• Home
  • Archive by category "หนังดังในอดีต"

ชุดมังกรหยกเวอร์ชั่นที่เราอยากให้ท่านได้หามาชมกันมากที่สุด

นวนิยายกำลังภายในอิงประวัติศาสตร์โบราณที่เรารู้จักกันในชื่อนิยายชุดมังกรหยก ถือเป็นนวนิยายกำลังภายในระดับสุดยอดรังสรรค์จากปลายปากกาของกิมย้ง สุดยอดนักประพันธ์ชาวจีนและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ชื่อดังแห่งหนึ่งของประเทศจีน

โดยนวนิยายชุดมังกรหยกนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นนวนิยายที่สนุกที่สุดของนิยายที่กิมย้งได้แต่งมา อีกทั้งได้มีการนำมาดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์และซีรี่หรือละครเรื่องยาวให้ได้ชมบ่อยครั้งทุก 10 ปี กันเลยทีเดียว

เหตุผลก็เพราะว่านวนิยายในชุดเดียวกันนี้จะสามารถแบ่งเป็นหลายภาคด้วยกัน ในบทความนี้เราจึงอยากขอนำเสนอซีรีส์เรื่องยาวในชุดมังกรหยกเวอร์ชั่นที่เราคิดว่าสร้างได้สมบูรณ์แบบและค่อนข้างจะตรงกับต้นฉบับดั้งเดิมที่แฟนนิยายชื่นชอบกันมากที่สุดอันประกอบไปด้วย

8เทพอสูรมังกรฟ้า 1995

เป็นซีรีย์ที่นิยมนำไปสร้างภาพยนตร์และละครทีวีมาแล้วหลายครั้ง ในปัจจุบันก็มีเวอร์ชั่นใหม่มาให้ชมเรื่อยๆอย่างไรก็ตามนวนิยายเรื่องนี้มันมีปัญหาอยู่อย่างหนึ่งนั่นก็คือ แฟนๆค่อนข้างจะชอบ   

ชุดมังกรหยกเวอร์ชั่นที่เราอยากให้ท่านได้หามาชมกันมากที่สุด

นวนิยายในเวอร์ชั่นดั้งเดิมที่แม่นางหวังสุดท้ายก็เห็นในความรักจริงใจของคุณชายต้วนอี้  ทิ้งมู่หยงฟูและมารักกับคุณชายต้วนอี้แทน ซึ่งก็ถือว่าจบได้ดีเป็นตัวแทนของผู้ที่ทุ่มเทให้กับความรักอย่างบริสุทธิ์ใจเสมอมาย่อมได้สิ่งดีๆตอบแทน

หากแต่ในไม่กี่ปีก่อนกิมย้งจะล่วงลับไป ก็ได้มีการแก้ไขบทประพันธ์ของตนเองในส่วนนี้ให้สุดท้ายแล้วแม่นางหวัง ย้อนกลับไปดูแลมู่หยงฟู่ที่เป็นบ้าไปแทนประมาณว่าเป็นหญิงที่รักมั่นใจเดียวอะไรแบบนั้น ซึ่งแฟนนิยายไม่ค่อยจะชอบกับการลงเอยแบบนี้สักเท่าไหร่

สำหรับซีรีส์ในเวอร์ชั่น 1995 หรือว่าแต่งตามต้นฉบับนิยายดั้งเดิม และนักแสดงเป็นเฉียวฟง ตัวดำเนินเรื่องและพระเอกหลักอีก 1 คน ของเรื่องนั่นก็คือหวงเย่อหัว ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักแสดงที่แสดงบทนี้ได้ดีที่สุดแล้วในเวอร์ชันต่อๆมาเองก็ยังไม่มีใครแสดงได้ดีเท่าเขากับบทนี้

มังกรหยก 2003

ชุดมังกรหยกเวอร์ชั่นที่เราอยากให้ท่านได้หามาชมกันมากที่สุด

มังกรหยก 2003 ถือเป็นอีกเวอร์ชั่นหนึ่งที่เราอยากให้ท่านผู้อ่านได้ไปติดตามหาซีรีส์ชุดนี้มาชม พระเอกจะหน้าตาไม่หล่อสักเท่าไหร่หรอกจะดูซื่อๆ ซึ่งเข้ากับลักษณะท่าทางและนิสัยของก้วยเจ๋ง พระเอกของเราในภาคแรกเป็นอย่างมาก

เนื้อหาค่อนข้างจะตรงตามบทประพันธ์มากที่สุดไม่ค่อยดัดแปลงจนทำให้ผู้ชมปวดหัว แถมการแสดงบทต่อสู้ที่เน้นกระบวนท่าทางต่างๆ พลิกแพลงให้เราชมภาพยนตร์กำลังภายในแท้ๆ

เอฟเฟคพอประมาณไม่เหมือนเวอร์ชั่นปัจจุบันที่เน้นแสงสีเสียงเข้าช่วยจนกลายเป็นยอดมนุษย์ยืนปล่อยพลังกันเฉยๆไม่มีกระบวนท่าต่อสู้อันเป็นเสน่ห์ของภาพยนตร์กำลังภายในเหลืออยู่เลย

ทำให้มังกรหยกเวอร์ชั่นนี้เป็นเวอร์ชั่นที่เราอยากให้ท่านได้มีโอกาสชมมากที่สุด เพลงก็เพราะนางเอกก็น่ารักด้วย

มังกรหยก ภาค 2 ปี 2006

สำหรับความดีงามของมังกรหยกภาค 2 เวอร์ชั่นนี้อยู่ที่ตัวนางเอกนั่นก็คือ เซียวเล้งนึ่ง ที่รับบทโดย หลิวอี้เฟย ซึ่งในตอนนั้นยังถือว่าเป็นนักแสดงนางเอกสาวดาวรุ่งหน้าใหม่ และถูกกล่าวหาว่าเธอแสดงได้แข็งทื่อและไร้จิตวิญญาณมาก

ชุดมังกรหยกเวอร์ชั่นที่เราอยากให้ท่านได้หามาชมกันมากที่สุด

แต่น่าแปลกที่พอมารับบทนี้ ซึ่งเซียวเหล่งนึ่งจะต้องมีลักษณะนิสัยที่เย็นชาในช่วงแรกของการดำเนินเลือก กลับดูเข้ากันเป็นอย่างมากและทำให้เธอโด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้

ความเคลื่อนไหวของวงการหนัง ภาพยนต์ แนะนำหนังดี หนังน่าดู รีวิวหนังใหม่ ให้คอหนังได้ติดตามอัพเดตตลอด รวมถึงข่าวดารา นักแสดง พร้อมทุกสัปดาห์ก่อนตายต้องได้ดู!  #ข่าวดารา  #ข่าวเด่นประเด็นร้อน  #รีวิวหนังใหม่  #หนังดังในอดีต   #karc.us #ชุดมังกรหยกเวอร์ชั่นที่หยิบยกมาให้ชม

ก่อนที่ Sonic The HeadDog จะเข้าโรงเราลองมาย้อนดูหนังที่สร้างจากเกมกัน

หลังจากที่ตัวอย่างแรกถูกปล่อยมาก็ทำให้แฟนคลับนั้นได้กับมายิ้มได้อีกครั้งเพราะว่าตัวอย่างแรกที่ถูกปล่อยออกมาของเจ้าเม่นสายฟ้าที่เราคุ้นเคยกันในเกม แต่ในฉบับภาพยนตร์มันดันไม่เหมือนตัวที่เรารู้จักซะนิ

นั้นจึงทำให้ทีมงาตกเป็นเหยื่อรับกรรมที่รับคำวิจารญ์จากแฟน ๆ และไปแก้โมเดลของเจ้าเม่นสายฟ้าใหม่กันเลยทีเดียว

แต่วันนี้เราจะไม่ได้มาพูดแค่เรื่องเจ้าเม่นขนฟ้าที่มีความระดับสูงหรอกนะครับแต่เราจะมาย้อนรอยว่าหนังที่สร้างจากเกมนั้นมีหนังอะไรบ้าง เราลองมาชมกันดีกว่า

Tomd Raider (2001)

ก่อนที่ Sonic The HeadDog จะเข้าโรงเราลองมาย้อนดูหนังที่สร้างจากเกมกัน

               หากใครเคยดูอินเดียน่าโจนละก็เรื่องนี้เป็นอะไรที่คล้ายๆ กันมากแค่เปลี่ยนจากเพศชายมาเป็นเพศหญิงเท่านั้น โดยในเกมจะมีตัวละครหลักอย่าง ลาล่า  คอฟ หญิงสาวสุดแกร่งที่ออกตะเวนไปทั่วโลกเพื่ออกหาสมบัติต่าง ๆ 

ซึ่งหากใครยังไม่เคยเล่นเกมลองเล่นดูได้ครับสนุกมาก ส่วนหนังก็จะใช้เนื้อเรื่องในเกมเป้นตัวดำเนินเรื่องด้วยเช่น

Warcraft (2016)

ก่อนที่ Sonic The HeadDog จะเข้าโรงเราลองมาย้อนดูหนังที่สร้างจากเกมกัน

               อีกหนึ่งหนังที่สร้างจากเกมในตำนานอย่าง  Warcraft สุดยอดเกมในตำนานที่เด็กยุค 90 ต้องรู้จักโดยตัวเกมนั้นจะเป็นการเล่นแนวสร้างฐานทำลายฝ่ายตรงข้ามซึ่งหนังงที่ออกมาอาจจะมีการเปลี่ยนพล็อตเรื่องเล็กน้อยจากตัวเกมด้วยนะครับ

Doom

ก่อนที่ Sonic The HeadDog จะเข้าโรงเราลองมาย้อนดูหนังที่สร้างจากเกมกัน

               เกมแนวเดินหน้ายิงที่มีมารตั้งแต่อดีตที่มีฐานผู้เล่นแฟนคลับเยอะมากโยตัวเกมจะเป้นแนวยิง มุมมองบุคลที่หนึ่ง ให้เราได้ยิงฆ่าศัตรูตรงหน้าด้วยความ ดิบ เถื่อน ซึ่งหนังที่ทำออกมาก็แสดงความเป็น Doom ได้ดีพอสมควร

Resident Evil: Resident Evil

ก่อนที่ Sonic The HeadDog จะเข้าโรงเราลองมาย้อนดูหนังที่สร้างจากเกมกัน

               สุดยอดเกมในตำนานอีกหนึ่งเกมที่มาจำนวนภาคที่เยอะมากทั้งฉบับหนังและเกม โดยหนังเรื่องนี้จะนำเอาเกมมาดัดแปลงและใส่เนื้อเรื่องเข้าไปใหม่บ้างทำให้คนที่เล่นเกมมาแล้วพอมาดูหนังก็ยังงเดาไม่ถูกเหมือนกันว่าฉากต่อไปจะเป็นอย่างไง ?

               และนี้เป็นเพียงหนังบางส่วนที่สร้างจากเกม ซึ่งเอาจริง ๆ มีเยอะกว่านี้อีกนะครับ โดยหากใครอยากลองดูก็หาซื้อแผ่นมาดูได้แลย

และอีกไม่นานเราก็จะได้เห็นหนังอีกเรื่องที่สร้างจากเกมด้วยนั้นคือ Sonic The HeadDog หนังอีกหนึ่งเรื่องที่สร้างมาจากเกมนั้นเอง

ความเคลื่อนไหวของวงการหนัง ภาพยนต์ แนะนำหนังดี หนังน่าดู รีวิวหนังใหม่ ให้คอหนังได้ติดตามอัพเดตตลอด รวมถึงข่าวดารา นักแสดง พร้อมทุกสัปดาห์ก่อนตายต้องได้ดู!  #ข่าวดารา  #ข่าวเด่นประเด็นร้อน  #รีวิวหนังใหม่  #หนังดังในอดีต   #karc.us #หนังที่สร้างจากเกม

เล่าถึงภาพยนตร์ที่ทำให้โลกแฟชั่น “Devil wears Prada”

เรื่องราวของโลกแฟชั่นถูกนำมาจารึกไว้ในแผ่นฟิลม์ เพื่อบอกให้รู้ว่าแฟชั่น

เล่าถึงภาพยนตร์ที่ทำให้โลกแฟชั่น “Devil wears Prada”

มันเป็นอะไรมากกว่าที่ทุกคนคิดนะ เจาะลึกเบื้องหลังการทำงานของวงการแฟชั่นที่ ตคนส่วนมากจะมองว่าเป็นเรื่องเปลือกนอก แต่จริงๆ แล้ว แฟชั่นนั้นสามารถบ่งบอกได้ถึงจิตวิญญาณและตัวตนของเราได้มากกว่าที่เห็นแค่สิ่งหอบหุ้มร่างกาย

หนังเรื่องนี้มีชื่อว่า “Devil wears Prada” หรือในภาษาไทยจะชื่อว่า “นางมารสวมปราด้า” จากชื่อก็รู้แล้วว่าต้องเข้มข้น ต้องมีความร้ายกาจ ในมาดผู้ดีที่สวมรองเท้าแบรนด์ดังอย่างปราด้าอย่างแน่นอน ภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้รับนักแสดงมารับบทนำ

ฟาดฟันฝีมือกันโดยการันตีผลงานด้วยรางวัลออสการ์อย่าง เมอริล สตรีป (Meryl Streep) และ แอน แฮทเวย์ (Anne Hathaway) งานนี้เรียกว่าขนคนคุณภาพในวงการบันเทิงฮอลลีวูดมาอย่างล้นหลาม

ในภาพยนตร์เรื่องนี้เราจะได้เห็นเบื้องหลังการทำงานของนิตยสารหัวดัง หัวใหญ่ที่สุดในสายแฟชั่นของอเมริกานามว่า RUNWAY ที่มีฐานทัพตั้งอยู่ที่มหานครนิวยอร์ก ที่เด็ดที่สุดตัวชูโรงของเรื่องก็คงหนีไม่พ้นบทนำอย่าง บ.ก. นิตยสารแห่งนี้ที่ชื่อว่า มิแรนด้า เพรสลี่ ที่คร่ำหวอดในวงการแฟชั่น ที่เหล่าดีไซเนอร์ต้องขนหัวลุกเป็นแถวเมื่อนางไปเยือนห้องเสื้อหรือรันเวย์

เล่าถึงภาพยนตร์ที่ทำให้โลกแฟชั่น “Devil wears Prada”

เรื่องราวดำเนินขึ้นหลังจากที่นางเอกของเรื่องได้จับพลัดจับผลูบังเอิญเข้ามาทำงานที่นิตยสารแห่งนี้ แต่ด้วยตัวตนและความชอบของเธอที่ไม่ได้เข้ากับวงการแฟชั่นเลยทำให้เส้นทางการทำงานไม่ค่อยสู้ดีนัก จนถึงเหตุการณ์สำคัญที่เป็นจุดเปลี่ยนของเธอทำให้เธอหลงใหลในแฟชั่นมากขึ้น เริ่มจากการแต่งตัว

จะบอกว่าฉากเปลี่ยนชุดตามท้องถนน และ สถานที่ในนิวยอร์คนั้น ทำออกมาได้ดีมาก จังหวะดี ทำให้เกิดความรู้สึกว้าวได้เลย ต้องไปดูฉากนี้ให้ได้นะทุกคน เป็นฉาก iconic ของเรื่องเลยแหละ ตัวนางเอกต้องทำงานเสมือนเป็นเลขา 24 ชั่วโมงของมิแรนด้า เลยทำให้เธอไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเลย จนกระทั่งเกิดเรื่องที่ทหใฟ้เธอต้องเลือกระหว่างงานใน

เล่าถึงภาพยนตร์ที่ทำให้โลกแฟชั่น “Devil wears Prada”

เรื่องราวดำเนินขึ้นหลังจากที่นางเอกของเรื่องได้จับพลัดจับผลูบังเอิญเข้ามาทำงานที่นิตยสารแห่งนี้ แต่ด้วยตัวตนและความชอบของเธอที่ไม่ได้เข้ากับวงการแฟชั่นเลยทำให้เส้นทางการทำงานไม่ค่อยสู้ดีนัก จนถึงเหตุการณ์สำคัญที่เป็นจุดเปลี่ยนของเธอทำให้เธอหลงใหลในแฟชั่นมากขึ้น เริ่มจากการแต่งตัว

จะบอกว่าฉากเปลี่ยนชุดตามท้องถนน และ สถานที่ในนิวยอร์คนั้น ทำออกมาได้ดีมาก จังหวะดี ทำให้เกิดความรู้สึกว้าวได้เลย ต้องไปดูฉากนี้ให้ได้นะทุกคน เป็นฉาก iconic ของเรื่องเลยแหละ ตัวนางเอกต้องทำงานเสมือนเป็นเลขา 24 ชั่วโมงของมิแรนด้า เลยทำให้เธอไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเลย จนกระทั่งเกิดเรื่องที่ทหใฟ้เธอต้องเลือกระหว่างงานใน

วงการแฟชั่นที่ทำให้หน้าที่การงาน และ หน้าตาในสังคมเพิ่มพูนมากขึ้น หรือกับอีกทางกลับไปอยู่กับตัวตนของตัวเองและทิ้งเส้นทางสายอาชีพนี้ไว้  จะบอกว่าตอนจบนั้นซึ้งมาก เรียกได้ว่ามีน้ำตาได้เลยล่ะ สำหรับคนที่ชอบสายแฟชั่นอยู่แล้ว เรื่องนี้รัยรองว่าจะเป็นหนังที่ขึ้นหิ้งในใจพวกคุณเลยแหละ และจะต้องแนะนำต่อเพื่อนๆอย่างแน่นอน..

เล่าถึงภาพยนตร์ที่ทำให้โลกแฟชั่น “Devil wears Prada”

เครดิตรูปภาพ : marieclaire.co.uk / youtube.com

 ความเคลื่อนไหวของวงการหนัง ภาพยนต์ แนะนำหนังดี หนังน่าดู รีวิวหนังใหม่ ให้คอหนังได้ติดตามอัพเดตตลอด รวมถึงข่าวดารา นักแสดง พร้อมทุกสัปดาห์#ก่อนตายต้องได้ดู! , #ข่าวดารา , #ข่าวเด่นประเด็นร้อน , #รีวิวหนังใหม่ , #หนังดังในอดีต ,  #karc.us,

ตำนานหนัง “ไอ้หนุ่ม” ที่โลกต้องจดจำ

สำหรับนักชมภาพยนตร์ในยุคสมัยใหม่อาจจะเคยชินกับภาพยนตร์แนวเทคนิคภาพไซไฟสวยงาม มากกว่าจะเน้นการใช้ศักยภาพของนักแสดง

หากแต่ถ้าย้อนกลับไปยังยุคอดีตเมื่อปี 70-80 ในสมัยที่เทคนิคการถ่ายทำยังไม่เจริญเท่าทุกวันนี้ และไม่มีภาพยนตร์จากฝรั่งเข้ามาตีตลาดมากแบบทุกวัน ภาพยนตร์จากเกาะฮ่องกงนั้นเป็นผู้ที่ครองตลาดเอเชียย่างแท้จริง โดยเฉพาะแนวหมัดมวยที่เรียกกันว่าหนังตระกูล “ไอ้หนุ่ม” ที่นักแสดงต้องโชว์ศักยภาพการชกต่อยมวยออกมาอย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งเราอย่างแนะนำ 5 เรื่อง ที่ท่านไม่ควรพลาดดังนี้

1.The Big Boss (1971) ไอ้หนุ่มซินตึ้ง

สุดยอดภาพยนตร์แนวปลุกใจรักชาติของชนชาวจีน นำแสดงโดย บรู๊ซลี สุดยอดดารานักบู๊กังฟูจีน ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นภาพยนตร์ดังยักษ์ใหญ่ของเขาเรื่องแรกที่ได้มีโอกาสแสดงนำ และยังถ่ายทำในประเทศไทยหมดทั้งเรื่อง โดยกล่าวถึง เฉาอัน หนุ่มชาวจีนที่ข้ามน้ำข้ามทะเลตามมาทำงานที่ประเทศไทยกับญาติ หากแต่กลับต้องมาพบกับพ่อผู้ทรงอิทธิพล และสุดยอดวิทยายุทธ์รังแกจนเขาอดทนไม่ได้ต้องต่อสู้เพื่อทวงความเป็นธรรม

The Big Boss

2. Fist of Fury (1972) ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง…ล้างแค้น

            สุดยอดภาพยนตร์แนวปลุกใจรักชาติของชนชาวจีนอีกเรื่องที่นำแสดงโดย บรู๊ซลี และน่าจะดังที่สุดเรื่องหนึ่งแล้ว โดยบอกเล่าถึง เฉินเฉิน (บางเวอร์ชั่นออกเสียงเป็นเฉินเจิน) ที่อาจารย์ของเขาฮั๋วหยวนเจี๋ยสุดยอดนักสู้จีนได้เสียชีวิตลงเพราะถูกวางยาในยุคสมัยที่กองทัพญี่ปุ่นเข้ามามีอิทธิพลในจีน เขาจึงกลับสำนักมาเพื่อสืบหาความจริง และต้องพบว่าเป็นฝีมือของสำนักฝึกยุทธ์จากประเทศญี่ปุ่น เขาจึงต้องต่อสู้เพื่อพิสูจน์คำพูดที่ว่า “คนจีนไม่ใช่ขี้โรคเอเชีย” เรื่องนี้ดด่งดังมากขนาดที่ถูกนำมาสร้างใหม่อีกหลายครั้งไม่ว่าจะเป็น Fist Of Legend (1994) ไอ้หนุ่มซินตึ้ง หัวใจผงาดฟ้า ที่แสดงโดย หลี่ เหลียนเจี๋ย และ Fist of Fury (1995) ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง มังกรผงาดฟ้า ซึ่งเป็นละครซีรี่ย์

Fist of Fury

3. Snake In The Eagle’s Shadow (1978) ไอ้หนุ่มพันมือ

          ภาพยนตร์กังฟูเรื่องแรก ๆ ที่สร้างชื่อให้กับเฉินหลงเมื่อครั้งวัยละอ่อน กล่าวถึงเจ้าหนุ่มคนหนึ่งที่ไม่มีเงินเรียนวิชาแต่แอบดูสำนักฝึกวิชาต่อสู้เขาฝึกเอาจนถูกจับได้และจับมาทำกระสอบทราย จนเวลาต่อมาเขาได้ไปพบขอทานปริศนาแท้ที่จริงกลับพบว่าเขาเป็นสุดยอดจอมยุทธ์ที่ยอมถ่ายทอดวิชาหมัดมวยให้กับเด็กหนุ่ม

Snake In The Eagle’s Shadow

4. Drunken Master (1978) ไอ้หนุ่มหมัดเมา

            ว่าด้วยชีวิตวัยหนุ่มของจอมยุทธ์ชื่อดังที่เรารู้จักกันดีว่าเป็นอาจารย์มวยผู้เคร่งขรึมนั้นก็คือ “หวงเฟยหงสื” แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่าแท้ที่จริงแล้ว เขาเป็นคนที่แสนจะขี้เล่นและซนเอามาก ๆ ในวัยเด็กหนุ่ม จน “หวงฉีอิง” พ่อของเข้าตัดสินใจเชิญ “ยาจงซู” มาช่วยสั่งสอนแทน แต่หวงเฟยหงส์ก็หนีออกจากบ้านไป แต่สุดท้ายเขาก็ไปพ่ายแพ้ให้กับศัตรูจนยอมกลับมาฝึกวิชาหมัดเมากับยาจงซูจนเอาชนะศัตรูได้ในที่สุด

Drunken Master

5. The Magnificent Butcher (1979) ไอ้หนุ่มหมูหิน

            สุดยอดผลงานของดาราหุ่นไม่ให้แต่ดันเป็นสุดยอดนักบู๊ “หงส์จินเป่า”

The Magnificent Butcher

เครติดรูปภาพ : youtube,com

ความเคลื่อนไหวของวงการหนัง ภาพยนต์ แนะนำหนังดี หนังน่าดู รีวิวหนังใหม่ ให้คอหนังได้ติดตามอัพเดตตลอด รวมถึงข่าวดารา นักแสดง พร้อมทุกสัปดาห์#ก่อนตายต้องได้ดู! , #ข่าวดารา , #ข่าวเด่นประเด็นร้อน , #รีวิวหนังใหม่ , #หนังดังในอดีต ,  #karc.us,

ชวนคุย Idiocracy อัจฉริยะผ่าโลกเพี้ยน (2006) เมื่อคนไม่ฉลาดมาเจอโลกที่คนมีความรู้น้อยกว่า

เมื่อโลกในอนาคต ของเรานั้นไม่เหมือนที่หวังไว้ เพราะโลกที่ไปใกลกันทำให้สิ่งอำนวยความสะดวกนั้นมากขึ้น แต่คนกลับเรานั้นถอยหลังลงและวันนี้ผมจะมาชวนคุยหนังสนุกที่ไม่ได้มีแต่เสียงฮา แต่ยังมีข้อคิดสอดแทรกไว้เยอะแยะมากมายกับ Idiocracy อัจฉริยะผ่าโลกเพี้ยน กันครับ

หนังดีที่ไม่ดีแต่เสียงฮา  - Karc.us
หนังดีที่ไม่ดีแต่เสียงฮา – Karc.us

หนังดีที่ไม่ดีแต่เสียงฮา

  ตัวหนังจะโฟกัสไปยังอนคตในปี 500 ปี ข้างหน้าที่โลกของเราเปลี่ยนไปหมด เมื่อตัวเองของเราที่เป็นเพียงคนธรรมดาในโลกปัจจุบัน ที่ประกอบอาชีพทหาร และถูกคัดเลือกให้ไปทดลองเก็บรักษามนุษย์ไว้ 1 ปี แต่หากเขาตื่นขึ้นมากลับไม่ใช่อย่างงั้น เมื่อตื่นขึ้นมามันดันใกลกว่า 1 ปี และมันไปใกลมาก  ใกลถึง 500 ปี เลยทีเดียว 
ซึ่งหนังไม่ได้มีแค่ คสามตลกอย่างเดียวเพราะตัวหนังยังจิกกัดสังคมของเราโดยการให้ตัวเอกไปโผล่ในที่ทุกคนมีเทคโนโลยีที่เอื้ออำนวยกันมาก0เกินจนทำให้พระเอกของเรื่องเรากลายเป็นคนฉลาดขึ้นมาทันที

ผลกระทบที่เลวร้ายมากกว่าที่คิด

เมื่อโลกของพระเอกที่เราไปโผล่เป็นโลกของคนไม่ฉลาด  ทำให้โลกนั้นมีแต่คามเละเทะ การบริหารที่ไม่มีความยุติธรรม พืชไร่ที่เสียหาย เรียกง่าย ๆ ว่าทำให้โลกเราเข้าสู่สภาวะเข้าขั้นล้มเหลวเพราะการบริหารที่เรียกว่า มันหมักหมมไม่มีการแก้ไข และปัญหาระดับชาติที่มีอีกมาย เอาจริง ๆ มันสะท้อนสังคมการเป็นผู้นำได้แล้วนะครับว่าการที่ผู้นำเป็นคนยังไงผู้ตามจะมีชีวิตอย่างไงเอาจริง ๆ มันเหมือนเรื่องตลกในคราบน้ำตามากเลยนะครับว่าการที่เราจะตามใครสักคน เนี่ยหากว่าผู้นำมันไม่ดีพอผู้ตามจะพากันล้มแน่นอน

ผลกระทบที่เลวร้ายมากกว่าที่คิด - Karc.us
ผลกระทบที่เลวร้ายมากกว่าที่คิด – Karc.us

เรื่องนี้ต้องการสื่ออะไร

ความต้องการเรื่องที่ต้องการสื่อ คือ การที่คนเราควรมีความรู้ไว้นั้นดีที่สุด ไม่ต้องจำเป็นต้องรู้เยอะมากมายแต่ต้องรู้พอเป็นการใช้ชีวิต ไม่ใช่ว่าไม่รู้อะไรเลย  ยิ่งถ้าผู้นำที่บริหารไม่ดี ไม่มีความรู้อย่างในหนังแล้วละก็จะทำให้ประเทศล่มจมได้เลยนะครับ ในหนังยังดีที่เราได้ตัวเอกมาช่วยในงานบริหารจนเป็นนายก แต่ถ้าหากโลกความจริงไม่มีงั้นละครับใครจะเป็นคนบริหารอย่างตัวเอกของเราละครับ

 ข่าวความเคลื่อนไหวของวงการหนัง วงการภาพยนต์ แนะนำหนังดี แนะนำหนังน่าดู รีวิวหนังใหม่ ให้คอหนังได้ติดตามอัพเดตตลอด รวมถึงข่าวดารา นักแสดง รวบรวมประเด็นที่ห้ามพลาด พร้อมทุกสัปดาห์

#ก่อนตายต้องได้ดู! #ข่าวดารา #ข่าวเด่นประเด็นร้อน #รีวิวหนังใหม่ #หนังดังในอดีต , #karc.us

5 เรื่องของดาวตลกวายร้ายของ joker กว่าจะมาเป็น joker

ต้องบอกว่าเป็นที่ฮือฮาและเป็นกระแสอย่างมากครับสำหรับตัวลก Joker ในปี 2019 ในภาคของผู้กำกับ ทอดด์ ฟิลลิปส์ และนักแสดงนำอย่าง วาคคีน ฟินิกซ์  ซึ่งตอนนี้ได้เข้าชิงออสการ์ไปเรียบร้อยร้อยแล้ว
แต่ก่อนจะผ่านออสการ์มาหนังรอบปฐมทัศน์ที่ได้ไปฉายที่เวนิสในเทศกาลหนังก็ได้รับการยืนปรบมืออันยาวนานถึง 8 นาที ก่อนจะคว้ารางวัลสูงสุดของเทศกาลหนังไปครอง (สิงโตทองคำ) ท่ามกลางความเห็นด้วยและยินดี แต่คุณรู้ไหมครับว่ากว่าจะมาเป็น Joker นี้ เขามีประวัติมายาวนานขนาดไหน

แรงบันดาลใจหนังขาว-ดำ

โจ๊กเกอร์ถูกคิดและเขียนโดยสุดยอดผู้สร้างแห่ง DC บ็อบ เคน และ บิลฟังเกอร์ ( และเจอร์รี่ โรบินสัน) โดยก่อนจะมาเป็น นำ Joker ได้มีแรงบันดาลใจมาจาก กวินเพล ในหนังเงียบขาวดำ เรื่อง The Man who Laugh (2018)

ปรากกฎตัวครั้งแรก เมษายน 1940

ม่านการแสดงความโหดร้ายของเจ้าตัวตลกถูกเปิดฉากขึ้นในปี 1940  โดยปรากกฎตัวในฐสนะอาชญากรใจโหด ผู้ใช้สารพิษสังหารเหยื่อในสภาพแสยะยิ้มอย่างสยอง โดยยังไม่มีการเล่าความเป็นมาของตัวตลกสุดโฉดตัวนี้เลย

เปิดประวัติในปี 1998

Joker ถูกเล่าประวัติขึ้นครั้งแรกใรปี 1998 ในคอมิกส์ BatMan:The Killing Joke (1998) โดยเล่าว่าเขาเป็นวิศกรในโรงานเคมีที่หาเช้ากินค่ำมาก่อน แล้วผันตัวเองสู่วงการตลก แต่ดันเล่นมุขแป้กไม่มีใครขำมุขของเขาสักคน  แม้แต่ตัวเขาเอง จนสุดท้ายงานสุจริตไปไม่รอดกก็ต้องไปอีกทาง สวมฮู้ดแดง บุกเข้าไปในโรงงานสารเคมีที่เขาเคยทำเพื่อไปปล้น แต่ปะทะกับแบทแมนจนพลาดท่าตกไปในบ่อสารเคมี ทำให้จิตใจและร่างกายของเขาไม่สมบูรณ์อีกต่อไปจนกลายเป็นวัน Joker อย่างที่เราเห็นทุกวันนี้

มีการเปิดเผยชื่อเพียง 2 ครั้ง

โดยการเปิดเผยชื่อของโจ๊กเกอร์มีเพียงการเปิดเผยแค่ 2 ครั้ง และเป็นชื่อที่ไม่ตรงกันทั้งสองชื่อด้วยนั้นคือ  แจ๊ก เนปเปียร์ จาก The Batman (1989) และ อาร์เธอร์ เฟลค จาก The joker (2019

 แจ๊คนิโคสัน (Batman 1989) ฮีธ เลดเจอร์ (The Dark Knight 2008) ที่เสียชีวิตไปแล้ว และ จาเร็ด เลโต ( Suicde Suqad 2016 ) - Karc.us
แจ๊คนิโคสัน (Batman 1989) ฮีธ เลดเจอร์ (The Dark Knight 2008) ที่เสียชีวิตไปแล้ว และ จาเร็ด เลโต ( Suicde Suqad 2016 ) – Karc.us
Joker ในโลกของภาพยนตร์

โจ๊กเกอร์ในโลกภาพยนตร์นั้นมีด้วยกัน ถึง 5 คนมาแล้วนับจากปี 1966-2019  โดยมี เซซ่า โรเมโร่ จาก ( Batman, Tv 1966 ) ซึ่งแฟนคอมิกส์ ต่างลงความเห็นว่านี้คือโจ๊กเกอร์ใกล้เคียงกับหน้ากระดาษที่สุด  แจ๊คนิโคสัน (Batman 1989)

ฮีธ เลดเจอร์ (The Dark Knight 2008) - Karc.us
ฮีธ เลดเจอร์ (The Dark Knight 2008) – Karc.us

ฮีธ เลดเจอร์ (The Dark Knight 2008) ที่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งนี้แฟน ๆ หนัง และแฟนคอมิกส์ ต่างเทใจให้กับ Joker ในฉบับนี้จนได้ชื่อ โจ๊กเกอร์ที่ดีที่สุดตลอดกาล
  จาเร็ด เลโต ( Suicde Suqad 2016 )  และ วาคีน ฟินิกซ์ ( Thejoker 2019 )

วาคีน ฟินิกซ์ ( Thejoker 2019 ) - Karc.us
วาคีน ฟินิกซ์ ( Thejoker 2019 ) – Karc.us

  ข่าวความเคลื่อนไหวของวงการหนัง วงการภาพยนต์ แนะนำหนังดี แนะนำหนังน่าดู รีวิวหนังใหม่ ให้คอหนังได้ติดตามอัพเดตตลอด รวมถึงข่าวดารา นักแสดง รวบรวมประเด็นที่ห้ามพลาด พร้อมทุกสัปดาห์

#ก่อนตายต้องได้ดู! #ข่าวดารา #ข่าวเด่นประเด็นร้อน #รีวิวหนังใหม่ #หนังดังในอดีต , #karc.us

เจาะลึกชัด ๆ สาเหตุทำไม Captain America Endgame ถึงแพ้ให้กับตัวเองใน 2012

Avenger infinity war  สงครามระดับจักวาลระหว่าง Thanos และ  Avenger  ซึ่งผลของสงครามนั้นเทพเจ้ามันม่วง Thanos นั้นสามารถเอาชนะเหล่า Avenger ลงได้และได้ทำ Snap คนให้หายไปครึ่งจักวาล
และต่อมาใน Avenger end game ที่เล่าถึงโลกที่ผ่านไป 5 ปีหลังจากการหายตัวไปของประชากรครึ่งจักวาล  ก็ได้มีคิดทฤษฎีการย้อนเวลาผ่านมิติควอนตัม เพื่อรวมรวบมณีทั้งหมดก่อนที่ Thanos จะรวบรวมได้ และวิธีนี้เองทำให้  Captain America ของเรานั้นพบกับตัวเองใน 2012

 Avenger Endgame (Captain VS Captain) - Karc.us
Avenger Endgame (Captain VS Captain) – Karc.us

ในตอนนั้น Captain America, Iron Man (Robert Downey Jr.), Ant-Man (Paul Rudd) และ Bruce Banner (Mark Ruffalo) ได้ย้อนเวลากลับไปยัง New York ในปี 2012 เพื่อนำเอา Mind Stone กลับไปแก้ไขเหตุการณ์ Snap จากการดีดนิ้วของ Thanos  
แต่ตัวเขาเองดันพลาดท่าเจอกับตัวเองในตอนนั้นและเกือบเสียท่าให้กับตัวเองเพราะอะไรกันทั้ง ๆ ที่เขาควรชนะแบบง่ายดาย แต่กลับโดนตัวเองในปี 2012 เล่นงานเอาได้

สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปในระหว่างตัวละครนี้นั้นคือตัวเขาเริ่มค่อย ๆ ไม่ค่อยมีระเบียบไม่เหมือนตัวเองแต่ก่อนที่มีระเบียบของทหาร และความคิดและอารมณ์ของตัวเขาในปัจจุบันและมุมมองของเขาที่เจอโลกมามากขึ้นอาจจะส่งผลให้การแสดงออกของเขาเปลี่ยนไป
ซึ่งต่างจากตัวเองในปี 2012 ที่มีความความเป็นทหารอยู่เต็มตัว และยังอยู่ในช่วงปลายสงครามกับโลกิมาด้วย จึงทำให้ความดุดัน ความเป็นทหาร และมีความเป็นนักรบมากกว่า หรือถ้าจะให้เดาอีกทางเซลล์ Super Soldier ของตัวเขาจะเสื่อมสภาพลงตามกาลเวลา

สาเหตุทำไม Captain America Endgame ถึงแพ้ให้กับตัวเอง - Karc.us
สาเหตุทำไม Captain America Endgame ถึงแพ้ให้กับตัวเอง – Karc.us

อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญคือ “ประสบการณ์ต่อสู้”  ถึงแม้ว่า Captain America Endgame จะผ่านการต่อสู้มามากมายแต่ เหตุการณ์ที่เขาเจอในปัจจุบันอาจจะทำใหตัวเขาไม่มีความกระตือรือร้น หรือความอยากสู้ เลยแม้แต่น้อยซึ่งต่างจากตัวเขาในปี 2012 ที่คิดว่า Cap ในปัจจุบันเป็นศัตรูแบบ 100 %  จึงทำ

อย่างไรก็ตามเราไม่มีข้อมูล และอะไรที่แน่ชัดเลยที่บ่งบอกว่าทำไม Captain America Endgame ถึงแพ้ให้กับตัวเองในปี 2012 เพราะการเดินทางของเขานั้นมีช่วงระยะเวลาที่ยาวนาน จึงทำให้เราไม่รู้มีอะไรบ้างที่ส่งผลต่อความคิดและความรู้สึกของเขา ซึ่งการที่ตัวเขาใช้ไม้ตายสุดท้ายโดยการพูดถึง ‘Bucky’ และตัวเขาในปี 2012 ยังไม่มีประสบการณ์ความคิดที่ไม่ดีพอ และประสบการณ์ต่อสู้ที่น้อยจึงทำให้เขาเอาตัวรอดมาจากสถาณการ์นี้ได้

ข่าวความเคลื่อนไหวของวงการหนัง วงการภาพยนต์ แนะนำหนังดี แนะนำหนังน่าดู รีวิวหนังใหม่ ให้คอหนังได้ติดตามอัพเดตตลอด รวมถึงข่าวดารา นักแสดง รวบรวมประเด็นที่ห้ามพลาด พร้อมทุกสัปดาห์

#ก่อนตายต้องได้ดู! #ข่าวดารา #ข่าวเด่นประเด็นร้อน #รีวิวหนังใหม่ #หนังดังในอดีต , #karc.us

รีวิวภาพยนตร์ Black Christmas คริสต์มาสเชือด

สำหรับในปี 2019 นี้ เป็นปีที่เรื่องงราวการทวงสิทธิสตรีนั้นขึ้นมาเป็นกระแสสังคม ด้วยการสร้างตัวละครผู้หญิงสุดแกร่ง เพื่อนหญิงพลังหญิง สุดเท่ โดย Black Christmas ในปี 2019 นี้ไม่ใช่เรื่องแรก เพราะก่อนหน้านี้เคนออกมาในภาคก่อนหน้า ปี 1974 และปี 2006 ซึ่งเป็นหนังสยองขวัญเรท R ที่ตัวละครหญิงสาวจะต้องหนีตายจากฆาตกรลึกลับ จนคนดูรู้สึกเกร็งมวนท้องไปหมด หากแต่ในปี 2019 นี้แตกต่าง…

Black Christmas ชูประเด็นเรื่องพลังหญิงเป็นหลัก

Black Christmas ชูประเด็นเรื่องพลังหญิงเป็นหลัก
Black Christmas ชูประเด็นเรื่องพลังหญิงเป็นหลัก

 ในปี 2019 มีการเปิดประเด็นมาที่ตัวละครหลัก Riley โดยเธอเคยตกเป็นเหยื่อ จากการคุกคามทางเพศ จากนักศึกษาชายเมื่อปีก่อน เรื่องราวของเธอกลายเป็นเรื่องซุบซิบนินทาไปทั่วมหาวิทยาลัย

ในช่วงหยุดยาววันคริสต์มาส ทำให้นักศึกษาหลายคนที่ไม่ได้กลับบ้าน ต้องอยู่เฉลิมฉลองกับเพื่อนที่ไม่ได้กลับเช่นเดียวกัน Riley ได้บังเอิญไปเห็นกลุ่มนักเรียนชายของสโมสร รวมตัวกันเพื่อประกอบพิธีกรรมบางอย่าง และเพื่อนหญิงที่ร่วมสโมสรเดียวกัน ก็ดันหายตัวไปอย่างลึกลับเสีย ต่อมาในคืนวันคริสต์มาส Riley รวมทั้งเพื่อนนักศึกษาหญิงคนอื่นๆ กลับถูกจู่โจมจากฆาตกรลึกลับ!

ในปี 2019 มีการลดความโหดลงไป

ในปี 2019 มีการลดความโหดลงไป
ในปี 2019 มีการลดความโหดลงไป

ถึงแม้ภาคก่อนหน้าจะโหดแสนโหดอย่างไรก็ตาม แต่ในปี 2019 ผู้สร้างมีความตั้งใจออกฉายในเรท PG-13 ทำให้ลดความรุนแรงลง ไม่ได้เห็นเลือดของตัวละคร ไม่เห็นการฆ่า และฉากที่ฆาตกรจู่โจมก็กลายเป็นที่เห็นแบบไม่เต็มๆตา ซึ่งใช้เทคนิคการตัดต่อเปลี่ยนฉากไปอย่างรวดเร็วเพราะฉะนั้นจึงไม่เหมาะกับภายนตร์ประเภทนี้ ที่จะต้องได้เห็นเลือด ความรุนแรง เห็นฉากการฆ่าต่างๆ แบบสมจริง


สรุปแล้ว การจะทำหนังที่เน้นประเด็นทางสังคมไม่ใช่เรื่องผิด หากแต่ยังต้องคงเส้นเรื่องของภาพยนตร์เอาไว้ด้วย อย่างไรก็ตาม Black Christmas ก็ใส่ประเด็นทางสังคมเข้ามาเยอะมากเกินไป และลืมแก่นแท้ของความเสียว ลุ้นระทึก ที่หนังฆาตกรโรคจิตไล่ล่าเหยื่อต้องมี ต้องเต็มไปด้วยความความตื่นเต้น ปลุกใจ เร้าอารมณ์ แต่กลับเน้นพลังหญิงมากจนเกินไป ทำให้ไม่เหมาะกับแนวระทึกขวัญเช่นนี้นั่นเอง

ข่าวความเคลื่อนไหวของวงการหนัง วงการภาพยนต์ แนะนำหนังดี แนะนำหนังน่าดู รีวิวหนังใหม่ ให้คอหนังได้ติดตามอัพเดตตลอด รวมถึงข่าวดารา นักแสดง รวบรวมประเด็นที่ห้ามพลาด พร้อมทุกสัปดาห์
#ก่อนตายต้องได้ดู! #ข่าวดารา #ข่าวเด่นประเด็นร้อน #รีวิวหนังใหม่ #หนังดังในอดีต , #karc.us

จัน ดารา หนังดีหนังเก่าที่สะท้อนอารมณ์ของมนุษย์ (18+)

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2555 และ 7 กุมพาพันธ์  2556 ปรากฏการณ์ของหนังไทยได้เกิดขึ้นกับหนัง จัน ดารา หนังที่ได้รับการดัดแปลงจากหนังสือนิยายเรื่อง จันดารา โดยเป็นของคุณอุษณา เพลิงธรรม  ที่ได้ตีพิมพ์ในหนังสือเป็นตอน ๆ จนได้หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล เป็นผู้เขียนบทและกำกับ และวันนี้เราจะมาย้อนรอย หนังในตำนานอย่างจัน ดารา หนังที่มีทุกอย่างจนสามารถสะท้อนความเป็นมนุษย์ของเราได้เลย

จัน ดารา เป็นหนังที่จำจะกล่าวถึงนายจัน  วิสนันท์ เด็กชายผู้เกิดจาก ดารา พิจิตรวานิช ที่โดนข่มขืนโดยเหล่าคนกลุ่มหนึ่งจนทำให้เกิดจันขึ้นมา
เนื่องจากกลัวเสียหน้าและเสียชื่อวงศ์ตระกลูจึงทำให้คุณท้าวพิจิตรรักษา ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายมารดาที่เหลืออยู่เพียงท่านเดียวของดาราจึงว่าจ้างให้หลวงวิสนันทเดชาสมรสกับดาราเพื่อรักษาเกียรติยศของวงศ์ตระกูล โดยยกให้ทั้งบ้าน ที่ดิน ธุรกิจทั้งหมด เรียกง่าย ๆ ว่าให้ทั้งหมดเลยก็ว่าได้ ด้านคุณหลวงวิสนัน (ขอเรียกคุณหลวงนะครับ)  นั้นไม่ได้รู้สึกชอบจันอยู่แล้ว  เพราะไม่ใช่ลูกของตัวเองจึงทำร้ายทารุณนายจันสารพัด และตัวคุณหลวงเมื่อภรรยาของตนเสียชีวิตก็ได้วาดที่มีศักดิ์เป็นน้าของจันมาเป็นภรรยาแทน เอาจริง ๆ
เนื้อเรื่องนั้นมีเยอะกว่านี้มากแต่เนื้อเรื่องหลัก ๆ จะมีประมานนี้ครับ แล้วหนังเรื่องนี้มันเป็นอย่างไร ? หนังเรื่องนี้สะท้อนความเป็นมนุษย์ สันดานดิบของคน ที่สามารถทำทุกอย่างได้เพื่อของที่ตัวเองรัก ไม่ว่าจะชื่อเสียง เงินทอง หรือ แม้แต่ความเป็นญาติกันก็ไม่ใช่อุปสรรค์ นอกจานั้นหนังยังเล่นในเรื่องขจองอารมณ์ของทางเพศอีกด้วยพาให้ย้อนกลับไปถึงความเชื่อในการมีเพศสัมพันธ์ของญาติ พี่น้องกันเอง และบทหนังยังถูกวางออกมาให้มีเรื่องของการแก้แค้นเข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย ยิ่งทำให้หนังเรื่องนี้คือหนังที่เข้าใกล้ความเป็นมนุษย์สุด  ๆ

โดยหากใครที่ยังไม่ได้ดู จัน ดารา นั้นจะมีทั้งหมด 2 ภาค คือ ภาคปฐมบท และ ปัจฉิมบท ที่จะไขข้อข้องใจและจบเรื่องทั้งหมดของตัวเองภายใน 2 ภาค ถือว่าเป็นหนังที่เป็นหนังที่ใช้อารมร์มนุษย์ในทุกรูปแบบ หากใครที่ยังไม่รู้จะดูหนังอะไรช่วงวันหยุดดละก็ หนังเรื่องนี้ก็ไม่เลวนะครับ

THE UPSIDE (2019 )

สร้างจากเรื่องจริงที่ให้กำลังใจคนทั่วโลก โดยเป็นเรื่องของมิตรภาพที่ไม่คาดคิด ระหว่าง ฟิลลิป ลาแคส (ไบรอัน แครนสตัน) เศรษฐีที่เป็นอัมพาตทั้งตัวหลังจากอุบัติเหตุจากการเล่น พาราไกลดิ้ง และ อดีตผู้ต้องขัง เดลล์ สก๊อทท์ (เควิน ฮาร์ท) ที่ต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ เขายังคงต้องรับภาคทัณฑ์และต้องการงานเป็นอย่างมาก แต่การหางานนั้นยากลำบากสำหรับผู้ต้องโทษ


ไม่นานเขาจับพลัดจับผลูได้ไปสัมภาษณ์งานแห่งหนึ่งในย่านสุดหรู เดลล์ไม่คิดว่าเขาจะได้งานในที่แบบนี้ เขาจึงได้แสดงตัวตนที่แท้จริงของเขาให้กับฟิลลิปเห็นอย่างไม่ตั้งใจ อย่างไรก็ดีฟิลลิปกลับชอบในตัวเขา และต้องการให้เดลล์ มาเป็นผู้ดูแลเขา แม้จะถูกคัดค้านจาก ยีวอน (นิโคล คิดแมน) หัวหน้า สตาฟท์ ก็ตามที แม้จะเริ่มต้นอย่างไม่สวยงามนัก ทั้งสองต่างได้เรียนรู้จากประสบการณ์ซึ่งกันและกัน แม้ทั้งสองจะอยู่ในโลกที่ต่างกันสุดขั้ว ฟิลลิป และ เดลล์ ได้ก่อเกิดมิตรภาพที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ เชื่อมความสัมพันธ์ด้วยความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และได้เรียนรู้ซึ่งความคิดใหม่ ต่างคนต่างให้แง่คิดดี ๆ ในแง่ของการใช้ชีวิตอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

หากคุณประสงค์จะเสียน้ำตาพร้อมรอมยิ้มที่จริงใจหนังเรื่องนี้อาจจะเป็นหนึ่งในหนังที่คุณจะจดจำไปตลอดการเลยก็ด้วยตัวบทที่ดีอย่างไม่น่าเชื่อว่าเป็นเพียงแค่บทหนัง หนังแสดงที่แสดงออกมาได้ได้ยอดเยี่ยมกระเทียมดองที่เสมือนไม่ได้แสดงแต่กำลังเป็นคน ๆ นั้นจริง ๆ ยิ่งอารมณ์ที่หนังพยายามสื่ออกมานะต้องบอกเลยว่าอินและอินเท่านั้นเพราะจังหวะการใส่เสียงมันลงตัวชนิดที่ว่าร้องไห้ได้หลาย่อเลยทีเดียว  ยิ่งมุมมองของหนังที่สอนหลาย ๆ อย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นหนังที่มีทุกอย่าง หัวเราะ ร้องไห้ และเป็นหนังที่สอนและพรอ้มที่จะใช้ชีวิตต่อไป เป็นหนังที่มีครบทุกรสจริง ๆ

            หากใครที่กำลังหาดี ๆ ที่ให้ข้อคิดในการใช้ชีวิตอยู่ละก็ หนังเรื่องนี้จะตอบโจทย์คุณแน่นอน ด้วยการสื่ออารมณ์ของนักแสดง เพลงประกอบ ทุกอย่างมันลงตัวถึงขนาดที่เราดูเรารู้สึกตามหนังได้เลยจริง ๆ