• Home
  • Archive by category "หนังดังในอดีต"

[รีวิวหนัง] LIFE มฤตยูมรณะบนห้วงอวกาศ

เมื่อพูดถึงหนังแนวไซไฟ คงเป็นแนวหนังที่ฉันแทบจะเอาไว้ท้ายสุดของลิสต์หนังเรื่องโปรดเลยก็ว่าได้ สำหรับฉันที่เป็นคอหนังแนว Horror แทบจะมีประสีประสากับการดูหนังแนววิทยาศาสตร์เท่าไหร่ แต่สำหรับเรื่อง LIFE ถือเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่ทำให้ฉันต้องหัยมาเปิดใจให้กับภาพยนตร์แนวไซไฟบ้างแล้ว

เรื่องราวของภาพยนตร์เรื่อง LIFE

LIFE เป็นภาพยนตร์แนวไซไฟวิทยาศาสตร์ที่ผสมความเป็นหนัง Thriller เข้าไปในตัว เป็นเรื่องราวของคณะสำรวจอวกาศคณะหนึ่ง ซึ่งมีลูกเรือ 6 คน ทั้งหมดถูกส่งไปสำรวจและวิจัยเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตบนอวกาศ และพวกเขาก็ได้พบกับสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งบนดาวอังคาร ซึ่งสิ่งมีชีวิตชนิดนั้นไม่รู้ว่ามันคือตัวอะไรกันแน่ แต่พวกเขาก็เลือกที่จะเก็บมันมาที่สถานีวิจัยเพื่อทำการทดลอง แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่า การตัดสินใจของะวกเขาครั้งนั้น ถือเป็นเรื่องที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง เพราะสิ่งมีชีวิตนั้นได้มีพัฒนาการที่น่ากลัว และได้ฆ่าพวกเขาทุกคน

LIFE หนังไซไฟ แต่ได้กลิ่นอายความเป็น Thriller

เมื่อพูดอย่างนี้คงไม่มีใครเชื่อ ว่าหนังไซไฟกับทริลเลอร์จะมาอยู่ในเรื่องเดียวกันได้อย่างไร แต่สำหรับเรื่องมันเป็นการผสมผสานระหว่าง 2 แนวหนังได้อย่างลงตัว ด้วยแกนหลักคือเรื่องของวิทยาศาสตร์ แต่การดำเนินเรื่องที่ต้องลุ้นแทบจะทุกตอนของเรื่อง แล้วไอเจ้าตัวประหลาดที่เรียกกันว่า Life นั้น ก็ช่างน่ากลัว สยดสยองเสียจริง เวลาดูต้องนั่งเกร็งว่ามันจะตามตัวเจอมั้ย เพราะด้วยความฉลาดของมันที่มนุษย์ก็คาดไม่ถึงว่ามันจะสามารถทำได้

จริง ๆ ต้นตอของเรื่องนี้มันเกิดจาก “การแหกกฎ” เพราะถ้าว่ากันตามหลักสากลในเรื่องของการสำรวจอวกาศ เขาก็ได้บอกไว้อยู่แล้วว่าห้ามเก็บสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวเข้ามา แต่กลุ่มของนักสำรวจในเรื่องก็แหกกฎ ทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โต หนังเรื่องนี้ถูกสร้างขึ้นโดยทาง Netflix เมื่อปี 2017 ด้วยความที่เป็นหนังวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ทำให้การกำกับ ตัดต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากอวกาศดูสมจริง รวมถึงการกำกับที่ทำให้คนดูลุ้นได้ทุกขณะ แล้วยิ่งตอนจบ หือ เรียกได้ว่าเป็นตอบจบแบบปลายเปิดที่ทำเอาคนดูถึงกับอ้าปากหวอเลยทีเดียว เพราะนอกจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่จับเจ้าสิ่งมีชีวิตนี้เข้ามาก็ถือว่าใหญ่หลวงแล้ว แต่การตัดสินใจของพระเอกในตอนจบนี่เรียกว่า พลาดมหาศาลเลยทีเดียว นี่ก็เป็นบทหักมุมของหนังแนวนี้ที่แตกต่างจากเรื่อง ที่ส่วนใหญ่พระเอกจะตัดสินใจแบบถูกต้อง แต่เรื่องนี้ไม่ใช่แบบนั้น การตัดสินใจของพระเอกก็เปรียบเสมือนมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่อาจจะออกหัวหรือก้อยก็ได้

วิดีโอตัวอย่างหนัง :

คะแนนรีวิว : 9.5/10

เครดิตภาพปกโดย whatsnewonnetflix

#รีวิว LIFE #หนังไซไฟทริลเลอร์ #หนังวิทยาศาสตร์

All the King’s Men

ภาพยนตร์เรื่อง All the King’s Men ผลิตขึ้นมาในปี 2006 เป็นผลงานที่กำกับโดย สตีเว่น เซลเลียน และสร้างจากหนังสือชื่อเดียวกับเรื่องนี้ซึ่งถูกตีพิมพ์ในปี 1946 เขียนโดย โรเบิร์ท เพนน์ วาร์เรน หลังจากนวนิยายได้เผยแพร่ถึงผู้อ่านหลายท่าน ก็ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากการบรรยายเกี่ยวกับการล่มสลายของเจตนคติที่ดีของมนุษย์ได้ตรงประเด็น รวมถึงเวลาของตาชั่งชั่วดีในจิตใจได้เอียงไปอย่างฝั่ง บ้าอำนาจ ได้อย่างลุ่มลึก และกินใจผู้อ่านเป็นวงกว้าง จนสุดท้ายได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ ในปี 1947

เรื่องย่อ All the King’s Men

เริ่มต้นจากเรื่องนี้เกี่ยวกับ วิลลี สตาร์ก ตัวละครเอกในนวนิยายคลาสสิกสู่ภาพยนตร์นักการเมืองคนหนึ่งที่หัวใจเต็มไปด้วยความปราถนาดีมีจุดประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างแน่วแน่ แต่แล้วเมื่อวันที่อำนาจอยู่ในมือของเขาก็ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง จนท้ายที่สุดแล้วความปราถนาของเขากลายเป็นการสนองต่อความโลภของตนเองและหวังบางสิ่งเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวของเขาเอง

ภาพยนตร์เรื่องนี้ประกอบไปด้วยนักแสดงดาราหนุ่มผู้มากประสบการณ์อย่าง ฌอน เพนน์ ด้วยบทนักการเมืองอื้อฉาว ตามมาด้วยนักแสดงสมทบยอดยุทธ์อย่าง จูด ลอว์, เคต วินสเลต, แอนโธนี ฮอพกินส์, มาร์ค รัฟฟาโล, เจมส์ กัลดอฟฟินี, แพทริเซีย คลาร์กสัน และเคธี่ เบทส์ ส่วนผู้กำกับนั้นก็มีฝีมือไม่แพ้กันจากผลงานเขียนบทภาพยนตร์ดังๆ เช่น Schindler’s List, Hannibal, Gangs of New York และ The Interpreter ซึ่งข้อมูลแค่นี้ก็คงทำให้ผู้อ่านอยากลองชมสักครั้งบ้างแล้วแหละ

ต้องบอกเลยว่าเกริ่นมาเยอะแบบนี้แล้ว ใครที่เป็นคอการเมืองต้องห้ามพลาดโดยเด็ดขาด เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้จะพาทุกคนได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของ วิลลี่ สตาร์ก นักการเมืองหนุ่มผู้มีไฟแรงคนนี้ ไปจนถึงการเจาะไปถึงภาพอำนาจการเมือง ขุดสันดานแท้ของมนุษย์ เพื่อยืนยันประโยคในตำนานอย่าง อำนาจเปลี่ยนคนได้ ซึ่งทั้งหมดนี้จะถูกเล่าผ่านอีกตัวละครที่ใช้ชื่อว่า แจ็ค เบอร์เดน นักข่าวหนุ่มไฟแรง ที่เป็นคนติดตามข่าววิลลีมาตั้งแต่แรก

เมื่อได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วจะพบว่าเรื่องนี้ได้ตอกย้ำถึงประโยคหนึ่งของนักปรัชญาการเมืองอังกฤษ ลอร์ด แอคตัน “อำนาจทำให้เกิดการฉ้อฉลอำนาจเหลือล้นทำให้ฉ้อฉลอย่างสุดๆ” (Power tends to corrupt, and absolute power corrupts absolutely) หรืออำนาจมีแนวโน้มทำให้คนเสียคน และอำนาจเบ็ดเสร็จทำให้คนเสียคนเด็ดขาด ซึ่งสัจธรรมทางการเมืองนี้ได้ผ่านประสบการณ์จากหลายประเทศทั่วโลกมาแล้ว ดังนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้จึงทำให้เห็นถึงการสะท้อนถึงต้นทุนที่นักการเมืองต้องจ่ายไปเพื่อก้าวขึ้นสู่อำนาจเป็นใหญ่ ที่ต้องแลกด้วยอะไรอีกมาก

วิดีโอตัวอย่างหนัง :

ขอบคุณรูปภาพ oldies-cdn.freetls.fastly.net

#All the King’s Men #หนังเก่าห้ามพลาด #หนังดีที่ต้องดู

The Meg ภาพยนตร์ที่ไม่เหมาะสำหรับคนกลัวฉลาม

            ฉลามเป็นสัตว์น้ำขนาดใหญ่ที่สามารถฆ่าคนได้ง่ายๆ ด้วยกรงเขี้ยวของมันที่เต็มไปด้วยความแหลมคม และแรงมหาศาลจากขนาดตัวที่ใหญ่กว่ามนุษย์หลายเท่า ทำให้มันกลายเป็นสัตว์ที่หลายคนหวาดกลัว และมันก็ได้กลายมาเป็นตัวร้ายยอดนิยมในภาพยนตร์ในเวลาต่อมา ตั้งแต่ในอดีตมีภาพยนตร์ที่บอกเล่าถึงความน่ากลัวของปลาฉลามเป็นจำนวนมาก แต่หลังจากนั้นก็ดูเหมือนว่าความนิยมของมันจะลดถอยลงไปทำให้เราแทบจะไม่เห็นมันบ่นภาพยนตร์อีก และในที่สุดมันก็กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ในปี 2018 ในภาพยนตร์เรื่อง The Meg ภาพยนตร์ที่จะทำให้ปลาฉลามกลายเป็นสัตว์ที่น่ากลัวอีกครั้ง

ภาพปกจาก : filmograd.net/wp-content/uploads/2020/10/the-meg-1-800×600.jpg

เรื่องราวในภาพยนตร์เรื่อง The Meg

jediyuth.files.wordpress.com/2018/06/the-meg-header1.png

            The Meg เล่าถึงปลาฉลามเมกาโลดอน ซึ่งเป็นปลาฉลามที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยพบเจอมาในประวัติศาสตร์และได้มีการจดบันทึกเอาไว้ ขนาดความยาวของมันเทียบเท่ากับรถบัส 2 คันนำเอามาต่อกันน้ำหนักตัวก็มากกว่า 100 ตัน เนื่องจากมันเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่มาตั้งแต่ในยุคดึกดำบรรพ์ทำให้มันเปรียบเสมือนกับไดโนเสาร์ที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันก็ว่าได้ และด้วยขนาดของมันทำให้มันกลายเป็นสัตว์ที่อยู่บนจุดสูงสุดในห่วงโซ่อาหารที่แม้แต่มนุษย์ก็แทบจะต่อกรไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามด้วยขนาดที่ใหญ่ของมันทำให้มันเริ่มจะสูญหายไปตามกาลเวลาและไม่ค่อยมีใครได้พบเห็นมัน แต่แล้วก็ได้มีนักสำรวจเดินทางไปสำรวจยังก้นสมุทรมาเรียนา ซึ่งเป็นสถานที่ที่ลึกที่สุดของทะเลที่มนุษย์สามารถลงไปสำรวจได้ พวกเขาได้พบเจอกับระบบนิเวศและสัตว์แปลกๆ มากมายรวมไปถึงฉลามเมกาโลดอนอีกด้วย ในครั้งหนึ่งของการสำรวจทีมสำรวจได้ต้องการให้นักกู้ภัยทางทะเลอย่างโจนัสเข้าร่วมทีมด้วย แต่เขานั้นไม่ต้องการเนื่องจากเขาเคยทำให้ลูกทีมของเขาต้องประสบเหตุการณ์ที่เลวร้ายมาก่อน แต่สุดท้ายเขาก็ตกลงและขาวก็ได้พบเจอกันที่ในอดีตมันเคยได้ทำให้เขาและลูกเรือต้องพบเจอกับความเลวร้ายมาก่อน

ความน่าสนใจของภาพยนตร์เรื่อง The Meg

i3-img.prosieben.de/pis/ezone/a915qgELB38wdEB-ZftIYFPQSp-HxjRVj8ghGONpO6WKv5UdHastOj1XBz_1nwpZFlw9aV6i6VRC1hM97lr5ci866EiHZwBISbPal4-Xfg/profile:mag-996×562

            The Meg ได้ดารานักบู๊อย่างเจสัน สเตทแธมมารับบทนำ ดังนั้นสำหรับใครที่คาดหวังว่าจะได้เห็นฉากการต่อสู้ระหว่างคนและฉลามยักษ์ในภาพยนตร์เรื่องนี้คุณจะได้เห็นฉากนั้นอย่างแน่นอน แต่ต้องบอกก่อนว่ามันเป็นภาพยนตร์ที่เน้นความน่ากลัวไปที่ฉลามและการพยายามเอาตัวรอดทำให้เนื้อเรื่องไม่ได้มีความเข้มข้นหรือสลับซับซ้อนอะไรมากมายนัก แต่สำหรับใครที่ชอบความสยองขวัญเลือดสาดขอบอกเลยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จัดเต็มสมกับเป็นภาพยนตร์ที่มีตัวร้ายเป็นฉลาม 

Link :

#The Meg #ภาพยนตร์ฉลามยักษ์ #เจสัน สเตทแธม

Murder on the Orient Express หนังที่ดัดแปลงมาจากนิยายดังของ อากาธา คริสตี้

            ในช่วงยุคก่อนนั้นนวนิยายแนวสืบสวนสอบสวนได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนมีนักเขียนมากมายที่สามารถสร้างชื่อได้ด้วยการเขียนนวนิยายแนวนี้ มันเต็มไปด้วยปริศนาลึกลับและความเข้มข้น น่าติดตามและลุ้นระทึก จนทำให้ผู้อ่านนั้นแทบจะวางหนังสือไม่ลง หนึ่งในนักเขียนนวนิยายแนวสืบสวนสอบสวนชื่อดังนั้นก็คืออากาธา คริสตี้ พี่สร้างผลงานเอาไว้มากมายและผลงานของเธอนั้นก็ได้แปลหลายภาษาไปทั่วทั้งโลกด้วยความนิยมแบบฉุดไม่อยู่ทำให้นิยายของเธอหลายเรื่องนั้นได้รับการหยิบยกมาสร้างเป็นภาพยนตร์อยู่เสมอ หนึ่งในนั้นก็คือภาพยนตร์เรื่อง Murder on the Orient Express พี่เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2017 ด้วยทุนสร้างเพียง 55 ล้านดอลลาร์สหรัฐแต่มันสามารถทำรายได้ทั่วโลกไปถึง 352.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว

ภาพปกจาก : www.flickreel.com/murder-on-the-orient-express-already-has-a-sequel-in-the-works

เรื่องราวภายในภาพยนตร์เรื่อง Murder on the Orient Express

https://reeldialogue.com/murder-on-the-orient-express/

            Murder on the Orient Express จะพาเราย้อนไปในช่วงปี 1934 ในฤดูหนาวที่ทั่วทุกแห่งปกคลุมไปด้วยหิมะ นักสืบแอร์กูล ปัวโรชาวเบลเยี่ยมที่ตั้งใจจะเดินทางไปพักผ่อนยังอิสตัลบลูหลังจากที่เขานั้นเพิ่งทำการไขคดีโจรกรรมในเยรูซาเล็มสำเร็จ แต่แล้วเขากลับได้รับข่าวเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้นในลอนดอนทำให้เขานั้นต้องเปลี่ยนแผนและเดินทางกลับอย่างรวดเร็วที่สุดโดยการโดยสารรถด่วนโอเรียนท์เอกซ์เพรส ทำให้เขานั้นได้ทำความรู้จักกับชายหนุ่มนักธุรกิจชาวอเมริกันคนหนึ่งที่เข้าใจว่าตนเองนั้นกำลังจะถูกลอบสังหาร เขาขอให้ปัวโรทำหน้าที่ปกป้องเป็นบอดี้การ์ดเขาแต่โปรก็ได้ปฏิเสธ ในคืนนั้นตัวเราได้ยินเสียงแปลกๆและมีเหตุการณ์อุบัติเหตุหิมะถล่มจนเป็นเหตุให้ให้รถไฟตกราง ทำให้ทุกคนบนรถไฟนั้นเหมือนถูกขังอยู่ในรถไฟ และเช้าวันต่อมาเขาก็พบว่านักธุรกิจหนุ่มคนนั้นถูกสังหารโดยวิธีการใช้มีดแทงจนมีบาดแผลถึง 12 จุด ทำให้ปัวโรนั้นต้องพยายามแก้คดีปริศนาในสถานที่ปิดตายนี้ให้สำเร็จก่อนที่จะมีคนเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น แต่มันก็ไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะฆาตกรสามารถทำได้อย่างแนบเนียนจนทำให้การสืบสวนเป็นไปอย่างยากลำบาก และในที่สุดก็เริ่มมีคนตายเพิ่มมากขึ้นจนทุกคนบนรถไฟฟ้าหวาดกลัวและแทบจะเสียสติ

โอกาสการกลับมาของภาพยนตร์ภาคต่อของ Murder on the Orient Express

www.youtube.com/watch?v=TFEgG2j00kE

วิดีโอตัวอย่างหนัง :

            ด้วยความที่ภาพยนตร์เรื่อง Murder on the Orient Express ประสบความสำเร็จอย่างงดงามทั้งด้านคำวิจารณ์และรายได้ ดังนั้นมันจึงเป็นโอกาสอันดีสำหรับทางทีมผู้สร้างที่ต้องการจะทำภาพยนตร์ภาคต่อออกมา หลังจากเวลาผ่านไปยาวนานถึง 3 ปี เมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2020 ที่ผ่านมาก็ได้มีการประกาศจากผู้สร้างอย่าง Twenty century Fox ว่าจะเปิดฉายภาพยนตร์เรื่อง Death on the Nile ซึ่งเป็นภาคต่อในเดือนตุลาคมปี 2020 แต่ก็เป็นภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่องที่โดนพิษการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 เล่นงานเพราะสุดท้ายแล้วในเดือนพฤศจิกายนทางค่ายก็ได้ออกมาประกาศเลื่อนกำหนดฉายออกไปอย่างไม่มีกำหนด

#Murder on the Orient Express #หนังสืบสวนสอบสวน #หนังเก่าห้ามพลาด

Seoul Station อนิเมชั่นที่เล่าถึงเหตุการณ์ก่อนภาพยนตร์เรื่อง Train to Busan

             Train to Busan นั้นเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จมากที่สุดจากประเทศเกาหลีอีกหนึ่งเรื่อง ทำให้ผู้คนมากมายหันมาสนใจภาพยนตร์จากเกาหลีและยังทำให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ของเกาหลีและเติบโตเป็นอย่างมากอีกด้วย แน่นอนว่าโอกาสมาถึงแล้วทางผู้สร้างนั้นจะต้องรีบคว้าเอาไว้ ในภาพยนตร์นั้นไม่ได้บอกถึงต้นสายปลายเหตุมากนักถึงการเกิดเหตุการณ์ซอมบี้แพร่ระบาดไปทั่วทั้งเมือง ทำให้ผู้รับชมนั้นก่อนเกิดข้อสงสัยว่าที่มาที่ไปนั้นเป็นอย่างไรกันแน่ ในครั้งนี้พวกเขาจึงกลับมาอีกครั้งในรูปแบบของภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง Seoul Station ที่จะบอกเล่าถึงเหตุการณ์ก่อนที่จะเกิดเรื่องราวขึ้นภายในภาพยนตร์เรื่อง Train to Busan  ใครที่สงสัยว่าเชื้อไวรัสสามารถแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วได้อย่างไรสามารถติดตามรับชมได้ในภาพยนตร์เรื่องนี้เลย

www.dreadcentral.com/news/217876/animated-busan

เรื่องราวภายในอนิเมชั่นเรื่อง Seoul Station

https://pantip.com/topic/35619477

            Seoul Station จะเล่าถึงเรื่องราวของชายหนุ่มที่มีชื่อว่าซุกคยู ที่กำลังตามหาเฮซอน ลูกสาวซึ่งหายตัวไปเนื่องจากเธอนั้นหนีออกจากบ้านก่อน ก่อนที่เขาจะพบความจริงว่าเธอนั้นได้ทำงานเป็นหญิงขายบริการและอาศัยอยู่ในกรุงโซลเขาจึงได้ปลอมตัวเป็นลูกค้าและพยายามที่จะเข้าไปหาเธอ แต่แล้วอยู่ๆ ก็เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมาในขณะที่เขากำลังอยู่ในสถานีรถไฟโซล เนื่องจากมีไวรัสที่ไม่ทราบที่มาที่ไปได้แพร่ระบาดกระจายไปทั่วและเปลี่ยนผู้ค้นให้กลายเป็นซอมบี้ โดยเริ่มจากการที่เหล่าคนไร้บ้านซึ่งอาศัยอยู่ในสถานีเป็นผู้ติดเชื้อกลุ่มแรกและแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้รัฐบาลนั้นปิดเมืองและประกาศเป็นเขตกับการเพื่อไม่ให้เชื้อไวรัสลุกลาม ทำให้เขา เฮซอน และแฟนหนุ่มของเฮซอนซึ่งเป็นชายเห็นแก่ตัวต้องพยายามเอาชีวิตรอดและหนีออกจากเมืองนรกดังกล่าวนี้ให้ได้  

เหตุใดภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง Seoul Station จึงสามารถเปิดตัวได้อย่างรวดเร็ว

รีวิว Seoul Station: ซอมบี้เกาหลีที่สถานีโซล

            หลายคนอาจจะคิดว่าภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง Seoul Station ได้สร้างขึ้นมาหลังจากที่ภาพยนตร์เรื่อง Train to Busan ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากและมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งโลก จนทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเหตุใดทางทีมงานจึงสามารถสร้างภาพยนตร์อนิเมชั่นที่มีความยาวกว่า 92 นาทีออกมาได้ภายในระยะเวลาที่รวดเร็วขนาดนี้แถมยังเป็นงานที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์แบบอีกด้วย นั่นก็เป็นเพราะว่าความจริงแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่ทำออกมาก่อนตั้งนานแล้วเพียงแต่ไม่ได้ฉายลงโรงภาพยนตร์เท่านั้น แต่ก็ได้ฉายตามเทศกาลภาพยนตร์ต่างๆ พอถึงจังหวะที่เหมาะสมจึงได้เปิดตัวออกมาอย่างสมบูรณ์แบบอย่างที่เราได้เห็นกัน

Seoul Station Trailer #1 (2017) | Movieclips Indie

#อนิเมชั่น Seoul Station #หนังซอมบี้ #อนิเมชั่นน่าดู

Homestay ภาพยนตร์ไทยที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายญี่ปุ่น

            เราคงต้องยอมรับว่าวงการณ์ภาพยนตร์ไทยปัจจุบันนั้นค่อนข้างที่จะผลิตหนังออกมาแบบอยู่ในคอมฟอร์ทโซน เป็นภาพยนตร์แนวที่ออกมาแล้วอย่างไรก็มีคนรับชมหรืออยู่ในกระแสอย่างแน่นอน เช่นแนวสยองขวัญ ตลก หรือโรแมนติก ภาพยนตร์แนวที่แตกต่างออกไปเหมือนในอดีตเป็นภาพที่หาชมได้ยากแล้วในปัจจุบัน ดังนั้นการเปิดตัวของภาพยนตร์เรื่อง Homestay จึงสร้างเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย ไม่เพียงแต่เพราะว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ไอดอลสาวที่กำลังได้รับความนิยมจนถึงขีดสุดในขณะนั้นมาเป็นนักแสดงนำอย่างเฌอปรางจากวง BNK48 เท่านั้น แต่เป็นเพราะบทและเรื่องราวที่แตกต่างออกไปจากภาพยนตร์แนวยอดนิยมนั่นเอง นั่นก็เป็นเพราะว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ดัดแปลงบทมาจากนวนิยายชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นผลงานของเอโตะ โมริ ชื่อเมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม เป็นเรื่องราวแฟนตาซีที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนและความเป็นความตาย

ภาพปกโดย : www.sanook.com/movie/81945

เรื่องราวภายในภาพยนตร์เรื่อง Homestay

https://www.timeout.com/movies/Homestay

            Homestay จะบอกเล่าถึงเรื่องราวของมิน เด็กหนุ่มที่ควรจะตายไปแล้วแต่กลับสามารถฟื้นขึ้นมาได้ราวกับปาฏิหาริย์ การที่ขากลับมามีชีวิตอีกครั้งทำให้เขาหวาดกลัวและสับสนเป็นอย่างมาก เด็กหนุ่มเดินไปทั่วโรงพยาบาลราวกับคนเสียสติจนพลัดตกลงไปจากตึก แต่แล้วโลกก็บิดเบี้ยว ชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนเป็นพนักงานเช็ดกระจกได้เดินตรงมาหาเขาก่อนจะอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นราวกับทุกอย่างยังคงปกติดี เขาแนะนำว่าตนเองนั้นเป็นผู้คุมซึ่งมีหน้าที่ในการติดตามและจับตาดูมินไม่ให้ฆ่าตัวตายอีกครั้ง หลังจากที่อธิบายจบเขาก็กลับมายังห้องผู้ป่วยตามเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผู้คุมได้ตามมาอธิบายเขาต่อในร่างของพยาบาลโดยบอกเล่าถึงเรื่องราวอย่างละเอียด เขานั้นได้รับรางวัลให้มีชีวิตอีกครั้งในร่างของเด็กหนุ่มที่มีชื่อว่ามินซึ่งเปรียบเสมือนกับโฮมสเตย์ โดยเขานั้นมีเวลา 100 วันเพื่อหาว่าเหตุใดมินจึงตาย หากเขาหาสาเหตุได้สำเร็จเขาก็จะสามารถใช้ชีวิตได้ต่อไปในฐานะของมิน แต่หากไม่สำเร็จเขาก็จะตายรวมไปถึงวิญญาณก็จะหายไปเช่นเดียวกัน เขาได้รับนาฬิกาชีวิตเพื่อให้รู้ว่าตอนนี้เขาเหลือเวลาเท่าไรในการสืบหาเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเด็กหนุ่มต้องเก็บเรื่องราวเหล่านี้เป็นความลับไม่บอกให้ใครรู้เพื่อให้เขานั้นสามารถใช้ชีวิตได้ต่อไป 

แนะนำตัวละครหลักภายในภาพยนตร์เรื่อง Homestay

https://www.thejakartapost.com/life/2019/04/02/shutter-director-explores-different-perspective-of-suicide-in-fantasy-drama-Homestay.html
  1. มิน เด็กหนุ่มผู้เป็นตัวละครเอกในภาพยนตร์เรื่อง Homestay เขาสมควรที่จะตายไปแล้วแต่กลับมีวิญญาณคนอื่นเข้ามาสิงร่างในฐานะของโฮมสเตย์ ทำให้วิญญาณตนนั้นต้องสืบหาเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดก่อนที่เขาจะเสียชีวิตเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้ภายใน 100 วัน 
  2. พาย เด็กสาวผู้เป็นพี่รหัสของมิน ด้วยความที่เป็นคนเรียนเก่งคือจึงได้ทุนการศึกษาให้เข้ามาเรียนต่อในกรุงเทพฯ และเธอยังคอยสอนบทเรียนต่างๆ ให้กับมินอีกด้วย แม้ว่าเธอนั้นจะเป็นคนที่ทำให้เขารู้สึกอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปแต่เธอเองก็มีความเกี่ยวข้องกับการตายของเขาเช่นเดียวกัน

HOMESTAY | Official International Trailer (version 1)

#Homestay #หนังไทยแนะนำ #แนะนำหนังดีน่าดู

13 Hours: The Secret Soldiers of Benghazi การกลับมาอีกครั้งของ ไมเคิล เบย์

            หากพูดถึงผู้กำกับที่มีชื่อเสียงในด้านการทำภาพยนตร์แนวสงคราม ระเบิดภูเขาเผากระท่อม ชื่อที่เราจะต้องนึกถึงกันเป็นชื่อแรกๆ น่าจะเป็นชื่อของผู้กำกับอย่างไมเคิล เบย์ เพราะเขามีความสามารถในการถ่ายทอดเรื่องราวสงครามออกมาได้อย่างเมามันส์ ไปด้วยฉากระเบิดสุดตระการตา หลังจากที่ไปทำภาพยนตร์เรื่อง Transformers อยู่นาน ครั้งนี้เขาได้กลับมาอีกครั้งในภาพยนตร์แนวถนัดในเรื่อง 13 Hours: The Secret Soldiers of Benghazi เป็นการนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงแต่ไม่เคยได้รับการเปิดเผยมาก่อนมานำเสนอในรูปแบบภาพยนตร์ ดังนั้นรับประกันได้เลยว่ามันจะต้องเต็มไปด้วยความสนุกและลุ้นระทึกอย่างแน่นอน

http://ciaranknight.blogspot.com/2016/02/13-hours-secret-soldiers-of-benghazi.html

เรื่องราวภายในภาพยนตร์เรื่อง 13 Hours: The Secret Soldiers of Benghazi

www.youtube.com/watch?v=4CJBuUwd0Os

            13 Hours: The Secret Soldiers of Benghazi จะเล่าถึงเรื่องราวการทำภารกิจที่เต็มไปด้วยความอันตรายของนายทหารชาวอเมริกันทั้งหมด 6 นายซึ่งมีความสามารถในระดับหาตัวจับยาก พวกเขานั้นได้รับมอบหมายให้เข้าไปยังเมืองแบงกาซี ประเทศลิเบียเพื่อช่วยเหลือตัวประกันทั้งหมด 36 คน ซึ่งทุกคนนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา เหตุการณ์นั้นเกิดจากการที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายได้บุกเข้าไปโจมตีภายในสถานทูตด้วยอาวุธครบมือ ทำให้ชีวิตของเจ้าหน้าที่ทุกคนที่อยู่ในสถานทูตนั้นไม่ปลอดภัยอีกต่อไป ไม่เว้นแม้แต่นายทหารที่ถูกส่งเข้าไปทำภารกิจซึ่งต้องแบกรับความเสี่ยงและความยากในการต่อสู้ ยังไม่รวมถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดซึ่งอาจจะต้องแลกมาด้วยชีวิตของพวกเขา และยังมีข้อจำกัดเป็นเวลาที่ได้รับมาเป็นจำนวนทั้งสิ้น 13 ชั่วโมงเท่านั้น พวกเขาจึงจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้สามารถช่วยชีวิตตัวประกันได้มากที่สุด 

13 Hours: The Secret Soldiers of Benghazi ภาพยนตร์ที่นำเรื่องจริงมาเล่าให้มีความสนุกมากยิ่งขึ้น

www.nytimes.com/2016/01/15/movies/review-in-michael-bays-13-hours

ตัวอย่างหนัง :

13 Hours The Secret Soldiers of Benghazi Official Trailer #1 (2016) Michael Bay Movie HD

ด้วยความที่ภาพยนตร์เรื่อง 13 Hours: The Secret Soldiers of Benghazi เป็นภาพยนตร์ที่สร้างมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ดังนั้นแน่นอนว่าสิ่งหนึ่งที่ทางผู้สร้างจะต้องคำนึงถึงนั่นก็คือความสมจริงทั้งเนื้อเรื่องและงานภาพ แต่ด้วยความที่เป็นภาพยนตร์มันจึงต้องสอดแทรกความสนุกเข้าไปทำให้เรื่องราวอาจมีการผิดเพี้ยนจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ มันจึงกลายเป็นข้อถกเถียงว่าสิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้เอามานำเสนอนั้นมีความจริงมากน้อยเพียงใด ซึ่งก็ไม่ได้มีแต่ภาพยนตร์เรื่องนี้เท่านั้นที่ถูกหยิบยกนำมาถกเถียงเรื่องความจริงกับสิ่งที่ภาพยนตร์นำเสนอ ภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ที่ยกนำเอาเรื่องจริงมาสร้างก็มักจะถูกหยิบยกนำมาถกเถียงเช่นเดียวกัน สุดท้ายแล้วภาพยนตร์ก็คือสื่อที่มอบความบันเทิงให้กับผู้รับชม แม้ว่าจะมีการสอดแทรกความรู้เข้าไปบ้างแต่ก็เน้นเรื่องความบันเทิงเป็นหลัก ดังนั้นทางผู้สร้างจึงต้องพยายามอย่างหนักเพื่อให้ภาพยนตร์ของตนออกมาทั้งสนุกและสมจริงได้มากที่สุด มันจึงอาจจะมีในบางส่วนของภาพยนตร์ที่มีการดัดแปลงเนื้อหาเพื่อให้มันสนุกมากยิ่งขึ้น

#13 Hours #หนังสงครามน่าดู #หนัง ไมเคิล เบย์

รีวิวหนัง Tonight , at Romance Theater (2018) รักเรา…จะพบกัน

            หากใครที่ชอบหนังแนวที่ตัวละครออกมาจากโลกแห่งจินตนาการสู่โลกแห่งความจริงเหมือน Enchanted วันนี้เราจะขอมาแนะนำหนัง Tonight , at Romance Theater (2018) รักเรา…จะพบกัน ซึ่งคุณจะได้กลิ่นอายความคลาสสิกสไตล์ญี่ปุ่นและภาพที่งดงามของความรักอย่างไม่มีวันลืมเลย

เรื่องย่อหนัง Tonight , at Romance Theater รักเรา…จะพบกัน

            หนัง Tonight , at Romance Theater รักเรา…จะพบกัน ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ “เคนจิ” หนุ่มนักฉายหนังที่มีความฝันจะเป็นผู้กำกับ เขาตกหลุมรักนางเอกในภาพยนตร์ขาวดำเรื่องโปรดอย่าง “เจ้าหญิงมิยูกิ” หลังโรงภาพยนตร์เลิกทำการ เขามักจะมานั่งฉายฟิล์มหนังเรื่องนี้ซ้ำไปมาทุกคืน ได้แต่เฝ้าฝันว่าเขาจะได้เป็นพระเอกของเธอในหนังเรื่องนั้นบ้าง จนกระทั่งในคืนหนึ่งที่มีพายุ ฟ้าก็เกิดผ่าลงมาในโรงภาพยนตร์จนทำให้เครื่องฉายได้รับความเสียหาย เจ้าหญิงมิยูกิที่อยู่ในจอภาพยนตร์จึงได้หลุดออกมาสู่โลกความเป็นจริง แต่ร่างกายของเธอเป็นสีขาวดำจากผลแห่งยุคอดีต เคนจิจึงต้องช่วยดูแลเธอท่ามกลางความหวั่นไหวของหัวใจที่เริ่มจะห้ามไม่อยู่ทุกที

ความน่าสนใจของหนัง Tonight , at Romance Theater รักเรา…จะพบกัน

            หนัง Tonight , at Romance Theater รักเรา…จะพบกัน เป็นหนังที่มีความหวานสดใสปนแฟนตาซีอ่อน ๆ จากการที่นางเอกหรือเจ้าหญิงมิยูกิได้ออกจากโลกของภาพยนตร์และอยู่ในความดูแลลับ ๆ ของเคนจิที่ไม่สามารถบอกใครได้ แต่เพราะความซุกซนสไตล์เจ้าหญิงเด็กแรกรุ่นเอาแต่ใจที่เพิ่งได้มีอิสระครั้งแรกและมาเจอโลกใหม่ที่แปลกจากโลกที่เคยอยู่ทำให้เจ้าตัวมักจะแอบสร้างความอลหม่านโดยการหนีไปทำโน่นนี่ด้วยความไร้เดียงสาจนสร้างความวุ่นวายให้เคนจิแอบรำคาญและโมโหเธอในบางครั้ง เพราะไม่ใช่แค่ทำให้ชีวิตเขาวุ่นวาย แต่ยังไปป่วนกองถ่ายของเขาด้วย แต่ถึงอย่างนั้นอีกฝ่ายก็ยังคงช่วยเหลือเธอ เพราะเขาชอบมิยูกิมาก ซึ่งทุกครั้งที่ได้มีความสุข ร่างกายของเธอจะเริ่มมีสีสันมากขึ้นจนเหมือนมนุษย์ปกติ สิ่งที่ทำให้เจ็บปวดทีแรกคือเราไม่เข้าใจว่านางจะใจแข็งใส่พระเอกไปทำไมทั้งที่พระเอกก็แสดงออกว่าชอบนางขนาดนั้น แถมยังชอบตีตัวห่างจากพระเอกราวกับไว้ตัว จนได้มารู้ว่าความจริงนางเอกก็ชอบพระเอกมาตั้งแต่แรกที่อยู่ในหนังที่ถูกลืมแล้ว แต่เมื่อออกมาในโลกแห่งความจริงหากสัมผัสถูกมนุษย์เมื่อไหร่นางก็จะหายไปในทันที แต่สุดท้ายความรักก็เอาชนะทุกอย่าง สัมผัสกันไม่ได้แต่ขอแค่ได้อยู่ใกล้คนที่รักและได้ลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกันทุกวันก็เพียงพอแล้ว เล่นเอาเราน้ำตาไหลกับความรักนิรันดร์ของพวกเขาจริง ๆ แถมฉากต่าง ๆ ในหนังก็มีกลิ่นอายความคลาสสิกเพราะเป็นแนวย้อนยุคไปประมาณหลายสิบปีก่อน ทำให้การแต่งตัว บรรยากาศสถานที่สวย ๆ และวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นตอนนี้มีความน่าค้นหาเหมือนดูหนังญี่ปุ่นอมตะรุ่นพ่อแม่แบบนั้นเลย อีกทั้งหากเปิดเพลง Kiseki ที่ประกอบภาพยนตร์ก็จะยิ่งฟินมากขึ้นด้วย

ข้อคิดดี ๆ จากหนัง Tonight , at Romance Theater รักเรา…จะพบกัน

            หนัง Tonight , at Romance Theater รักเรา…จะพบกัน ได้สอนให้เรารู้ว่า ความรักไม่มีวันหมดอายุ หากใจของเราทั้งคู่ยังเป็นของกันและกัน ต่างฝ่ายต่างรับรู้ได้ถึงความรักหนึ่งเดียวที่มีต่อคนที่ตัวเองรัก แม้จะไม่สามารถสัมผัสกันได้แต่คุณก็สามารถมีความสุขที่ความรักของเขาจะยังอยู่ใกล้คุณเสมอตราบสิ้นลมหายใจ

ถ้าสัมผัสตัวคนที่รักไม่ได้คุณจะยังรักเขามั้ย ? – Tonight , At Romance Theater

รูปภาพประกอบ : https://www.imdb.com/

#Tonight at Romance Theater #รีวิวหนังดี #หนังรักโรแมนติก

Terminator ภาพยนตร์ไซไฟที่ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย

            Terminator เป็นภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมและโด่งดังไปทั่วทั้งโลก เรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์ในใจของใครหลายๆ คนเลยทีเดียว สำหรับคนไทยแล้วเราจะคุ้นหูภาพยนตร์เรื่องนี้ในชื่อคนเหล็ก

ที่มันเป็นที่เลื่องลือขึ้นมาตั้งแต่ภาคแรกนั่นก็เป็นเพราะว่ามันเป็นผลงานการกำกับของผู้กำกับมากฝีมืออย่างเจมส์ คาเมรอน เจ้าของผลงานไททานิค ภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จถล่มทลายจนกลายเป็นประวัติศาสตร์ในวงการภาพยนตร์ไปแล้ว โดยเรื่องนี้จะเล่าเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ไซไฟ และการต่อสู้ บนโลกที่ต้องอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และเครื่องจักรกลปัญญาประดิษฐ์ เป็นภาพยนตร์ที่ออกฉายมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1984 จนถึงภาคปัจจุบันก็คือปี 2019  ออกมาแล้วทั้งหมดจำนวน 7 ภาคด้วยกัน โดยนักแสดงนำอย่าง Arnold Schwarzenegger ที่สามารถแสดงได้เป็นอย่างดีจนคนติดภาพจำไปแล้วว่าเขานั้นเป็นคนเหล็ก

ภาพปกจาก : www.denofgeek.com/movies/Terminator

เรื่องราวที่มาความเป็นไปในภาพยนตร์เรื่อง Terminator 

https://www.slashfilm.com/Terminator-6-direction/

Terminator จะเล่าถึงเรื่องราวความขัดแย้งระหว่างกลุ่มมนุษย์กลุ่มสุดท้ายที่เป็นผู้รอดชีวิตอย่างหวุดหวิดจากเหตุการณ์สูญพันธุ์ พวกเขานั้นต้องพยายามเอาชีวิตรอดอย่างเต็มที่ และอีกฝั่งหนึ่งนั่นก็คือสกายเน็ตซึ่งเป็นเครื่องจักรปัญญาประดิษฐ์ที่มีรูปร่างคล้ายคนอยู่ไปทั่วทั้งโลกเป็นจำนวนมาก จะบอกว่ามันนั้นกลายเป็นสิ่งที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหารบนโลกใบนี้แทนมนุษย์ก็ว่าได้ มันเป็นระบบคอมพิวเตอร์เครือข่ายป้องกันดิจิตอลที่เชื่อมต่อกันไปทั่วทั้งโลก เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นผู้สร้างมันขึ้นมาและก่อให้เกิดหายยานะครั้งใหญ่หลวง เพราะจากเครื่องจักรกลธรรมดามันกลับมีการรับรู้ถึงการมีตัวตนของตนเองหรือจะบอกว่ามันสามารถคิดได้เองก็ได้ จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อหุ่นยนต์มีความคิดเป็นของตัวเอง สิ่งที่มันรับรู้นั้นก็คือมนุษย์กลายเป็นศัตรูที่เป็นภัยคุกคามต่อการอยู่ของพวกมัน ดังนั้นสิ่งที่พวกมันทำก็คือการวางแผนอย่างลับๆ ในการจัดการมนุษย์ให้สูญสิ้นเผ่าพันธุ์ โดยพวกนั้นนั้นมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ เริ่มจากการโจมตีรัสเซียด้วยนิวเคลียร์ ทำให้เกิดสงครามนิวเคลียร์ที่ผู้คนหันมาฆ่าฟัน รวมไปถึงสกายเน็ตที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง จนเหลือกลุ่มผู้รอดชีวิตเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และพวกมันยังสร้างทหารขึ้นมาโดยมีชื่อว่า Terminator เอาไว้สังหารมนุษย์โดยเฉพาะ พวกมันนั้นพัฒนาเทคโนโลยีจนมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ถึงขั้นที่สามารถเดินทางข้ามเวลาได้เลยทีเดียว

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่อง Terminator ประสบความสำเร็จและมีผู้คนชื่นชอบมากมาย

https://www.polygon.com/2015/7/2/8883287/original-Terminator-2-ending

            Terminator เรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่มีแฟนคลับเป็นจำนวนมาก แต่หากจะพูดถึงภาคที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดแล้วล่ะก็คงจะหนีไม่พ้นภาค 2 ออกฉายเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 1991 ผลงานการกำกับของเจมส์ คาเมรอนและได้วิลเลี่ยม วิชเชอร์ จูเนียร์มาร่วมในการเขียนบท ย้อนกลับไปเกือบ 30 ปีที่แล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือว่ามีเทคนิคการถ่ายทำที่ล้ำสมัยเป็นอย่างมาก มี CG และเทคนิคการถ่ายทำที่ตระการตา สามารถตัดต่อและดำเนินเรื่องราวออกมาได้อย่างสนุกสนาน ตัวละครแต่ละตัวนั้นกำลังอยู่ในช่วงที่พอเหมาะพอสมรวมไปถึงนักแสดงเช่นเดียวกัน มันจึงกลายเป็นส่วนผสมที่เข้ากันได้อย่างพอดี จึงไม่น่าแปลกใจนะที่มันจะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพราะหลังจากนั้นก็ได้ออกภาคต่อมาเรื่อยๆ จนถึง 7 ภาค

The Terminator (1984) Official Trailer – Arnold Schwarzenegge Movie

#Terminator #เจมส์ คาเมรอน #Arnold Schwarzenegger

The Boy in the Striped Pyjamas ภาพยนตร์สุดสะเทือนใจของเด็กชายในสงคราม

            The Boy in the Striped Pyjamas เป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2  เป็นการดัดแปลงเนื้อหามาจากวรรณกรรมเยาวชน ดังนั้นการเล่าเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้จึงจะไม่ได้เน้นไปที่การต่อสู้อะไรมากมายนัก แต่จะเล่าถึงค่ายกักกันชาวยิวของนาซีมากกว่า ถึงแม้ว่าภายในภาพยนตร์เรื่องนี้จะไม่ได้มีภาพเหตุการณ์ความรุนแรงอะไรมากมาย แต่ก็ทำให้ผู้รับชมรู้สึกสะเทือนใจได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการเล่าสงครามผ่านมุมมองของเด็กทั้งสองคนที่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่พวกเขานั้นกลับมีมิตรภาพอันดีต่อกันต่างจากผู้ใหญ่ที่ในขณะนั้นยังคงรบราฆ่าฟันกันเรากับอีกฝ่ายไม่ใช่มนุษย์ เป็นภาพยนตร์ที่มีฉากสะเทือนใจค่อนข้างมาก มันจึงได้รับการพูดถึงอยู่เป็นประจำ เนื่องจากมักมีคนเข้าใจผิดจากการดูหน้าปกหรือชื่อเรื่องแล้วทำให้ไม่คิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะสามารถเล่นกับอารมณ์ของคนดูได้ถึงขนาดที่ดูจบแล้วต้องนั่งหดหู่ไปอีก 2-3 ชั่วโมง

ภาพปกจาก : multimediaenglishzine.wordpress.com/international-book-club

เรื่องราวภายในภาพยนตร์เรื่อง The Boy in the Striped Pyjamas 

https://www.screendaily.com/features/the-boy-in-the-striped-pyjamas/4040447.article

            The Boy in the Striped Pyjamas จะเล่าถึงครอบครัวของนายทหารนาซีนายหนึ่งที่ได้รับการเลือกขั้นและถูกย้ายให้มาดูแลค่ายกักกันชาวยิวค่ายหนึ่ง  ทำให้เขานั้นได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านที่ใกล้กับค่ายกักกันเพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างสะดวก ค่ายกักกันชาวยิวนั้นถูกล้อมรอบไปด้วยลวดเหล็กดัดไฟฟ้า ภายในค่ายผู้ชายทุกคนไม่เว้นแม้แต่เด็กจะถูกโกนหัวและถูกจับใส่ในชุดยูนิฟอร์มที่ดูคล้ายกับชุดนอนลายทาง บรูโนผู้เป็นลูกชายของนายทหารนาซีก็ได้ย้ายตามพ่อของเขามาเช่นกัน ท่ามกลางความไม่เข้าใจและเป็นไปด้วยความสงสัยว่าเหตุใดจึงต้องย้ายบ้านจากในกรุงเบอร์ลินที่มีความสะดวกสบายมาอยู่ยังเมืองที่มีความเงียบเหงา การย้ายบ้านทำให้เขาไม่มีเพื่อน เขาจึงมักที่จะมองออกไปนอกหน้าต่าง โดยที่ไม่รู้เลยว่าภาพที่เขาเห็นนั้นคือกลุ่มคนที่อยู่ในค่ายกักกัน เขาตัดสินใจที่จะเดินไปยังไข้แห่งนั้นก่อนจะพบกับเด็กชายคนหนึ่งที่มีชื่อว่าซามูเอล พวกเขานั้นได้พูดคุยและกลายเป็นเพื่อนกันในที่สุด แต่อย่างที่เราทราบกันดีว่าในค่ายกักกันชาวยิวนั้นเต็มไปด้วยความโหดร้ายมากแค่ไหน มิตรภาพของทั้งสองคนจะเป็นอย่างไรขอให้ไปรับชมในภาพยนตร์ด้วยตนเอง 

The Boy in the Striped Pyjamas เหตุใดจึงทำให้คนดูรู้สึกหดหู่ไม่หาย 

            The Boy in the Striped Pyjamas ภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดความไร้เดียงสาของเด็กๆท่ามกลางสถานการณ์ที่โหดร้ายอย่างสงครามออกมาได้อย่างน่าเศร้าและยังสะท้อนถึงจิตใจของผู้ใหญ่ที่บางครั้งก็เต็มไปด้วยความโหดร้ายและทารุณ เมื่อเทียบกับเด็กๆที่เลือกที่จะยื่นมิตรภาพให้แก่กันมากกว่าจะหันมาทำร้ายกันเอง bruno นั้นแม้ว่าจะเป็นถึงลูกชายของนายทหารใหญ่แต่เขาก็ได้ให้ความช่วยเหลือซามูเอลซึ่งเป็นเด็กชายในค่ายกักกันเป็นอย่างดีมาโดยตลอดและยังยอมเสียสละหลายๆสิ่งเพื่อเพื่อนของเขาอีกด้วยทั้งที่หากเด็กทั้ง 2 คนเป็นผู้ใหญ่อาจจะกำลังทำร้ายอีกสายนึงอยู่ก็ได้ด้วยเหตุผลทางเชื้อชาติเพียงเท่านั้นความไร้เดียงสาของเด็กทั้งสองจึงทำให้ผู้ใหญ่อย่างเราเมื่อได้รับชมแล้วจะรู้สึกหดหู่เป็นพิเศษ

The Boy In the Striped Pajamas trailer

#The Boy in the Striped Pyjamas #หนังสงครามดราม่า #หนังดีที่ห้ามพลาด