• Home
  • Tag: รีวิวหนัง Netflix

รีวิว Time Trap ถ้ำกับดักเวลาพิศวง

            ต้องขอออกตัวก่อนว่ารีวิวนี้ ‘มีสปอยล์’ ขอเกริ่นถึงความรู้สึกแรกก่อนที่จะตัดสินใจดูหนังเรื่อง Time Trap นี้แบบไม่ดูรีวิวใด ๆ และอ่านเรื่องย่อมาก่อน สิ่งแรกเมื่อเห็นชื่อเรื่องและโปสเตอร์ นึกถึงความหนังแนวพจญภัย ลึกลับ ต้องทำมิชชั่นภายในเรื่องบ้าง แต่เมื่อเริ่มดูไปได้ครึ่งเรื่อง เริ่มต้องตั้งสติและตั้งใจดูอย่างจริงจังสักที เพราะตลอดเวลาที่ดู ต้องคิดตามตลอดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง อดีตเป็นอย่างไร สำหรับใครที่ชอบหนังแนวต้องลุ้น ต้องทำความเข้าใจอยู่พอสมควร ก็ขอให้ลองดู !

เรื่องย่อ Time Trap

            Time Trap เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับกลุ่มนักศึกษาคณะโบราณคดีได้ทำการเดินทางเข้าสู่ถ้ำลึกลับกลางป่าใหญ่เพื่อตามหาอาจารย์ที่เข้าไปสำรวจถ้ำ และติดต่อไม่ได้อีกเลย ภารกิจนี้เหมือนจะไปได้ดี เมื่อเขาไปกันหลายคนพร้อมอุปกรณ์สำหรับการปีนเขาและสำรวจถ้ำครบมือ แต่แล้วความแปลกก็เริ่มขึ้น เมื่อพวกเขาได้ปีนลึกลงไปในถ้ำ สัมผัสได้ถึงอากาศที่เปลี่ยนไป ราวกับอยู่กันคนละสภาพแวดล้อม

            ขณะทำการสำรวจ พวกเขาพบกับเสียงร้องแปลกประหลาด และตามมาด้วยเชือกที่ถูกตัด ทำให้ไม่สามารถปีนขึ้นไปได้ พวกเขาจึงพยายามติดต่อกับเพื่อนที่รออยู่ด้านนอกเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่แล้วก็ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับ จนกระทั่งได้รับสัญญาณวิทยุขอความช่วยเหลือจากเพื่อนคนนั้นที่ตกลงมาภายในถ้ำเพื่อตามหาพวกเขา หลังจากนั้นจึงได้รู้ความจริงว่าเวลาภายในถ้ำและด้านนอก เดินไม่เหมือนกัน พวกเขาอยู่ในถ้ำเพียง  นาที แต่ภายนอกกลับผ่านไปหลายวันแล้ว

            จุดไคล์แมกซ์ของเรื่องนี้บอกเลยว่าอยู่ที่ความสับสนของเวลา กว่าพวกเขาจะรู้ตัวและปักใจเชื่อจริง ๆ ว่าเวลาด้านในนั้นต่างกับด้านนอกแค่ไหน ก็สายไปเสียแล้ว เพราะ โลกภายนอกผ่านไปหลายปี แถมภายในถ้ำยังมีมนุษย์ถ้ำ และมิติเวลาที่เดินช้าจนแทบจะไม่เดิน เหมือนกับสต๊าฟทุกสิ่งเอาไว้ ภายหลังพวกเขาจึงได้รู้ สิ่งที่อาจารย์ต้องการจากถ้ำนี้ ไม่ใช่เพียงการสำรวจ แต่เป็นการตามหาครอบครัวที่ติดอยู่ภายในถ้ำเวลาแห่งนี้

            ความประหลาดใจของหนังแนวนี้มักทำให้คนดูคาดไม่ถึง ด้วยการผสมความวิทยาศาสตร์เข้าไป เกี่ยวกับมนุษย์จากโลกอนาคต สุดท้ายจบด้วยการเฉลย ว่าแต่ละความลึกของถ้ำนั้นเวลาเดินไม่เหมือนกัน ยิ่งลึก เวลาภายนอกยิ่งผ่านไปเร็ว

วิดีโอเพิ่มเติม :

            โดยรวมเป็นหนังที่มีความสนุก ถึงแม้โลเคชั่นในเรื่องจะไม่เยอะ แต่การเดินเรื่องทำได้ดี มุมกล้องและแสงออกมาลงตัว ไม่ใช่หนังที่มืดจนหมดสนุก ผสานด้วยตัวละครแปลก ๆ ในแต่ละช่วงเวลาด้วยนั้น คุ้มค่าแก่เวลา และถึงแม้หนังเรื่องนี้จะถ่ายทำตั้งแต่ปี 2560 ด้วยค่าหนังอิสระในอเมริกา แต่เพิ่งเข้า Netflix ไทยเมื่อไม่นานมานี้ กลับได้รับความนิยม ติดท็อป10 ภายในไม่กี่วัน พลาดไม่ได้แล้วล่ะ

ขอขอบคุณภาพประกอบบทความ

ภาพที่ 1 จาก Konbanang https://www.konbanang.com/time-trap-

#รีวิว Time Trap #รีวิวหนัง Netflix #หนังNetflix น่าดู

[รีวิวหนัง] His house บ้านของใคร หนังสยองขวัญที่จะทำให้คุณขนหัวลุกก่อนนอน

His house หรือในชื่อภาษาไทยว่า บ้านของใคร เป็นภาพยนตร์แนวสยองขวัญที่สร้างขึ้นโดย Netflix เป็นเรื่องราวของครอบครัวชาวผิวสีที่หนีสงครามมาอยู่ในที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งทางการเป็นคนจัดบ้านให้อาศัยอยู่ ซึ่งก่อนหน้าที่ทั้งคู่จะย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ ทั้งคู่เคยมีลูกสาว 1 คน แต่ก็ต้องสูญเสียลูกสาวไประหว่างการเดินทาง

ทั้งคู่ได้เข้ามาอยู่ในบ้านที่ทางรัฐจัดสรรให้สำหรับผู้ลี้ภัย โดยมีข้อแม้ว่าต้องอยู่ที่นี่ตลอด ด้วยความที่ไม่มีทางเลือกจึงจำเป็นต้องอยู่ หลังจากที่เข้ามาอยู่ ทั้งคู่ก็เริ่มรู้สึกแปลก ๆ กับบ้านหลังนี้ พวกเขาได้ยินเสียงฝีเท้าคน เสียงประหลาดจากอะไรก็ไม่รู้ได้ จนนำมาสู่เหตุการณ์สยองขวัญที่ตามมา

สิ่งที่น่าสนใจในเรื่อง His house

ถึงแม้ว่าว่าเรื่อง His house อาจจะไม่ค่อนได้รับความนิยมมากเท่าไหร่ แม้แต่คะแนนใน IMDB ก็ได้ไปเพียง 6.4 เท่านั้น แต่เราต้องบอกเลยว่า เรื่องนี้เป็นหนังที่หลอนใช้ได้เลย อย่างในเรื่องของบรรยากาศที่มีให้ความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะมุมหนึ่งของโลกกำลังร้อนเป็นไฟจากสงคราม ส่วนอีกมุมนึงก็สงบสุขราวกับเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุด อย่างตัวละครเอกของเรื่องอย่างรีอัลกับโบล ที่ย้ายเข้ามาอยู่ที่อังกฤษก็คิดว่ามันเป็นสถานที่ที่ปลอดภัย แต่ว่าต้องมาเจอเรื่องที่ดูเหมือนจะร้ายแรงพอ ๆ กับสงคราม มันคือเรื่องของสิ่งที่มองไม่เห็น ฉะนั้น มันเลยเป็นความอึดอัดใจของตัวละครเอกที่ต้องเลือกระหว่าง 2 สิ่ง คือทนอยู่ในบ้านหลังนี้แต่ต้องเจอกับเรื่องประหลาดหรือกลับไปประเทศตัวเองแต่ต้องผจญกับสงคราม เป็นทางเลือกที่เรียกได้ว่า ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย เพราะไม่สามารถไปทางอื่นได้แล้ว

พูดถึงสิ่งที่ประทับใจไปแล้ว มาถึงสิ่งที่ไม่ค่อยประทับใจบ้างดีกว่า สิ่งที่ไม่ค่อยชอบสำหรับหนังเรื่อง คือ การกำกับและใส่ซาวด์ อย่างเรื่องของการกำกับ มันจะมีหลายฉากที่ผู้กำกับจงใจทำให้ตกใจตามสไตล์หนังสยองขวัญ แต่สำหรับเราคิดว่ามันไม่ค่อยถูกจังหวะ บวกกับการใส่ซาวด์ที่ยัดเหยียดใส่มาให้ดูหลอน แต่จังหวะการใส่มันผิดจังหวะกับเหตุการณ์ จนทำให้ดูตลกและไม่เกิดความรู้สึกน่ากลัวเลยสักนิด แต่มันกลับดูแล้วน่ารำคาญมากกว่า

ถ้าถามความรู้สึกของฉันต่อหนังเรื่อง His house ต้องขอบอกเลยว่า ดูได้ไม่เสียหาย เนื้อเรื่องน่าสนใจใช้ได้ แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่จะเป็นหนังดีขึ้นหิ้งขนาดนั้น

ตัวอย่างหนัง :

คะแนนรีวิว : 6/10

เครดิตภาพปกโดย playinone

#รีวิว His house #รีวิวหนัง Netflix #หนัง Netflix

[รีวิว] Holidate ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดีที่ควรค่าแก่การดูในวันหยุด

ถ้าคุณเป็นคนนึงที่ชื่นชอบในหนังรักโรแมนติกคอมเมดี ถ้าคุณเป็นนึงที่เกลียดวันหยุด ถ้าคุณเป็นคนนึงที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตโสดอย่างอิสระ Holidate เป็นหนังที่เหมาะแก่การรับชมที่สุด

สำหรับหนังเรื่องนี้ เป็นหนังแนวโรแมนติกคอมเมดีที่สร้างโดย Netflix โดยผู้กำกับมากฝีมืออย่าง จอห์น ไวท์เซลส์ ที่ได้รับสรรค์ชิ้นงานนี้ขึ้นมาอย่างดี คำว่า Holidate เป็นการผสมคำกันระหว่างคำว่า Holiday ซึ่งหมายถึงวันหยุด ส่วนคำว่า Date แปลในที่นี้จะให้ความหมายว่า การออกเดท เพราะฉะนั้น แค่ชื่อก็สามารถตีความหมายได้แล้วว่า เรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องเดี่ยวกับการออกเดทในวันหยุด

เรื่องย่อ Holidate

Holidate เป็นเรื่องราวของสาวโสดคนหนึ่งชื่อว่า สโลน เธอเป็นสาวโสดที่เกลียดวันหยุดมาก เพราะเวลาที่เธอหยุดงาน แม่ของเธอมักจะจับเธอไปพบเจอกับผู้ชายคนนู้นทีคนนี้ที เพราะคงกลัวเธอขึ้นคาน ทำให้เธอไม่อยากมีวันหยุด จนวันหนึ่งสโลนได้ไปพบกับชายคนหนึ่งที่ไม่ชอบวันหยุดเหมือนกัน ทั้งคู่จึงตกลงเป็นแฟนกันชั่วคราว คือ ไม่ได้เป็นแฟนกันจริง ๆ แต่มีข้อตกลงกันว่าจะต้องมาออกเดทด้วยกันทุก ๆ วันหยุด

Holidate หนังรักที่คุณภาพคับจอ

จะว่าไป เส้นเรื่องนี้ก็ค่อนข้างแหวกแนวอยู่ไม่ใช่น้อย อย่างตัวละครเอกทั้งพระนางที่เกลียดวันหยุด ในขณะที่คนส่วนใหญ่ชื่นชอบวันหยุด ก็เลยต้องหาอะไรพิเลนทำอย่างให้พระเอกมาแกล้งเป็นแฟน แล้วนัดเจอกันเฉพาะวันหยุด แต่เราจะบอกว่าเป็นหนังที่ดูแล้วอมยิ้มได้ตลอดทั้งเรื่อง ด้วยพล็อตเรื่องที่เป็นแนวคอมเมดี้ แต่ว่าตัวเราไม่ได้นั่งขำกับมุขตลกในหนังเท่าไหร่ อาจจะเพราะไม่ค่อยอินกับคาแรกเตอร์นางเอกแนวนี้ แต่เป็นหนังที่ดูแล้วผ่อนคลาย มีมุมให้รู้สึกดีอยู่เป็นระยะ ในส่วนของนักแสดงที่รับบทเป็นสโลน (นางเอกของเรื่อง) ซึ่งคนที่มารับบทนี้คือ เอ็มม่า โรเบิร์ต ที่ต้องบอกเลยว่าเธอน่ารักมาก ส่วนลุค เบรซีย์ ก็หล่อละมุนมากเช่นกัน จริง ๆ แล้วหนังเรื่องนี้จะให้อารมณ์คล้าย ๆ กับดูเรื่อง Me before you อยู่ คือดูแล้วยิ้มตาม แต่ไม่ถึงกับขำมากนัก แต่เรื่องนี้ไม่ค่อยมีดรามาจัดเท่าไหร่ เหมาะแก่การดูคลายเครียดในช่วงวันหยุด สำหรับหนังเรื่องเราจึงขอให้คะแนนโดยรวมอยู่ที่  9/10

วิดีโอตัวอย่าง :

สำหรับใครที่อยากชม สามารถหาชมได้ทาง Netflix ซึ่งได้เข้าฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา และได้ขึ้นติดท็อป 10 หนังที่มีคนดูมากที่สุดประจำสัปดาห์อีกด้วย

#Holidate #รีวิวหนัง Netflix #หนังรักคุณภาพ

The Call จะเป็นอย่างไรหากโทรศัพท์ในบ้านคุณนั้นสามารถโทรหาคนในอดีตได้

ในยุคสมัยที่โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนยังไม่ได้รับความนิยมเท่าปัจจุบันนั้น สิ่งที่แทบทุกบ้านจะต้องมีนั่นก็คือโทรศัพท์บ้าน ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสารมากยิ่งขึ้น แต่จะเป็นอย่างไรหาโทรศัพท์ภายในบ้านของเรานั้นสามารถโทรกลับไปหาเจ้าของบ้านเดิมในอดีตเป็นเวลากว่า 20 ปีได้ และจะเป็นอย่างไรหากสิ่งที่เราได้ทราบนั้นไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องราวในอดีตเท่านั้นแต่มันยังนำทางเรื่องราวน่าประหลาดใจมาสู่เรามากมาย The Call เป็นภาพยนตร์สัญชาติเกาหลีที่จะนำเสนอเรื่องราวที่เรากล่าวมาทั้งหมดนี้ แต่แฝงไปด้วยความโหดร้ายและทารุณรวมไปถึงปริศนามากมาย

ภาพปกจาก : www.heavenofhorror.com/reviews/the-call-netflix-korean-horror/

เรื่องราวภายในภาพยนตร์เรื่อง The Call

www.monstersandcritics.com/movies/the-call-korean-movies-ending-explained/

            The Call จะเล่าถึงเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่มีชื่อว่าซอยอน เธอนั้นได้พบว่าโทรศัพท์บ้านของเธอสามารถโทรกลับไปในอดีตกว่า 20 ปีได้ ทำให้เธอนั้นได้คุยกับผู้อยู่อาศัยในบ้านหลังนี้ในอดีตเป็นหญิงสาวซึ่งเป็นลูกสาวของเจ้าของบ้านที่มีชื่อว่ายองซุก เธอนั้นเป็นเด็กสาวที่ดูอ่อนแอและน่าสงสาร ทำให้ซอฮยอนตัดสินใจที่จะช่วยเหลือเธอในการแก้ไขอดีต แต่ยิ่งเธอโพสต์พันกับเรื่องราวเหล่านี้มากขึ้นเท่าไหร่เธอก็กลับพบว่ายองซุกนั้นผิดปกติ และอาจจะไม่ได้น่าสงสารและอ่อนแออย่างที่เธอคิด ด้วยความที่ถลำลึกจนยากที่จะถอนตัวทำให้เธอนั้นต้องจมลงไปกับปริศนาและเรื่องราวน่าประหลาดใจมากมายที่จะเกิดขึ้นกับเธอหลังจากนี้

ความน่าสนใจในภาพยนตร์เรื่อง The Call

https://www.patsonic.com/movie/review-the-call-netflix/

The Call | Official Trailer | Netflix [ENG SUB]

            The Call เป็นภาพยนตร์ที่ได้นางเอกชื่อดังอย่างปาร์คชินฮเยมารับบทนำ ไม่เพียงแต่ความสามารถในการแสดงของเธอเท่านั้นที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้น่าสนใจ แต่ยังรวมไปถึงบทบาทตัวละครเอกของเธออีกด้วย เพราะปกติแล้วภาพยนตร์แนวทริลเลอร์นั้นจะเต็มไปด้วยความไม่สมเหตุสมผลเน้นไปในเรื่องของความสยองขวัญและความโหดร้าย แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เป็นอย่างนั้น บทบาทของเธอนั้นมีมิติและเข้มแข็ง ไม่ใช่เหยื่อที่สามารถรอดมาได้เพราะโชคช่วย แต่ก็ไม่ได้เก่งกาจเกินไปกว่ามนุษย์ทั่วไป เป็นตัวละครที่น่าเอาใจช่วยเป็นอย่างมาก ส่วนคนที่มารับบทเป็นยองซุกนั้นก็คือจอนจงซอ แม้ว่าจะหายไปจากวงการอยู่พักหนึ่งแต่การกลับมาในครั้งนี้ก็เป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ เพราะบทบาทที่เธอได้รับนั้นเป็นบทบาทที่ค่อนข้างยาก เนื่องจากตัวละครยองซุกนั้นมีความผิดปกติทางจิตที่ทำให้เธอนั้นดูน่ากลัว แต่ก็อ่อนแอและเปราะบางราวกับแก้ว เป็นความขัดแย้งกันที่จะต้องใช้ฝีมือในการนำเสนอเพื่อให้สามารถแสดงบทบาทออกมาได้อย่างสมจริงมากที่สุด

#The Call #หนัง Netflix แนะนำ #รีวิวหนัง Netflix

รีวิวหนัง Netflix : เศษเสี้ยวหัวใจหญิง Pieces of a Woman หนังดราม่า สายรางวัล

สำหรับช่วงนี้หลายๆคนอาจจะมองว่าไม่ค่อยมี หนังดราม่า บน Netflix ให้ดูเท่าไร บทความนี้จึงขอแนะนำ หนังดราม่าสายรางวัล อย่าง เศษเสี้ยวหัวใจหญิง Pieces of a Woman ซึ่งเป็นหนังที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ของความเป็นผู้หญิง เป็นอีก หนังแนะนำบนเน็ตฟลิกซ์ ที่อยากให้ดูกัน เพราะว่าเรื่องนี้บอกเลยว่าไม่ธรรมดา ในแง่ของการแสดง เป็นอะไรที่คุณควรต้องดูมากๆ

เรื่องย่อ หนัง Netflix เศษเสี้ยวหัวใจหญิง (Pieces of a Woman)

เป็นเรื่องราวของมาร์ธาที่ต้องการมีลูก และครอบครัวที่สมบูรณ์ แต่แล้วในวันที่เธอคลอดลูก เธอกับเสียลูกของเธอไป ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของการแตกร้าวของครอบครัว ปัญหาต่างๆที่เธอต้องแบกรับไว้ ครอบครัวเริ่มไม่ใช่พื้นที่ๆเธอรู้สึกว่าปลอดภัยทางจิตใจอีกต่อไป เธอจะต้องเดินหน้าต่อไป รวมไปถึงการต่อสู้ในชั้นศาลที่ทำให้เธอต้องเผชิญกับเรื่องราวที่ยากเกินจะรับมือไหว

ตัวอย่างหนัง

https://www.youtube.com/watch?v=2eWAu30CE9U&feature=emb_title

เศษเสี้ยวหัวใจหญิง (Pieces of a Woman) หนังดราม่า คุณภาพดี

สำหรับเรื่องนี้พล็อตเรื่องอาจจะไม่ได้แปลกใหม่อะไรมาก แต่ที่ต้องขอชื่นชมเลยก็คือวิธีการเล่าเรื่องของเรื่องนี้ ที่คุมโทนสีออกมาได้อย่างน่าประทับใจ บีบเค้นอารมณ์ของเราไปกับความดราม่า จากตัวอย่างหลายๆคนอาจจะตัดสินว่าหนังเรื่องนี้จะน่าเบื่อหรือเปล่า อาจจะใช่ในแง่ของความที่ไม่ได้มีอะไรใหม่ในเรื่องนี้ แต่ต้องของบอกเลยว่าในแง่ของการแสดง นักแสดงแต่ละคนปล่อยของออกมาแบบเต็มที่ โดยเฉพาะนางเอกของเราที่เล่นได้เข้าถึงบทบาท โดยเฉพาะตอนคลอดลูก ที่ตัวหนังไม่ข้ามขั้นเลย เราจะได้เห็นสภาวะอารมณ์ของตัวละครได้ตั้งแต่ต้นจนจบ

ซีนอารมณ์ของนักแสดง เศษเสี้ยวหัวใจหญิง (Pieces of a Woman)

ที่ต้องขอชมเชย ไม่ใช่แค่นางเอกของเรื่อง พระเอกของเราที่เป็นสามีเองก็ทำได้ดีมากเช่นกัน เป็นการแสดงอารมณ์สีหน้าได้อย่างทรงพลัง ทั้งๆที่บทของเขาก็ไม่ได้มีมากไปกว่านางเอก แต่กลับแสดงออกมาได้ดีอย่างเหลือเชื่อ และสำหรับคนที่ได้ดูก็จะต้องประทับใจในการแสดงของแม่นางเอกที่พยายามจะปลอบลูกของตัวเองด้วยเช่นเดียวกัน สรุปรวมก็คือ หนังดราม่า เรื่องนี้ควรค่าแก่การไปดูนักแสดงแต่ละคนว่าปล่อยของออกมาได้น่ากลัวแค่ไหน เพราะว่าพล็อตเรื่องดูไม่มีอะไรเลย แต่หนังเรื่องนี้กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางห้วงอารมณ์ที่พิเศษกว่าเรื่องไหนๆ ถ้าเป็นไปได้ หนังเรื่องนี้เป็น หนัง Netflix ที่คุณไม่ควรจะมองข้ามอีกเรื่อง สำหรับคอหนังสายรางวัล คุณจะต้องประทับใจทุกวินาทีเลยทีเดียว

#Pieces of a Woman #หนังดราม่า #หนังรางวัล #รีวิวหนัง Netflix

The Beast (La Belva) แค้นอสูร เปิดฉากการไล่ล่าสุดมันส์

รีวิวหนัง Netflix หนัง Netflix มันส์ๆ หนังแนะนำ หนังแอ็คชั่น 2020

สำหรับคนที่ชอบหนังแนว Taken ขอบอกเลยว่าคุณจะต้องรักหนังเรื่องนี้อย่างแน่นอน หนังเรื่องนี้เป็น หนังแอ็คชั่น หนังไล่ล่า หนังสู้ มันส์ๆ ที่ เน็ตฟลิกซ์ ได้ซื้อมาเป็นของตัวเอง เพราะฉะนั้นแล้วหากคุณกำลังคิดถึงหนังที่มีกลิ่นอายการไล่ล่า การแก้แค้นแบบมันส์ๆ ถึงขนาดปิดเมือง ขอบอกเลยว่า หนังเน็ตฟลิกซ์ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุณห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด

เรื่องย่อ The Beast (La Belva) หนังแอ็คชั่น เน็ตฟลิกซ์ 2020

สำหรับหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของ รีว่า ชายผู้ที่ประสบกับปัญหาทางจิตเวชจากสงคราม ความสัมพันธ์เขากับครอบครัวนั้นไม่ได้เป็นไปได้ด้วยดีนัก มีเพียงแต่ลูกสาวของเขาเท่านั้นที่ยังอยากจะติดต่อกับเขา เป็นเหตุให้รีว่านั้นอยากจะกลับเป็นปกติ วันหนึ่งเขาและลูกสาวได้นัดกันไปทานข้าว แต่กลับกลายเป็นว่าพี่ชายผู้ที่ต้องทำหน้าที่มาส่ง กลับไม่มาส่ง แถมยังทำให้น้องสาวของตัวเองต้องถูกลักพาตัว งานนี้ รีว่า จึงต้องทำการออกตามหาลูกสาวของเขา ในขณะที่ตำรวจเองก็คิดว่าเขาเป็นคนที่ลักพาตัว

The Beast (La Belva) หนังไล่ล่าที่มีเรื่องของผมครอบครัวมาเอี่ยว

สำหรับเรื่องนี้ที่ทำให้พิเศษมากกว่าเรื่องอื่นๆเลยก็คือ นอกจากที่จะเป็นหนังเกี่ยวกับการไล่ล่า การตามหาตัวลูกสาวที่ถูกลักพาตัวไปแล้ว ยังมีอีกปมที่น่าสนใจจนทำให้คนดูอย่างเราๆ นั้นจะต้องลุ้นไปด้วย นั่นก็คือ ปมปัญหาครอบครัวของตัวเอง ซึ่งดูเหมือนว่าเขานั้นจะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีนักกับลูกชายของเขา เพราะนั้นปลายทางของเรื่องนี้ นอกจากที่เราจะต้องมาคอยลุ้นว่าจะตามหาลูกสาวได้สำเร็จหรือไม่ ก็ต้องคอยมาลุ้นด้วยว่าความสัมพันธ์ของตัวเองและครอบครัวของเขานั้นจะไปในทิศทางไหน

หนังบู๊ ที่ฉากมันส์ๆ ต้องลุ้นกันหน่อย The Beast (La Belva)

หนังเรื่องนี้เป็นหนังบู๊ที่ฉากบู๊เราต้องคอยลุ้นกันเอาหน่อย เพราะเราไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าฉากนั้นจะเป็นฉากบู๊สุดมันส์ หรือว่าจะเป็นฉากบู๊ที่ทำให้เราตลก เพราะมันไม่แน่นอนเอามากๆ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับแย่ เพราะตัวเอกของเรื่องของบอกเลยว่าพี่เขาเข้าถึงบทบาทมากๆ พร้อมทั้งหน้าตาอันดุดันที่ทำให้บทนี้ออกมาเท่แบบสุดๆ จะมีเสียดายก็แต่ปมที่คลี่คลายง่ายไปเล็กน้อย บวกกับตัวร้ายที่แทบไม่ได้มีบทบาทมากมายอะไร ทำให้เรื่องนี้อาจจะดูน่าเบื่อไปในบางช่วง แต่ก็เป็น หนังแอ็คชั่น จาก เน็ตฟลิกซ์ อีกเรื่องที่คุณชอบบรรยากาศหนังการไล่ล่า ขอบอกว่าห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด

#รีวิวหนัง Netflix #หนังแอ็คชั่น 2020 #The Beast (La Belva)

The Paramedic หนังทริลเลอร์ ลุ้นระทึก พล็อตเรื่องนี้ แต่ยังไม่สุด

หนังทริลเลอร์ Netflix หนังลักพาตัว หนังแนะนำ 2020 รีวิว หนัง Netflix

หนังเรื่องนี้มาในแนว หนังทริลเลอร์ หนังระทึกขวัญ หนังลักพาตัว ซึ่งจริงๆแล้ว หนังแนวนี้ก็ไม่ใช่แนวที่ใหม่อะไร แต่ในครั้งนี้กับเรื่อง The Paramedic มีจุดขายตรงที่ ตัวเองนั้นเป็นคนพิการนั่งรถเข็น ทำให้หนังน่าจะเพิ่มความตื่นเต้น เป็นอีกเรื่องของ หนัง Netflix ที่พล็อตส่งมาดีมาก แต่ยังไปได้ไม่สุดเท่าไร จะเป็นเพราะอะไรมาดูกัน

เรื่องย่อ หนัง Netflix The Paramedic

เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ ชายหญิงคู่หนึ่งที่เป็นแฟนกัน แต่ด้วยพฤติกรรมต่างๆ ที่เหมือนจะล้ำเส้นกันจนเกินไป เป็นเหตุให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ไม่ค่อยดีนัก ซ้ำร้ายฝ่ายชายประสบอุบัติเหตุจนขาพิการ ซึ่งนำไปสู่การเลิกราของความสัมพันธ์ แต่เมื่อมีอีกฝ่ายไม่ยอมจบ จึงทำให้เกิดการลักพาตัวกันเกิดขึ้น จับตัวขังไว้ภายในห้องแล้วทรมานเธอด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อล้างแค้นที่เธอหนีไปมีแฟนใหม่

The Paramedic พล็อตเรื่องดี แต่เนื้อเรื่องยังกลวง

สำหรับจุดที่ทำให้เรื่องนี้ถึงแม้จะไม่ใช่แนวหนังใหม่อะไรก็ได้รับความสนใจนั่นก็คือ การที่ตัวเอกนั้นกลายเป็นคนพิการ ตรงจุดนี้ทำให้คนดูคาดหวังพอสมควรว่า เขาจะจัดการกับแฟนสาวที่ยังคงสามารถใช้แขนขาของเธอได้อย่างปกติอย่างไร จุดนี้เลยทำให้ตัวพล็อตเรื่องดูน่าสนใจขึ้นมามากเลยทีเดียว แต่ที่น่าเสียดายที่เนื้อเรื่องของหนังเรื่องนี้ค่อนข้างไม่มีอะไรเลย แถมยังเสียเวลากับการปูเรื่องที่ไม่ได้สำคัญอะไรมาก กว่าจะมาถึงจุดที่เป็นจุดขายของหนังก็เล่นเอามาช่วงท้าย เพราะฉะนั้นช่วงแรกของหนังก็จะน่าเบื่อมากพอสมควรเลยทีเดียว

หนังทริลเลอร์ ที่ไม่มีจุดพีค แต่ก็พอรับได้ ถือว่าเป็นมาตรฐานของ หนัง Netflix

หนังเรื่องนี้ถึงแม้ว่าจะดูขาดสีสันในการเล่นกับความคาดหวังไปเสียหน่อย แต่ก็ใช่ว่าจะถึงขนาดทนดูไม่ได้ ก็มีจุดที่สามารถทำเราลุ้นไปด้วยมากอยู่พอสมควร แต่ถ้าหากพูดถึงความเป็นเหตุเป็นผล แรงจูงใจของตัวละครอื่นในตอนจบ ก็ยังมีไม่มากพอ เลยทำให้ออกมาดูไม่สมเหตุสมผลเท่าไร มาถึงจุดตอนที่ลักพาตัวมา คนดูก็จะคาดหวังการโต้กลับไปมา อย่างสูสี แต่ก็ต้องแอบผิดหวังเพราะมันก็ดูง่ายๆแปลกๆ ไม่ค่อยมีชั้นเชิงเท่าไรนัก ถ้าหากจะต้องบอกว่า หนังทริลเลอร์ Netflix เรื่องนี้เป็นไปอย่างที่หวังไหม ก็คงตอบว่าไม่ แต่ก็ไม่ได้เป็นหนังที่แย่อะไร พอให้เราได้ตื่นเต้นไปกับตัวเอกที่พิการแต่ก็สามารถจัดการกับนางเอกได้อยู่ในระดับหนึ่ง

#รีวิวหนัง Netflix #The Paramedic #หนังลักพาตัว

“ Arthur Christmas” ของขวัญจานด่วน ป่วนคริสต์มาส

          Arthur Christmas หรือชื่อไทยว่า ของขวัญจานด่วน ป่วนคริสต์มาสนั่นเอง อีกการย้อนรอยแอนิเมชั่นเก่าจากปี 2011 แอนิเมชันเรื่องนี้เป็นแอนิเมชันสัญชาติอังกฤษ บริทิชโดยแท้ เป็นผลงานของบริษัทผู้สร้างการ์ตูนชื่อดังอย่าง ชิคเก้น รัน หรือ วอลเลซและกอมมิท นั่นเอง บริษัทนี้มีชื่อว่า Aardman animations สำหรับคอการ์ตูนจะยกย่องให้บริษัทนี้เรื่องความสดใสและมีชีวิตชีวาของตัวการ์ตูน และความโดดเด่นคือพวกเค้าใช้ดินน้ำมันปั้นและใช้กระบวนการแบบ stop motion ผสมกับกราฟิก ทำให้สไตล์ของค่ายนี้ค่อนข้างโดดเด่นพอสมควร

เรื่องย่อ  “ Arthur Christmasของขวัญจานด่วน ป่วนคริสต์มาส

            Arthur Christmas บอกเล่าเรื่องราวของเด็กหนุ่มนามว่า “อาเธอร์” เจ้าลูกชายคนสุดท้องของคุณซานต้า เขาเป็นเด็กหนุ่มขี้สงสัย เขามักจะมีคำถามเกี่ยวกับเทศกาลคริสต์มาสอยู่เสมอๆ ตั้งแต่กระบวนการผลิตลามไปถึงเรื่องใหญ่ที่สุดนั่นก็คือ การส่งของขวัญ ซึ่งเป็นคำถามในหัวเขาตลอดว่าจะส่งของขวัญทันให้เด็กเป็นล้านๆชิ้นได้ยังไง ไหนจะอยู่คนละประเทศ คนละมุมโลกด้วยซ้ำ แต่แล้วก็เกิดความโกลาหลขึ้นในวันคริสต์มาสปีนี้ของเขา เมื่อมีเด็กคนหนึ่งยังไม่ได้รับของขวัญจากทั้งหมดสองร้อยล้านชิ้น กับขาดตกบกพร่องไปหนึ่งชิ้น และผู้ที่จะต้องออกปฎิบัติการไปส่งของขวัญให้ทันก่อนพระอาทิตย์จะขึ้นนั่นก็คือเขา อาเธอร์ ผู้ที่มีประสบการณ์อ่อนด้อยในการเป็นคลอสมากที่สุดในตระกูล ต้องรอดูว่าเขาจะสามารถเอาชนะการแข่งกับเวลาและอุปสรรคต่างๆให้ภารกิจนี้สำเร็จได้หรือไม่

สิ่งที่น่าสนใจใน Arthur Christmasของขวัญจานด่วน ป่วนคริสต์มาส

            นับว่าเป็นหนังที่เข้าทางของเด็กดูได้ผู้ใหญ่ดีจริงๆค่ะ แน่นอนว่าแอนิเมชั่นเรื่องนี้ยึดธีมหลักของเรื่องไว้คือเทสกาลคริสต์มาส ทำให้มั่นใจได้ว่าการ์ตูนจะออกมาในรูปแบบความอบอุ่นใจ ครอบครัว และความรักแน่นอน ถ้าลงลึกและมองดูดีๆการแอบแฝงความนัยของเรื่องนี้ก็ยังมีอยู่แบบที่ผู้ใหญ่จะต้องได้คิดไปตามๆกัน

ถึงความร่วมสมัยในหนัง ผ่านปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ความแตกต่างระหว่างวัยที่ทำให้สื่อสารกันไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจกันและสุดท้ายจึงเกิดผลที่ตามมาถึงการขาดความเชื่อมั่นและความศรัทธาในบางสิ่ง และนัยยะหนึ่งก็พูดถึงเทคโนโลยีของแต่ละยุคสมัย วิธีการอาจจะแตกต่างกัน ตอนนี้อาจจะเหมาะสมกับระบบล้ำสมัย แต่เรื่องทางใจหรือความละเอียดอ่านบางอย่างก็ยังต้องพึ่งอนาล็อคอยู่เช่นกัน

การเรียนรู้ซึ่งวิวัฒนาการของแต่ละช่วงยุคอาจต้องใช้เวลาในการปรับตัว แต่ในที่สุดแล้วย่อมหาตรงกลางที่อยู่ร่วมกันได้เสมอ อีกทั้งสะท้อนปัญหาในครอบครัวอย่างเช่นซานต้า พ่อของอาเธอร์ เขารับหน้าที่การส่งของขวัญต่อจากคุณปู่มาอีกที เขาได้ทำการส่งของขวัญมาแล้วกว่า 70 ครั้ง หรือเรียกว่าผ่านเทศกาลคริสมาสต์มากว่า 70 หน งานยุ่งล้นมือจนหลงลืมไปว่าลกชายตัวเองเคยอยากได้ของขวัญอะไรนั้นก็สะท้อนวิถีชีวิตคนเมืองที่เริ่มบ้างาน จนหลงลืมครอบครัวไปข้างหลัง บางครั้งการนึกถึงได้อาจะสายไปเสียแล้ว ถือว่ามีข้อคิดในการสอนให้คนมองคุณค่าสิ่งใกล้ตัวได้ดีเลยทีเดียวค่ะ หากใครยังไม่เคยดูต้องลองหาเวลาเปิดดูกับครอบครัวนะคะกับ  Arthur Christmas ของขวัญจานด่วน ป่วนคริสต์มาส

#Arthur Christmas #รีวิวหนัง Netflix #หนังครอบครัว

His House บ้านของใคร หนังสยองขวัญที่สะเทือนอารมณ์ที่สุดในปี 2020

สำหรับหนังเรื่อง His House บ้านของใคร ขอบอกเลยว่าตอนนี้กำลังเป็นกระแสแบบสุดๆ เพราะด้วยความที่เป็น หนัง Netflix ที่ได้ตีแผ่ในเรื่องของชนชั้นการเป็นผู้อพยพ ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนึ่งใน หนังใหม่ 2020 ที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก นอกจากที่จะต้องมากลัวผีและ ยังจะต้องมาสะเทือนอารมณ์เกี่ยวกับสังคมที่ไม่เท่าเทียมกันอีกต่างหาก

เรื่องย่อ หนังสยองขวัญ Netflix His House บ้านของใคร

เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ สามีภรรยาคู่หนึ่ง ที่พวกเขาได้มาเป็นผู้อพยพในประเทศอังกฤษ ซึ่งพวกเขานั้นต้องไปอาศัยอยู่ในบ้านหลังหนึ่งให้ได้ เพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่ต้องส่งทั้งคู่ให้กลับไป แต่บ้านหลังนี้กลับมีเรื่องราวประหลาดที่ชวนให้ขวัญกระเจิง ซึ่งทั้งคู่เองก็พยายามทนอยู่กับสภาพบ้านที่เลวร้าย เพื่อไม่ให้กลับไปเจอเรื่องที่เลวร้ายมากกว่า ซึ่งที่ๆพวกเขาจากมานั้นเป็นชีวิตจริงที่โหดร้ายมากกว่าการเจอผีปีศาจใดๆ

หนังสยองขวัญ ที่เล่นกับจิตใจของคนได้ดีเยี่ยม His House บ้านของใคร

สำหรับหนังสยองขวัญเรื่องนี้ขอบอกเลยว่าน่าประทับใจตั้งแต่พล็อตเรื่องที่ได้มีการนำประเด็นเรื่องคนอพยพเข้ามาใส่ไว้ด้วย ซึ่งจากในเรื่องเองก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าพวกเขาไม่เพียงแต่ถูกเหยียดจากคนผิวขาวชาวอังกฤษเท่านั้น แต่คนผิวสีด้วยกันเองก็ยังดูแคลนคนอพยพอย่างพวกเขา ซึ่งทั้งคู่เองก็ได้พยายามอย่างหนักในการที่จะอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ให้ได้ ถึงแม้ว่าตัวภรรยาเองก็มีความหวังอยู่ลึกๆว่าจะได้กลับบ้านเกิด แต่ด้วยปมปัญหาต่างๆ ซึ่งได้ส่งผลต่อจิตใจของพวกเขา จนบางทีในเรื่องเราก็แทบแยกไม่ออกว่าฉากไหนที่โดนหลอก และฉากไหนที่จิตของพวกเขาเล่นงานตัวเขาเอง

His House บ้านของใคร หนังตีแผ่ปัญหาสังคม หนังสยองขวัญสะเทือนอารมณ์

หนังเรื่องนี้จะมีการเล่าแบบแฟลชแบ็คให้เราได้รู้ว่าเรื่องราวก่อนที่พวกเขาจะได้มาอยู่ที่บ้านหลังนี้นั้นพวกเขาต้องเจอกับความโหดร้ายแบบไหนมา จนทำให้พวกเขาจะต้องทนอยู่กับสถานภาพอันโหดร้ายของบ้านหลังนี้ แต่ภายในเรื่องหากคุณดูจริงๆแล้วจะพบว่า ประเด็นของเรื่องที่อยากจะส่งสารมาให้คนดูน่าจะเป็นปัญหาของผู้อพยพเสียมากกว่า ซึ่งจริงๆแล้วถือว่าเป็นแก่นหลักของเรื่อง และเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่จะทำให้เราเข้าใจในระดับหนึ่งว่าทำไมพวกเขาถึงต้องถูกหลอกหลอนอย่างหนักเอาเรื่อง สำหรับคนที่ชอบดู หนังสยองขวัญ ที่มีพล็อตเรื่องเกี่ยวกับปัญหาทางสังคม หนังเรื่องนี้เป็น หนัง Netflix อีกเรื่องที่จะมาตอบโจทย์ของคุณ

#รีวิวหนัง Netflix #หนังสยองขวัญ Netflix #His House บ้านของใคร

All The Bright Places แสงแห่งหวังที่ทุกฝั่งฟ้า แอลล์ แฟนนิ่ง เปล่งประกายอีกครั้ง

ผ่านไปแล้วกับเดือนแห่งความรักอบอวล ส่งไม้ต่อกันมาที่ หนังโรแมนติคดราม่า ของ Netflix ที่มีนักแสดงสาวเจ้าเสน่ห์อย่าง แอลล์ แฟนนิ่ง ที่จะมากุมหัวใจของคุณอีกครั้ง หนังเรื่องนี้ถือว่าเป็นหนึ่งใน หนังแนะนำเน็ตฟลิกซ์ ที่จะพาคุณด่ำดิ่งไปพร้อมๆกับภาพรักที่มีภาพขอความเจ็บปวดเคล้าอยู่ด้วย

เรื่องย่อ

เป็นเรื่องราวของ ไวโอเล็ต มาร์กีย์ หญิงสาวที่สูญเสียพี่สาวที่รักของเธอจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ซึ่งได้เปลี่ยนให้เธอกลายเป็นหญิงสาวที่แบกความเศร้าหมองเอาไว้ตลอดเวลา จนเมื่อเธอได้มาเจอกับชายหนุ่มชื่อว่า ธีโอดอร์ ฟินซ์ ที่เขาจะมาเปลี่ยนชีวิตของเธออีกครั้ง เขาได้โผล่เข้ามาในช่วงชีวิตของเธอที่ยากลำบาก เขาได้ดึงเธอออกจากความเศร้า ด้วยการพาเธอไปท่องเที่ยวตามที่ต่างๆในเมือง แต่การมอบความสดใสให้กับเธอคนนี้แต่จริงๆแล้วตัวฟินซ์เองนั้นก็มีบางอย่างที่มืดมนและอ้างว้างที่ไวโอเล็ตยากจะเข้าใจ

หนังเรื่องนี้ต้องขอออกตัวก่อนว่าไม่ใช่หนังรักโรแมนติคจ๋าๆ แต่หนังเรื่องนี้มีความดราม่าอยู่ในเรื่องนี้อยู่ด้วย ซึ่งความดราม่าและความเจ็บปวดตั้งแต่เปิดเรื่องเลยทีเดียว ซึ่งความเจ็บปวดดังกล่าวในครึ่งแรกจะเป็นเรื่องของนางเอกเสียส่วนใหญ่ ส่วนในครึ่งหลังตัวหนังจะนำเรามาสู่เรื่องราวความดราม่าของฝั่งพระเอก ที่ถ้าพูดกันแล้ว ความเจ็บปวดของทั้งสองคนนี้ค่อนข้างมีจุดร่วมกัน ในเรื่องของการสูญเสียคนที่รัก แต่ว่าวิธีการแสดงออกและรับมือกับความเจ็บปวดของตัวเองของทั้งสองนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

หรือจะให้พูดง่ายๆเลยก็คือจากเรื่องนี้เราจะได้เห็นวิธีการหนีปัญหาที่ต่างกันของทั้งสองคน รวมไปถึงการเยียวยากันละกันที่จะทำให้เราพลางอบอุ่นหัวใจไปด้วย ซึ่งเปิดการเปิดมุมมองอีกมุมมองหนึ่งที่ว่าแท้จริงแล้วคนที่ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นอะไรนั้น จริงๆแล้วเขาอาจจะมีปัญหาที่รอการช่วยเหลืออยู่ก็เป็นได้เช่นกัน

#All The Bright Places #รีวิวหนัง Netflix #หนังแนะนำเน็ตฟลิกซ์