นี้จึงหาทางกันและมาลงตัวที่ฝ่ายหนึ่งจะลงเล่นการเมือง ส่วนอีกฝ่ายพยายามจะคว้าตำแหน่งสูงสุดในองค์กรให้ได้ โดยที่ทั้งคู่ก็ต่างมีเงินทุนเบื้องหลังที่มีความเชื่อมโยงกันอยู่ และนอกจากนี้เรื่องราวการเดินไปสู่การเป็นคนชนชั้นบนนี้แล้ว เรื่องก็ยิ่งซับซ้อนขึ้น เมื่อทั้งคู่ต่างก็มีโอกาสมากขึ้นให้ตัวเองสามารถนอกลู่นอกทาง นอกใจคนรักได้ แล้วเรื่องราวของสามีภรรยาของคู่นี้จะเป็นอย่างไรต่อไป ต้องติดตามชมทาง Netflix กับภาพยนตร์เรื่องHigh Society

ความประทับใจหลังดูภาพยนตร์เรื่อง High Society

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนังที่มีเนื้อหาจิกกัดและสะท้อนสังคมอย่างดุเดือด มีการพูดถึงเหล่าไฮโซ ที่มีทั้งอำนาจเงิน เกียรติ ความโลภและกิเลสหนา ที่ตั้งอยู่เหนือความสัมพันธ์ครอบครัว และจิตสำนึกความเป็นมนุษย์  ใครที่ชอบหนังแนวเสียดสีสังคมแบบนี้อยู่แล้ว ต้องดูเลยค่ะ รับรองว่าสนุกน่าติดตาม กับภาพยนตร์เรื่อง High Society

คะแนนของเรื่องนี้ 8.5/10

อ้างอิงภาพจาก www.netflix.com

#รีวิวหนัง Netflix #High Society #หนังเกาหลีNetflix

แนะนำหนัง Disney+ รวม 4 การ์ตูนตลกร้าย ที่คุณจะต้องดู

การ์ตูน Disney+ การ์ตูนเสียดสีสังคม ที่คุณห้ามพลาด

สำหรับสตรีมมิ่งชื่อดัง Disney+ เป็นสตรีมมิ่งที่มีการ์ตูนคลาสสิคหลาย ๆ เรื่องที่เราหาดูได้ยาก อย่างเช่น การ์ตูนดังต่างประเทศ หลาย ๆ เรื่อง ก็ไม่ได้มีในสตรีมมิ่งอื่น หรือไม่ก็มีเพียงแค่ไม่กี่ซีซั่น แต่บอกเลยว่าทางดิสนีย์พลัสจัดเต็มให้เรา ไม่ต้องกลัวเลยว่าเราจะไม่ได้ดูการ์ตูนตลก ๆ บทความนี้เลยจะมาแนะนำ การ์ตูนดังต่างประเทศ เป็นการ์ตูนเสียดสีสังคมที่คุณจะต้องดูให้ได้

1. การ์ตูนเสียดสีสังคม – Family Guy

สำหรับการ์ตูนเรื่องนี้หลาย ๆ คนอาจจะติดใจจากการดูในเน็ตฟลิกซ์มาบ้างแล้ว ซึ่งในเน็ตฟลิกซ์ไม่ได้มีให้ดูตั้งแต่ซีซั่นแรก ๆ แต่บอกเลยว่าสามารถหาดูได้ในดิสนีย์พลัสนี่แหละ ตั้งแต่ซีซั่นแรกยันซีซั่นปัจจุบัน โดยที่จะเป็นเรื่องราวของครอบครัวสุดประหลาย ที่แต่ละคนมีคาร์แรกเตอร์ชัดเจน เสียดสีสังคมได้ในเวอร์ชั่นที่เรายังแอบเคืองกันหน่อย ๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นการ์ตูนก็ตาม รวมไปถึงการล้อเลียนคนดัง รายการดังอื่น ๆ อีกมากมาย

2. การ์ตูนเสียดสีสังคม – The Simpsons

การ์ตูนเรื่องนี้เป็นการ์ตูนที่ดังมาก ๆ ในต่างประเทศ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวตัวสีเหลือง (เคยมีตอนร่วมกับ Family Guy ด้วยนะ) เป็นการ์ตูนที่เสียดสีสังคมชนชั้นกลางได้เจ็บแสบมาก ๆ อีกทั้งเป็นการ์ตูนที่หลาย ๆ คนบอกว่า มีการทำนายที่เกิดขึ้นจริงแล้วหลายเรื่องอีกต่างหาก สำหรับใครที่อยากดูหนังเสียดสีสังคมอเมริกาแบบเจ็บ ๆ ขอแนะนำเรื่องนี้เลย

3. การ์ตูนเสียดสีสังคม – American Dad!

หากคุณชอบแนว Family Guy เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่คุณจะต้องดูให้ได้ มีเนื้อหาเสียดสีที่แรงกว่า (มีตอนที่เกี่ยวกับประเทศไทยด้วยนะ) โดยเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวแปลก ๆ พ่อเป็นเจ้าหน้าที่ CIA และมีการเลี้ยงเอเลี่ยนไว้ที่ห้องใต้หลังคา รวมไปถึงปลาทองพูดได้ บอกเลยว่าการ์ตูนเรื่องนี้ทั้งแปลก ทั้งตลก แถมยังจิกกัดเรื่องราวทางสมคมได้เจ็บแสบมาก ๆ

4. การ์ตูนเสียดสีสังคม – Futurama

สำหรับเรื่องนี้เป็นการ์ตูนเสียดสีสังคม ที่มีการผสมแนวไซไฟเข้ามาด้วย ทำให้ยกระดับการดูการ์ตูนเสียดสีไปอีกแบบ โดยจะเป็นเรื่องราวของเด็กส่งพิซซ่าที่ถูกแช่แข็งเป็น 1,000 ปี แล้วมาใช้ชีวิตท่ามกลางเมืองที่เปลี่ยนไป นอกจากนี้ยังมีหุ่นยนต์ที่นิสัยราวกับมนุษย์ และการดองหัวบุคคลสำคัญต่าง ๆ อีกด้วย สำหรับใครที่มองหา การ์ตูนเสียดสีสังคม การ์ตูนตลก ๆ ต่างประเทศ บอกเลยว่าเรื่องนี้ก็ห้ามพลาดอีกเช่นเดียวกัน

#การ์ตูนเสียดสีสังคม #แนะนำหนัง Disney+ #การ์ตูนตลกร้าย

รีวิวหนัง Netflix : The Last Letter From Your Lover หนังรักอบอุ่นหัวใจของสองช่วงเวลา

หนังรักโรแมนติค Netflix หนังแนะนำ The Last Letter From Your Lover

นาน ๆ ที จะมีหนังรักอย่าง The Last Letter From Your Lover เข้าผ่านตามาให้เห็นทางเน็ตฟลิกซ์ แน่นอนว่าถ้าใครได้ดูตัวอย่างแล้ว อาจจะดูเป็นพล็อตที่ไม่ได้ใหม่อะไร เป็นความการเล่าเรื่องราวความรักของคนสองยุคที่ตัดสลับกันไปมา แต่คุณจะพบว่ามันทรงพลังและน่าดึงดูดมาก ๆ เพราะฉะนั้นในบทความนี้ เราจะมาค่อย ๆ ดูกันว่า หนังรักโรแมนติค Netflix เรื่องนี้ จะน่าดูแบบในตัวอย่างหรือเปล่า

เรื่องย่อ หนังรัก The Last Letter From Your Lover

เป็นเรื่องราวของนักข่าวสาวคนหนึ่ง ที่มีชีวิตรักที่มักจะผิดหวัง เมื่อวันหนึ่งเธอได้ไปเจอเข้ากับ จดหมายรักเก่า ซึ่งเธอก็ได้พยายามตามหาที่มาของจดหมาย และพบว่าคู่รักในจดหมายนั้น ยังมีชีวิตอยู่ในปปัจจุบัน ซึ่งก็คือหญิงสาวที่ประสบอุบัติเหตุจนเสียความทรงจำ เธอนั้นเคยมีความรักต้องห้ามกับชายหนุ่มคนหนึ่ง ในขณะที่เธอแต่งงานแล้ว ปัจจุบันเขาและเธอก็ยังไม่ได้มีโอกาสปรับความเข้าใจกัน

สามารถดูตัวอย่างได้ที่

The Last Letter From Your Lover หนังรัก พล็อตเรื่องไม่ใหม่ แต่ทรงพลัง

อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างตนว่า พล็อตเรื่องของหนังเรื่องนี้ไม่ใช่พล็อตเรื่องใหม่อะไร เรื่องราวความสัมพันธ์ของทั้งสองคู่นั้นก็ดูเหมือนจะไม่ได้มีน้ำหนักเท่าไรนัก หลาย ๆ คน อาจจะมองว่าพล็อตแบบนี้ตกยุคไปแล้วด้วยซ้ำ แต่ด้วยความที่พล็อตมันเก่า เลยทำให้ยังมีความขลังบางอย่าง และยิ่งเป็นการเล่าเรื่องแบบตัดสลับไปมาระหว่างสมัยก่อนกับปัจจุบัน ถึงแม้คนดูจะเดาทางได้ แต่ก็ยังน่าติดตามและเอาใจช่วยในความรักของพวกเขาอยู่ดี เลยทำให้บทสรุปความโรแมนติคของเรื่องนี้ยังถือว่าพอได้ แต่การเล่าเรื่องอาจจะง่ายไปหน่อยเท่านั้นเอง

หนังรัก Netflix The Last Letter From Your Lover ภาพสวย นักแสดงดี

ถึงแม้ว่าอาจจะมีปัญหาใหญ่ตรงพล็อตเรื่องที่ไม่ค่อยมีน้ำหนักนัก แต่ก็ไม่ได้น่าเกลียดจนดูไม่ได้ และสิ่งที่ทำให้คนดูอิ่มเอมกับหนังเรื่องนี้เลยก็คือ ความรักอันแสนจะหวานเลี่ยนแบบเก่า ๆ นี่แหละ และยิ่งบรรยากาศในการถ่ายทำของสองช่วงยุคสมัยก็ทำออกมาได้ดีมาก ๆ ทำให้เราเห็นความต่าง และมนต์เสน่ห์ของความรักที่ต่างยุคกันออกไปด้วยเช่นเดียวกัน อีกทั้งนักแสดงของเรื่องนี้ ก็แสดงได้อย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าตัวบทของตัวละครจะยังไม่ค่อยเต็มที่นัก แต่งานนี้นักแสดงแต่ละคนก็พยายามทำให้ตัวละครของตัวเองดูมีเสน่ห์มากที่สุด มาถึงตรงนี้ก็บอกได้เลยว่า สำหรับใครที่คิดถึงบรรยากาศ หนังรักโรแมนติค ต่างประเทศ ที่ไม่ต้องคิดอะไรมาก ก็ควรจะต้องดูแล้วล่ะ

#The Last Letter From Your Lover #หนังรัก Netflix #แนะนำหนัง Netflix

รีวิวหนัง Netflix : Blood Red Sky เมื่อโจรปล้นเครื่องบินปะทะกับแวมไพร์สุดโหด

หนังแวมไพร์ Blood Red Sky หนังปล้นเครื่องบิน Netflix

เรียกได้ว่ากระแสหนัง Blood Red Sky ของ Netflix ค่อนข้างมาแรงพอสมควร เนื่องจากพล็อตเรื่องของเรื่องนี้ค่อนข้างโดดเด่นมาก ๆ แถมยังใจถึง เลือดสาดกันพอสมควร ใครที่เป็นแฟน หนังระทึกขวัญ ที่มีความเป็น หนังแอ็คชั่น เอาตัวรอด ปนมาอยู่ด้วย แทรกด้วยปมดราม่าตามประสา น่าจะชอบมาก ๆ เพราะส่วนตัวแล้วคิดว่าหนังเรื่องนี้เป็น หนังมันส์ ๆ เรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

เรื่องย่อ หนังเน็ตฟลิกซ์ Blood Red Sky

เป็นเรื่องราวของแม่ลูกคู่หนึ่ง ที่ตัดสินใจบินไปยังอเมริกา เนื่องจากคนเป็นแม่ต้องไปรักษาโรคบางอย่าง แต่แล้วเมื่ออยู่บนเครื่องบิน กลับมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ได้มีผู้ก่อการร้ายพยายามจี้เครื่องบิน ทำให้งานนี้เกิดความวุ่นวายบนเครื่องบินอย่างหนัก ทำให้คนเป็นแม่ต้องทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกของตัวเอง ถึงแม้ว่าจะเป็นการเปิดเผยตัวตนในด้านที่เธอไม่อยากให้ใครรับรู้ก็ตาม

สามารถรับชมตัวอย่างได้ที่

Blood Red Sky หนังระทึกขวัญ เลือดสาด เพราะความโหดของแวมไพร์

สำหรับโรคปริศนาที่คนแม่เป็นนั้นก็คือแวมไพร์ (ไม่ถือว่าสปอยล์) ที่ทำให้เรื่องราวมันน่าสนใจมากกว่า โจรจี้เครื่องบินเรื่องอื่น ๆ เพราะดีกรีความโหดและเลือดสาดของเรื่องนี้ บอกเลยว่าใจถึงพอสมควร และที่บอกว่าโหด ไม่ใช่แค่ตัวแวมไพร์เอง เพราะทางฝั่งโจรเองก็โหดไม่ใช่เล่น แถมการวางแผนจี้เครื่องบินนั้น ก็วางแผนมาเป็นอย่างดี มีเหตุผลความเป็นไปได้ยอมรับอยู่ ซึ่งตรงนี้ถือว่าน่าประทับใจมาก ๆ แต่ความสนุกหลักของเรื่องก็อยู่ที่การต่อสู้กันไปมาระหว่างแวมไพร์กับโจรนี่แหละ เพราะทางโจรที่โหดอยู่แล้วกับแม่ที่เป็นแวมไพร์ ก็ต้องจำใจโหดเพื่อปกป้องลูก ใครที่ชอบหนังระทึกหน่อย ต้องถูกใจอย่างแน่นอน

หนังแวมไพร์ Blood Red Sky แวมไพร์สมัยใหม่ น่ากลัวกว่าเดิม ?

สำหรับอีกเรื่องที่อยากจะขอชื่นชมก็คือ รายละเอียดของตัวแวมไพร์ในเรื่อง ซึ่งค่อนข้างแปลกใหม่และดีมาก ๆ เพราะเราจะได้เห็นรูปลักษณ์ที่ต่างจากที่เราเคยเห็นเล็กน้อย คือมีความน่าขนลุกขึ้นนั่นแหละ เป็นการใส่ความใหม่ลงไปให้กับแวมไพร์ แต่ในขณะที่ข้อจำกัดคลาสสิคบางอย่างก็ยังคงอยู่ อย่างเรื่องแสงอาทิตย์ เป็นต้น และที่สำคัญก็คือ แวมไพร์เวอร์ชั่นนี้ ต้องเติมเลือดเป็นระยะ เมื่อร่างกายอ่อนแอ ทำให้ตัวละครดูมีมิติ ไม่ได้เก่งเวอร์จนไม่มีข้อบกพร่อง จนเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบเสมอไป จึงเป็นอีกจุดที่ทำให้ตัวหนังมีความนัวมากขึ้นไปอีกเท่าตัว สำหรับใครที่อยากดู หนังระทึกขวัญ แวมไพร์ แบบใหม่ ๆ ขอแนะนำให้ลองดูเรื่องนี้เลย รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

#Blood Red Sky #หนังแวมไพร์ #หนังระทึกขวัญ เลือดสาด

A Quiet Place Part II ภาพยนตร์ดีที่คุณควรรับชม

ปกติแล้วเวลามีภาพยนตร์เรื่องใดเรื่องหนึ่งประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ทางผู้สร้างก็มักจะทำการออกภาค 2 ตามมาเนื่องจากมันสามารถทำงานได้เป็นอย่างดี แต่ภาพยนตร์ส่วนใหญ่ก็มักจะต้องพบเจอกับอาถรรพ์ภาพยนตร์ภาคต่อที่ดันทุรังทำออกมาเพื่อเอาเงินจากผู้รับชมเท่านั้น แต่ไม่ใช่กับภาพยนตร์เรื่อง A Quiet Place Part II เนื่องจากในภาคแรกนั้นได้จบแบบทิ้งปริศนาเอาไว้ เวลาสร้างภาคต่อมามันจึงไม่น่าเกลียด ไม่เพียงเท่านั้นมันยังสร้างความอยากรู้อยากเห็นให้กับผู้รับชมอีกด้วยว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป แม้ว่ากระแสภาค 2 จะไม่เปรี้ยงป้างเท่ากับตอนออกภาคแรกเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 แต่หากใครที่เคยรับชมภาคแรกมาก่อนเราขอแนะนำว่าคุณไม่ควรพลาดภาพยนตร์ภาคต่อเรื่องนี้โดยเด็ดขาด

https://in.bookmyshow.com/tadipatri/movies/a-quiet-place-part-2

เรื่องราวในภาพยนตร์เรื่อง A Quiet Place Part II

https://thestandard.co/a-quiet-place-part-ii/

หากใครที่ยังไม่ได้รับชมภาพยนตร์เรื่อง A Quiet Place Part II ข้อความต่อไปนี้อาจเปิดเผยข้อมูลสำคัญ ในภาคนี้ภาพยนตร์จะยังคงเล่าเรื่องถึงครอบครัวแอบบ็อตเหมือนเดิม หลังจากที่ครอบครัวต้องสูญเสียสมาชิกไปจนทำให้เหลือเพียงแค่แม่ พี่สาวคนโตที่หูหนวกและเป็นใบ้ น้องชายคนกลางที่ขี้กลัว และเด็กทารกที่เพิ่งคลอดออกมาได้ไม่นาน พวกเขาก็ต้องเดินทางออกจากบ้านเนื่องจากเมื่อครั้งที่ถูกเหล่าเอเลี่ยนบุกเข้ามาโจมตี บ้านได้รับความเสียหายอย่างหนักจนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้อีกต่อไป ที่สำคัญคือพวกเขารู้วิธีการต่อกรกับเหล่าสัตว์ประหลาดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากเดินทางไปพบกับคนกลุ่มอื่นก็จะสามารถช่วยมวลมนุษยชาติที่ต้องอาศัยอยู่อย่างเงียบสงบให้สามารถกลับมาทวงคืนโลกใบนี้ได้สำเร็จ สิ่งนั้นก็คืออุปกรณ์ช่วยฟังของลูกสาวคนโตนั่นเอง แต่การเดินทางท่ามกลางอันตรายและมนุษย์ที่เปลี่ยนไปหลังจากต้องเอาตัวรอดท่ามกลางสภาวะกดดันเป็นเวลานานกว่าหนึ่งปี เต็มไปด้วยความยากลำบากและอุปสรรคที่ทำให้พวกเขานั้นต้องเผชิญกับความอันตรายอย่างถึงที่สุด แม้ว่าจะเอาตัวรอดมาได้แต่พี่สาวคนโตก็สามารถแกะสัญญาณจากเพลงวิทยุและต้องการจะเดินทางไปยังเกาะที่อยู่ใกล้กัน แม้ว่าผู้เป็นน้องชายจะไม่เห็นด้วยแต่สุดท้ายแล้วเธอก็แอบทุกคนเดินทางไปตามลำพัง เรื่องราวของพวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป น่าติดตามรับชมต่อได้ในภาพยนตร์

ความรู้สึกหลังรับชมภาพยนตร์เรื่อง A Quiet Place Part II

https://pantip.com/topic/40803497

            A Quiet Place Part II จะไม่ได้เป็นภาพยนตร์ที่เน้นความเงียบเหมือนในภาค 1 อีกต่อไป ในภาคนี้จะมีองค์ประกอบหลายอย่างที่ช่วยให้เราได้ยินเสียงการพูดคุยกันของมนุษย์มากยิ่งขึ้น แม้ว่ามันจะไม่ได้เล่นกับความเงียบ แต่ภาพยนตร์ก็ยังคงสามารถถ่ายทอดความเครียดและความกดดันได้เหมือนเดิม เพียงแต่เพิ่มเติมความสนุกสนานในการต่อสู้เข้ามามากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าการถ่ายทอดเรื่องราวของภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สามารถทำออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีช่วงจังหวะที่ทำให้เรารู้สึกเบื่อเลยแม้แต่น้อยขณะการรับชม

Link :

#A Quiet Place Part II #หนังระทึกขวัญ #รีวิวหนังน่าดู

[รีวิวหนัง] His house บ้านของใคร หนังสยองขวัญที่จะทำให้คุณขนหัวลุกก่อนนอน

His house หรือในชื่อภาษาไทยว่า บ้านของใคร เป็นภาพยนตร์แนวสยองขวัญที่สร้างขึ้นโดย Netflix เป็นเรื่องราวของครอบครัวชาวผิวสีที่หนีสงครามมาอยู่ในที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งทางการเป็นคนจัดบ้านให้อาศัยอยู่ ซึ่งก่อนหน้าที่ทั้งคู่จะย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ ทั้งคู่เคยมีลูกสาว 1 คน แต่ก็ต้องสูญเสียลูกสาวไประหว่างการเดินทาง

ทั้งคู่ได้เข้ามาอยู่ในบ้านที่ทางรัฐจัดสรรให้สำหรับผู้ลี้ภัย โดยมีข้อแม้ว่าต้องอยู่ที่นี่ตลอด ด้วยความที่ไม่มีทางเลือกจึงจำเป็นต้องอยู่ หลังจากที่เข้ามาอยู่ ทั้งคู่ก็เริ่มรู้สึกแปลก ๆ กับบ้านหลังนี้ พวกเขาได้ยินเสียงฝีเท้าคน เสียงประหลาดจากอะไรก็ไม่รู้ได้ จนนำมาสู่เหตุการณ์สยองขวัญที่ตามมา

สิ่งที่น่าสนใจในเรื่อง His house

ถึงแม้ว่าว่าเรื่อง His house อาจจะไม่ค่อนได้รับความนิยมมากเท่าไหร่ แม้แต่คะแนนใน IMDB ก็ได้ไปเพียง 6.4 เท่านั้น แต่เราต้องบอกเลยว่า เรื่องนี้เป็นหนังที่หลอนใช้ได้เลย อย่างในเรื่องของบรรยากาศที่มีให้ความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะมุมหนึ่งของโลกกำลังร้อนเป็นไฟจากสงคราม ส่วนอีกมุมนึงก็สงบสุขราวกับเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุด อย่างตัวละครเอกของเรื่องอย่างรีอัลกับโบล ที่ย้ายเข้ามาอยู่ที่อังกฤษก็คิดว่ามันเป็นสถานที่ที่ปลอดภัย แต่ว่าต้องมาเจอเรื่องที่ดูเหมือนจะร้ายแรงพอ ๆ กับสงคราม มันคือเรื่องของสิ่งที่มองไม่เห็น ฉะนั้น มันเลยเป็นความอึดอัดใจของตัวละครเอกที่ต้องเลือกระหว่าง 2 สิ่ง คือทนอยู่ในบ้านหลังนี้แต่ต้องเจอกับเรื่องประหลาดหรือกลับไปประเทศตัวเองแต่ต้องผจญกับสงคราม เป็นทางเลือกที่เรียกได้ว่า ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย เพราะไม่สามารถไปทางอื่นได้แล้ว

พูดถึงสิ่งที่ประทับใจไปแล้ว มาถึงสิ่งที่ไม่ค่อยประทับใจบ้างดีกว่า สิ่งที่ไม่ค่อยชอบสำหรับหนังเรื่อง คือ การกำกับและใส่ซาวด์ อย่างเรื่องของการกำกับ มันจะมีหลายฉากที่ผู้กำกับจงใจทำให้ตกใจตามสไตล์หนังสยองขวัญ แต่สำหรับเราคิดว่ามันไม่ค่อยถูกจังหวะ บวกกับการใส่ซาวด์ที่ยัดเหยียดใส่มาให้ดูหลอน แต่จังหวะการใส่มันผิดจังหวะกับเหตุการณ์ จนทำให้ดูตลกและไม่เกิดความรู้สึกน่ากลัวเลยสักนิด แต่มันกลับดูแล้วน่ารำคาญมากกว่า

ถ้าถามความรู้สึกของฉันต่อหนังเรื่อง His house ต้องขอบอกเลยว่า ดูได้ไม่เสียหาย เนื้อเรื่องน่าสนใจใช้ได้ แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่จะเป็นหนังดีขึ้นหิ้งขนาดนั้น

วิดีโอเพิ่มเติม :

คะแนนรีวิว : 6/10

เครดิตภาพปกโดย playinone

#His house #รีวิวหนัง Netflix #หนังสยองขวัญ