• Home
  • Archive by category "หนังดังในอดีต"

รีวิวหนัง The Matrix

The Matrix หนังไซไฟชื่อดังเมื่อกว่า 20 ปีมาแล้ว เรียกได้ว่าเป็นหนังที่สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก ด้วยความล้ำยุคของหนังและฉากแอ็คชั่นที่มีความเท่ห์อยู่มากมาย ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นไอคอนแห่งยุคสมัย ที่หากจะกล่าวถึงเรื่องราวเมื่อย้อนไปในช่วงก่อนเข้าสู่ยุค 2000 ก็นับได้ว่าเป็นอะไรที่มันเข้ากับยุคสมัยในตอนนั้นมากๆ เพราะช่วงนั้นหากเราได้รู้กันเกี่ยวกับข่าวคราวที่ดังมากๆกับวิกฤตการณ์ Y2K ซึ่งเป็นอะไรที่มันเป็นข่าวคราวที่ทำให้โลกแห่งเทคโนโลยีในตอนนั้นปั่นป่วนแบบสุดๆแต่สุดท้ายก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น แต่สำหรับหนัง The Matrix ก็ได้กลายเป็นสร้างความยิ่งใหญ่กับเนื้อหาของหนังที่มันมีความล้ำสมัยเป็นเรื่องราวแห่งอนาคตที่เราก็ไม่รู้ว่ามันจะมีโอกาสเกิดขึ้นจริงไหม ซึ่งก็หวังว่าโลกของเราจะสงบสุขไปอย่างยาวนานไม่ได้มีชีวิตที่เราต้องถูกควบคุมโดยระบบคอมพิวเตอร์กันนะจ๊ะ สำหรับภาคนี้ก็คงให้คะแนนอยู่ที่ 9/10 เรียกได้ว่านอกจากจะสนุก ดี และ ได้สาระน่าสนใจ หนังยังได้รางวัลออสการ์มาอีกด้วย ซึ่งก็เรียกได้ว่าดีไปแทบจะหมดทุกอย่างเลยทีเดียวเชียวล่ะ

ขอบคุณรูปภาพปกจาก thestandard.co

เนื้อเรื่องของหนัง The Matrix

สำหรับเนื้อเรื่องของ The Matrix เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับโลกในยุคอนาคตที่มนุษย์อยู่ภายใตการควบคุมของหุ่นยนต์ ซึ่งมีความคิดและฉลาดจนสามารถยึดครองโลกไปได้ ซึ่งหลังจากที่มนุษย์สามารถหากวิธีการต่อกรกับมันได้ด้วยการทำลายดวงอาทิตย์ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมากลับไม่เป็นอย่างที่คิดเมื่อ หุ่นยนต์มันฉลาดซะจนสามารถ รู้ว่ามันจะสามารถค้นหาแหล่งพลังงานได้จากที่ไหนนั่นก็คือจากมนุษย์เรานี่เอง แต่ก็ด้วยการที่มีมนุษย์กลุ่มหนึ่งที่ไม่ถูกควบคุมโดยเหล่าหุ่นยนต์นี้จึงทำให้ พวกเขาหาวิธีต่อกรกับเหล่าหุ่นยนต์ด้วยวิธีการที่แยบยล และ เรียนรู้การหลบนี้จากการตามล่าของหุ่นยนต์ที่ฉลาดเหล่านี้ได้ และเรื่องราวจะลงเอยอย่างไรก็ห้ามพลาดกันเลยทีเดียวครับกับหนังเรื่องนี้ ที่จะเปิดโลกของหนังวิทยาศาตร์ไซไฟของคุณได้อย่างแน่นอน

วิดีโอตัวอย่าง :

นักแสดงของหนังเรื่อง The Matrix

The Matrix ได้นักแสดงนำเจ๋งๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็น คีอานู รีฟ ที่รับบทเป็นผู้นำตัวความหวังของมวลมนุษย์ชาติ ลอว์เรน ฟิชเบิร์น , แคร์รี แอนน์ มอช , ฮิวโก วิฟวิง และ อีกมากมาย ก็เรียกได้ว่าสำหรับหนังเรื่องนี้เป็นการกลับมาแจ้งเกิดอีกครั้ง ของ คีอ่นู รีฟ เลย หลังจากที่โด่งดังเป็นพลุแตกมาจากบทบาทตำรวจในหนังเรื่อง สปีด เร็วกว่านรก หากใครชื่นชอบในตัวพระเอกหน้าหยกคนนี้ก็ห้ามพลาดเลยครับ

ขอบคุณรูปภาพจาก thestandard.co

#รีวิวหนัง The Matrix #หนังตำนานต้องดู #หนังเก่าล้ำอนาคต

6 หนังซึ้งเรียกน้ำตา หมดทิชชู่เป็นโหล

หนังดราม่าที่จะทำให้คุณเสียน้ำตา สะเทือนอารมณ์ความรู้สึก ดึงเราเขาสู่ตัวละครของเรื่องราวกับว่าเป็นหนึ่งในนั้น คอหนังแนวนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าบางเรื่องอาจทำให้บ่อน้ำตาแตกตั้งแต่ 5 นาทีแรกที่ได้ชมเลยทีเดียว เตรียมทิชชู่เอาไว้ในมือให้พร้อม กับหนังซึ้งเรียกน้ำตา ต้องหาไปรับชม

หนังดราม่าที่ดู ร้องไห้หนักมาก อินไปกับทุกบท ทิชชู่หมดกล่อง

                  1. The Best of Me หนังรักโรแมนติกสุดเศร้าเรียกน้ำตาคนดูมาแล้วทั่วโลก ความรักแรกพบของวัยรุ่นหนุ่มสาวในชั้นไฮสคูล ที่มีฐานะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง อแมนด้าสาวน้อยทางบ้านร่ำรวย กับดอว์สันที่ยากจน จึงถูกครอบครัวฝ่ายหญิงกีดกันไม่ให้พบกัน ความรักของทั้งสองจึงถูกพรากจากกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปกว่า 20 ปี ทั้งสองได้มาพบกันอีกครั้งในงานศพของเพื่อนเก่า ซึ่งความรักในครั้งนั้นยังตราตรึงอยู่ในหัวใจ มาร่วมลุ้นไปกับความรักครั้งนี้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป เสียน้ำตาตลอดทั้งเรื่องแน่นอน

                  2. The Fault in Our Stars หรือดาวบันดาลใจ ดัดแปลงมาจากนวนิยายชื่อดังโดยจอห์น กรีน ที่เขาได้เขียนขึ้นจากแรงบันดาลใจในบทละคร Julius Caesar ของ Shakespear เรื่องราวความรักอันแสนเศร้า หนังซึ้งเรียกน้ำตาคนดูตั้งแต่ต้นเรื่อง ฮาเซล กับ ออกกัสตัส ผู้ป่วยโรคมะเร็งปอด ส่วนฮาเซลเคยเป็นโรคมะเร็งจนต้องสูญเสียขาทั้งสองข้าง ความรักที่เกิดขึ้นท่ามการเจ็บป่วย และการดูถูกเหยียดหยามของคนทั่วไป แต่พวกเขาทั้งสองก็ไม่เคยย่อท้อค่อยให้กำลังใจผู้ป่วยมะเร็งด้วยกันอยู่เสมอ ความรักครั้งนี้จะเป็นไปได้หรือไม่ จะมีจุดจบอย่างไร ต้องไม่พลาด

                  3. Train to Busan ชื่อไทย ด่วนนรก ซอมบี้คลั่ง แม้ว่าจะเป็นแนวระทึกขวัญ วิ่งหนีซอมบี้กันกระเจิง แต่แฝงด้วยความสนุก ลุ้นระทึก ดราม่าเรียกน้ำตา เรียกได้ว่าครบทุกรสชาติในเรื่องเดียว จนได้รับการยอมรับจากแฟน ๆ ทั่วโลกว่าเป็นหนังที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งปีเลยก็ว่าได้ ซอกวูชายวัยกลางคนที่ต้องเดินทางไปส่งลูกสาว ซูอา ไปให้อดีตภรรยาในเมืองปูซาน แต่ในระหว่างการเดินทางบนรถไฟกับมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เมื่อขบวนมรณะนี้ถูกโจมตีด้วยเหล่าซอมบี้ที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนและเกิดขึ้นได้อย่างไร จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ ต้องไปหาติดตามรับชมกันดู

                  4. Hachi: A Dog’s Tale ฮาชิ… หัวใจพูดได้ เป็นหนังที่ดัดแปลงมาจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นจากคำบอกเล่าของ ฮาชิโกะ ในประเทศญี่ปุ่น น้องหมาชื่อ ฮาชิ ถูกรับไปเลี้ยงโดยอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในทุก ๆ เช้าฮาชิจะเดินไปส่งเจ้าของเพื่อขึ้นรถไฟที่สถานี และตอนเย็นจะกลับมารับที่เดิม จนกระทั้งวันหนึ่งทุกอย่างก็ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่มีวันกลับคืน เมื่อเจ้าของของมันเสียชีวิตลง โดยที่มันไม่มีทางรู้ได้เลย ยังคงทำหน้าที่แบบเดิมอย่างที่เคยทำเป็นประจำ ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี  เกิดเป็นตำนานเล่าขานถึงความภักดีต่อเจ้าของ จากรุ่นสู่รุ่น ผู้คนต่างยกย่องสรรเสริญและเป็นตัวอย่างที่ดีกับเด็ก ๆ นอกจากนี้ยังมีการสร้างอนุสาวรีย์ที่ประตูทางเข้าของสถานีรถไฟชิบูย่ามาจวบจนปัจจุบัน

                  5. Be With You ปาฏิหาริย์ สัญญารัก ฤดูฝน หนังดราม่าเคล้าน้ำตา เรื่องราวของชายคนหนึ่งที่กำลังจะเสียภรรยาไป แต่ก่อนที่จะจากกันไป เธอได้ให้สัญญาว่า จะกลับมาหาเขาอย่างแน่นอนไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม และคำพูดนั้นกลายเป็นความจริง เมื่อเธอฟื้นคืนมา แต่กลับจำเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมาไม่ได้เลย และยังจำชายหนุ่มไม่ได้อีกด้วย เขาจะทำอย่างไรต่อไปเพื่อให้ความรักครั้งนี้กลับคืนมาต้องไปลุ้นกัน รับรองว่าน้ำตาตกจนทิชชู่หมดอย่างแน่นอน

                  6. I am SAM สุภาพบุรุษปัญญานิ่ม แซม ชายหนุ่มที่มีความบกพร่องทางปัญญา แต่มีจิตใจที่แสนงดงาม แต่อยู่มาวันหนึ่งภรรยาได้ทิ้งเขาไปพร้อมกับให้เลี้ยงลูกสาวชื่อว่า ลูซี่ เด็กผู้หญิงน่ารัก ฉลาด เขาเลี้ยงเธอเป็นอย่างดีจนอายุ 7 ขวบ เด็กน้อยก็ได้รู้ความจริงว่าพ่อของเธอไม่ปกติ ไม่นานหลังจากนั้นนักสังคมสงเคราะห์ก็เริ่มเข้ามาแล้วก็พรากลูซี่ไปจากเขา แซมจึงต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อพาลูกสาวกลับมาสู่อ้อมกอดให้ได้ ในส่วนของลูซี่เองก็รักและคิดถึงพ่อเช่นกัน สิ่งที่เขาทำจะสำเร็จหรือไม่ต้องตามไปช่วยเขาในหนังเรื่องนี้

              แม้ว่าหนังบางเรื่องจะเป็นหนังที่ถูกสร้างมานานแล้ว แต่ยังคงเป็นที่นิยมอยู่จนถึงปัจจุบัน หลายคนดูซ้ำหลาย ๆ รอบ เป็นหนังซึ้งที่เรียกน้ำตาตลอดกาล หวังว่าจะถูกใจ และชื่นชอบกัน หากชอบแนวดราม่า สะเทือนใจ และไม่เคยชมมาก่อน แนะนำให้ไปลองหามาดูให้ได้ รับรองทุกเรื่องจะทำให้คุณน้ำตาไหลจนใช้ทิชชู่จนหมดกล่อง

เครดิตภาพ : thecinemaholic.com / kidjapak.com / a-bellamy.com

YouTube :

แนะนำหนังโรแมนติก 50 เรื่อง [ตอนที่4 เศร้า/ซึ้ง/ดราม่า]

#หนังซึ้งเรียกน้ำตา #หนังดราม่าน้ำตาซึม #หนังดราม่าน่าดู

รีวิวหนัง Pandorum

หนังแนวแอ็คชั่นไซไฟเรื่อง Pandorum นี้ ก็ต้องบอกว่า ดีกว่าที่ได้คาดหวังเอาไว้ก่อนดูมาก ๆ เพราะหลังจากที่ลองหาหนังแนวตลุยอวกาศมาดูมากมายหลายเรื่อง เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ประทับใจมาก และ ก็เป็นคำถามว่า เราไปอยู่ไหนมาทำไมเพิ่งเคยดู

เพราะหนังเรื่องนี้ก็เข้าฉายเมื่อปี 2009 นู่นเลย แต่กลับได้รับกระแสที่ไม่ค่อยดีนักจากรายได้ช่วงออกฉาย แต่เมื่อได้ดูแล้วก็ต้องบอกเลยว่า หนังทำออกมาได้เป็นอย่างดี ทั้งสนุก และ น่าติดตามตลอดทั้งเรื่อง และ ยังหลอน และ ลุ้น อีกด้วย

ซึ่งก็กลายมาเป็นหนังอีกเรื่องในดวงใจของผมเลยครับ ทั้งเนื้อหา และ ความน่าตื่นเต้น ที่แม้ว่ามันจะมีหลาย ๆ เรื่อง ทำออกมาแล้ว แต่สำหรับเรื่องนี้มันดีเลยล่ะครับ บอกเลยว่า ตลอดทั้งเรื่อง เราจะค่อย ๆ รู้คำตอบต่าง ๆ ของหนังไปเรื่อย ๆ นี่แหละครับความเจ๋งของมัน จนตอบจบ ก็ยังต้องมานั่งวิเคราะห์หาคำตอบกันอีกเลยทีเดียว ซึ่งบอกเลยว่าใครยังไม่เคยดูต้องหามาดูกันเลยครับ

ขอบคุณรูปภาพปกจาก doomovie-hd.com

เนื้อเรื่องของหนัง Pandorum

สำหรับเนื้อเรื่องของหนังเรื่อง Pandorum ก็เกี่ยวกับยานอวกาศซึ่งเป็นยานขนส่ง และ พาผู้คนกลุ่มหนึ่งขึ้นไปทดลอง การใช้ชีวิตอยู่บนดาวดวงใหม่ เพราะใกล้ถึงเวลาที่โลกจะถึงกาลอวสานแล้ว แต่ด้วยการใช้เวลาในการเดินทาง เป็นร้อย ๆ ปี

จึงต้องใช้วิธีการให้มนุษย์บนยานขนส่งหลับไปยาว ๆ แบบว่าสตาฟร่างกายเอาไว้ และ เมื่อฟื้นถึงเวลาขึ้นมา ความทรงจำต่าง ๆ ก็จะเริ่มย้อนคืนกลับมาเรื่อย ๆ แต่เมื่อสองนักบินอวกาศผู้ทำหน้าที่ในการขับย่าน ได้ตื่นขึ้นมาในเวลาที่ครบกำหนดการทำหน้าที่ กลับพบว่าในยานอวกาศได้มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น และ มีตัวสัตว์ประหลาด อยู่ภายในยาน และพวกเขาทั้งคู่จะสามารถเอาชีวิตรอดได้หรือไม่ ก็ต้องติดตามกันในหนังได้เลยครับ

วิดีโอตัวอย่างหนัง :

นักแสดงของหนัง Pandorum

สำหรับนักแสดงของหนังเรื่อง Pandorum ผู้ที่รับบทนักบินอวกาศ เดนนิส เคว็ด กับ เบน ฟอสเตอร์ ก็สามารถถ่ายทอดการแสดงออกมาได้เป็นอย่างดี ทำให้เราเข้าถึงและอินไปกับหนังเป็นอย่างมาก และ ยังมีนักแสดงสมทบอีกมากมาย ทั้ง อันท์เจ ทรอว์ นักแสดงสาว แคม จีกอนเดต์ , คุง ลี ,นอร์แมน ลีดัส , เอ็ดดี้ รูส ซึ่งก็สามารถถ่ายทอดการแสดงออกมาได้เป็นอย่างดี และ ก็เข้าถึงบทหนังเป็นอย่างมาก นอกจากจะได้รับชม หนังสนุก ๆ มันส์ ๆ น่าติดตามแล้ว ก็ยังได้ดูการแสดงที่เข้มข้น และ น่าสนใจ เป็นอย่างมาก ซึ่งหากใครที่กำลังมองหาหนังสนุก ๆ สักเรื่องมาดูในช่วงวันหยุดอยู่ ก็แนะนำกับเรื่องนี้เลยครับ

ขอบคุณรูปภาพจาก movie.mthai.com

#Pandorum #หนังแอ็คชั่นไซไฟ #หนังผจญภัยอวกาศ

แนะนำ 5 ภาพยนตร์อนิเมชั่นจากสตูดิโอ Ghibli

เอาใจสายหนังภาพยนตร์อนิเมชั่นกันบ้าง กับผลงานการสร้างสุดยอดเยี่ยมจากสตูดิโอชื่อดังแห่งแดนปลาดิบอย่าง “Studio Ghibli” ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้สร้างอนิเมชั่นคุณภาพแห่งยุคนี้ มีผลงานอนิเมชั่นที่น่าสนใจอยู่หลายเรื่องด้วยกัน ซึ่งผลงานต่าง ๆ มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง โดยเฉพาะลายเส้นที่ทำให้ใครต่อใครก็ต่างสามารถจดจำได้ว่าเป็นผลงานจาก Studio Ghibli อย่างแน่นอน ซึ่งในบทความครั้งนี้ก็จะมาแนะนำอนิเมชั่นดี ๆ จากค่ายผู้สร้างชื่อดังค่ายนี้

เรื่องที่ 1 Spirited away

            เป็นเรื่องราวของเด็กหญิงวัยเพียง 10 ขวบนามว่า “จิฮิโระ” เธอได้ค้นพบโลกอีกใบที่ถูกเรียกว่ามิติลึกลับ จากนั้นเธอก็ต้องสูญเสียพ่อแม่ที่กลายร่างเป็นหมู และต้องคอยหลบหนีจากวิญญาณสุดพิศวงที่มีอยู่เต็มไปหมด แต่แล้วเธอก็ยังโชคดีและได้รับความช่วยเหลือจากเด็กชายเทพมังกร ทำให้เธอได้ทำงานในโรงอาบน้ำแม่มด ในระหว่างนั้นเธอก็ได้สร้างมิตรภาพดี ๆ ขึ้นกับวิญญาณรอบตัว และพยายามตามหาหนทางในการถอนผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Grave of the Fireflies
คำสาปให้ผู้เป็นพ่อแม่ต่อไป

เรื่องที่ 2 สุสานหิ่งห้อย (Grave of the Fireflies)

อนิเมชั่นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สามารถเรียกน้ำตาจากผู้ชมได้แบบไม่ขาดสาย เพราะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กน้อยสองคนที่ต้องเผชิญกับความโหดร้ายของโลกใบนี้ตามลำพัง ว่าด้วยการเดินทางของ “เซตะ” เด็กชายวัย 14 ปี และ “เซซึโกะ” น้องสาววัย 5 ขวบ และปลายทางของเรื่องราวความลำบากที่ต้องเจอก็คือการสูญเสียที่เล่นเอาใจคนดูสลายกันมาแล้วทั่วโลก

เรื่องที่ 3 โทโทโร่เพื่อนรัก (My Neighbor Totoro)

ภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องนี้มีตัวละครที่เป็นที่จดจำกันเป็นอย่างดี อย่าง “โทโทโร่” ซึ่งมีกระแสตอบรับจากผู้คนทั่วโลกจำนวนมาก เนื้อเรื่องเกี่ยวกับสองพี่น้อง “ซัทสุกิ” และ “เมย์” ที่ได้พบกับเทพอารักษ์โทโทโร่ และวันเวลาอันแสนเงียบเหงาก็ถูกแทนที่ด้วยความสุขและรอยยิ้มที่จะอุ่นหัวใจของผู้ชมให้รู้สึกมีความสุขไปพร้อม ๆ กัน เป็นเรื่องที่มีชื่อเสียงจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของ Studio Ghibli ไปเป็นที่เรียบร้อย

เรื่องที่ 4 Whisper of the heart

            สำหรับเรื่องนี้เป็นเรื่องราวความรักแบบเด็ก ๆ ที่น่ารักและอบอุ่นหัวใจเป็นอย่างมาก เมื่อเด็กหญิงคนหนึ่งผู้รักการอ่าน ได้ค้นพบว่าเธอมักจะยืมหนังสือทุกเล่มหลังจากเด็กชายคนหนึ่งเสมอ ซึ่งพวกเขาก็มีความฝันที่แตกต่างกันไป ในวันที่พวกเขาได้พบกันและเรียนรู้กันและกัน และถึงแม้จะต้องแยกจากกัน แต่การแยกจากนั้นจะไม่เจ็บปวดสำหรับพวกเขา หากพวกเขารักที่จะเห็นอีกคนตามันได้สำเร็จ

เรื่องที่ 5 Howl’ s Moving castle

            เป็นอนิเมชั่นแนวแฟนตาซีอีกเรื่องที่ได้รับกระแสตอบรับดีมาก ๆ โดยมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับเด็กสาวธรรมดาคนหนึ่ง ที่ต้องถูกสาปให้กลายเป็นคนแก่ เพียงแค่เพราะถูกแม่มดนิสัยไม่ดีหมั่นไส้ แต่การถูกสาปครั้งนี้ก็ทำให้เธอได้พบกับพ่อมดหนุ่มรูปหล่ออย่าง “ฮาวล์” ที่ถึงแม้จะเห็นว่าเธอเป็นยายแก่ ๆ แต่ก็ยังมีจิตใจที่อ่อนโยนและคอยให้ความช่วยเหลือเธอเสมอ จนเกิดเป็นเรื่องราวความรักขึ้นระหว่างทั้งคู่ และแน่นอนว่าภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องนี้ทำให้ผู้ชมได้ตระหนักถึงความจริงที่ว่า ความรักเกิดขึ้นได้โดยไม่เลือกว่าภายนอกจะเป็นเช่นไร

            และทั้งหมดนี้ก็คือ 5 ภาพยนตร์อนิเมชั่นจาก Studio Ghibli ที่ในชีวิตนี้ควรดูสักครั้ง แต่ละเรื่องก็มีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง และมีความเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับอนิเมชั่นที่ถูกสร้างสรรค์โดยสตูดิโอคุณภาพชื่อดัง ใครที่ยังไม่รู้ว่าจะดูอะไรดีในช่วงวันหยุด ต้องลองเปิดใจให้กับภาพยนตร์อนิเมชั่นของค่ายนี้ดูสักครั้ง รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

#Studio Ghibli #สุดยอดอนิเมชั่น Ghibli #อนิเมชั่นญี่ปุ่นแนะนำ

แนะนำหนังดีเรื่อง La la land

La la land ภาพยนตร์น้ำดีที่ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพมากมาย เป็นภาพยนตร์ Musical แนวรักโรแมนติก ที่เป็นที่จดจำของผู้ชมทั่วโลก ถูกสร้างขึ้นมาด้วยฝีมือการกำกับของ “Damien Chazelle” และแสดงนำโดยนักแสดงมากฝีมืออย่าง “Ryan Gosling” และ “Emma Stone” ซึ่งสามารถแสดงบทบาทที่ได้รับออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ La la land เป็นภาพยนตร์ที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างถล่มทลาย

เรื่องย่อของภาพยนตร์เรื่อง La la land

เรื่องราวของหนุ่มสาวที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองแห่งแสงสีอย่างลอสแอนเจลีส ที่ต่างคนก็ต่างมีความคิดความฝันเป็นของตนเอง “มีอา” คือหญิงสาวผู้มีความใฝ่ฝันอยากจะมีชื่อเสียงในฐานะนักแสดง เธอได้พบกับ “เซบาสเตียน” ชายผู้รักในการเล่นเปียโนและเพลงแจ๊ซ เขามีความฝันอยากจะให้คนรู้จักเสียงเพลงของเขา ทั้งคู่ตกหลุมรักกันในเมืองแห่งนี้ และแล้วจุดพลิกผันของความสัมพันธ์ก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อทั้งสองต้องอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หนึ่งคนตกงาน หนึ่งคนกำลังผิดหวัง ทำให้ระหว่างพวกเขากำลังเกิดรอยแตกหักมากขึ้นเรื่อย ๆ บททดสอบการใช้ชีวิตอยู่ในเมืองแห่งแสงสีครั้งนี้กำลังนำพาพวกเขาไปยังสิ่งที่คาดไม่ถึง และระหว่างความฝันและความรัก ทั้งสองสิ่งจะสามารถเดินทางไปได้สุดหนทางจริงหรือไม่ หรือปลายทางจะเป็นจุดมุ่งหมายที่เติมเต็มความฝันได้สำเร็จกันแน่

สิ่งที่น่าสนใจในภาพยนตร์เรื่อง La la land

            สิ่งที่น่าสนใจในภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือการสร้างเพลงประกอบที่มีหลากหลายเพลงให้ได้ฟัง ซึ่งแต่ละเพลงก็ล้วนแล้วแต่มีความหมายที่ดี ใช้ช่วยสื่ออารมณ์ในงานแสดงได้อย่างชัดเจน สร้างบรรยากาศให้รู้สึกเข้าถึงบริบทเดียวกันกับตัวละครภายในเรื่องได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังต้องยอมรับในเรื่องของ Production ว่าได้ทำการถ่ายทำออกมาได้อย่างสวยงาม ทำให้บรรยากาศเมืองลอสแอนเจลีสยิ่งดูน่าเที่ยวชมมากขึ้นไปอีก ทุก ๆ องค์ประกอบทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความกลมกล่อม และสามารถดูได้แบบไม่มีเบื่อตั้งแต่ต้นจนจบ จังหวะการดำเนินเรื่องก็อยู่ในระดับดีเยี่ยม มีหลากหลายอารมณ์ให้ได้ติดตามไปพร้อม ๆ กัน

            แน่นอนว่าภาพยนตร์เรื่อง La la land เป็นภาพยนตร์คุณภาพที่เหมาะกับผู้ชมทุกเพศทุกวัน เป็นภาพยนตร์ที่เป็นตัวแทนบอกเล่ามุมมองของคนช่างฝัน สามารถให้กำลังใจผู้ชมผ่านการแสดงและบทเพลงต่าง ๆ ได้ เชื่อว่าใครที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คงรู้สึกมีความสุขกับทุกสิ่งที่ได้รับมา และจะเป็นการดีมากถ้าหากแนะนำภาพยนตร์เรื่องนี้ให้คนที่รักได้ดูสักครั้ง รับรองว่าสนุกครบรส ได้ทุกความรู้สึก และจะต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือภาพยนตร์ที่ไม่ควรพลาด

วิดีโอตัวอย่าง :

#La la land #หนังดีห้ามพลาด #หนังเพลงน่าดู

รีวิว Paper Town นครแห่งกระดาษ

Paper town มหานครแห่งเมืองกระดาษ ภาพยนตร์ที่มีการผสมผสานระหว่างความดราม่า ตลกร้าย และสืบสวนสอบสวน ที่เหมาะกับสังคมในปัจจุบันที่ผู้คนใส่หน้ากากหันหน้าเข้าหากันในทุกวัน

ขอขอบคุณเครดิตภาพปกจาก thefilmfav.blogspot

เส้นเรื่องของ Paper town จะเล่าถึงเรื่องราวของตัวละครเอก 2 คน คือ มาร์โก (รับบทโดย Cara Delevingne) กับเพื่อนสนิทสุดซี้ เควลติน (รับบทโดย Nat Wolff) ทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก แต่มีนิสัยใจคอต่างกันสุดขั้ว อย่างมาร์โก เธอจะเป็นสาวช่างลุย ชอบความลึกลับและปริศนา ผู้คนในเมืองมักจะมองว่าเธอค่อนข้างแปลกแยก เพราะพฤติกรรมแปลก ๆ ของเธอ ส่วนเควลติน จะเป็นเด็กหนุ่มที่แอบชอบมาร์โกมาตั้งแต่เด็ก แต่เขาไม่กล้าบอกเธอ เพราะเขาเป็นผู้ชายขี้อาย ไม่กล้าเปิดเผย หรือแสดงตัวตนออกมาให้ใครเห็น เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ มาร์โก ได้หายตัวไปอย่างลึกลับจากเมือง หลังจากคืนหนึ่งที่เธอกับเควลตินได้ไปทำภารกิจสุดแสบด้วยกัน เธอหายตัวไปพร้อมทิ้งร่องรอยปริศนาเอาไว้ จนทำให้เควลตินต้องออกไปตามหาเธอกับเพื่อนอีก 4 คน คือ เบ็น เลซี่ แองเจร่า และเรดาห์ พวกเขาออกเดินทางตามหามาร์โก ตามปริศนาร่องรอยที่เธอที่เอาไว้

ตัวของภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาของการเป็นนักเรียนชั้นมัธยมปลาย เรื่องราวของการใช้ชีวิตที่ได้เสียดสีสภาพสังคมในปัจจุบันอย่างเจ็บแสบ ทั้งเรื่องของการเรียนที่ทุกคนต้องทำตามแบบแผนที่สังคมกำหนดเป็นบรรทัดฐาน ราวกับว่าเป็นเมืองที่ถูกตราไว้ในกระดาษแผ่นนึง ถึงแม้จะไม่มีกฎตายตัว แต่ถ้าไม่ทำตามสิ่งเหล่านี้ก็จะดูเหมือนเป็นเรื่องแปลกแยก ตัวของหนังส่วนใหญ่จะเป็นการผจญภัยของเหล่าวัยรุ่นทั้ง 5 ในระหว่างการเดินทางก็สอดแทรกเรื่องราวต่าง ๆ ให้ผู้ชมได้คิดกันตลอด มีทั้งการผจญภัย การพบเจอปัญหาและอุปสรรค การช่วยกันไขปริศนา รวมถึงมิตรภาพที่ดีระหว่างการเดินทาง

ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้มีฉากแอกชันที่ตื่นเต้น หรือฉากเร้าร้อนทางอารมณ์มากเท่าไหร่ ออกจะดูเรื่อย ๆ เรียบซะมากกว่า จึงไม่เหมาะกับคนที่ชอบดูหนังตื่นเต้น แต่สำหรับใครที่ชอบดูหนังแบบเก็บรายละเอียด ซึมซับบรรยากาศ ก็สามารถดูเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะตัวของหนังได้มีการสอดแทรกแนวคิดทางปรัชญาให้คนดูได้มองย้อนหลังมาดูชีวิตของแต่ละคนว่าทำอะไรดีพอหรือยัง หรือสิ่งที่ทำไป ทำเพื่ออะไร เพื่อใคร

วิดีโอตัวอย่าง :

     สำหรับผู้เขียนให้คะแนนภาพยนตร์เรื่องนี้ 9/10 ส่วนที่ดีที่สุด คือ แนวคิดที่ภาพยนตร์พยายามสอดแทรกเข้ามาแบบไม่ยัดเยียด นักแสดงนำที่น่าดึงดูดอย่างคาร่าที่จะทำให้ทุกคนโลดแล่นไปในเมืองที่ชื่อ “Paper town” กัน

#Paper Town #รีวิวหนังน่าดู #หนังเก่าแนะนำ

รีวิวภาพยนตร์เรื่อง คิดถึงวิทยา

ภาพยนตร์เรื่อง คิดถึงวิทยา เป็นภาพยนตร์ไทยแนวโรแมนติก คอมเมดี้ ผลงานการกำกับของนิธิวัฒน์ ธราธร ภาพยนตร์บอกเล่าเรื่องราวของ ครูสอง คุณครูมือใหม่ที่ต้องมาสอน ณ โรงเรียนบ้านแก่งวิทยา สาขาเรือนแพ ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนเพียงไม่กี่คน ที่สำคัญคือโรงเรียนตั้งอยู่กลางน้ำ ไม่มีสัญญาณมือถือ หรือแม้กระทั่งไฟฟ้า ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้นักแสดงมากความสามารถมากมายมาร่วมแสดงไม่ว่าจะเป็นบี้ สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว ที่มารับบทเป็น สอง อดีตนักกีฬามวยปล้ำตกอับ ที่ต้องผันตัวเองมาเป็นครูยังโรงเรียนแห่งหนึ่งที่กว่าจะไปถึงต้องออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืด นั่งรถผ่านป่า ต่อด้วยลงเรือหลายชั่วโมง เพราะโรงเรียนตั้งอยู่กลางเขื่อนที่ล้อมด้วยภูเขาโรงเรียนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เด็กๆลูกชาวประมงที่ไม่มีโอกาสโอกาสออกไปเรียนหนังสือที่อื่น คนต่อมาคือพลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ มารับบทเป็น แอน ครูคนเก่าที่เพิ่งย้ายออกไปเพราะทะเลาะกับผู้อำนวยการโรงเรียน แอนเป็นครูที่ดี ทำงานและดูแลลูกศิษย์ของเธอทุกคนด้วยความรักและเมตตา โดยเธอจะมีสมุดบันทึกหนึ่งเล่มและมักจะเขียนตัดพ้อถึงชีวิตของเธอลงไปในนั้นทั้งเรื่องความเหงาและความลำบากแถมยังต้องเลิกกับแฟน  จนถึงขนาดตั้งฉายาให้โรงเรียนนี้ว่า ถ.ท.ว. ถูกทิ้งวิทยา

เนื้อเรื่องย่อของภาพยนตร์เรื่อง  คิดถึงวิทยา

ภาพยนตร์เรื่อง  คิดถึงวิทยา เปิดเรื่องราวมาที่ สอง อดีตนักกีฬามวยปล้ำที่ปัจจุบันผันตัวมาเป็นครู ณ โรงเรียนบ้านแก่งวิทยา สาขาเรือนแพ โรงเรียนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เด็กๆลูกชาวประมงที่ไม่มีโอกาสออกไปเรียนหนังสือนอกเขื่อนได้รับการศึกษา โดยสองต้องสอนเด็กๆแสนซน ที่ถึงจะมีเพียง 4 คน แต่ก็ล้วนเรียนกันคนละชั้นกันหมด เขาจึงจำเป็นที่จะต้องสอนเด็กๆทุกวิชาทุกชั้นเรียนด้วยตัวคนเดียว นอกจากนี้เขายังต้องทนกับสภาพการเป็นอยู่ที่ลำบากเพราะโรงเรียนไม่มีทั้งไฟฟ้าและน้ำประปาแถมยังต้องพบกับความเหงาเนื่องจากไม่สามารถติดต่อใครได้เพราะที่โรงเรียนไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ สิ่งเดียวที่จะช่วยเข้าได้ในยามเหงาก็คือสิ่ง ไดอารี่เล่มหนึ่งที่ถูกลืมทิ้งไว้ของ แอน ครูคนเก่าที่เพิ่งย้ายออกไผ สองอ่านเรื่องราวที่แอนเขียนจนกลายเป็นความผูกพันผ่านตัวหนังสือที่เมื่อเขายิ่งอ่านเขาก็ยิ่งมโนภาพและคิดถึงตัวจริงของเธอ แต่แม้สองจะอยากเจอแอนแค่ไหน เขาก็ไม่รู้ว่าจะไปพบเธอได้อย่างไรอยู่ดี แล้วเรื่องราวของครูสองในโรงเรียนกลางน้ำ จะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามชมได้ในภาพยนตร์เรื่อง คิดถึงวิทยา

ความประทับใจหลังดูภาพยนตร์เรื่อง คิดถึงวิทยา

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์น้ำดีอีกเรื่องหนึ่งของค่าย GTH ที่อยากจะแนะนำให้ทุกคนได้ดูกันสักครั้ง ด้วยเนื้อเรื่องที่มีความน่าสนใจ และอบอุ่นหัวใจร่วมด้วย ใครไม่เคยดูต้องหามาดูได้แล้วนะคะกับภาพยนตร์เรื่อง คิดถึงวิทยา รับรองว่าเมื่อคุณดูจบ คุณจะได้รับความรู้สึกอบอุ่นใจจากภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างแน่นอน

คะแนนของเรื่องนี้ 9.5/10

อ้างอิงภาพจาก www.movie.mthai.com

#รีวิวภาพยนตร์ #คิดถึงวิทยา #รีวิวหนังไทย

[รีวิว] The Omen (2006) คำสาปจากนรก

ถ้าพูดถึงหนังเกี่ยวผีฝรั่ง ส่วนใหญ่แล้วเนื้อหาจะไม่ได้เป็นหนังผีอาฆาตแบบของทางฝั่งเอเชีย แต่หนังสยองขวัญของทางตะวันตก ส่วนใหญ่จะเป็นในลักษณะของซาตานที่มาจากขุมนรกมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นซานตานที่สามารถแปลงกายเป็นอะไรก็ได้ แม้กระทั่งเกิดเป็นมนุษย์ แม่ชี เด็ก สุนัข ตัวตลก หรือบางทีก็ไม่มีตัวตนเลย ซึ่งหนังเหล่านี้ส่วนใหญ่จะต้องมีเรื่องของศาสนาคริสต์เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะซานตานถือเป็นศัตรูของพระเยซู และหนังส่วนใหญ่จะเล่าให้ซาตานเป็นผู้ท้าทายอำนาจของพระเยซู หนึ่งในหนังซาตานที่โงดังจนกลายเป็นตำนานของโลกตะวันตกเลยก็คือเรื่อง The Omen

เรื่องราวของ The Omen

The Omen เป็นหนังที่มีการรีเมคใหม่ 2 เวอร์ชัน ซึ่งเวอร์ชันแรกสุดฉายในปี 1976 และในปี 2006 เรื่องราวเริ่มจากสามีภรรยาคู่หนึ่งอยากมีลูกด้วยกัน ซึ่งสามีก็คือ โรเบิร์ต ธอร์น เป็นนักการทูต ส่วนภรรยา แคทเทอรีน ธอร์น ก็อยากมีลูกมานาน จนวันหนึ่งเธอก็ตั้งครรภ์จนได้ ซึ่งเด็กในท้องเป็นผู้ชาย ทั้งคู่ต่างดีใจที่จะได้มีลูกกันสักที แต่พอเมื่อถึงวันคลอด เคทก็สูญเสียลูกในท้องไป โดยที่เธอไปรู้ตัว โรเบิร์ตก็เลยไปรับเด็กคนหนึ่งซึ่งแม่ของเขาเสียชีวิตวันเดียวดับที่ลูกชายคนตาย เขาจึงนำเด็กคนนี้มาสวมรอยเลี้ยงเป็นลูกตามคำแนะนำของบาทหลวงแบรนด์เนอร์

แต่สิ่งนั้นมันเปลี่ยนครอบครัวเขาไปตลอดชีวิต เมื่อพวกเขามีความรู้สึกผิดปกติกับลูกชายของเขาในวัย 5 ขวบ จากความผิดปกติจนเริ่มจับสังเกตได้ แต่อันตรายต่าง ๆ เริ่มเข้ามาในครอบครัวเขา รวมถึงคนที่เกี่ยวข้องต้องตายไปทีละคน นั่นทำให้โรเบิร์ตต้องเริ่มออกค้นหาความจริงถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

The Omen เวอร์ชันใหม่ที่ถูกเปรียบเทียบกับของเดิม

แน่นอนว่า ละครหรือหนังที่เกิดจากการทำซ้ำ ย่อมเกิดการเปรียบเทียบเป็นธรรมดา อย่างเรื่องนี้ก็เช่นกัน ที่มักจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับของเดิม อย่างเรื่องนักแสดง การตัดต่อ แต่โดยส่วนตัวเราไม่เคยดูเวอร์ชัน 1976 ก็เลยไม่มีข้อเปรียบเทียบ แต่จะพูดถึงเฉพาะเวอร์ชัน 2006 สิ่งแรกที่ชื่นชอบอย่างมากก็คือพล็อตเรื่อง ปกติเราเป็นคนที่ชอบหนังแนวซาตานฝรั่งอยู่แล้ว ด้วยความเราศึกษาเกี่ยวกับศาสนาคริสต์ (แต่ไม่ได้ถือสัญชาติ) ทำให้เราค่อนข้างอินกับเรื่องราว แต่จุดที่เราคิดว่าเป็นข้อบกพร่องของเรื่องนี้คือ การตัดต่อบางช่วง เช่น  ช่วงที่ตัวเอกกำลังฝัน มันให้ความรู้สึกตัดแบบลวก ๆ ไปหน่อย แต่ถ้าดูโดยรวมก็พอดูได้ ไม่ได้น่ากลัวมากเมื่อเทียบกับหนังซาตานเรื่องอื่น

คะแนนรีวิว 8/10

วิดีโอตัวอย่าง :

เครดิตภาพปกโดย alternateending

#The Omen 2006 #รีวิวหนังน่าดู #หนังระทึกขวัญ

[รีวิว] The nun อีกหนึ่งมุมมองสำหรับคอหนังแนว Horror flim

สำหรับใครที่เป็นคอหนังแนว Horror ต้องไม่มีใครไม่รู้จักเรื่อง The nun ตำนานผีแม่ชีที่เป็นหนังเดียวกันกับจักรวาล The conjuring จักรวาลหนังสยองขวัญที่ดีที่สุด

สำหรับเรื่อง The nun เป็นเรื่องราวที่สร้างขึ้นเป็นภาคสุดท้ายต่อจาก The conjuring 1 และ 2 รวมถึงเรื่อง Annabelle ทั้ง 3 ภาค แต่เรื่องราวตามจริง The nun เป็นเรื่องที่เกิดก่อนเหตุการณ์ทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวซาตานตนหนึ่งที่ชื่อวาลัค ซาตานจากขุมนรกที่เกลียดพระเยซูและท้าทายต่อศาสนาคริสต์ ได้ขึ้นมาบนโลกมนุษย์โดยคาดว่าน่าจะขึ้นมาตั้งแต่สมัยยุคมืดของยุโรป และได้แฝงตัวอยู่ในนั้น จนต่อมาได้แฝงตัวเป็นแม่ชีอยู่ที่วิหารแห่งหนึ่งในโรมาเนีย จริง ๆ แล้วเขาเล่าว่าวาลัคถูกจองจำอยู่ในกลางห้องแห่งหนึ่ง แต่ด้วยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 2วิหารได้รับความเสียหายแล้วเกิดพื้นแยกจนวาลัคหลุดออกมาได้ แล้วก็ไล่ฆ่าแม่ชีทุกคนโดยการสิงร่างและก็จะกลายเป็นทาสของมัน

แม่ชีในโบสถ์เริ่มตายทีละคนสองคน จนเหลือแม่ชีคนสุดท้ายที่ได้ผูกคอตายเพื่อไม่ให้วาลัคเข้าสิงร่าง นั่นทำให้เป็นสาเหตุ “ไอรีน” ซิสเตอร์ฝึกหัดต้องเข้ามาสืบหาความจริงในโบสถ์กับบาทหลวง

จริง ๆ แล้วเรื่อง The nun เป็นหนึ่งในภาพยนตร์แนวสยองขวัญที่ทำได้ดีมากไม่แพ้หนังซาตานเรื่องใด แต่ที่แปลกใจคือ กลับไม่ถูกจริตผู้ชมชาวไทย โดยเฉพาะในพันทิพที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ภาพยนตร์เรื่องนี้ ส่วนใหญ่จะบอกว่าไม่ค่อยน่ากลัว ผีแม่ชีไม่น่ากลัวเท่าไหร่ ซึ่งส่วนตัวฉันคิดว่า เป็นเพราะคนไทยส่วนใหญ่ไม่อินกับเรื่องแบบนี้ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับคริสต์ศาสนาโดยตรง อย่างตัววาลัคเอง ก็ไม่ใช้ผีตุ้งแช่แบบของไทย ไม่ใช่วิญญาณที่ถูกฆ่าตายแล้วเฮี้ยนเหมือนผีไทยหรือผีญี่ปุ่น หรือแม้แต่ใน The conjuring เอง แต่วาลัคคือปีศาจที่มีพลังอำนาจ ไม่ได้เกิดมาเพื่อแก้แค้นคน แต่เกิดมาเพื่อทำลายศาสนาโดยใช้คนเป็นเครื่องมือ

ส่วนตัว ฉันว่าเรื่องนี้ทำได้ดีมาก เรียกได้ว่าเป็นอันดับต้น ๆ ในบรรดาหนังสยองขวัญรองจาก The conjuring เลย ด้วยบรรยากาศการถ่ายทำที่ให้ความรู้สึกถึงความคลาสิคของยุคกลางและให้ความรู้สึกขนลุกเมื่อตัวละครเดินเข้าไปในแต่ละฉากในโบสถ์ อีกทั้งนักแสดงนำที่ต้องขอชื่นชมอย่างมากอย่าง  Bonnie Aarons ที่ต้องรับบทเป็นวาลัคสุดหลอน ซึ่งปกติหน้าตาของเธอก็หน้ากลัวอยู่แล้ว บวกกับการแสดงที่สมบทบาท เรียกได้ว่าเป็นตัวละครที่น่ากลัวสุด ๆ เลยค่ะ

คะแนนรีวิว 10/10

วิดีโอตัวอย่าง:

เครดิตภาพปกโดย reviewnang

#The nun #รีวิวหนังน่าดู #หนังระทึกขวัญ

[รีวิวหนัง] LIFE มฤตยูมรณะบนห้วงอวกาศ

เมื่อพูดถึงหนังแนวไซไฟ คงเป็นแนวหนังที่ฉันแทบจะเอาไว้ท้ายสุดของลิสต์หนังเรื่องโปรดเลยก็ว่าได้ สำหรับฉันที่เป็นคอหนังแนว Horror แทบจะมีประสีประสากับการดูหนังแนววิทยาศาสตร์เท่าไหร่ แต่สำหรับเรื่อง LIFE ถือเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่ทำให้ฉันต้องหัยมาเปิดใจให้กับภาพยนตร์แนวไซไฟบ้างแล้ว

เรื่องราวของภาพยนตร์เรื่อง LIFE

LIFE เป็นภาพยนตร์แนวไซไฟวิทยาศาสตร์ที่ผสมความเป็นหนัง Thriller เข้าไปในตัว เป็นเรื่องราวของคณะสำรวจอวกาศคณะหนึ่ง ซึ่งมีลูกเรือ 6 คน ทั้งหมดถูกส่งไปสำรวจและวิจัยเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตบนอวกาศ และพวกเขาก็ได้พบกับสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งบนดาวอังคาร ซึ่งสิ่งมีชีวิตชนิดนั้นไม่รู้ว่ามันคือตัวอะไรกันแน่ แต่พวกเขาก็เลือกที่จะเก็บมันมาที่สถานีวิจัยเพื่อทำการทดลอง แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่า การตัดสินใจของะวกเขาครั้งนั้น ถือเป็นเรื่องที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง เพราะสิ่งมีชีวิตนั้นได้มีพัฒนาการที่น่ากลัว และได้ฆ่าพวกเขาทุกคน

LIFE หนังไซไฟ แต่ได้กลิ่นอายความเป็น Thriller

เมื่อพูดอย่างนี้คงไม่มีใครเชื่อ ว่าหนังไซไฟกับทริลเลอร์จะมาอยู่ในเรื่องเดียวกันได้อย่างไร แต่สำหรับเรื่องมันเป็นการผสมผสานระหว่าง 2 แนวหนังได้อย่างลงตัว ด้วยแกนหลักคือเรื่องของวิทยาศาสตร์ แต่การดำเนินเรื่องที่ต้องลุ้นแทบจะทุกตอนของเรื่อง แล้วไอเจ้าตัวประหลาดที่เรียกกันว่า Life นั้น ก็ช่างน่ากลัว สยดสยองเสียจริง เวลาดูต้องนั่งเกร็งว่ามันจะตามตัวเจอมั้ย เพราะด้วยความฉลาดของมันที่มนุษย์ก็คาดไม่ถึงว่ามันจะสามารถทำได้

จริง ๆ ต้นตอของเรื่องนี้มันเกิดจาก “การแหกกฎ” เพราะถ้าว่ากันตามหลักสากลในเรื่องของการสำรวจอวกาศ เขาก็ได้บอกไว้อยู่แล้วว่าห้ามเก็บสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวเข้ามา แต่กลุ่มของนักสำรวจในเรื่องก็แหกกฎ ทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โต หนังเรื่องนี้ถูกสร้างขึ้นโดยทาง Netflix เมื่อปี 2017 ด้วยความที่เป็นหนังวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ทำให้การกำกับ ตัดต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากอวกาศดูสมจริง รวมถึงการกำกับที่ทำให้คนดูลุ้นได้ทุกขณะ แล้วยิ่งตอนจบ หือ เรียกได้ว่าเป็นตอบจบแบบปลายเปิดที่ทำเอาคนดูถึงกับอ้าปากหวอเลยทีเดียว เพราะนอกจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่จับเจ้าสิ่งมีชีวิตนี้เข้ามาก็ถือว่าใหญ่หลวงแล้ว แต่การตัดสินใจของพระเอกในตอนจบนี่เรียกว่า พลาดมหาศาลเลยทีเดียว นี่ก็เป็นบทหักมุมของหนังแนวนี้ที่แตกต่างจากเรื่อง ที่ส่วนใหญ่พระเอกจะตัดสินใจแบบถูกต้อง แต่เรื่องนี้ไม่ใช่แบบนั้น การตัดสินใจของพระเอกก็เปรียบเสมือนมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่อาจจะออกหัวหรือก้อยก็ได้

วิดีโอตัวอย่างหนัง :

คะแนนรีวิว : 9.5/10

เครดิตภาพปกโดย whatsnewonnetflix

#รีวิว LIFE #หนังไซไฟทริลเลอร์ #หนังวิทยาศาสตร์