• Home
  • Tag: รีวิวหนัง Netflix

รีวิวภาพยนตร์ใน Netflix เรื่องThe call

ภาพยนตร์เรื่อง The call เป็นภาพยนตร์แนวระทึกขวัญ ดราม่า ผลงานการกำกับของ อีชุงฮยอน โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้นักแสดงมากความสามารถมากมายมาร่วมแสดงไม่ว่าจะเป็นพัคชินฮเย ที่มารับบทเป็น ซอยอน หญิงสาวที่ต้องทนทุกข์จากการเสียพ่อ และโกรธเคืองแม่ โดยเธอได้มาอาศัยอยู่ในบ้านใหม่ที่เธอเพิ่งจะย้ายเข้ามาอยู่ได้ไม่นานหลังจากที่บ้านเก่าของเธอไฟไหม้ คนต่อมาคือจอนจงซอ ที่มารับบทเป็น โอยองซุก หญิงสาวที่ต้องทนทุกข์กับการโดนทารุณจากแม่เลี้ยงอย่างโหดร้ายมาตลอดหลายปี และเหตุนี้เองที่ทำให้นอกจากบาดแผลทางร่างกายแล้ว ก็ยังมีบาดแผลทางจิตใจที่ถูกทำร้าย สะสมๆมา จนเธอกลายเป็นคนมีบุคลิกภาพผิดปกติและต่อต้านสังคม คนต่อมาคืออีเอล รับบทเป็น แม่เลี้ยงของ โอยองซุก โดยเธอเป็นหมอผีร่างทรง ภาพยนตร์The call เป็นภาพยนตร์เมื่อปี 2564  

เนื้อเรื่องย่อของภาพยนตร์เรื่อง The call

ภาพยนตร์เรื่อง The call เปิดเรื่องราวมาที่ ซอยอน หญิงสาวที่อาศัยอยู่ในยุคปัจจุบัน โดยวันหนึ่ง เธอได้รับโทรศัพท์จากสายปริศนาในบ้านใหม่ที่เธอเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ได้ไม่นานหลังจากที่บ้านหลังเก่าของเธอไฟไหม้จนต้องสูญเสียพ่อไป จากการสูญเสียครั้งนี้เธอได้แต่โทษว่าเป็นความผิดของแม่ โดยสายปริศนาที่เธอรับถูกโทรมาจากอดีตในปี 1999 จาก โอยองซุก หญิงสาวที่อาศัยอยู่กับแม่เลี้ยงที่เป็นหมอผีร่างทรง ในทุกๆวันเธอมักจะถูกแม่เลี้ยงทารุณกรรมอยู่เสมอ แม่เลี้ยงอ้างว่าการทารุณกรรมนั้นเป็นการขับไล่วิญญาณชั่วร้ายที่สิงอยู่ในตัวยองซุกให้ออกไป ซึ่งในวันหนึ่ง ซอยอน เธอได้เสนอกับ ยองซุกว่า หากเธอสามารถช่วยไม่ให้พ่อของซอยอนตายได้ ซอยอนก็จะช่วยเธอ และยองซุกก็สามารถทำได้จริงๆ ทำให้ปัจจุบันของ ซอยอน เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น จนวันหนึ่งที่ ซอยอน ได้ช่วยชีวิตยองซุกจากเงื้อมมือแม่เลี้ยง จนเป็นจุดเริ่มต้นของฆาตกรต่อเนื่อง แล้วเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ต้องติดตามชมทาง Netflix กับภาพยนตร์เรื่องThe call

ความประทับใจหลังดูภาพยนตร์เรื่อง The call

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความน่าสนใจจากการนำเสนอเรื่องราวของตัวละครออกมาได้ดี เพิ่มความแฟนตาซีเกี่ยวกับมิติเวลามาผสมกับความสยองขวัญ นอกจากนี้ยังมีเรื่องระทึกขวัญไปกับการฆาตกรรมในเรื่องต่ออีก และในระหว่างที่ดูอยู่ เราจะต้องตั้งใจสักหน่อย เพราะถ้าพลาดไปแล้ว จะต่อเรื่องไม่ติด ใครที่เป็นคอหนังระทึกขวัญอยู่แล้วก็ลองดูนะคะ กับภาพยนตร์เรื่อง The call

คะแนนของเรื่องนี้ 7.5/10

อ้างอิงภาพจาก www.decider.com

#รีวิวหนัง Netflix #หนังเกาหลีน่าดู #หนังระทึกขวัญ

รีวิวหนัง Netflix เรื่อง The Hangover เดอะ แฮงค์โอเวอร์ เมายกแก๊ง แฮงค์ยกก๊วน

ภาพยนตร์เรื่อง The Hangover เดอะ แฮงค์โอเวอร์ เมายกแก๊ง แฮงค์ยกก๊วน เป็นภาพยนตร์แนวคอมเมดี้ ผลงานการกำกับของ ท็อดด์ ฟิลลิปส์ โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้นักแสดงมากความสามารถมากมายมาร่วมแสดงไม่ว่าจะเป็นจัสติน บาร์ธา ที่มารับบทเป็น ดั๊ก ชายหนุ่มที่กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานในอีกวันสอง คนต่อมาคือแซ็ค กาลิเฟียนนาคิส มารับบทเป็น อลัน หนุ่มร่างท้วมที่สติไม่ค่อยจะดี เขาเป็นน้องชายของผู้หญิงที่ดั๊กจะแต่งงานด้วย คนต่อมาคือเอ็ด เฮล์มส์ มารับบท สตู หมอฟันสูงวัย กำลังคบหาอยู่กับ เมลิสซ่า ผู้หญิงที่ทุกคนไม่เคยเชียร์ให้แต่งด้วย แต่เขาไม่ฟัง และตั้งใจว่าจะเชอร์ไพรส์ขอเธอแต่งงานในแต่งครั้งนี้ และคนสุดท้ายที่จะมาแนะนำในวันนี้คือแบรดลีย์ คูเปอร์ มารับบทเป็น ฟิล ครูประถมที่แต่งงานมีลูกแล้ว แต่ก็ยังเพลย์บอยอยู่ ภาพยนตร์ The Hangover เมายกแก๊ง แฮงค์ยกก๊วน เป็นภาพยนตร์เมื่อปี 2552

เนื้อเรื่องย่อของภาพยนตร์เรื่อง The Hangover เมายกแก๊ง แฮงค์ยกก๊วน

ภาพยนตร์เรื่อง The Hangover เมายกแก๊ง แฮงค์ยกก๊วน เปิดเรื่องราวมาที่ สองวันก่อนหน้าวันแต่งงานของ ดั๊ก โดยเขาได้ขับรถมาลาสเวกัสพร้อมกับเพื่อนสนิทอย่าง ฟิล สตู และน้องเขยในอนาคตอย่าง อลัน เพื่อมาร่วมงานฉลองสละโสดด้วยกัน หลังจากฉลองกันเต็มที่เมื่อเขาทั้งสามตื่นขึ้นมาในยามเช้า พวกเขากลับจำอะไรกันไม่ได้เลย ห้องสวีทที่พวกเขาอยู่ก็เละเทะยิ่งกว่ากองขยะแถมว่าที่เจ้าบ่าวก็ยะงมาหายตัวไปอีก ทั้งสามคนจึงต้องพยายามตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง ก่อนที่เรื่องราวจะแย่ไปกว่านี้ พวกเขาเริ่มออกตามหาตัวดั๊กให้พบเพื่อส่งกลับไปยังแอลเอให้ทันเวลาเข้าพิธีแต่งงาน โดยระหว่างทางที่ตามหาพวกเขาก็ได้เจอกับเรื่องราวต่างๆมากมาย แล้วเรื่องราวที่ว่าจะเป็นอย่างไร สุดท้ายแล้วพวกเขาจะสามารถตามตัว ดั๊ก มาเข้าพิธีแต่งงานได้ทันเวลาไหม ต้องติดตามชมทาง Netflix กับภาพยนตร์เรื่องThe Hangover เมายกแก๊ง แฮงค์ยกก๊วน

ความประทับใจหลังดูภาพยนตร์เรื่อง The Hangover เมายกแก๊ง แฮงค์ยกก๊วน

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนังตลกที่อยากให้ทุกคนได้ลองดูกัน เนื้อหาของหนังไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเลย แต่กลับทำออกมาให้คนดูหัวเราะแบบจัดเต็ม นอกจากนี้ยังมีการเล่าเรื่องถึงเหตุเกิดก่อนความเมา และผลที่ได้รับจากมัน ซึ่งทุกอย่างล้วนเกิดจากการเมาที่ไม่ได้สติของพวกเขาทั้งสิ้น นักแสดงทุกคนก็เล่นดีสมบทบาท ใครที่ยังไม่เคยดูก็ลองหามาดูกันนะคะ กับภาพยนตร์เรื่อง The Hangover เมายกแก๊ง แฮงค์ยกก๊วน

คะแนนของเรื่องนี้ 8.5/10

อ้างอิงภาพจาก www.imdb.com

#รีวิวหนัง Netflix #The Hangover #หนัง Netflix น่าดู

รีวิวภาพยนตร์ใน Netflix เรื่อง The Mitchells vs. the Machines (2021)

บ้านมิตเชลล์ปะทะจักรกล

ภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง The Mitchells vs. the Machines (2021) บ้านมิตเชลล์ปะทะจักรกล เป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นแนวครอบครัว คอมเมดี้ ผลงานการสร้างจาก Netflix โดยภาพยนตร์เรื่องนี้มีตัวละครที่น่าสนใจมากมายไม่ว่าจะเป็นริค เป็นพ่อที่ชื่นชอบเรื่องการซ่อมแซมเป็นชีวิตจิตใจ ต่อมาคือลินดา เป็นแม่ที่ใจดีและชอบทำขนมหน้าตาแปลกๆ ต่อมาคือเค เป็นลูกสาวคนโตที่ผู้ชื่นชอบในการสร้างคลิปหนังสั้นสนุกๆ จนเริ่มโด่งดังในโซเชียล และตัวละครสุดท้ายที่จะมาแนะนำในวันนี้นั้นก็คืออารอน เป็นลูกชายคนเล็กที่คลั่งไคล้ไดโนเสาร์เอามากๆ ภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง The Mitchells vs. the Machines (2021) บ้านมิตเชลล์ปะทะจักรกล เป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นเมื่อปี 2564

เนื้อเรื่องย่อของภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง The Mitchells vs. the Machines (2021) บ้านมิตเชลล์ปะทะจักรกล

ภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง The Mitchells vs. the Machines (2021) บ้านมิตเชลล์ปะทะจักรกล เปิดเรื่องราวมาที่ ครอบครัวมิทเชลล์ ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกในครอบครัว 4 คน คือ ลินดา คุณแม่ผู้นอกจากจะใจดีแล้ว ยังมองโลกในแง่ดีและพร้อมสนับสนุนทุกคนในบ้าน ริค คุณพ่อผู้รักการผจญภัย และรักการซ่อมเป็นชีวิตจิตใจ เค ลูกสาวแสนน่ารักของบ้าน โดยเธอรักการทำภาพยนตร์สั้น และเริ่มเป็นที่รู้จัก และอารอน ลูกชายที่ชอบไดโนเสาร์เอามากๆ ซึ่งทั้ง 4 คนเป็นสมาชิกครอบครัวที่ดูไม่น่าเข้ากันได้ โดยเฉพาะลูกสาวเพราะเธอรู้สึกว่าตัวเองแปลกและเข้ากับใครไม่ได้ จึงตัดสินใจไปเข้าเรียนมหาวิทยาลัยศิลปะ เพราะเธอคิกว่าที่นั่นเป็นสถานที่ที่เธอจะได้เจอพวกเดียวกัน ก่อนเคจะไปมหาลัย คุณพ่อจึงอยากจะกระชับความสัมพันธ์กับลูกสาวเนื่องจากก่อนหน้าไม่ดีสักเท่าไหร่ จึงตัดสินใจจัดโร้ดทริป พาทั้งครอบครัวไปส่งลูกสาวที่มหาวิทยาลัยขึ้น แต่แล้วระหว่างทางดันเกิดเหตุการณ์ Robot uprising หุ่นยนต์ยึดครองโลกขึ้น และครอบครัวมิทเชลล์ ก็ได้กลายมาเป็นความหวังสุดท้ายของมนุษย์ แล้วเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป พวกเขาจะสามารถกอบกู้โลกได้หรือไม่ ต้องติดตามชมทาง Netflix กับภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง The Mitchells vs. the Machines (2021) บ้านมิตเชลล์ปะทะจักรกล

ความประทับใจหลังดูภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง The Mitchells vs. the Machines (2021) บ้านมิตเชลล์ปะทะจักรกล

ภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องนี้เป็นเรื่องราวแนวครอบครัวที่ครบรสมาก เนื้อเรื่องมีการพูดถึงปัญหาในครอบครัว ที่เชื่อว่าหลายๆบ้านก็คงประสบพบเจอ และเพิ่มความสนุกด้วยการผจญภัยและต่อสู้กับเจ้าพวกหุ่นยนต์ที่กำลังจะยึดโลก ใครกำลังอยากหาหนังสนุกๆสบายๆดู ก็แนะนำเรื่องThe Mitchells vs. the Machines (2021) บ้านมิตเชลล์ปะทะจักรกล เลยค่ะ

คะแนนของเรื่องนี้ 8.5/10

อ้างอิงภาพจาก www.dmtalkies.com

#รีวิวหนัง Netflix #The Mitchells vs. the Machines #หนัง Netflix แนะนำ

รีวิวภาพยนตร์เรื่อง The Book of Fish (2021)

ภาพยนตร์เรื่อง The Book of Fish (2021) เป็นภาพยนตร์เกาหลีแนวประวัติศาสตร์ ดราม่า ผลงานการกำกับของ อีจุนอิก โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้นักแสดงมากความสามารถมากมายมาร่วมแสดงไม่ว่าจะเป็นโซลคยองกู ที่มารับบทเป็น ขุนนางช็องยักจอน ขุนนางคนโปรดปรานของพระเจ้าช็องโจ คนต่อมาคือชเววอนยอง และรยูซึงรยง มารับบทเป็นช็องยักจง และ ช็องยักยง น้องชายทั้งสองคนของช็องยักจอน คนต่อมาคืออีจองอึน มารับบทเป็น หญิงสาวที่ย้ายมาจากเกาะกากอ เธอเป็นผู้หญิงใจดี คิดบวก และนับถือช็องยักจอนอย่างจริงใจ และคนสุดท้ายที่จะมาแนะนำในวันนี้คือบยอนโยฮัน มารับบทเป็น ชางแด ชายที่ขยันและหาปลาเก่งสุดบนเกาะฮึกซานโด เขาอาศัยอยู่กับแม่ โดยเขาพยายามศึกษาตำราความรู้ด้วยตัวเองทุกวัน โดยภาพยนตร์เรื่อง The Book of Fish (2021) เป็นภาพยนตร์เมื่อปี 2564

เนื้อเรื่องย่อของภาพยนตร์เรื่อง The Book of Fish (2021)

ภาพยนตร์เรื่อง The Book of Fish (2021) เปิดเรื่องราวมาที่ จองยักจอน นักวิชาการที่ถูกเนรเทศไปยังเกาะอันห่างไกลที่ชื่อว่า เกาะฮึกซานโด โดยเมื่อเขาต้องมาอยู่ที่เกาะแห่งนี้เขาก็เกิดการหลงใหลในการตกปลาขึ้นและตัดสินใจเริ่มเขียนหนังสือเกี่ยวกับปลาขึ้นมา ตลอดเวลาที่อยู่บนเกาะเขามักจะขอความช่วยเหลือจากชายหนุ่มชาวประมงนามว่า ชางแด แต่ชางแดก็ปฏิเสธเพราะไม่อยากช่วยอาชญากร เมื่อจองยักจอนรู้ว่าชางแดกำลังศึกษาเล่าเรียนด้วยตัวเอง เขาจึงเสนอที่จะแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการของเขากับความรู้เกี่ยวกับทะเลของชางแด และในที่สุดชางแดก็ตกลงยอมรับข้อเสนอ ทำให้ชางแดได้ร่ำเรียนจนสำเร็จ แต่แล้วเรื่องราวทั้งหมดกลับกลายเป็นดาบสองคม เพราะมันทำให้จองยักจอนเริ่มรู้สึกผิดหวังในตัวของชางแด แล้วเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ต้องติดตามชมกันใน ภาพยนตร์เรื่อง The Book of Fish (2021)

ความประทับใจหลังดูภาพยนตร์เรื่อง The Book of Fish (2021)

ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือว่าเป็นหนังที่สะท้อนเรื่องราวของชีวิต การเรียนรู้ และมิตรภาพ แถมยังสอดแทรกประเด็นทางสังคมมากมาย ทั้ง ภาษาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ การเมือง และที่ต้องชมอีกอย่างก็คืองานโปรดักชัน ที่แต่ละฉากมีองค์ประกอบภาพจัดวางอย่างดี มีความสวยงาม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้เรื่องราวน่าติดตาม และคนดูอย่างเราๆก็สามารถเข้าใจได้ง่าย รวมๆแล้วคือภาพยนตร์เรื่อง The Book of Fish (2021) เป็นหนังแนวประวัติศาสตร์ของเกาหลี ที่เนื้อหาเข้มข้น นักแสดงเล่นดี ใครที่ยังไม่เคยดูต้องหามาดูให้ได้เลยนะคะ

คะแนนของเรื่องนี้ 8/10

อ้างอิงภาพจาก www.variety.com

#The Book of Fish (2021) #รีวิวหนังเกาหลี #รีวิวหนัง Netflix

รีวิวหนัง Netflix : Je Suis Karl หนังดราม่าการเมือง เสียดสีสังคม คำถามให้ขบคิด

หนังดราม่า หนังการเมือง Netflix รีวิว Je Suis Karl

มากันที่หนังดราม่าเนื้อหาหนัก ๆ แต่ค่อนข้างสนุกพอตัวอย่าง Je Suis Karl โดยหนังเรื่องนี้ เป็น หนังการเมือง ที่มีความดราม่าสูงมาก ๆ พร้อมกับประเด็นสังคมมากมายให้เราได้ขบคิด ถึงแม้ว่าตอนจบอาจจะจบแบบสไตล์หนังที่บางคนอาจจะไม่ชอบ การปูตัวละครอาจจะไม่ดีมาก แต่รวม ๆ แล้ว หนังต่างประเทศ เรื่องนี้ ก็กลายเป็นหนังที่ดีเรื่องหนึ่ง ในแง่ของการพยายามสื่อความหมายทางการเมือง

เนื้อเรื่องย่อ หนังเน็ตฟลิกซ์ รีวิว Je Suis Karl

หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของเด็กสาวคนหนึ่งที่ชื่อว่า แม็กซี่ เธอต้องเจอกับเหตุการณ์บางอย่างที่ได้คร่าชีวิตครอบครัวของเธอไปจนหมด เหลือไว้แต่เพียงผู้เป็นพ่อที่ห่างเหินเธอมาก ๆ เพราะเขานั้นเชื่อว่าครอบครัวยังไม่ตาย ท่ามกลางการใช้ชีวิตที่น่าสับสน เธอได้มาเจอกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่ชื่อว่า คาร์ล เขาคนนี้ได้พาเธอไปสู่กลุ่มที่จะสู้เพื่อปฏิวัติรัฐบาล และเรียกร้องความยุติธรรม แต่หารู้ไม่ว่า กลุ่มสังคมใหม่ที่เธอเจอนี้กำลังจะเป็นเบื้องหลังการก่อการร้ายที่ใหญ่มาก ๆ ในยุโรป งานนี้เธอและพ่อจะต้องพยายามหยุดเรื่องราวก่อนที่จะมีความสูญเสียเกิดขึ้นไปมากกว่านี้

ตัวอย่าง

Je Suis Karl หนังที่เล่นประเด็นการเมืองบวกกับดราม่าที่ค่อนข้างหนัก

สำหรับใครที่ดูเรื่องนี้อาจจะต้องทำใจในเรื่องความโหดร้ายที่มันสมจริงไปเสียหน่อยสำหรับเรื่องนี้ มีความรุนแรงเยอะพอสมควร แต่สำหรับในประเด็นเรื่องการเมือง ก็ต้องบอกว่าเราจะได้เห็นความสุดโต่งของกลุ่มสังคมหนึ่งที่ไม่เลือกทางสันติวิธี พร้อมกับกลุ่มคนที่ยอมเชื่อแบบไม่ลืมหูลืมตา โดยที่ไม่ได้มองที่ผลลัพธ์ว่าต้องต้องสูญเสียขนาดไหน หนังเรื่องนี้จึงเต็มไปด้วยความสุดโต่งของตัวละครบางตัว ที่น่าเสียดายเพราะหนังไม่ได้ขยี้ในบางประเด็นที่สามารถไปได้สุดกว่านี้

พัฒนาการของตัวละคร Je Suis Karl นักแสดงทำได้ดีเยี่ยม

ถึงแม้ว่ามิติของแต่ละตัวละครอาจจะดูแบน ๆ ไปหน่อย แต่ก็ต้องยอมรับว่านักแสดงในเรื่องนี้แสดงได้ดีจริง ๆ ถึงแม้ว่าจุกที่น่าเสียดายก็อาจจะเป็นตรงที่ตัวละครสำคัญอย่างคาร์ล ไม่ได้ปูปมอะไรมาให้เราได้เข้าใจถึงจุดประสงค์ในการกระทำของเขามากนัก ดูเหมือนเป็นเพียงคนที่หลงระเริงกับความคิดของตัวเองเท่านั้น ส่วนนางเอกก็ดูเหมือนว่าตัวบทไม่ได้โชว์ให้เห็นอารมณ์ที่แตกต่างของตัวละครเท่าไร แต่ถึงอย่างไรก็ตามตัวละครที่น่าชื่นชมก็น่าจะเป็นบทพ่อ ที่ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องมาช่วยลูกสาวของเขาจากเรื่องราวอันน่าสับสนเหล่านี้ สำหรับใครที่อยากดูหนังเนื้อเรื่องหนัก ๆ ขอแนะนำให้มาดู หนังดราม่า Netflix ที่มีเรื่องการเมืองปนอยู่หนักพอกันอย่างเรื่อง Je Suis Karl แล้วคุณจะได้บางอย่างกลับไปขบคิดต่ออย่างแน่นอน

#รีวิวหนัง Netflix #รีวิว Je Suis Karl #หนังการเมือง

รีวิว Low season สุขสันต์วันโสด

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เราจะมารีวิวหนังไทยแนวโรเมนติกคอมเมดี้ อย่างเรื่อง low season สุขสันต์วันโสด  ที่เข้าฉายไปในปี2020 ส่วนตัวเราเพิ่งมามีโอกาสได้ดูย้อนหลัง  ในNetflix  เลยอยากจะมารีวิวให้ฟังกันค่ะ เป็นรีวิวตามความรู้สึกส่วนตัวนะคะ

เครดิตรูปภาพ

https://mgronline.com/drama/detail/9630000010450

เนื้อเรื่อง

 จะเป็นเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่รักล่ม เพราะเธอนั้นมองเห็นผี จึงตัดสินใจเดินทางไปยังจุดเริ่มต้นของความรัก  เลยขึ้นดอยไปเลยจ้า  ไปถึงก็มีเรื่องให้ต้องหลอน เพราะเธอดันไปเห็นผีในที่พักอีกทำเอาวุ่นวายไปหมด  ทำให้เธอได้เจอกับพระเอกหนุ่มหล่อขี้เหงา  เลยขอติดรถขึ้นไปบนรีสอร์ทบนเขา และได้พบกับคนโสดขี้เหงาอีกหลายคน  ซึ่งแต่ละคนคือฮามาก  ดูไปหัวเราะไป  เนื้อเรื่องยังแอบมีความหลอนปนอยู่  เพราะนางเอกสามารถเห็นผีได้  แน่นอนว่าต้องมีผี  แต่ไม่ได้น่ากลัวมากนะคะ แค่พอหลอนๆไปตามบรรยากาศ  ระหว่างเรื่องก็มีฉากน่ารักๆ มาให้ฟินกัน ดูแล้วสนุก  อบอุ่นใจดีค่ะ

บรรยากาศ

บรรยากาศในเรื่องคือดีมาก  ทั้งธรรมชาติ วิวสวยๆ วิถีชีวิต  คือถ่ายทำออกมาได้ดีมากค่ะ เราชอบบรรยากาศในแต่ละฉากมากๆ ได้อารมณ์เหมือนอยู่เชียงใหม่สุดๆ

นักแสดง

นักแสดงในเรื่องก็คือลงตัวมาก นางเอก( พลอยไพลิน) คือน่ารักมาก แสดงได้เป็นธรรมชาติดีค่ะ  ส่วนพระเอก(มาริโอ้) ก็คือหล่อ แต่กวนมาก555 เลยทำให้หนังดูมีเสน่ห์  และสนุกค่ะ ไม่น่าเบื่อเกินไป  อีกอย่างที่ต้องพูดถึงคือเหล่านักแสดงสบทบ หรือกลุ่มคนเหงาบนรีสอร์ท  ทุกคนคือแสดงได้ดีมาก คาเรกเตอร์ชัดเจน เพิ่มสีสันต์ให้หนังดูสนุกมากยิ่งขึ้น  มันเลยลงตัวค่ะ  สนุกมาก

เครดิตรูปภาพ

http://sahamongkolfilm.com/saha-movie/low-season-movie-2563/

รีวิว

                   สำหรับคะแนนรีวิว เราให้10/10ค่ะ เป็นภาพยนตร์ในดวงใจอีกเรื่องนึงเลย  ทั้งนักแสดง เนื้อเรื่อง มุม  ฉาก การถ่ายทำ และที่เรารู้สึกชอบที่สุดคือ บรรยากาศในเรื่องค่ะ บรรยากาศดอย ในภาคเหนือ ซึ่งเราชอบมากๆ ดูแล้วอยากไปเที่ยวตามรอยละครเลยค่ะ ซึ่งต้องบอกว่า สถานที่ในเรื่อง และตัวละครทุกคนก็มีอยู่จริงนะคะ  เราเลยรู้สึกว่ามันดูเป็นธรรมชาติ  และสามารถอินกับหนังได้อย่างดีเลย  ยิ่งได้นั่งดูกับคนรัก ตอนฝนตก  บอกเลยว่าฟินมากๆค่ะ ได้บรรยากาศสุดๆ  สำหรับเราชอบเรื่องนี้มาก  อยากแนะนำให้ไปหาดูกันนะคะ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

ขอจบการรีวิวไว้แค่นี้นะคะ  สำหรับใครที่อยากจะลองไปหาดู  สามารถดูได้ที่Netflix เลยค่ะ  ลองไปดูกันนะคะ  เป็นหนังไทยดีๆ ที่ไม่ควรพลาดเรื่องนึงเลย

#รีวิวหนังฮิต #ภาพยนตร์ในดวงใจ #รีวิวหนัง Netflix

รีวิวหนัง Netflix : Nightbooks เมื่อเด็ก ๆ ถูกจับมาให้เล่าเรื่องสยองขวัญทุก ๆ คืน

หนัง Netflix แฟนตาซี สยองขวัญ Nightbooks

ต้องบอกเลยว่าใครที่คิดถึง หนังแฟนตาซี ที่มีซีจีอลังการ ขอแนะนำให้มาดู หนัง Netflix เรื่อง Nightbooks ที่มาในธีมของหนังสยองขวัญแฟนตาซี ที่ดูผ่าน ๆ แล้ว หลายคนอาจจะเข้าใจว่าเป็นหนังสำหรับเด็กหรือเปล่า แต่บอกเลยว่าหนังเรื่องนี้มีฉากสยองพอสมควร จนแอบคิดว่าน่าจะเหมาะกับผู้ใหญ่มากกว่า เพราะดูแล้วสนุกสนาน และได้อรรถรสความสยองและแฟนตาซีแบบจัดเต็มมาก ๆ

เรื่องย่อ หนัง Netflix Nightbooks

เป็นเรื่องราวของอเล็กซ์เด็กที่ชอบแต่งเรื่องสยองขวัญ เขาได้หนีออกจากบ้าน และถูกล่อลวงโดยแม่มดให้มาอยู่ในบ้านประหลาด ๆ ที่เขาจะไม่สามารถหนีได้ โดยแม่มดได้ยื่นเงื่อนไขให้เขาเล่าเรื่องสยองขวัญที่แต่งให้ฟังทุกคืน ถ้าหากเขาไม่มีเรื่องที่จะเล่าแล้ว เขาจะต้องจบชีวิตลง ซึ่งเมื่ออเล็กซ์ได้เข้ามาที่บ้านหลังนี้ เขาก็ได้พบกับเด็กผู้หญิงอีกคนที่ชื่อว่า ยัสมิน เขาและเธอเลยต้องพยายามหาทางหนีออกไปจากที่นี่ และตัวอเล็กซ์เองก็ต้องพยายามแต่งเรื่องสยองขวัญในทุก ๆ คืน เพื่อยืดเวลาออกไป ทั้ง ๆ ที่ตัวเขานั้นไม่ได้อยากแต่งอีกแล้ว

ตัวอย่าง

Nightbooks หนังสยองขวัญแฟนตาซี ที่มีความสมัยใหม่มาก ๆ

สำหรับความเป็นหนังแฟนตาซีของเรื่องนี้ ถ้าคุณคิดว่าจะเป็นหนังแฟนตาซีสยองขวัญที่มืด ๆ ทึม ๆ เหมือนหนังเก่า ขอบอกเลยว่าไม่ใช่ เพราะเรื่องนี้เป็นหนังแฟนตาซีที่มีความสมัยใหม่มาก ๆ ทั้งเสื้อผ้าหน้าผม และที่สำคัญเลยก็คือ ตัวละครแม่มด ที่ทั้งสวยเริ่ดสุด ๆ ออกมาในแนวแม่มดสมัยใหม่ แต่เห็นสวย ๆ แบบนี้ พอถึงเวลาที่ต้องโหด ขอบอกเลยว่าเราก็สยองไปตาม ๆ กัน ซึ่งสิ่งที่น่าชื่นชมสำหรับเรื่องนี้เลยก็คือ การวางปมตัวละครแต่ละตัว ถึงจะมีตัวละครไม่เยอะ แต่เรากลับดูได้อย่างไม่เบื่อเลยทีเดียว

ซีจีอลังการ Nightbooks ปลุกพลังการจินตนาการได้อย่างอยู่หมัด

สำหรับความอลังการของงานแฟนตาซีในเรื่องต้องบอกเลยว่า มีหลายฉากที่น่าประทับใจ เวลาเข้าไปในห้องต่าง ๆ และเรื่องเล่ามันเป็นอะไรที่สวยมาก ๆ ในแง่ขององค์ประกอบศิลป์ สำหรับใครที่กำลังมองหา หนังแฟนตาซี ที่มีอะไรให้ดู ให้เล่นเยอะ ขอแนะนำว่าต้องมาลองดูเรื่องนี้ให้ได้ แล้วคุณจะว้าวไปกับฉากต่าง ๆ ที่พอจะสวยก็ทำได้สวยมาก ๆ และพอถึงเวลาสยอง ก็สยองมาก ๆ เหมือนกัน สมแล้วกับการเป็น หนังสยองขวัญ แฟนตาซี Netflix ที่ผู้ใหญ่ดูแล้วไม่เบื่อเลย

#Nightbooks #รีวิวหนัง Netflix #หนัง Netflix สยองขวัญ

รีวิวหนัง The Outsider

The Outsider เป็นหนังที่ผลิตและฉายทางช่วง เน็ตฟลิ๊ก นักแสดงคือ จาเลต เลโต้ สุดหล่อของขวัญใจสาวๆ ซึ่งออกฉายตั้งแต่ปี 2018 แต่หลังจากที่ผมได้ดูก็ถึงกับอุทานในใจว่า ฉันไปอยู่ไหนมา เป็นหนังที่ทำให้ได้รู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมของญ่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น เกี่ยวกับแก๊งยากูซ่า และการนำเสนอ การแสดง และภาพของหนังบอกเลยว่า ดีมากๆ แม้ว่าเนื้อเรื่องอาจจะอ่อนด้อยอยู่บ้าง แต่โดยรวมถือว่าดีและเจ๋งไปเลย หนังจะถ่ายทอดออกมารุนแรงสักหน่อยหากว่าใคร รับไม่ไหวก็ไม่แนะนำนะครับ แต่บอกเลยว่าด้วยความหม่นหมองที่ จาเลต ถ่ายทอดออกมานั้น ทำให้เราได้เข้าถึงอารมณ์ของตัวละครที่เขาเล่นเป็นอย่างมาก และรวมไปถึงความเท่ห์ในแบบญี่ปุ่น ความกล้า ความคิด จิตใจ ของยากูซา ที่ก็ต้องบอกเลยว่ายอมรับในความเป็นพวกเขามากๆ สำหรับคะแนนขอให้อยู่ที่ 7/10 ใครที่กำลังมองหาหนังดีๆ เท่ห์ดูแนะนำเลยครับสำหรับเรื่องนี้ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

ขอบคุณรูปภาพปกจาก bombmovie.com

เนื้อเรื่องของหนัง The Outsider

เหตุการณ์เกิดขึ้นในคุกที่ญี่ปุ่นในช่วงสงคราม เมื่อ นิค นำแสดงโดย จาเล็ต เลโต้ ทหารชาวเมกันที่ติดคุกที่ญ่ปุ่น ได้ทำการช่วยเหลือ คิโยชิ ยากูซ่า คนหนึ่งระหว่างที่ติดคุก และ คิโยชิ สัญญากับ นิค เอาไว้ว่า ถ้าหากเขาได้ออกจากคุก จะกลับมาช่วยนิค และเมื่อพ้นโทษ นิค ก็ได้รับการช่วยเหลือตามที่ คิโยชิ ได้ให้คำสัญญาเอาไว้ และทำให้ นิค ได้เข้าร่วมเป็น ยากูซ่า และได้ร่วมต่อสู้กับแก๊งยากูซ่ากลุ่มอื่นๆ แต่เรื่องราวก็ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิดจะเป็นอย่างไรนั้นทุกท่านต้องติดตามชมกันครับ บอกเลยว่ามันส์จริงๆ กับหนังเรื่องนี้The Outsider

สิ่งที่ได้จากหนังเรื่อง The Outsider

The Outsider ทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมญ่ปุ่น และรวมไปถึงเรื่องราวของแก๊งยากูซ่า ที่มีความน่ากลัวและน่าสนใจไปพร้อมๆกัน วัฒนธรรมที่การทำผิดพลาดคือการต้องฆ่าตัวตายหรือการทรยศหักหลัง แต่นอกเหนือไปจากนั้นก็คือ ความเป็นจริงของสังคมบนโลกใบนี้ ที่มันจะมีกลุ่มประมาณนี้อยู่ทั่วโลกนั่นแหละครับ ซึ่งอยู่ที่เราเองว่าจะไปยุ่งเกี่ยว หรือ ออกมาให้ห่างเลี่ยงให้ไกล ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่ผิด ก็จะสามารถอยู่ห่างได้แล้ว แต่หากวันใดที่เราตัดสินลงไปเล่นกับสิ่งที่ไม่ดีที่ผิด แน่นอนครับว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาก็เป็นเดียวกัน และที่สำคัญก็คือเข้าแล้วออกยากด้วย ดังนั้นข้อคิดที่ได้ก็คือ รักสงบอยู่แบบสบายๆให้ชีวิตได้ซึมซับเรื่องราวชีวิตไปเรื่อยๆดีที่สุด

ขอบคุณรูปภาพจาก youtube.com/

#รีวิวหนัง Netflix #รีวิว The Outsider #หนัง Netflix น่าสนใจ

รีวิวหนัง New Of The Wold

New Of The Wold หนังใหม่คุณภาพดี ที่ออกฉายเฉพาะ ในระบบสตีมมิ่ง อย่าง Netflix ที่ได้ดาราระดับแนวหน้าของวงการ เจ้าของรางวัล 2 ออสการ์ ถึง 2 ตัว อย่าง ทอม แฮงค์ส มาแสดงนำ กำกับโดย พอล กรีนกราส ผู้กำกับที่ฝากเอาไว้มากมาย กับผลงานกับหนังที่เราคุ้นเคยก็คงจะเป็นหนังแอ็คชั่นสายลับสุดมนส์อย่าง The Bourne ในภาคที่ 2-4 ซึ่งสำหรับเรื่อง New Of The Wold นี้ก็เป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของ ทอม แฮงค์ส และ กรีนกราส โดยพวกเขาเครื่องร่วมงานกันมาแล้วจากหนังเรื่อง Captain Phillips ซึ่งเคยได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 6 ตัว อีกด้วย สำหรับเรื่องนี้ก็เป็นผลพวงที่มาจากการที่ เกิดการระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 จึงทำให้ ทอม แฮงค์ส ลงมือเขียนบทเรื่องนี้ด้วยตัวเองอีกด้วย เพราะเมื่อการทำหนังเข้าฉายในโรงเกิดผลกระทบอย่างหนัก การลงมาเล่นในตลาดสตรีมมิ่ง ที่ยังเปิดกว้างอยู่นั้นก็เป็นอะไรที่น่าท้าทายเอามาก ๆ ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องบอกว่า ทอม แฮงค์ส ไม่ทำให้ผิดหวัง การแสดงของเขายังคงตราตรึง แต่หากพูดถึงในเรื่องบทของหนังนั้น มันก็ยังดูไม่ค่อยน่าติดตาม และมันยังขาดแรงจูงใจให้เราติดตามหนังไปด้วยความบันเทิงในระดับที่ดี ซึ่งก็ออกจะน่าเบื่อไปสักหน่อยและไม่มีความน่าตื่นเต้นหักมุมอย่างที่มันควรจะมีในหนัง ซึ่งหากใครชื่นชอบการแสดงของนักแสดงรางวัลออสการ์คนนี้ ก็บอกเลยว่าสมใจอย่างแน่นอน

ขอบคุณรูปภาพปกจาก pantip.com

เนื้อเรื่องของหนัง New Of The Wold

New Of The Wold เป็นเรื่องราวในยุคสมัยที่ประเทศอเมริกายังเริ่มต้นการสร้างประเทศ ยังคงมีการล่าชนเผ่าอินเดียนแดง การเป็นทาส และการล่าอาณานิคม ดินแดนที่ยังคงเป็นแดนเถื่อนอยู่ทุกหัวระแหง และ ทอม แฮงค์ส ผู้รับบทเป็นอดีตทหารยศร้อยเอก โดยหลังปลดประจำการก็มาทำหน้าที่รับจ้างเป็นคนอ่านข่าว ตามเมืองต่าง ๆ เพื่อแลกเงินจากคนที่เข้ามาฟัง บังเญวันหนึ่งได้ไปพบกับเด็กสาวคนหนึ่งโดยบังเอิญ เขาจึงต้องรับหน้าที่ในการดูแลเพื่อนำตัวไปส่งให้กับญาติของเด็กสาวคนนั้น และ ระหว่างทางก็ต้องเจอเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายที่มันหมายถึงชีวิตเลยทีเดียว

สิ่งที่ได้จากหนังเรื่อง New Of The Wold

New Of The Wold จะทำให้เราได้เรียนรู้ว่า อเมริกา ช่วงก่อตั้งนั้น มีความดิบเถื่อนมากน้อยแค่ไหน รวมไปถึงการที่ไปรุกรานคนพื้นเมืองที่เขาอยู่มาก่อนและบอกว่าตัวเองอยู่สุงกว่าเพราะเป็นคนขาว มันช่างทำให้เรารู้สึกกับอเมริกาไปอีกรูปแบบหนึ่งเลยทีเดียว

ขอบคุณรูปภาพจาก pantip.com

#New Of The Wold #รีวิวหนัง Netflix #หนัง Netflix แนะนำ

รีวิวภาพยนตร์ใน Netflix เรื่องHigh Society

ภาพยนตร์เรื่อง High Society เป็นภาพยนตร์แนวดราม่า ผลงานการกำกับของ บยอนฮยอก โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้นักแสดงมากความสามารถมากมายมาร่วมแสดงไม่ว่าจะเป็นพัคแฮอิล ที่มารับบทเป็น จางแทจุน สามีของ โอซยอน เขาเป็นศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยโซล เขามีความสามารถจนกลายเป็นที่จับตามองและเป็นที่พูดถึงมากขึ้นหลังจากได้ออกรายการทีวี เสวนาปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งเขาได้พูดถึงธนาคารพลเมือง แนวคิดที่แปลกใหม่นอกกรอบ เอื้อต่อประชาชนทุกคน และสามารถยกระดับเศรษฐกิจประเทศได้ คนต่อมาคือซูเอ รับบทเป็น โอซูยอน ภรรยาของ จางแทจุน เป็นภัณฑารักษ์ของศูนย์แสดงงานศิลป์และวัฒนธรรมแถวหน้าของประเทศ และเธอนั่งตำแหน่งรองผู้อำนวยการ ที่กำลังเตรียมการเปิดแกลลอรี่แห่งใหม่ในเครืออีกแห่ง โดยเธอหวังมากว่าแกลลอรี่นี้จะเป็นผลงานส่งให้เธอได้โปรโมตเป็นผู้อำนวยการเร็วขึ้น คนต่อมาคือคิมคังอู รับบทเป็น แพคกวังฮยอน นักธุรกิจที่ให้เป็นผู้สนับสนุนเงินทุนหาเสียงและทุนดำเนินนโยบายของธนาคารพลเมือง และคนสุดท้ายที่จะมาแนะนำในวันนี้คือคิมกยูซอน รับบทเป็น พัคอึนจี อดีตนักศึกษาในคลาส โอซยอน ที่ยอมพลีกายให้ โอซยอน อย่างเต็มใจ ภาพยนตร์ High Society เป็นภาพยนตร์เมื่อปี 2561

เนื้อเรื่องย่อของภาพยนตร์เรื่อง High Society

ภาพยนตร์เรื่อง High Society เปิดเรื่องราวมาที่ คู่สามีภรรยาที่พยายามเข้าไปสู่การเป็นคนชนชั้นบน จากต้นทุนดั้งเดิมของทั้งคู่ที่ก็ไม่ได้ด้อยอะไรมากนัก โดยภรรยาเป็นภัณฑารักษ์และรองผู้อำนวยการของแกลเลอรีศิลปะชื่อดังของกลุ่มธุรกิจที่ร่ำรวย ส่วนฝ่ายสามีก็เป็นศาสตราจารย์ที่มีชื่อเสียงในมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศ หลังทั้งคู่ค้นพบว่าหนทางสู่การเป็น ไฮโซ ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด สามีภรรยาคู่นี้จึงหาทางกันและมาลงตัวที่ฝ่ายหนึ่งจะลงเล่นการเมือง ส่วนอีกฝ่ายพยายามจะคว้าตำแหน่งสูงสุดในองค์กรให้ได้ โดยที่ทั้งคู่ก็ต่างมีเงินทุนเบื้องหลังที่มีความเชื่อมโยงกันอยู่ และนอกจากนี้เรื่องราวการเดินไปสู่การเป็นคนชนชั้นบนนี้แล้ว เรื่องก็ยิ่งซับซ้อนขึ้น เมื่อทั้งคู่ต่างก็มีโอกาสมากขึ้นให้ตัวเองสามารถนอกลู่นอกทาง นอกใจคนรักได้ แล้วเรื่องราวของสามีภรรยาของคู่นี้จะเป็นอย่างไรต่อไป ต้องติดตามชมทาง Netflix กับภาพยนตร์เรื่องHigh Society

ความประทับใจหลังดูภาพยนตร์เรื่อง High Society

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนังที่มีเนื้อหาจิกกัดและสะท้อนสังคมอย่างดุเดือด มีการพูดถึงเหล่าไฮโซ ที่มีทั้งอำนาจเงิน เกียรติ ความโลภและกิเลสหนา ที่ตั้งอยู่เหนือความสัมพันธ์ครอบครัว และจิตสำนึกความเป็นมนุษย์  ใครที่ชอบหนังแนวเสียดสีสังคมแบบนี้อยู่แล้ว ต้องดูเลยค่ะ รับรองว่าสนุกน่าติดตาม กับภาพยนตร์เรื่อง High Society

คะแนนของเรื่องนี้ 8.5/10

อ้างอิงภาพจาก www.netflix.com

#รีวิวหนัง Netflix #High Society #หนังเกาหลีNetflix