5 ซีรีส์พระเอกคลั่งรัก ดูแล้วฟิน อิน จิกหมอน ที่ห้ามพลาด

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการได้นั่งดูซีรีส์สักเรื่องในวันว่าง ๆ ถือเป็นอีกหนึ่งกิจรรมที่ผู้คนส่วนใหญ่ชื่นชอบเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะให้ความบันเทิง สนุกสนาน และช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดจากการเรียนหรือทำงานแล้ว เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนหลงรัก ซีรีส์พระเอกคลั่งรักอย่างแน่นอน เนื่องจากหลายเรื่องจัดเต็มทุกอรรถรส พระเอกหล่อ เท่ จูบละมุน ชวนฟิน อิน เขินตัวม้วนแบบหยุดดูไม่ได้ จะมีเรื่องไหนบ้างตามมาเช็คลิสต์กันได้เลย

                  1. You Are My Glory (2021) ดุจดวงดาวเกียรติยศ เมื่อโชคชะตาพาให้มาพบเจอกันอีกครั้งของพระนางที่เคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนในสมัยมัธยม ซึ่งในตอนนี้นางเอกกลายเป็นดาราโด่งดัง ส่องแสงประกายแวววาวในวงการบันเทิงเกาหลี ส่วนพระเอกทำงานเป็นสถาปิกอวกาศ คอยวิจัยและออกสำรวจอวกาศ และเมื่อนางเอกได้โอกาสเป็นพรีเซนเตอร์เกมชื่อดังแต่กลับเล่นไม่เป็น ด้านพระเอกกำลังอยู่ในช่วงพักร้อน และมีทักษะการเล่นเกมเป็นเลิศ เมื่อต้องให้ความช่วยเหลือนางเอกในเรื่องเกม ความรักจึงค่อย ๆ ผลิบาน เรื่องนี้เรียกได้ว่าหวานจนคนดูต้องร้องขอชีวิตกันเลยทีเดียวด้วยเป็นซีรีส์พระเอกคลั่งรักแบบสุด ๆ กว่าจะจบซีซันฟินจนจิกหมอนขาดกระจุยไปหลายใบอย่างแน่นอน

                  2. Falling Into Your Smile (2021) รักยิ้มของเธอ บอกเล่าถึงทีมแข่งขันอีสปอร์ต ZGDX ที่ผู้เล่นของทีมมีอาการบาดเจ็บจึงจำเป็นต้องถอนตัวออกจากทีมกะทันหัน จึงมีความจำเป็นต้องหาผู้เล่นคนใหม่ กระทั่งได้หญิงสาวที่มากความสามารถ แต่เธอกลับไม่เป็นที่ยอมรับจากผู้คนมากนัก และต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่าเธอก็มีความเก่งกาจไม่แพ้ผู้ชายเหมือนกัน นอกจากนี้เธอยังสามารถพิชิตใจหัวหน้าทีมซึ่งเป็นพระเอกที่มีบุคลิก ดุ ขี้แกล้ง แถมยังปากจัดได้อีกด้วย นับเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่ควรพลาด เพราะพระเอกคลั่งแบบเจ้าเล่ห์ คลั่งแบบเก็บไม่อยู่ ครั่งรักไม่เป็นสองรองใคร คลั่งชนิดที่ว่าทุกคนบนโลกรู้ว่าเขารัก

                  3. What’s Wrong With Secretary KimM (2018) รักมั้ยนะ เลขาคิม? เมื่อเลขาคู่ใจมาขอลาออก เจ้านายสุดปังต้องหาทางยื้อให้เธอกลับมาเป็นเลขาของเขาอีกครั้ง เพราะรู้หัวใจตัวเองแล้วว่าเธอไม่ได้มีความสำคัญแค่เรื่องงานเท่านั้นยังมีความหมายกับชีวิตของเขาด้วย เรียกได้ว่าเป็นท่านประธานที่คลั่งรักเลขาสาวสวยเป็นอย่างมาก อ้อนแบบสุด ๆ เพียงเห็นชายอื่นมาถูกเนื้อต้องตัวเลขาเพียงนิดเดียวเป็นอันต้องของขึ้นกันเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังคลั่งแบบคนรวย สายเปย์มาเป็นอันดับต้น ๆ นับประธานสายคลั่งรักที่ไม่มีโครสามารถดึงตำแหน่งนี้ลงได้เลย

                  4. Search: WWW (2019) หญิงสาววัย 38 ปี ที่ทุ่มเทให้กับการทำงานมากจนเกินไป แต่ดันเผลอไปมีความสัมพันธ์พิเศษแสนลึกซึ้งกับชายหนุ่มคนหนึ่งในชั่วข้ามคืน ซึ่งมารู้ภายหลังว่าเขาอายุห่างจากเธอมากถึง 10 ปี แต่นั่นกลับกลายเป็นความรักที่เขาจะต้องตามตื้อนางเอกเพื่อคบเป็นแฟนให้ได้ ทั้งอ้อนหนักมาก เอาใจใส่เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูน่ารัก สดใส จนคนดูต้องฟิน อิน และเทใจไปตาม ๆ กัน

                  5. The Oath of Love (2022) คุณคือคำปฏิญาณแห่งรัก อีกหนึ่งซีรีส์พระเอกคลั่งรักที่ห้ามพลาด บอกเล่าถึงหญิงสาวแสนร่าเริง ที่ต้องมารู้ความจริงว่าพ่อของเธอป่วยเป็นโรคมะเร็ง และไม่ยอมเข้ารับการรักษา เธอจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อพาพ่อไปโรงพบาลให้ได้ กระทั่งได้พบกับหมอรูปหล่อเจ้าระเบียบและรักความสะอาด ทั้งคู่เคยผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากมาเหมือน ๆ กัน ความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันก็เริ่มก่อเกิดเป็นความรัก ความห่วงใย โดยเรื่องนี้พระเอกรักและให้เกียรตินางเอกเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าได้ใจคนดูไปเต็ม ๆ

              ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของซีรีส์พระเอกคลั่งรักที่อยากจะแนะนำเท่านั้น ยังมีอีกมากมายหลายเรื่องที่มีความฟิน อิน ระดับจิกหมอนขาดกันเลยทีเดียว สำหรับใครที่ยังไม่รู้จะดูเรื่องไหนสามารถนำลิสต์ข้างต้นไปลองเปิดดูกันได้ รับรองว่าทุกเรื่องจะมาทำให้รู้สึกกระชุ่มกระชวยหัวใจ มีการสอดแทรกมุมมองแง่คิดด้านความรักต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ควรสนุบสนุนผุ้สร้างด้วยการใช้รับชมผ่านแอป และแพลตฟอร์มออนไลน์แบบถูกลิขสิทธิ์ด้วย เพื่อจะได้มีผลงานดี ๆ ออกมาให้ได้รับชมอย่างยาวนาน

เครดิตภาพ : nonkorea.com / workpointtoday.com / sudsapda.com

YouTube : จัดอันดับ 7 ซีรี่ย์เกาหลี คลั่งรัก | คลั่งรัก ฟินจิกหมอน จูบหนักมากก ♥

#ซีรีส์พระเอกคลั่งรัก #ซีรี่ย์เกาหลี #netflix

‘Top Gun: Maverick’ ทำรายได้ทะลุ 800 ล้านดอลลาร์

ทำรายได้ทะลุบ็อกซ์ออฟฟิศที่ใหญ่ที่สุดของ Tom Cruise

“Top Gun: Maverick” ทำรายได้ทะลุ 800 ล้านดอลลาร์ในบ็อกซ์ออฟฟิศ ทั่วโลก และด้วยการก้าวข้ามเหตุการณ์สำคัญนั้น ตอนนี้ก็รั้งอันดับภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในอาชีพเรื่องราวของทอม ครูซ

ภาคต่อของ “Top Gun” ภาพยนตร์แอคชั่นวิชาการบินในปี 1986 ที่ครองตำแหน่ง A-list ให้แข็งแกร่ง ได้แซงหน้า “Mission: Impossible – Fallout” ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของนักแสดงด้วยเงิน 791.1 ล้านเหรียญทั่วโลก ยอดรวมอยู่ที่ 806.4 ล้านดอลลาร์ โดย 422.2 ล้านดอลลาร์ของเงินรางวัลที่น่าประทับใจนั้นมาจากผู้ชมในประเทศทำให้ Top Gun: Maverick” เป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดแห่งปีในอเมริกาเหนือ

นักวิจารณ์ชื่นชอบภาพยนตร์เรื่องนี้มาก โดยให้คะแนน “มะเขือเทศสด” ถึง 97% และยกย่องวิชวลเอ็ฟเฟ็กต์ที่ตระการตา รวมไปถึงการผสมผสานของความหลังในภาพยนตร์ภาคแรกด้วยเรื่องราวที่ดึงดูดใจคนดูรุ่นใหม่ที่มา ที่ดีหลังยุคเรแกน

การเปิดตัว Paramount ยังคงเป็นความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างสตูดิโอกับครูซ เขายึดแฟรนไชส์ ​​“Mission: Impossible” ของ Paramount และยังเคยแสดงในภาพยนตร์ Paramount เช่น “Days of Thunder,” “The Firm” และ “Jack Reacher” ซึ่ง  “Top Gun: Maverick” เป็นภาพยนตร์ล่องเรือที่ใหญ่ที่สุดใน 23 ตลาด รวมถึงสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และบราซิล

ภาพยนตร์เรื่องนี้พบว่ากัปตันพีท “ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด” มิทเชลได้รับคัดเลือกให้สอนนักบินรุ่นใหม่ที่ได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจอันตรายบนภูมิประเทศของศัตรู ไมล์ส เทลเลอร์, เจนนิเฟอร์ คอนเนลลี, จอน แฮมม์, เกล็น พาวเวลล์, เอ็ด แฮร์ริส และวาล คิลเมอร์ร่วมแสดง ในขณะที่โจเซฟ โคซินสกี้ ซึ่งเคยร่วมงานกับครูซในภาพยนตร์เรื่อง “Oblivion” การTop Gun: Maverick” ล่าช้าหลายครั้งเนื่องจากการระบาดใหญ่

“Top Gun: Maverick” แซงหน้า ‘Doctor Strange 2′ ให้เป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดแห่งปีในสหรัฐฯ

“Top Gun: Maverick” ทำรายได้ทะลุ 400 ล้านดอลลาร์ในบ็อกซ์ออฟฟิศในประเทศ ทำให้เป็นภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดแห่งปีในสหรัฐฯ ด้วยยอดขายตั๋วในอเมริกาเหนือ 401.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์เรื่องความรักชาติของ ทอม ครูซแซงหน้า “Doctor Strange in the Multiverse of Madness” (398 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพื่อครองตำแหน่งอันดับ 1 เป็นเพียงภาพยนตร์เรื่องที่สองในช่วงเวลาแพร่ระบาด (“Spider-Man: No Way Home” เป็นภาพยนตร์เรื่องแรก) ที่ทำรายได้ทะลุ 400 ล้านเหรียญในอเมริกา

แน่นอน นี่แค่เดือนมิถุนายน ดังนั้น Top Gun: Maverick” จะต้องต่อสู้กับรุ่นใหญ่อย่าง “Thor: Love and Thunder” (8 กรกฎาคม), “Minions: The Rise of Gru” (1 กรกฎาคม) และ “Black Panther: Wakanda Forever” (11 พ.ย.) เพื่อรักษามงกุฎในประเทศให้ถึงปี 2565

ในระดับสากล ภาคต่อของ “Top Gun” ในปี 1986 ทำเงินได้ 362 ล้านดอลลาร์ ทำให้ยอดรวมทั่วโลกสูงถึง 783.8 ล้านดอลลาร์ แม้ตามมาตรฐานก่อนเกิดโควิด-19 “ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด” ก็ทำรายได้ทะลุบ็อกซ์ออฟฟิศได้อย่างยอดเยี่ยม เนื่องจากยอดขายตั๋วยังคงแข็งแกร่งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมเชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะมีมูลค่าอย่างน้อย 900 ล้านดอลลาร์เมื่อสิ้นสุดการแสดงละคร และอาจเกินระดับ 1 พันล้านดอลลาร์

เครดิตรูปภาพ variety.com

#ซีรี่ย์เกาหลี #netflix #ซีรี่ย์จีน #Top Gun: Maverick

Jake Gyllenhaal, Dennis Quaid, Lucy Liu ร่วมพากย์เสียงหลัก ‘Strange World’

Jake Gyllenhaal, Dennis Quaid, Lucy Liu และ Gabrielle Unionจะร่วมพากย์เสียงหลักของเรื่อง ‘Strange World’ ของดิสนีย์

Jake Gyllenhaal, Dennis Quaid, Lucy Liu, Jaboukie Young-White และ Gabrielle Union ได้ร่วมพากย์เสียงหลักของเรื่อง ‘Strange World’ ภาพยนตร์ผจญภัยที่กำกับโดย Walt Disney Animation Studios ซึ่งมีกำหนดเข้าฉายในวันที่ 23 พฤศจิกายน โดยพวกเขาได้ร่วมงานกับเจค จิลเลนฮาล ซึ่งประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

‘Strange World’ กำกับการแสดงโดย ดอน ฮอลล์ ผู้ช่วยผู้กำกับ “Big Hero 6” และ “Raya and the Last Dragon,” เขียนบทและกำกับร่วมโดย กวี เหงียน ผู้ร่วมเขียนบท Raya and the Last Dragon,” โดย ‘Strange World’ ติดตามเรื่องราวของสามชั่วอายุคน ครอบครัว Clade นักสำรวจในตำนานที่มาถึงดินแดนที่พร่างพรายเต็มไปด้วยปรากฏการณ์ลึกลับ – ฝูงปลาบิน เสาหินเดินได้ และสัตว์ประหลาดที่ดูเหมือนปลาหมึก

‘Strange World’   เล่าเรื่องในรูปแบบภาพย้อนยุคของภาพยนตร์ไซไฟบียุค 50 เรื่อง ‘Strange World’ จะมีคุณปู่ Jaeger Clade ให้เสียงโดย Quaid Young-White พากย์เป็นหลานชาย, อีธาน Union ให้เสียงพากย์เป็น Meridian ซึ่งแต่งงานกับลูกชาย Searcher ที่เล่นโดย Gyllenhaal Liu คือ Callisto Mal หัวหน้า Avalonia ฉากมหัศจรรย์ของภาพยนตร์เรื่องนี้

‘Strange World’ เรื่องราวย้อนอดีตจะต้อนรับสหายที่ไว้ใจได้และการสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่แปลกประหลาด

‘Strange World’ ได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานของเอ็ดการ์ ไรซ์ เบอร์โรส์และจูลส์ เวิร์น เรื่องราวย้อนอดีตจะต้อนรับสหายที่ไว้ใจได้และการสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่แปลกประหลาด โดยมีตัวละครที่พูดไม่ได้ เช่น สุนัขสามขาของครอบครัว เลเจนด์ และสแปลตสีน้ำเงินเจลาติน สัตว์ประหลาดจาก โลกใหม่ที่แปลกประหลาด

นักแสดงเสียงเต็มรูปแบบได้รับการประกาศในงานแสดงของ Walt Disney Animation Studios ที่งาน Annecy Animation Festival ของฝรั่งเศส ซึ่งเริ่มต้นด้วยการมอบรางวัล Annecy Cristal กิตติมศักดิ์แก่ Jennifer Lee หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านสิ่งมีชีวิตของ WDAS ที่รู้จักกันดีในฐานะผู้เขียนบทและผู้อำนวยการเรื่อง “Frozen” ซึ่งได้รับรางวัล เธอได้รับรางวัลออสการ์และ “Frozen II”

Walt Disney Animation Studios คัดเลือกสามซีเควนซ์จาก ‘Strange World’ ในตอนแรก อีธานเจ้าชู้กับนักเต้นหัวใจ ดิอาโซ ขณะที่เพื่อนๆ จากโรงเรียนต่างมองดู หยอกล้ออย่างเป็นมิตรและอบอุ่น ทำให้อีธานผิดหวังมาก ไม่นานนักเซิร์ชเชอร์ผู้เป็นพ่อก็เข้าร่วมด้วย ทำให้ลูกชายของเขาอับอายด้วยการแสดงการยอมรับมากเกินไป

ฉากที่สองที่เปิดเผยที่ Annecy เป็นฉากแอคชั่น ขณะที่ทั้งครอบครัวสำรวจถ้ำจากด้านในของเครื่องบินสีเขียวมะนาว ในไม่ช้าพวกเขาก็ถูกโจมตีโดยสิ่งมีชีวิต Fuschia ที่บินได้ซึ่งดูเหมือนปลากระเบน Origami การโจมตีจบลงด้วยการแยกครอบครัวออก ผู้ค้นหาและสุนัขของเขาตกลงมาจากเครื่องบินและลงจอดในโลกใหม่ที่แปลกประหลาด ขณะที่อีธานและแม่ควบคุมเรือให้ปลอดภัยในลำดับที่สาม Searcher และสุนัขสำรวจสภาพแวดล้อมใหม่ของพวกเขา ภูมิทัศน์เรืองแสงที่ดูเหมือนปะการังเป็นสีชมพูสดใส

เครดิตรูปภาพ variety.com

#ซีรี่ย์เกาหลี #netflix #ซีรี่ย์จีน #ข่าวหนังอัปเดต

Guy Ritchie จะกำกับหนัง ‘Hercules’ เวอร์ชันคนแสดงจาก Disney และ AGBO

Guy Ritchie ผู้กำกับเรื่อง “Aladdin” ของดิสนีย์ในปี 2019 เตรียมกำกับการแสดงที่ดัดแปลงจากภาพยนตร์ปี 1997 เรื่อง “Hercules” วาไรตี้ยืนยันแล้ว

ตามที่ Variety ได้รายงานไปก่อนหน้านี้ผู้กำกับ “Avengers: Endgame” โจ และ AGBO ของแอนโธนี่ รุสโซ กำลังผลิตภาพยนตร์เรื่องนี้ที่พัฒนาโดยดิสนีย์ ซึ่งจ้าง Dave Callaham ผู้เชี่ยวชาญด้านแอ็คชั่นมาเขียนบทร่างแรก AGBO อยู่ระหว่างการว่าจ้างนักเขียนเพิ่มเติม

Guy Ritchie เพิ่งถ่ายทำภาพยนตร์แอ็คชั่นระทึกขวัญที่ไม่มีชื่อกับเจค จิลเลนฮาล เขาเขียนบท กำกับ และอำนวยการสร้างเรื่อง “Operation Fortune: Ruse de guerre” ของ STX ซึ่งมีกำหนดเข้าฉายในช่วงสองสามเดือนแรกของปี 2022 แต่หลังจากนั้นก็ถูกเลื่อนออกไปโดยไม่มีกำหนดวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยข้อตกลงนี้ทำโดย CAA Ritchie ออกจากเอเจนซี่สำหรับ WME เมื่อเดือนที่แล้ว ทนายความของเขาคือ Matt Saver

Deadline เป็นคนแรกที่รายงานข่าวของ Guy Ritchie ที่กำกับภาพยนตร์เรื่อง “Hercules”

ภาพยนตร์แอนิเมชั่นดั้งเดิมเรื่อง “Hercules” กำกับการแสดงโดย Ron Clements และ John Musker โดยเป็นการเล่าเรื่องราวทางดนตรีของตำนาน Hercules พร้อมดนตรีโดย Alan Menken Tate Donovan พากย์เสียงเป็นนักแสดงนำ เคียงข้างกับ Susan Egan ในฐานะคนรักของเขา Megara และ James Woods ในบท Hades ผู้ซึ่งลักพาตัว Hercules กึ่งเทพไปเป็นทารกและบังคับให้เขาอาศัยอยู่ร่วมกับมนุษย์ Hercules ได้รับความช่วยเหลือจาก Satyr Philoctetes (Danny DeVito) ผู้สอนให้เขาใช้ความแข็งแกร่งเหนือมนุษย์เพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าคู่ควรที่จะอยู่ท่ามกลางเหล่าทวยเทพบน Mount Olympus

ภาพยนตร์ต้นฉบับเรื่อง “Hercules” ของดิสนีย์มีงบประมาณ 85 ล้านดอลลาร์และกวาดรายได้ที่ 252 ล้านดอลลาร์ในบ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลก มันเข้าร่วมกับดิสนีย์รุ่นก่อน ๆ ซึ่งรวมถึง “Beauty and the Beast” ในปี 1991, “Aladdin” ในปี 1992 และ “The Lion King” ในปี 1994 ซึ่งทั้งหมดได้รับการสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชันที่ร่ำรวย

พี่น้องรุสโซกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง “The Grey Man” ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นระทึกขวัญที่เป็นวันฉายของโปรเจ็กต์ที่แพงที่สุดของ Netflix ด้วยงบประมาณ 200 ล้านดอลลาร์ พวกเขาเคยกำกับโปรเจ็กต์ของ Marvel มาหลายเรื่อง โดย “Avengers: Endgame” ทำลายสถิติบ็อกซ์ออฟฟิศและเห็นยอดขายตั๋วทั่วโลก 2.79 พันล้านดอลลาร์ทั่วโลก

สำหรับผู้กำกับคนดังอย่าง Guy Ritchie ที่เป็นผู้สร้างภาพยนตร์ที่อยู่เบื้องหลัง “Snatch” และ “Sherlock Holmes” ได้เซ็นสัญญากับ WME เพื่อเป็นตัวแทนในทุกพื้นที่ซึ่ง  Guy Ritchie ที่เปิดตัวในปี 1998 กับภาพยนตร์นักเลงเรื่อง “Lock, Stock and Two Smoking Barrels” ได้กลายเป็นที่เลื่องลือในเรื่องสไตล์ภาพที่เป็นเอกลักษณ์และเรื่องราวที่ขับเคลื่อนด้วยตัวละคร ล่าสุดเขาได้ถ่ายทำภาพยนตร์แอ็คชั่นระทึกขวัญที่ไม่มีชื่อซึ่งนำแสดงโดยเจค จิลเลนฮาล ซึ่ง STX ขายให้กับ MGM/Amazon ริตชี่ทำหน้าที่เป็นผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ของโปรเจ็กต์นี้

เครดิตรูปภาพ variety.com

#ซีรี่ย์เกาหลี #netflix #ซีรี่ย์จีน

รีวิว Again my life (2022) ซีรีส์สุดเข้มข้น ฟาดฟันกันอย่างดุเดือด

ซีรีส์เกาหลีแนวกฎหมายสุดเข้มข้นที่ฟาดฟันกันอย่างดุเดือดเผ็ดมันอย่าง Again my life (2022) จากการกลับมารับบทบาทพระเอกหลังจากห่างหายไปนานถึง 2 ปีของ อีจุนกิ โดยครั้งนี้ได้คาแรคเตอร์อัยการสายบวกสุดปัง พร้อมที่จะขยี้ผู้ที่กระทำความผิด เพื่อให้ความอยุติธรรมหมดไปรักษาไว้ซึ่งความถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหน มีอำนาจบารมียิ่งใหญ่เพียงใด อย่ามาคิดต่อกรกับเขาคนนี้อย่างเด็ดขาด

เรื่องย่อ

                  Again my life (2022) เรื่องราวของคิมฮีอู อัยการหนุ่มไฟแรง ที่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง รวมถึงความยุติธรรมมาเป็นที่ตั้ง ซึ่งเขาในวัยเด็กเรียนหนังสือไม่เก่ง มักสอบได้อันดับท้าย ๆ อยู่เสมอ กระทั่งต้องมาสูญเสียพ่อแม่ไปกับอุบัติเหตุชนแล้วหนี เขาจึงเริ่มเปลี่ยนไปโดยตั้งใจเรียนอย่างหนัก จนปัจจุบันได้ทำงานเป็นอัยการผู้เที่ยงตรง คนไหนถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ต้องสอบสวน หรือพบว่าจริงต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย ไม่เว้นแม้แต่ โจแทซอม (รับบทโดยอีคยองยอง) นักการเมืองตัวพ่อของประเทศ ส่งผลให้เขาต้องถูกสั่งเก็บอย่างไร้ความปราณี

                  แต่แล้วโชคชะตาหรือฟ้าลิขิตที่ทำให้เขากลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง เพื่อทวงคืนความยุติธรรมในครั้งนี้ และแสดงให้เหล่านักการเมืองชั่วได้เห็นว่านรกบนดินนั้นเป็นอย่างไร แต่นั่นเขาเองต้องมีพรรคพวก เงิน อำนาจ บารมีด้วย ดังนั้นเขาจึงเริ่มจากการช่วยเหลือผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากผู้มีอิทธิพลไว้มากมาย รวมถึงการเล่นอสังหาริมทรัพย์สำหรับเป็นทุน ในระหว่างนี้ได้พบกับเจ้าพ่อการประมูล และได้เกื้อกูลกันไว้ ในที่สุดเขาก็เลือกการมีอำนาจด้วยการลงเล่นการเมือง ไปติดตามกันให้ได้ว่าเขาจะสามารถเอาชนะผู้ใหญ่นายโตในบ้านเมืองได้อย่างไร ห้ามพลาดเด็ดขาด รับรองว่าเผ็ด มัน ดุเดือดแน่นอน

อีกหนึ่งซีรีส์ที่ไม่ควรพลาด พล็อตเรื่องน่าสนใจ ลุ้นสนุกทุกตอน

                  จากการที่ผู้สร้าง Again my life (2022) ได้วางตัวเหล่านักแสดงในบทบาทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอีจุนกิ คิมจีอึน อีคยองยอง จองซังฮุน รวมถึงคิมแจยอง ก็สร้างความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว บวกกับเนื้อหาสุดเข้มข้นน่าติดตามจึงบอกได้คำเดียวว่า ดูแล้วไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน จากการดำเนินเรื่องกระชับ เข้าใจง่าย ไม่ยืดเยื้อจนน่าเบื่อ แถมมีฉากฟาดฟันกับแบบดุเดือดเผ็ดมัน ชิงไหวชิงพริบให้ลุ้นกันแทบทุกตอน ซึ่งวิธีการวางแผนอย่างแยบยลในการกำจัดเหล่าผู้มีอิทธิพลของพระเอกคือดีงามเป็นอย่างมาก ทั้งยังอยู่บนพื้นฐานของความจริงที่ว่า การจะชนะใครสักคนที่มีทั้งอำนาจเงิน คน บารมี ไม่ได้ทำกันได้ง่าย ๆ นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้เป็นอย่างดี

                  ด้านภาพและการตัดต่อก็ทำได้ยอดเยี่ยม คุมโทนได้ดี อีกทั้งองค์ประกอบต่าง ๆ ก็ช่วยให้ผู้ชมรู้สึกอินไปกับเนื้อหาเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะมีบางช่วงที่บทเนื่อย ๆ ออกน่าเบื่อไปบ้าง แต่ก็มีการดึงกลับมาได้อย่างรวดเร็ว จนหลายคนมองข้ามเรื่องนี้ไปเลยทีเดียว

                  ส่วนนักแสดงก็ไม่ทำให้ผู้ชมผิดหวังเรียกได้ว่ามีความเป็นมืออาชีพสูงมาก เชือดเฉือนกันได้อย่างถึงพริกถึงขิงกันเลยทีเดียว คู่พระนางก็เคมีเข้ากัน แม้ไม่มีฉากหวาน ๆ เหมือนซีรีส์เรื่องอื่น ๆ มากมายนัก แต่ก็พอให้เราได้ฟินกันแบบกรุบกริบกันบ้าง

              ซีรีส์ Again my life (2022) นับเป็นอีกหนึ่งหนังคุณภาพจากผู้กำกับ ฮันซอลซู ที่มีผลงานมากมายเป็นที่ถูกใจผู้ชมเป็นอย่างมาก ทั้งนี้หากใครกำลังลังเลใจว่าจะรับชมเรื่องนี้ดีหรือไม่ ลองดู Trailer เพื่อประกอบการตัดสินใจได้ที่

เชื่อว่าส่วนใหญ่ที่ชอบหนังแนวนี้จะต้องถูกใจอย่างแน่นอน

เครดิตภาพ : thethaiger.com / viu.com / seoul2me.com

#รีวิว Again my life (2022) #ซีรี่ย์เกาหลี #netflix #ซีรี่ย์จีน

Nicolas Cage บอกกับ Warner Bros. ว่าพร้อมที่จะเข้าร่วมภาคต่อ ‘The Batman’

Nicolas Cage มีข้อความถึงผู้บริหารของ Warner Bros. ว่า “ผมไม่ชอบ Egghead”

Nicolas Cage ที่เป็นผู้ชนะรางวัลออสการ์กำลังพูดถึงการเล่นตัววายร้าย Egghead ในภาคต่อของ The Batman” ของ Matt Reeves ซึ่งทำรายได้ทะลุ 500 ล้านดอลลาร์อย่างรวดเร็วในบ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลก Warner Bros. ยังไม่ได้ประกาศภาคต่อของ The Batman” อย่างเป็นทางการ แต่ Matt Reeves และนักแสดงอย่าง Robert Pattinson ต่างก็แสดงความปรารถนาที่จะสร้างภาพยนตร์ติดตามผล เคจบอกกับนักข่าวที่ SXSW ว่าเขาสนใจที่จะเข้าร่วม

“เรามีภาพยนตร์ใหม่ที่มี Robert Pattinson เป็น The Batman” ซึ่งผมตื่นเต้นที่จะได้เห็น ผมยังไม่ได้ดู แต่ผมคิดว่าเขาจะยอดเยี่ยมมาก” Nicolas Cage กล่าว

 “วายร้ายที่ Vincent Price เล่นในรายการปี 1960 Egghead ผมคิดว่าฉันต้องการไปที่ Egghead ผมคิดว่าผมสามารถทำให้เขาน่ากลัวอย่างแน่นอน และผมมีแนวคิดสำหรับ Egghead บอกให้พวกเขารู้ที่ Warner Bros. ผมสนใจในบทEgghead” Nicolas Cage กล่าว

ในหนังสือการ์ตูน Egghead เป็นอาชญากรหลักและเป็นหนึ่งในคนที่ฉลาดที่สุดในโลก Batman และเมื่อพิจารณาว่ารีฟส์จินตนาการริดเลอร์กับพอล ดาโนใน “The Batmanอย่างไร” การเรียกร้องของ Nicolas Cage ในเรื่อง “ความน่ากลัว” ในเรื่องใหม่เกี่ยวกับ Egghead อาจดึงดูดใจผู้กำกับ ปัจจุบันแฟรนไชส์ The Batman”มีแผนจะขยายด้วยซีรีส์ภาคแยกของ HBO Max สองเรื่อง หนึ่งฉากใน Arkham Asylum และอีกหนึ่งเรื่องที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ Penguin ที่เล่นโดย Colin Farrell

“The Batman”ครองตำแหน่งผู้นำบ็อกซ์ออฟฟิศในช่วงสุดสัปดาห์ที่สอง ซึ่งนี่แหละที่ทำให้ Nicolas Cage สนใจที่จะร่วมแสดง

สำหรับศักยภาพของภาคต่อของ The Batman”Matt Reeves บอกกับสื่อมวลชนในการฉายรอบปฐมทัศน์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ในสหราชอาณาจักรว่า “คุณไม่ได้ทำให้ที่หนึ่งราวกับว่าจะมีหมายเลขสอง คุณต้องสร้างหมายเลขหนึ่งให้ และมันจะต้องเป็นเรื่องราวที่ยืนยงและดำเนินไปได้ด้วยตัวของมันเอง แต่ผมเชื่อในสิ่งที่เราทำจริง ๆ และผมก็ตื่นเต้นที่จะบอกเล่าเรื่องราวเพิ่มเติม”

“เรากำลังบอกเล่าเรื่องราวอื่น ๆ ในพื้นที่สตรีมมิ่งแล้ว เรากำลังทำอะไรใน HBO Max เรากำลังแสดง Penguin กับ Colin ซึ่งจะเจ๋งมาก” ผู้กำกับกล่าวเสริม “และเรากำลังดำเนินการเรื่องอื่น ๆ เช่นกัน แต่เราได้เริ่มพูดถึงหนังเรื่องอื่นแล้ว”

            เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา The Batman”ทำได้ดีกว่าการทำนายบ็อกซ์ออฟฟิศในการเปิดตัวครั้งแรก โดยทำรายได้ 134 ล้านดอลลาร์ ยอดขายตั๋วของทางบริษัทได้รับการจัดอันดับให้ดีที่สุดในปี 2022 จนถึงตอนนี้ และกลายเป็นการเปิดตัวละครในยุคโรคระบาดครั้งที่สองที่ทำรายได้ทะลุ 100 ล้านดอลลาร์ในช่วงสุดสัปดาห์แรก รองจาก “Spider-Man: No Way Home” แม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะต้องเผชิญกับการแข่งขันใน “The Lost City” ของ Paramount ในสัปดาห์หน้า แต่มีแนวโน้มว่า The Batman”จะยังคงทำความสะอาดบนชาร์ตในประเทศต่อไป จนกว่าฮีโร่มหากาพย์เรื่องอื่นอย่าง “Morbius” ของ Sony จะฉายรอบปฐมทัศน์ในวันที่ 1 เมษายนนี้

เครดดิตรูปภาพ variety.com

#ซีรี่ย์เกาหลี #netflix #ซีรี่ย์จีน #อัปเดตข่าวหนัง

‘Lightyear’ ของ Pixar มีฉากจูบเพศเดียวกันอีกครั้ง

หลังจากพนักงานโวยวายเรื่องผู้บริหารเคยบอกว่า ‘Don’t Say Gay’

‘Lightyear’ ของ Pixar มีฉากจูบเพศเดียวกันอีกครั้ง โดยเมื่อวันที่ 9 มีนาคม พนักงาน LGBTQ และพันธมิตรที่ Pixar Animation Studios ได้ส่งคำแถลงร่วมกันถึงผู้บริหารของบริษัท Walt Disney โดยอ้างว่าผู้บริหารของ Disney ได้เซ็นเซอร์ “ความรักแบบเปิดเผยอย่างเปิดเผย” ในภาพยนตร์สารคดีอย่างแข็งขัน

ข้อกล่าวหาที่น่าทึ่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประท้วงที่ใหญ่ขึ้นเกี่ยวกับการที่บริษัทไม่ตอบสนองต่อร่างกฎหมาย “Don’t Say Gay” ของฟลอริดา ไม่ได้ครอบคลุมถึงภาพยนตร์ของ Pixar ที่ฝ่าฟันการเซ็นเซอร์ หรือการตัดสินใจเชิงสร้างสรรค์ที่เฉพาะเจาะจงใดๆ ที่ถูกตัดหรือเปลี่ยนแปลง

ตามแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับการผลิตภาพยนตร์สารคดีเรื่องต่อไปของ Pixar เรื่อง‘Lightyear’ที่นำแสดงโดย Chris Evans ในฐานะแรงบันดาลใจในชีวิตจริงสำหรับตัวละคร Buzz ‘Lightyear’จากเรื่อง “Toy Story” มี Hawthorne (พากย์เสียงโดย Uzo) Aduba) ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่มีความหมายกับผู้หญิงคนอื่น

แม้ว่าความจริงของความสัมพันธ์นั้นไม่เคยถูกตั้งคำถามที่สตูดิโอ แต่การจูบระหว่างตัวละครก็ถูกตัดขาดจากภาพยนตร์ หลังจากความโกลาหลที่เกิดขึ้นรอบ ๆ คำแถลงของพนักงานของ Pixar และ การจัดการของ Bob Chapek CEO ของ Disney ในเรื่อง “Don’t Say Gay” การจูบก็คืนสถานะในภาพยนตร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่เป็นไปได้สำหรับการเป็นตัวแทนของ LGBTQ ไม่ใช่แค่ในภาพยนตร์ของ Pixar เท่านั้น แต่ยังรวมถึงอนิเมชั่นเรื่องทั่วไป ซึ่งยังคงมีความรอบคอบแน่วแน่เกี่ยวกับการแสดงความรักเพศเดียวกันในทุกแง่มุมที่มีความหมาย

พนักงาน Pixar หลายคนได้พยายามมานานหลายปีในการรวมเอกลักษณ์ของ LGBTQ แม้แต่ใน ‘Lightyear’

เพื่อความแน่ใจ มีตัวอย่างการแสดง LGBTQ อย่างตรงไปตรงมาหลายตัวอย่างในแอนิเมชั่นที่สร้างขึ้นสำหรับผู้ชมที่เป็นผู้ใหญ่ รวมถึงในปี 1999 เรื่อง “South Park: Bigger, Longer & Uncut,” “Persepolis” ในปี 2007, “Sausage Party” ปี 2016 และ “Flee” ในปี 2021 ” แต่ในภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรท G หรือ PG แนวทางที่แพร่หลายคือการบอกเล่า ไม่ใช่แสดง — และแทบไม่ต้องทำอย่างนั้น ตัวละคร LGBTQ ที่มีชื่อเสียงที่สุดในสตูดิโอแอนิเมชั่นในปัจจุบันใน Katie (Abbi Jacobson) นักแสดงนำวัยรุ่นของ “The Mitchells vs. the Machines” ที่ผลิตโดย Sony Pictures Animation และเผยแพร่โดย Netflix ที่เป็นข้อยกเว้นที่พิสูจน์ได้ กฎ: ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนเกี่ยวกับตัวตนของ Katie นี้ถูกเปิดเผยอย่างเต็มที่ในช่วงเวลาสุดท้ายของภาพยนตร์เมื่อแม่ของเธออ้างถึงแฟนสาวของเธอ

ในประวัติศาสตร์ 27 ปีของ Pixar มีตัวละคร LGBTQ ที่ไม่กำกวมเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น ในปี 2020 “Onward” ตำรวจตาเดียว (Lena Waithe) ซึ่งปรากฏตัวไม่กี่ฉากกล่าวถึงแฟนสาวของเธอ ในปี 2019 “Toy Story 4” คุณแม่สองคนกอดลูกที่โรงเรียนอนุบาล และ “Finding Dory” ในปี 2016 นำเสนอช็อตสั้นๆ ของคู่รักเลสเบี้ยน แม้ว่าทีมผู้สร้างภาพยนตร์จะอาย ที่จะให้คำ จำกัดความพวกเขาแบบนั้นในขณะนั้น โปรเจ็กต์ LGBTQ ที่เปิดเผยที่สุดในหลักการของ Pixar คือหนังสั้นปี 2020 เรื่อง “Out” เกี่ยวกับชายเกย์ที่กำลังดิ้นรนกับการหาพ่อแม่ของเขา — ซึ่งสตูดิโอเปิดตัวบน Disney Plus ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม SparkShorts

“ทุกช่วงเวลาของความรักที่เปิดเผยออกมาอย่างเปิดเผยนั้นถูกตัดขาดจากคำสั่งของดิสนีย์ ไม่ว่าจะมีการประท้วงจากทั้งทีมสร้างสรรค์และผู้บริหารระดับสูงที่ Pixar เมื่อใด” คำแถลงกล่าว “แม้ว่าการสร้างเนื้อหา LGBTQIA+ จะเป็นคำตอบในการแก้ไขกฎหมายการเลือกปฏิบัติในโลก เรากำลังถูกห้ามไม่ให้สร้าง”

ทั้งหมดนี้ทำให้การตัดสินใจฟื้นคืนชีพจูบเพศเดียวกันใน ‘Lightyear’ ภาพยนตร์ Pixar เรื่องแรกที่จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์มากกว่าที่จะเปิดใน Disney Plus ตั้งแต่ปี 2019 – ซึ่งมีความหมายมากขึ้นสำหรับสตูดิโอและพนักงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสตูดิโอและพนักงาน ซึ่งเสี่ยงที่จะละเมิดความเงียบที่ไม่อาจล่วงรู้ของ Pixar มานานหลายทศวรรษเกี่ยวกับเรื่องภายในในแถลงการณ์วันที่ 9 มีนาคม

เครดดิตรูปภาพ variety.com

#อัปเดตข่าวหนัง #ซีรี่ย์เกาหลี #netflix #ซีรี่ย์จีน

“Doctor Strange in the Multiverse of Madness” ครองตำแหน่งที่สุดความบ้าคลั่ง

“Doctor Strange in the Multiverse of Madness” ยังคงครองตำแหน่งสูงสุดในความบ้าคลั่งของอเมริกาเหนือและน่าจะทำรายได้ทะลุบ็อกซ์ออฟฟิศในประเทศได้อย่างง่ายดายในช่วงสุดสัปดาห์ที่สอง

“Doctor Strange in the Multiverse of Madness” ที่ยังคงมีผลสืบเนื่องแบบสแตนด์อโลนของ Marvel ที่ทำรายได้ 16.7 ล้านเหรียญในวันศุกร์จาก 4,534 แห่งซึ่งลดลง 81% จากจำนวนวันเปิดตัวจำนวนมหาศาล 90 ล้านดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เช่นเดียวกับรายการ Marvel Cinematic Universe ส่วนใหญ่ Doctor Strange in the Multiverse of Madness” เปิดเผยว่าตัวเองเป็นหนังที่ทำรายได้ทะลุบ็อกซ์ออฟฟิศ แม้ว่าจะไม่ค่อยมีอะไรมากนักในตารางการวางจำหน่ายของเดือนพฤษภาคมที่ดูจะก่อให้เกิดการแข่งขันสูง ยกเว้น “Downtown Abbey: A New” ของฟีเจอร์โฟกัส Era” ในสัปดาห์หน้าและ “Top Gun: Maverick” ของ Paramount ในวันหยุดสุดสัปดาห์ Memorial Day

หลังจากที่คาดว่าจะลดลงจากการนับวันเปิดตัวที่เต็มไปด้วยผู้คลั่งไคล้ Doctor Strange in the Multiverse of Madness” น่าจะสมดุลให้ลดลงประมาณ 67% ในช่วงสุดสัปดาห์ นั่นคือด้านที่ชันกว่าของการลดลงในช่วงสุดสัปดาห์สำหรับรายการ Marvel Studios แม้ว่าจะเริ่มต้นด้วยการเปิดตัวครั้งแรกในประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 11

ล่าสุดดิสนีย์ประกาศว่า Doctor Strange in the Multiverse of Madness” ทำเงินทั่วโลกทะลุ 550 ล้านดอลลาร์ในเวลาเพียงเก้าวัน ภาพยนตร์เรื่องนี้น่าจะเกินรายได้รวมในประเทศ 300 ล้านดอลลาร์ในช่วงสัปดาห์หน้า

“Doctor Strange in the Multiverse of Madness” กำกับการแสดงโดยแซม ไรมี เรื่อง “Doctor Strange in the Multiverse of Madness” นำแสดงโดยเบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์ ในฐานะซูเปอร์ฮีโร่ที่มียศ ร่วมกับเอลิซาเบธ โอลเซ่น, เบเนดิกต์ หว่อง, ราเชล แม็คอดัมส์, ชิเวเทล เอจิโอฟอร์ และ Xochitl Gomez บทวิจารณ์ของVarietyเรียกว่าภาคต่อ “ทั้งสนุกสนานและเหนื่อยหน่าย” โดย Owen Gleiberman ถือว่ามันเป็น “การขี่ที่ไม่ติดขัด การติดขัดของ CGI แนวสยองขวัญ การระดมสมองของ Marvel และในบางครั้ง ก็มีบททดสอบเล็กน้อย”

ในขณะเดียวกัน “ Firestarter ” ของ Universal ก็ไม่ทำ แม้ว่าการดัดแปลงของสตีเฟน คิงจะเป็นการฉายเดี่ยวเรื่องเดียวในสุดสัปดาห์นี้ แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ไม่ได้จุดประกายในบ็อกซ์ออฟฟิศ “Firestarter” ดูเหมือนว่าจะขึ้นสู่อันดับที่สี่ในชาร์ตในประเทศโดยคาดว่าจะมีมูลค่า 3.57 ล้านดอลลาร์จากสถานที่ 3,412 แห่ง

ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่มีความประทับใจในด้านบวกมากนัก โดยได้คะแนนรวมที่น่าผิดหวัง 15% จากนักวิจารณ์เรื่อง Rotten Tomatoes และคะแนน “C-” ที่ค่อนข้างไม่ยุติธรรมสำหรับผู้ชมภาพยนตร์ทั่วไปใน Cinema Score Gleiberman แห่งVarietyเขียนว่า “ทุกอย่างเล่นเหมือน ‘Logan’ ทำในรูปแบบทั่วไปที่ไม่มีจังหวะฮัมดรัมที่แย่ที่สุดสำหรับการสตรีม” และด้วยการที่ Universal เลือกที่จะเปิดตัว “Firestarter” ทั้งวันและวันที่บนบริการสตรีมมิ่ง Peacock ผู้ชมก็มีเหตุผลน้อยกว่าที่จะฉายภาพยนตร์สยองขวัญในโรงภาพยนตร์

“Firestarter” ที่กำกับโดย Keith Thomas นำแสดงโดย Zac Efron ในฐานะพ่อของเด็กผู้หญิง (Ryan Kiera Armstrong) ที่มีพลังในการสร้างเปลวไฟด้วยความคิดของเธอ ซิดนีย์ เลมมอน, เคิร์ทวูด สมิธ, จอห์น บีสลีย์, ไมเคิล เกรย์อายส์ และกลอเรีย รูเบนก็แสดงด้วยเช่นกัน

เครดิตรูปภาพ variety.com

#ซีรี่ย์เกาหลี #netflix #ซีรี่ย์จีน #ข่าวหนังติดเทรนด์

แนะนำ 17 ซีรีส์เกาหลี สุดฟิน อิน มัน ไว้ดูเผื่อล็อคดาวน์อีกรอบ

            ได้ยินข่าวแว่วๆว่าโควิด-19 กำลังย่างกรายเข้ามาสู่ประเทศไทยอีกครั้ง ก็ทั้งเครียด ปวดหัว และโมโห ไม่รู้ว่าจะล็อคดาวน์อีกรอบไหม แต่ถึงอย่างไรก็ตามต้องวางแผนชีวิตให้ดี เท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะหากล็อคดาวน์อีกครั้งอาจจะทำให้ทุกท่านนั้นเครียดเกินไป ต้องหาวิธีแก้เครียด อาจจะเป็นดูซีรีส์เกาหลี เล่นเกมส์ หรือหางานอดิเรกเล็กๆน้อยๆ  สำหรับสายคนรักซีรีส์ที่เข้ามาวันนี้ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะว่าเรานั้นหยิบเอาซีรีส์คุณภาพเน้นๆ คัดเรื่องที่น่าดูที่สุดมาแนะนำให้กับทุกท่าน ส่วนจะมีเรื่องอะไรบ้างนั้น เลื่อนขึ้นได้เลยจ้า

            ซีรีส์เกาหลีสุดฟิน ที่เราแนะนำให้ดูหากล็อคดาวน์อีกรอบ มีดังต่อไปนี้

  • แนะนำซีรีส์เกาหลีแนวประวัติศาสตร์

Love in the Moonlight นำแสดงโดยปาร์คโบกอม และ คิมยูจอง

            The Moon Embracing the Sun นำแสดงโดย คิมซูฮยอน และ ฮันกาอิน

            Scarlet Heart: Goryeo นำแสดงโดย อีจุนกิ และ ไอยู

            100 Days My Prince นำแสดงโดย ดีโอ วง EXO และ นัมจีฮยอน

  • แนะนำซีรีส์เกาหลีแนวคลาสสิก

Stairway to Heaven นำแสดงโดย ควอนซังวู และ ชเวจีวู

      What Happened in Bali นำแสดงโดย ฮาจีวอน โซจีซบ และ โจอินซอง

      Winter Sonata นำแสดงโดย เบยองจุน และ ชเวจีวู

      Full House นำแสดงโดย เรน และ ซองเฮคโย

  • แนะนำซีรีส์เกาหลีจาก Webtoon

Clean With Passion For Now นำแสดงโดย ยุนคยูนซัง และ คิมยูจอง

     Cheese in the Trap นำแสดงโดย คิมโกอึน พัคแฮจิน และ ซอคังจุน

      My ID is Gangnam Beauty นำแสดงโดย อิมซูฮยาง และ ชาอึนอู

  • แนะนำซีรีส์เกาหลีสไตล์รักแรกพบ

Angel Eyes นำแสดงโดย อีซังยุน และ คูฮเยซอน

            Love Rain นำแสดงโดย จางกึนซอก และ ยุนอา จากวง Girls’ generation

            Who Are You: School 2015 นำแสดงโดยคิมโซฮยอน นัมจูฮยอก

  • แนะนำซีรีส์แนวโรแมนติก-แอคชั่น

Healer นำแสดงโดย จีชางอุค และ พัคมินยอง

            Vagabond นำแสดงโดย อีซึงกิ และ ซูจี (เคยร่วมงานกันจากซีรีส์เรื่อง Gu Family Book มาก่อน)

            Flower of Evil นำแสดงโดย อีจุนกิ และ มุลแชวอน

            และทั้งหมดนี้ก็คคือซีรีส์เกาหลีที่เราอยากแนะนำให้ทุกท่านได้ดู หากมีการล็อคดาวน์อีกครั้ง น่าจะครบทุกรสทุกแนว ขอบอกว่าแต่ละเรื่องเนื้อเรื่องดี สนุกสนาน เข้มข้น ได้ความรู้ ตื่นเต้น เร้าใจ แบบสุดๆ ถึงไม่อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติก็สามารถดูกันได้ สุดท้ายนี้ขอให้ผู้อ่านทุกท่านโชคดี และปลอดภัยจากเชื้อโควิด- 19 หวังว่าจะมีวันที่สดใสไปด้วยกัน

ที่มาภาพ Soompi

#ซีรี่ย์เกาหลี #netflix #ซีรี่ย์จีน

รีวิวหนัง Netflix 6 Underground : 6 ลับ ดับ โหด

เป็น หนัง Netflix ที่กำลังมาแรงในขณะนี้เลยก็ว่าได้กับเรื่อง 6 Underground ภาพยนตร์แอ็คชั่นฟอร์มยักษ์ของค่ายหนัง Netflix ที่มาพร้อมกับนักแสดงนำที่อยู่ในระดับแถวหน้าของวงการ Hollywood เป็นการการันตีถึงคุณภาพของหนังว่าจะเต็มไปด้วยคุณภาพและความมันส์อย่างแน่นอน และหนังเรื่องนี้ก็มีโปรเจคที่จะทำต่อไปถึง 9 ภาคด้วยกัน

เรื่องราวของกลุ่มมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวย 6 คน จากทั่วทุกมุมโลก - Karc.us
เรื่องราวของกลุ่มมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวย 6 คน จากทั่วทุกมุมโลก – Karc.us

เรื่องย่อ

เป็นเรื่องราวของกลุ่มมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวย 6 คน จากทั่วทุกมุมโลก พวกเขาได้สร้างเรื่องเอาไว้ว่าตัวเองนั้นเสียชีวิต เนื่องจากพวกเขามีความปารถนาที่จะลบอดีตพร้อมๆไปกับเปลี่ยนแปลงอนาคต เนื่องจากบางครั้งกฎหมายก็ลงโทษเหล่าคนชั่วที่แท้จริงไม่ได้ การรวมตัวครั้งนี้จึงเป็นเหมือนเป็นการรวมทีมปฏิบัติติการลับที่ซึ่งไม่มีตัวตนอยู่บนโลก และพวกเขาก็มีภารกิจและเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่พวกเขานั้นจะทำให้สำเร็จเพื่อเป็นการเอาชนะตัวเองและสังคมไปพร้อมๆกัน

ภาพยนตร์เรื่องนี้นอกจากจะได้ทีมนักแสดงฝีมือมากมายมารับบท เช่น ไรอัน เรย์โนลด์ส - Karc.us
ภาพยนตร์เรื่องนี้นอกจากจะได้ทีมนักแสดงฝีมือมากมายมารับบท เช่น ไรอัน เรย์โนลด์ส – Karc.us

ภาพยนตร์เรื่องนี้นอกจากจะได้ทีมนักแสดงฝีมือมากมายมารับบท เช่น ไรอัน เรย์โนลด์ส, อาเดรีย อาร์โจนา และ เมลานี ลอว์เรนซ์ แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้ผู้กำกับมากฝีมืออย่าง ไมเคิล เบย์ ที่ใครๆต่างก็ไม่สงสัยในฝีมือการกำกับหนังของเขาอย่างแน่นอน เนื่องจากเขาได้เคยฝากผลงานไว้มากมาย อย่างเช่น ทรานส์ฟอร์เมอร์ และ อาร์มาเก็ตดอน เป็นต้น เพียงเท่านี้ก็เป็นการพิสูจน์ได้แล้วว่าหนังเรื่องนี้เป็นที่จับตามองตั้งแต่ประกาศทีมผู้สร้างเลยทีเดียว

แน่นอนว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังแนวแอ็คชั่น เพราะฉะนั้นฉากบู๊ระห่ำก็จัดเต็มตั้งแต่ 20 นาทีแรกกันเลยทีเดียว รับรองว่าหากคุณเป็นสายหนังแนวนี้แล้วล่ะก็คุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน และภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ไม่กลัวที่จะใส่ฉากสุดโหด ที่ถือว่าเป็นการเก็บรายละเอียดหนังได้อย่างเนียนกริบ เพราะฉะนั้นความสมจริงนี้จะไม่เป็นจุดอ่อนในหนังเรื่องนี้อย่างแน่นอน และอีกเรื่องที่ถูกใจผู้ชมกันเป็นอย่างมากกับบทของนักแสดงนำอย่าง ไรอัน เรย์โนลด์ส ซึ่งเอกลักษณ์ของนักแสดงคนนี้ก็แน่นอนว่าหนีไม่พ้นความกวนที่เขียนบทจัดมาให้ในสไตล์ของเขาคนนี้โดยเฉพาะ และอีกความประทับใจนอกจากตัวละครและเนื้อเรื่องในหนังเรื่องนี้แล้ว ความสวยงามของฉากต่างๆที่มีหลายประเทศ ก็สร้างความประทับใจให้กับคนดูได้ไม่น้อย เนื่องจากมีมุมสวยๆออกมาให้เห็นเยอะในหนังเรื่องนี้

6 Underground starring Ryan Reynolds | Official Trailer | Netflix

เครดิตรูปภาพ : imdb.com , netflix.com , Youtube

ข่าวความเคลื่อนไหวของวงการหนัง วงการภาพยนต์ แนะนำหนังดี แนะนำหนังน่าดู รีวิวหนังใหม่ ให้คอหนังได้ติดตามอัพเดตตลอด รวมถึงข่าวดารา นักแสดง รวบรวมประเด็นที่ห้ามพลาด พร้อมทุกสัปดาห์

#ก่อนตายต้องได้ดู! , #ข่าวดารา , #ข่าวเด่นประเด็นร้อน , #รีวิวหนังใหม่ , #หนังดังในอดีต ,  #karc.us,